เข้าใจผิดเมื่อเร่งลดรอยช้ำบวมหลังฉีด Ellanse แต่กลับอยู่นาน พร้อมสัญญาณห้ามมองข้ามและเคล็ดลับฟื้นตัว
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลังจากทํา Ellanse แล้วส่องกระจก หลายคนมักจะกังวลกับรอยช้ำหรืออาการบวมจนเกิดคําถามในใจว่า 'นี่เป็นเรื่องปกติหรือเปล่านะ?' เนื่องจากหัตถการนี้เป็นแบบที่ค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทํา รอยช้ำและอาการบวมจะเห็นชัดขึ้นมาก่อน จนอาจทําให้รู้สึกกังวลและใจร้อนได้ง่ายครับ
หากตอบสั้น ๆ รอยช้ำและอาการบวมส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติที่จะค่อย ๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติภายในไม่กี่วันจนถึง 1-2 สัปดาห์ครับ อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาพักฟื้น หากเราหลีกเลี่ยงการกระตุ้นผิวและไม่ทําให้ระบบไหลเวียนโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความเร็วในการลดบวมและการเซ็ตตัวของผลลัพธ์ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพและมั่นคงมากขึ้นครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองครับ
สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้
เข้าใจหลักการทำงานของ Ellanse ในการกระตุ้นคอลลาเจน และสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยช้ำหรืออาการบวม
ทราบระยะเวลาการลดลงของรอยช้ำและอาการบวมในแต่ละช่วงเวลา
เรียนรู้ไลฟ์สไตล์และนิสัยในชีวิตประจำวันที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น
สามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติทั่วไปกับสัญญาณเตือนที่ต้องกลับไปพบแพทย์
ทำไมเราถึงรู้สึกกังวลเมื่อเห็นรอยช้ำและอาการบวมหลังทำ Ellanse
Ellanse ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทั่วไปที่ทำหน้าที่แค่เติมเต็มวอลลุ่มทันที แต่จัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ที่มีส่วนผสมของ Polycaprolactone* ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของเราเองเมื่อเวลาผ่านไป จากคำอธิบายที่ว่า Polycaprolactone จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มทันที พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ อนุภาคขนาดเล็กเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยาวนาน ทำให้เราทราบว่าหัตถการนี้ไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลลัพธ์ในไม่กี่วัน แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเซ็ตตัวและเห็นผลอย่างเต็มที่ครับ
Polycaprolactone*: ส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและจะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้เป็นฟิลเลอร์ จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ อนุภาคขนาดเล็ก ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏและอยู่ได้ยาวนานครับ
และเพราะผลลัพธ์ค่อย ๆ แสดงออกแบบนี้ แต่รอยช้ำและอาการบวมดันปรากฏขึ้นทันทีหลังทำตรงบริเวณที่เข็มผ่าน จึงเกิดช่วงเวลาสั้น ๆ ที่รู้สึกว่า 'ผลลัพธ์ยังไม่มา แต่รอยช้ำชัดเจนมาก' หากเราเข้าใจว่าช่วงเวลานี้เป็นเพียงกระบวนการพักฟื้นตามปกติ ความกังวลใจก็จะลดลงไปได้เยอะเลยครับ


รอยช้ำและอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามช่วงเวลาอย่างไร
เพื่อให้ประเมินได้ง่ายขึ้นว่ารอยช้ำและอาการบวมจะลดลงเมื่อไหร่และประมาณไหน เราลองมาแบ่งดูตามตารางเวลาเฉลี่ยรายวันกันดีกว่าครับ
หัวข้อ | 24-48 ชั่วโมง | วันที่ 3~5 | หลังผ่านไป 1~2 สัปดาห์ |
|---|---|---|---|
อาการบวม | เห็นชัดเจนที่สุด | ลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง | ยุบลงเกือบทั้งหมด |
รอยช้ำ | สีค่อนข้างเข้ม | สีเริ่มจางลง | หายไปเกือบทั้งหมด |
ความรู้สึกตึง ๆ เมื่อกด | พบได้ทั่วไป | ลดน้อยลง | แทบไม่มีเลย |
การแต่งหน้า | เริ่มได้ในวันถัดไป | สามารถแต่งได้ปกติ | แต่งได้ตามปกติ |
การเห็นผลลัพธ์ | ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน | กำลังเริ่มเซ็ตตัว | ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น |
ตามปกติแล้ว อาการบวมจะเห็นได้ชัดที่สุดในวันถัดไปหลังทำ จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลงในอีกไม่กี่วันต่อมา ส่วนรอยช้ำจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีและจางหายไปใน 1-2 สัปดาห์ครับ ดังนั้น แทนที่จะรีบตัดสินผลลัพธ์ในช่วงนี้ แนะนำให้รอประเมินการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่รอยช้ำและอาการบวมหายดีแล้ว จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดครับ


ไลฟ์สไตล์และนิสัยประจำวันที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ในช่วงพักฟื้นไม่จำเป็นต้องดูแลตัวเองยุ่งยากเลยครับ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในช่วงไม่กี่วันแรกให้เรียบง่าย เพื่อไม่เป็นการเพิ่มความช้ำหรือความบวม โดยมีคำแนะนำดังนี้ครับ
การประคบเย็น — ในวันแรกที่ทำ ให้ประคบเย็นเบา ๆ โดยใช้ผ้าสะอาดรอง เพื่อช่วยลดอาการบวมครับ
ดูแลระบบไหลเวียนเลือด — ควรงดการออกกำลังกายหนัก ๆ การเข้าซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อนจัดไปก่อนสองสามวัน เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายและการไหลเวียนของเลือดพุ่งสูงเร็วเกินไป
แอลกอฮอล์และสารที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า — การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมบางชนิดทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำได้ครับ
ท่านอน — ในช่วงสองสามวันแรก แนะนำให้หนุนหมอนสูงขึ้นเล็กน้อยเวลานอนเพื่อช่วยลดอาการบวมที่ใบหน้าครับ
แม้รอยช้ำและอาการบวมจะเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่คำอธิบายที่ว่า การทำหัตถการประเภทฟิลเลอร์อาจก่อให้เกิดรอยช้ำและอาการบวมบริเวณรอยเข็มได้ และยาต้านการแข็งตัวของเลือดรวมถึงแอลกอฮอล์อาจทำให้รอยช้ำเพิ่มขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่าการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้าในช่วงก่อนและหลังทำ สามารถช่วยลดรอยช้ำได้ดีเลยครับ และรอยช้ำส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับการอธิบายให้คนไข้เข้าใจถึงกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่จะค่อย ๆ เกิดขึ้น มากกว่าแค่ผลลัพธ์ตอนเติมเสร็จทันทีครับ หัตถการที่เห็นผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไปอย่าง Ellanse นั้น ความพึงพอใจของคนไข้ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับรอยช้ำและอาการบวมหลังทำเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงมีคำแนะนำล่วงหน้าเสมอว่าอาการแบบไหนคือเรื่องปกติ และอาการแบบไหนที่ควรกลับมาตรวจเช็กอีกครั้ง คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่สามารถเดินถึงได้ง่าย ๆ จากสถานีฮับจอง ทำให้เราสามารถดูแลคนไข้เป็นรายบุคคล ติดตามความเร็วในการฟื้นตัว และร่วมวางแผนการดูแลรักษาในขั้นต่อไปได้อย่างใกล้ชิดครับ

ขั้นตอนการทำหัตถการ และสัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์มีอะไรบ้าง
ขั้นตอนการทำจะเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดบริเวณและปริมาณที่ต้องเติม จากนั้นแพทย์จะฉีด Ellanse ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในบริเวณที่ต้องการและปรับทรงให้สวยงามหลังทำเสร็จ อาการบวม รอยช้ำ หรือความรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อยหลังทำถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงและเริ่มสร้างคอลลาเจนเข้าที่ภายในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ครับ
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ แนะนำให้รีบติดต่อหรือกลับมาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัยครับ
รู้สึกปวดบริเวณที่ทำมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือผิวบริเวณนั้นเริ่มดูซีด ขาว หรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ/ดำ
ใบหน้ามองเห็นความไม่สมมาตร (เบี้ยว) อย่างเห็นได้ชัด หรือคลำพบก้อนแข็ง ๆ
มีไข้สูง ผิวหนังแดงมาก หรือมีความร้อนสะสมบริเวณผิวผิดปกติ — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
อาการบวมหรือรอยช้ำไม่ยุบลงเลยแม้ว่าจะผ่านไปเกิน 2 สัปดาห์แล้ว
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการปรึกษาเรื่องความเหมาะสมในการทำหัตถการนี้และการดูแลรักษาเฉพาะบุคคลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. มีรอยช้ำอยู่ สามารถแต่งหน้าทับได้ไหมคะ?
A. โดยปกติสามารถแต่งหน้าบาง ๆ ทับได้ตั้งแต่วันถัดไปหลังทำครับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือตบแรง ๆ บริเวณที่มีรอยช้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แนะนำให้แต่งเบามือและตอนล้างเครื่องสำอางออกก็ไม่ควรถูแรงเช่นกันครับ
Q. ก่อนทำอยากให้เกิดรอยช้ำน้อยที่สุด ต้องระวังอะไรบ้างคะ?
A. การลดปริมาณแอลกอฮอล์และสารที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้าในช่วงสองสามวันก่อนและหลังทำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำได้ครับ หากมีการทานอาหารเสริมหรือยาชนิดใดเป็นประจำ แนะนำให้แจ้งแพทย์ล่วงหน้าตอนปรึกษาเพื่อความปลอดภัยครับ
Q. การประคบเย็นควรทำอย่างไร และควรทำไปกี่วันคะ?
A. การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมได้ดีโดยเฉพาะในวันที่ทำครับ ควรใช้ผ้าสะอาดรองก่อนประคบ ประคบเบา ๆ ในช่วงสั้น ๆ โดยไม่กดแรง เมื่ออาการบวมค่อย ๆ ยุบลงในอีกไม่กี่วัน ความจำเป็นในการประคบเย็นก็จะลดลงไปเองครับ
Q. ถ้าระวังท่านอน จะช่วยลดอาการบวมได้ไหมคะ?
A. ในช่วงสองสามวันแรก แนะนำให้หนุนหมอนสูงขึ้นเล็กน้อยเวลานอน จะช่วยลดเลือดที่คั่งบริเวณใบหน้าและลดอาการบวมตอนเช้าได้ครับ ในทางกลับกัน หากนอนหมอนต่ำเป็นเวลานานหรือนอนคว่ำ อาจทำให้อาการบวมเห็นชัดขึ้นได้ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



