ผลของ CellrDM สัมผัสได้ทันทีและชัดขึ้นเมื่อทำซ้ำ 2–3 ครั้ง พร้อมเทียบส่วนผสมและราคากับ รีจูรัน HB
ขอสรุปให้ฟังกันตรงนี้ก่อนเลยนะครับ
ในบรรดาคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่อง Celerderm ที่คลินิกเมื่อเดือนที่แล้ว มีถึง 7 ใน 10 คนเลยครับ
ที่รู้แค่ว่าเป็น skin booster ตัวที่ดีตัวหนึ่ง
แต่ยังไม่ค่อยรู้ความแตกต่างระหว่าง Celerderm กับ รีจูรัน HB จริงๆ
หมอเลยตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาครับ

สรุปในบรรทัดเดียว: Celerderm คือ skin booster กลุ่มผิวหนังแท้จากมนุษย์ (human homologous dermis) ที่ให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่รวดเร็วทันใจ
เกณฑ์ในการเลือก: หากกังวลเรื่องผิวแห้งและริ้วรอยเล็กๆ แนะนำ Celerderm แต่หากเน้นเรื่องความยืดหยุ่นของผิวเป็นหลัก แนะนำไปทาง รีจูรัน ครับ
สิ่งที่จะได้รู้ในวันนี้: วิธีการเลือกโดยพิจารณาจาก ส่วนผสม, จำนวนครั้งที่ทำ และโอกาสความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูน (nodule)
หัวข้อหลักในบทความนี้
จุดที่ส่วนผสมของ Celerderm แตกต่างจาก รีจูรัน HB
หลักการที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทำซ้ำ 2~3 ครั้ง
เกณฑ์การเลือกตามปัญหาผิว ทั้งความแห้งกร้าน ความยืดหยุ่น และความกังวลเรื่องตุ่มนูน
ส่วนผสมของ Celerderm แตกต่างจาก รีจูรัน HB อย่างไรบ้าง?
Celerderm มีเบสมาจากผิวหนังแท้ (homologous dermis) ครับ
Celerderm เป็น skin booster ที่ใช้ผิวหนังแท้จากมนุษย์และผสม HA (Hyaluronic Acid) เข้าด้วยกันครับ
ส่วน รีจูรัน HB จะเป็นการประสานพลังกันระหว่าง PN (Polynucleotide) และ HA ครับ
โดย PN คือสารโพลีนิวคลีโอไทด์ ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเข้าไปกระตุ้นสัญญาณการฟื้นฟูผิวจากภายใน
สำหรับ Celerderm เราต้องมองในมุมที่ต่างออกไปเล็กน้อยครับ
ตัวนี้จะให้ความพึงพอใจที่รวดเร็วทันใจกว่า ในแง่ของการแก้ปัญหาผิวที่เราสัมผัสได้ทันทีจากภายนอก เช่น ผิวแห้งกร้านและริ้วรอยตื้นๆ
ในทางกลับกัน รีจูรัน HB จะค่อนข้างโดดเด่นกว่า หากเรามองผลลัพธ์ในระยะยาวในเรื่องของการฟื้นฟูผิวลึกและการเพิ่มความยืดหยุ่น
เรื่องนี้สร้างความสับสนได้ง่ายครับ เพราะพอทั้งสองตัวถูกรวมเรียกว่าเป็น skin booster เหมือนกัน คนไข้เลยรู้สึกว่าเป็นหัตถการประเภทเดียวกัน
แต่ในห้องตรวจของหมอ หมอจะแยกคำถามก่อนเลยครับว่า "ตอนนี้ผิวดูแห้งกร้านไม่มีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัดและต้องการแก้ทันที"
หรือ "ต้องการเวลาเพื่อค่อยๆ ให้ผิวกลับมายืดหยุ่นและเต่งตึงขึ้นจากภายใน"
ผลลัพธ์ของ Celerderm วัดกันที่ความรู้สึกหลังทำทันที และการทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
คีย์พ้อยท์สำคัญของบทความนี้
Celerderm คือ skin booster จากผิวหนังแท้ของมนุษย์
เป็นหัตถการที่มีความคล้ายคลึง แต่ก็มีความต่างกับสูตร PN+HA ของ รีจูรัน HB ครับ
โดดเด่นในเรื่องผลลัพธ์การปรับปรุงและฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน
หากทำซ้ำ 2~3 ครั้ง จะเริ่มสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผิวเรียบเนียนละเอียดและยืดหยุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่คือคำถามที่หมอโดนถามในห้องตรวจเฉลี่ยสัปดาห์ละ 6 ครั้งเลยครับ
แทนที่จะถามว่า "Celerderm ดีกว่า รีจูรัน HB ไหมคะ?"
คำถามที่ถูกต้องและตรงจุดกว่าคือ "ปัญหาผิวที่ฉันต้องแก้ไขเป็นอันดับแรกสุดคืออะไร?" ครับ
เวลาประเมินผลลัพธ์ของ Celerderm หมอจะแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 สเต็ปครับ
สเต็ปแรกคือ การเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีในเรื่องของความชุ่มชื้นและริ้วรอยเล็กๆ บริเวณผิวชั้นนอก
สเต็ปที่สองคือ หลังจากทำซ้ำ 2~3 ครั้ง ผิวหน้าจะค่อยๆ เรียบเนียนและเห็นความยืดหยุ่นตามมาแก้ยากขึ้นเรื่อยๆ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากตรงนี้ครับ
การทำ skin booster นั้น ผลลัพธ์ไม่ได้ตัดสินกันแค่ว่า "ส่วนผสมดี" เท่านั้นนะครับ
แต่อยู่ที่ว่าตัวยาถูกฉีดเข้าไปในผิวชั้นไหน ด้วยความหนาแน่นเท่าไหร่ และกระจายตัวได้สม่ำเสมอดีแค่ไหนต่างหากที่เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์
จริงๆ แล้วเรื่องนี้หมอก็ได้ยินคนไข้พูดถึงสัปดาห์ละสองสามครั้งเลยเหมือนกันครับ
หลายคนคิดว่า Celerderm ใช้แทน รีจูรัน HB ได้เลย
พอลองไปฉีด Celerderm มา
กลับเจอปัญหาผิวเป็นตุ่มนูน (nodule)
จากที่หมอตรวจเช็กดู พบว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาจากการอักเสบติดเชื้อ แต่เป็นเพราะตัวยาไปกองรวมกระจุกตัวกันอยู่หนาแน่นเกินไปในผิวชั้นตื้น
เคสแบบนี้บ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากตัวยา แต่เกิดจากเทคนิคการฉีดและระยะห่างในการฉีดที่ไม่เหมาะสมครับ

แม้ว่ามองจากภายนอกผิวอาจจะดูเปลี่ยนไปคล้ายๆ กัน แต่กระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นข้างในผิวนั้นไปคนละทิศทางเลยครับ
Celerderm จะทำให้รู้สึกได้ก่อนเลยในเรื่องความนุ่มนวลและการฟื้นฟูผิวแห้งกร้านรวมถึงริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วน รีจูรัน HB นั้น ต้องให้เวลากับผิวในการฟื้นฟูตัวเองผ่านสัญญาณการสร้างเซลล์ผิวใหม่ของสาร PN ครับ
ดังนั้น หมอจึงไม่ได้มองแค่เรื่อง "ผิวโกลว์ฉ่ำวาวหลังทำ 1-2 วันแรก" เท่านั้น
แต่หมอจะดูไปถึงตอนทำครั้งที่ 2
และครั้งที่ 3 ว่าเวลาล้างหน้าแล้วสัมผัสได้ถึงผิวที่เนียนละเอียดขึ้นไหม
รวมถึงช่วยปัญหาแต่งหน้าไม่ติดหรือเมคอัพตกร่องได้น้อยลงด้วยหรือเปล่า

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Celerderm ไม่ใช่เวอร์ชันที่ต่ำกว่าของ รีจูรัน HB แต่อย่างใดครับ
หากต้องการความชุ่มฉ่ำและสัมผัสเรื่องริ้วรอยตื้นๆ ได้ทันที Celerderm จะเหมาะกับบางท่านมากกว่า
แต่ถ้าเน้นหนักไปที่เรื่องของการเกิดเซลล์ผิวใหม่และความยืดหยุ่น รีจูรัน HB อาจตอบโจทย์มากกว่าครับ
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำครั้งเดียวแล้วจบนะครับ
ปกติแล้ว แนะนำให้มองผลลัพธ์ภายใต้แพลนการรักษาต่อเนื่องประมาณ 3~4 ครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัยที่สุดครับ
เพิ่งเคยทำ Celerderm ครั้งแรก จะเลือกเทียบกับ รีจูรัน HB อย่างไรดี?
จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ อยู่ที่ความกังวลหลักของผิวคุณครับ
หากความกังวลหลักคือผิวแห้งขาดน้ำและริ้วรอยตื้นๆ Celerderm ที่ผสม HA จะตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจได้รวดเร็วกว่า
แต่ถ้าเน้นที่การฟื้นฟูปรับปรุงโครงสร้างผิวและความยืดหยุ่น ส่วนใหญ่หมอจะแนะนำคร่าวๆ ให้ดู รีจูรัน HB ไว้เป็นอันดับแรกครับ
มีสิ่งหนึ่งที่หมอจำเป็นต้องบอกตรงๆ ครับ ใช่ว่า Celerderm จะมีแต่ข้อดีไปหมดเสียทีเดียว
หากตัวยาไปกระจุกรวมตรงผิวชั้นตื้นเกินไป หรืออัดแน่นอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้รอยนูน (embossing) หายช้า หรือคลำเจอเป็นปุ่มนูนแข็งๆ ได้ครับ
แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้านมากๆ และกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กริ้วรอยตื้นก่อนใคร ตัวนี้ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากจริงๆ ครับ
ถ้าดูจากตารางเปรียบเทียบนี้จะเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
การเปรียบเทียบ | Celerderm | รีจูรัน HB |
|---|---|---|
ส่วนผสมหลัก | เบสจากผิวหนังแท้ของมนุษย์, ผสม HA | สูตรผสม PN + HA |
ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ | ปรับปรุงผิวแห้งกร้านและริ้วรอยเล็กได้อย่างรวดเร็ว | การฟื้นฟูและความยืดหยุ่นที่ค่อยๆ สะสมลึกจากภายใน |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | ปกติพิจารณาผลลัพธ์หลังทำ 3~4 ครั้ง | ปกติพิจารณาผลลัพธ์หลังทำ 3~4 ครั้ง |
ระดับราคา | ย่อมเยากว่าเล็กน้อย (ต่างกันราวๆ 1-2 หมื่นวอนต่อครั้ง) | ราคาสูงกว่าเล็กน้อยโดยเปรียบเทียบ |
เคสที่เหมาะสมที่สุด | ผิวแห้งกร้านหยาบกระด้าง, แต่งหน้าไม่ติด, ริ้วรอยตื้นๆ | ผิวขาดความกระชับ, ความยืดหยุ่นของผิวลดลง |
พูดกันตามตรง ถ้าเลือกเพียงเพราะความต่างของราคาอย่างเดียว อาจจะรู้สึกเสียดายภายหลังได้ครับ
สิ่งที่สำคัญกว่าส่วนต่างราคาไม่กี่หมื่นวอน คือความต้องการที่แท้จริงของผิวคุณในตอนนี้ครับ
สำหรับคนไข้ที่มาด้วยปัญหาผิวแห้งนำมาก่อน หมอจะแนะนำ Celerderm ให้ฟังเป็นตัวเลือกแรก
แต่ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยขาดความยืดหยุ่น หมอจะเสนอตัว รีจูรัน HB ควบคู่กันไปเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ
ในบางกรณี การรักษาที่ดีที่สุดไม่ใช่การเลือกตัวใดตัวหนึ่ง
แต่คือการแบ่งช่วงเวลาหรือแบ่งบริเวณในการฉีดรักษาให้สอดคล้องกันอย่างเป็นธรรมชาติครับ

ผลข้างเคียงและตุ่มนูนจากการทำ Celerderm: 3 คำถามพบบ่อยในห้องตรวจ
Q1. ส่วนผสมของ Celerderm คืออะไรกันแน่?
A. ไม่อยากให้มองว่า Celerderm เป็นแค่หัตถการกลุ่ม PN เหมือน รีจูรัน HB ครับ
เพราะ Celerderm คือสารสกัดที่มาจากผิวหนังแท้ของมนุษย์ (human homologous dermis) จริงๆ
คนไข้เกินกว่าครึ่งที่ไปเสิร์ชข้อมูลมาล่วงหน้า มักจะถามหมอว่า "มันก็เหมือนๆ กับ รีจูรัน เลยใช่ไหมคะ?"
เวลาให้คำปรึกษา หมอจะแยกอธิบายก่อนเลยครับว่าตัวนี้มีโครงสร้างเบสจากผิวหนังแท้ของมนุษย์ และมีส่วนผสมของ HA ทำให้เห็นผลลัพธ์ความชุ่มชื้นทันใจกว่า
พออธิบายแบบนี้ คนไข้ก็จะเข้าใจได้ทันทีเลยครับว่าทำไมฟีลลิ่งและผลลัพธ์หลังทำถึงสัมผัสได้ต่างกัน
มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะสงสัยข้อต่อไปนี้กันต่อครับ
Q2. ทำ Celerderm กี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์?
A. จริงๆ ทำแค่ครั้งเดียวก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ
เพราะคีย์หลักของผลลัพธ์คือการเติมเต็มความชุ่มชื้นและเพิ่มมิติโกลว์อิ่มฟู (volume) ให้ผิวครับ
ก่อนจะจบบทความนี้ ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ เลยครับ
Q3. Celerderm มีผลข้างเคียงให้เกิดตุ่มนูน (nodule) ไหมคะ?
A. เกิดขึ้นได้ยากมากครับ แต่ถ้าฉีดตื้นจนยาไปกระจุกตัวอยู่จุดเดียว ก็อาจจะคลำเจอเป็นไตนูนๆ ได้
ซึ่งเราต้องแยกแยะให้ออกก่อนครับว่าเป็นแค่รอยนูนชั่วคราวจากการฉีด (embossing) หรือเป็นตุ่มนูนแข็ง (nodule) จริงๆ
หากจะให้จำเพียงคีย์เวิร์ดเดียวจากบทความนี้ในวันนี้ — ถ้าชอบผิวชุ่มฉ่ำรวดเร็วทันใจนึกถึง Celerderm, ถ้าหวังผลฟื้นฟูผิวแข็งแรงจากภายในลึกๆ นึกถึง รีจูรัน HB ก่อนนะครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาเจาะลึกในหัวข้อ 'เคสที่ตุ่มนูนจาก Celerderm ยังคงเหลืออยู่ เปรียบเทียบกับเคสที่รอยนูนหายไปตามปกติ' กันนะครับ
หมอจะเอาภาพเคสจริงมาแชร์ให้ดูด้วยครับว่า แม้จะเป็นบริเวณแก้มเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์และอาการในวันที่ 3 กับสัปดาห์ที่ 2 แตกต่างกันอย่างไรบ้าง
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ผิว
กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง
ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

ผิว
ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี
รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

ผู้ชาย
ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม
ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน
ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

ผิว
ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?
เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ยกกระชับ
จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?
ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ



