หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลังทำเลเซอร์หรือรีฟติ้งบริเวณใต้ตาหรือรอบดวงตา หลายคนรู้สึกไม่แน่ใจว่าจะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์ที่ใช้เป็นประจำได้อีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ดี ทั้งที่ทำหัตถการเสร็จไปไม่นาน แต่พอจะหยิบเลนส์มาใส่ก็อดคิดไม่ได้ว่า "ตอนนี้ใส่ได้จริงหรือเปล่านะ" จนต้องใส่แว่นแทนไปอีกหลายวัน
ตอบสั้นๆ คือ ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและระดับการระคายเคืองรอบดวงตา แต่โดยทั่วไปแล้ว ช่วงเวลาที่อาการบวมและความบอบบางรอบดวงตาค่อยๆ ทุเลาลงมักจะเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ เนื่องจากผิวรอบดวงตาบางและอยู่ใกล้กับผิวตา สิ่งที่สัมผัสดวงตาโดยตรงอย่างคอนแทคเลนส์จึงควรเริ่มใช้ใหม่อย่างระมัดระวังมากกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยจะสบายใจกว่า อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลที่บอกว่า "ห้ามใส่เป็นเวลาหนึ่งเดือน" ปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นการแยกแยะให้ชัดเจนว่าอะไรควรระวังจริงๆ และอะไรไม่จำเป็นต้องกังวล จะช่วยให้อุ่นใจขึ้น
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตน ฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะ
เข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องระมัดระวังเรื่องคอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบดวงตา
รู้ว่ารอบดวงตาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงไม่กี่วันหลังทำหัตถการ
รู้เกณฑ์ในการประเมินด้วยตัวเองว่าใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ได้เมื่อไหร่
รู้วิธีดูแลรอบดวงตาให้สบายในช่วงที่งดใส่เลนส์
เหตุผลที่ต้องกังวลเรื่องคอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบดวงตา
เลเซอร์หรือรีฟติ้งรอบดวงตาเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับผิวบางๆ รอบดวงตาและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ดังนั้นทันทีหลังทำหัตถการ รอบดวงตาจะบอบบางกว่าปกติและมีอาการบวมเล็กน้อย หากใส่คอนแทคเลนส์ในช่วงนี้ อาจทำให้ต้องพลิกเปลือกตาหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมที่ผิวตาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจซ้ำเติมการระคายเคืองได้
โดยเฉพาะหัตถการที่ใช้เลเซอร์ใกล้กับดวงตา บางครั้งจะใส่ที่ป้องกันดวงตาระหว่างทำหัตถการเพื่อปกป้องกระจกตา* เมื่อดูงานวิจัยเชิงทดลองที่ระบุว่าหัตถการเลเซอร์บริเวณรอบดวงตาอาจสร้างความเสียหายต่อกระจกตาหรือผิวตา จึงจำเป็นต้องป้องกันดวงตาให้เพียงพอ ก็จะยิ่งเข้าใจชัดเจนขึ้นว่าทำไมควรเลื่อนการใช้สิ่งที่สัมผัสดวงตาโดยตรงออกไปสักไม่กี่วันจึงจะปลอดภัยกว่า คอนแทคเลนส์เองไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ของหัตถการเสียไป แต่การไม่เพิ่มแรงเสียดสีและความแห้งในช่วงที่รอบดวงตายังบอบบางจะช่วยให้ฟื้นตัวได้สบายกว่า
กระจกตา*: เยื่อใสที่ปกคลุมด้านหน้าของดวงตา เป็นจุดที่คอนแทคเลนส์สัมผัสโดยตรง จึงไวต่อการระคายเคืองและความแห้ง


ตั้งแต่หลังทำหัตถการไปจนถึงไม่กี่วัน รอบดวงตาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ช่วงไม่กี่วันหลังทำหัตถการรอบดวงตาเป็นช่วงที่อาการบวมและความบอบบางค่อยๆ ทุเลาลง แม้จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการ แต่หากเข้าใจตามแนวทางคร่าวๆ ต่อไปนี้ก็จะช่วยให้เห็นภาพง่ายขึ้น
วันที่ทำหัตถการ — รอบดวงตาอาจบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกแสบร้อน และอาจมีน้ำตาไหลบ่อยกว่าปกติ
วันที่ 1-2 — เป็นช่วงที่อาการบวมเห็นได้ชัดที่สุด บางครั้งอาจรู้สึกว่าเปลือกตาหนักๆ
วันที่ 3-4 — อาการบวมและรอยแดงลดลงอย่างเห็นได้ชัด รอบดวงตาเริ่มรู้สึกสบายขึ้น
วันที่ 5-7 — ส่วนใหญ่จะกลับมารู้สึกเป็นปกติเหมือนเดิม
การรู้สึกว่ารอบดวงตาแห้งในช่วงนี้ก็เป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไปเช่นกัน เมื่อรอบดวงตาบอบบางขึ้น ฟิล์มน้ำตา*อาจไม่เสถียรชั่วคราว ทำให้รู้สึกฝืดตาได้มากขึ้น เนื่องจากคอนแทคเลนส์เป็นสิ่งที่วางอยู่บนฟิล์มน้ำตา ก่อนที่ฟิล์มนี้จะกลับมาเสถียร จึงมักรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมชัดเจนกว่าปกติ
ฟิล์มน้ำตา*: ชั้นน้ำตาบางๆ ที่ปกคลุมผิวตา ฟิล์มนี้ต้องชุ่มชื้นจึงจะใส่คอนแทคเลนส์ได้สบายและช่วยปกป้องกระจกตาได้ด้วย

วิธีประเมินช่วงเวลาที่ใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ได้
แม้จะระบุช่วงเวลาที่แน่นอนเป็นรายวันได้ยาก แต่หากตั้งเกณฑ์คร่าวๆ ตามประเภทของหัตถการไว้ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้านล่างนี้คือแนวทางคร่าวๆ โดยอิงจากหัตถการรอบดวงตาทั่วไป
ประเภทหัตถการ | ระดับการระคายเคืองรอบดวงตา | ช่วงเวลาโดยประมาณที่ใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ได้ |
|---|---|---|
เลเซอร์ผิวใต้ตา | ต่ำ~ปานกลาง | หลังผ่านไป 2-3 วัน |
รีฟติ้งรอบดวงตา (คลื่นวิทยุ/อัลตราซาวด์) | ปานกลาง | หลังผ่านไป 3-4 วัน |
ฟิลเลอร์/ฉีดใต้ตา | ต่ำ | หลังบวมยุบแล้วประมาณ 1-2 วัน |
เลเซอร์ใกล้เปลือกตา | สูง | หลังผ่านไป 5-7 วัน |
สิ่งที่แม่นยำกว่าการนับวันคือสัญญาณจากสภาพรอบดวงตา หากอาการต่อไปนี้ดีขึ้นทั้งหมดแล้ว ก็ลองเริ่มใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้งอย่างระมัดระวังได้
เมื่ออาการบวมและรอยแดงรอบดวงตาทุเลาลงเกือบหมดแล้ว
เมื่อกะพริบตาหรือสัมผัสเปลือกตาแล้วไม่รู้สึกแสบ
เมื่ออาการน้ำตาไหลมากเกินไปหรือความรู้สึกฝืดตาลดลงแล้ว
ในทางกลับกัน หากถอดคอนแทคเลนส์ออกแล้วยังรู้สึกแสบตาหรือมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ นั่นคือสัญญาณว่ายังเร็วเกินไป ควรใส่แว่นต่ออีกสักหนึ่งถึงสองวันจะสบายกว่า และเมื่อจะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง ควรเริ่มจากใส่สั้นๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงแทนที่จะใส่ทั้งวัน แล้วดูอาการของดวงตาไปด้วยจะปลอดภัยกว่า


ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
บิวตี้สโตน ฮับจอง ให้ความสำคัญกับการดูแลช่วงฟื้นตัวหลังทำหัตถการไม่แพ้ตัวหัตถการเอง เพราะบริเวณที่ผิวบางและอยู่ใกล้ผิวตาอย่างรอบดวงตา แม้จะทำหัตถการแบบเดียวกัน ความเร็วในการฟื้นตัวก็แตกต่างกันไปตามสภาพดวงตาและชนิดของคอนแทคเลนส์ของแต่ละคน เราจึงช่วยประเมินร่วมกันว่าจะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ได้เมื่อไหร่โดยดูจากอาการบวมและความบอบบางจริง เป็นคลินิกเล็กๆ ที่เดินถึงได้จากสถานีฮับจอง จึงดูแลติดตามความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละคนและกำหนดช่วงเวลาถัดไปร่วมกันได้

ดูแลแบบนี้แทนการใส่คอนแทคเลนส์จะสบายขึ้น
หากดูแลรอบดวงตาให้สบายในช่วงไม่กี่วันที่งดใส่คอนแทคเลนส์ ทั้งการฟื้นตัวและการกลับมาใส่เลนส์อีกครั้งก็จะมั่นคงมากขึ้น
ใส่แว่นแทน — ในช่วงไม่กี่วันนี้ แว่นตาจะระคายเคืองรอบดวงตาน้อยกว่า ควรใส่แว่นให้หลวมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาแว่นกดทับรอบดวงตา
น้ำตาเทียม* — เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรไม่มีสารกันเสียเพื่อบรรเทาความแห้งรอบดวงตาจะช่วยให้สบายขึ้น สามารถใช้ได้หลายครั้งต่อวันโดยไม่ต้องกังวล
ไม่ขยี้ตา — แม้จะรู้สึกคัน แต่การขยี้จะทำให้อาการบอบบางอยู่นานขึ้น ควรใช้วิธีกดเบาๆ แทน
ป้องกันแสงแดด — รอบดวงตาไวต่อการกระตุ้นเม็ดสีหลังทำหัตถการ ควรป้องกันด้วยแว่นกันแดดหรือครีมกันแดด
เลื่อนการแต่งหน้าตา — ควรเลื่อนการแต่งอายแชโดว์หรือขีดอายไลเนอร์ออกไปประมาณ 1-2 วันจนกว่าอาการบวมจะยุบ
น้ำตาเทียม*: ยาหยอดตาที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวตา ช่วยบรรเทาความแห้งในช่วงที่งดใส่คอนแทคเลนส์
แม้หลังกลับมาใส่คอนแทคเลนส์แล้ว ในช่วงไม่กี่วันแรกควรลดระยะเวลาการใส่ลงบ้าง และหากรู้สึกแสบตาหรือตาแดงก็ควรงดใส่สักหนึ่งวัน ผลลัพธ์ของหัตถการรอบดวงตาและความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้โดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย
Q. ในวันที่ทำหัตถการต้องถอดคอนแทคเลนส์ออกให้หมดเลยไหมคะ
A. หัตถการที่ใช้เลเซอร์ใกล้กับดวงตาส่วนใหญ่จะให้ถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนทำครับ เพราะบางครั้งต้องใส่ที่ป้องกันดวงตาระหว่างทำหัตถการด้วย หากแจ้งล่วงหน้าก่อนนัดหมายว่าใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ ทางคลินิกจะแนะนำวิธีเตรียมตัวให้ครับ แนะนำให้เตรียมแว่นตามาด้วยในวันทำหัตถการจะสะดวกกว่าครับ
Q. อาการบวมยุบแล้ว แต่พอใส่คอนแทคเลนส์ก็ยังรู้สึกฝืดๆ อยู่ค่ะ แบบนี้ปกติไหมคะ
A. แม้อาการบวมจะยุบแล้ว แต่ฟิล์มน้ำตาอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลับมาเสถียรครับ ในช่วงไม่กี่วันนี้ลองลดระยะเวลาการใส่คอนแทคเลนส์ลงและใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วยจะช่วยให้สบายขึ้นครับ แต่ถ้าความรู้สึกฝืดยังคงอยู่นานหรือถึงขั้นแสบตา ควรงดใส่อีกสักหนึ่งถึงสองวัน และหากยังไม่สบายตัวอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้ครับ
Q. ถ้าเป็นคอนแทคเลนส์รายวัน จะใส่เร็วขึ้นได้ไหมคะ
A. เลนส์รายวันอาจสบายใจกว่าในแง่ความสะอาด แต่ความบอบบางรอบดวงตาเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับชนิดของเลนส์มากนักครับ ควรใช้สภาพรอบดวงตาที่ดีขึ้นแล้วเป็นเกณฑ์ตัดสินใจจะปลอดภัยกว่า และการเริ่มใส่เลนส์รายวันสั้นๆ ก่อนก็เป็นวิธีที่ดีในการเช็กอาการของดวงตาครับ
Q. ใส่คอนแทคเลนส์กลับไปแล้วแต่ตาแดง ต้องทำยังไงคะ
A. ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออกทันทีแล้วใส่แว่นแทน พร้อมใช้น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการครับ ส่วนใหญ่พักสักหนึ่งวันอาการก็จะดีขึ้น แต่ถ้าตาแดงรุนแรงขึ้น หรือมีอาการปวด ขี้ตา หรือมองเห็นภาพเบลอร่วมด้วย ควรหยุดใส่คอนแทคเลนส์และปรึกษาจักษุแพทย์หรือแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันทีครับ









