• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Ellanse บวม–ช้ำยุบเมื่อไหร่? ดูแลยังไง

Ellanse บวม–ช้ำยุบเมื่อไหร่? ดูแลยังไง

Ellanse บวม–ช้ำยุบเมื่อไหร่? ดูแลยังไง

หลังฉีด Ellanse รอยช้ำและบวมยุบเมื่อไหร่? สรุปลำดับการฟื้นตัวและสัญญาณเตือนที่ต้องระวังครับ

หลังจากทํา Ellanse แล้วส่องกระจก หลายคนมักจะกังวลกับรอยช้ำหรืออาการบวมจนเกิดคําถามในใจว่า 'นี่เป็นเรื่องปกติหรือเปล่านะ?' เนื่องจากหัตถการนี้เป็นแบบที่ค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทํา รอยช้ำและอาการบวมจะเห็นชัดขึ้นมาก่อน จนอาจทําให้รู้สึกกังวลและใจร้อนได้ง่ายครับ

หากตอบสั้น ๆ รอยช้ำและอาการบวมส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติที่จะค่อย ๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติภายในไม่กี่วันจนถึง 1-2 สัปดาห์ครับ อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาพักฟื้น หากเราหลีกเลี่ยงการกระตุ้นผิวและไม่ทําให้ระบบไหลเวียนโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความเร็วในการลดบวมและการเซ็ตตัวของผลลัพธ์ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพและมั่นคงมากขึ้นครับ

> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองครับ

สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้

  • เข้าใจหลักการทำงานของ Ellanse ในการกระตุ้นคอลลาเจน และสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยช้ำหรืออาการบวม

  • ทราบระยะเวลาการลดลงของรอยช้ำและอาการบวมในแต่ละช่วงเวลา

  • เรียนรู้ไลฟ์สไตล์และนิสัยในชีวิตประจำวันที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น

  • สามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติทั่วไปกับสัญญาณเตือนที่ต้องกลับไปพบแพทย์

 

ทำไมเราถึงรู้สึกกังวลเมื่อเห็นรอยช้ำและอาการบวมหลังทำ Ellanse

Ellanse ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทั่วไปที่ทำหน้าที่แค่เติมเต็มวอลลุ่มทันที แต่จัดอยู่ในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ที่มีส่วนผสมของ Polycaprolactone* ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของเราเองเมื่อเวลาผ่านไป จากคำอธิบายที่ว่า Polycaprolactone จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มทันที พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ อนุภาคขนาดเล็กเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยาวนาน ทำให้เราทราบว่าหัตถการนี้ไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลลัพธ์ในไม่กี่วัน แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเซ็ตตัวและเห็นผลอย่างเต็มที่ครับ

Polycaprolactone*: ส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและจะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้เป็นฟิลเลอร์ จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ อนุภาคขนาดเล็ก ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏและอยู่ได้ยาวนานครับ

และเพราะผลลัพธ์ค่อย ๆ แสดงออกแบบนี้ แต่รอยช้ำและอาการบวมดันปรากฏขึ้นทันทีหลังทำตรงบริเวณที่เข็มผ่าน จึงเกิดช่วงเวลาสั้น ๆ ที่รู้สึกว่า 'ผลลัพธ์ยังไม่มา แต่รอยช้ำชัดเจนมาก' หากเราเข้าใจว่าช่วงเวลานี้เป็นเพียงกระบวนการพักฟื้นตามปกติ ความกังวลใจก็จะลดลงไปได้เยอะเลยครับ

ภาพคอลลาเจนที่ก่อตัวรอบอนุภาคขนาดเล็กในชั้นหนังแท้ทำไมเราถึงรู้สึกกังวลเมื่อเห็นรอยช้ำและอาการบวมหลังทำ Ellanse

 

 

รอยช้ำและอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามช่วงเวลาอย่างไร

เพื่อให้ประเมินได้ง่ายขึ้นว่ารอยช้ำและอาการบวมจะลดลงเมื่อไหร่และประมาณไหน เราลองมาแบ่งดูตามตารางเวลาเฉลี่ยรายวันกันดีกว่าครับ

หัวข้อ

24-48 ชั่วโมง

วันที่ 3~5

หลังผ่านไป 1~2 สัปดาห์

อาการบวม

เห็นชัดเจนที่สุด

ลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง

ยุบลงเกือบทั้งหมด

รอยช้ำ

สีค่อนข้างเข้ม

สีเริ่มจางลง

หายไปเกือบทั้งหมด

ความรู้สึกตึง ๆ เมื่อกด

พบได้ทั่วไป

ลดน้อยลง

แทบไม่มีเลย

การแต่งหน้า

เริ่มได้ในวันถัดไป

สามารถแต่งได้ปกติ

แต่งได้ตามปกติ

การเห็นผลลัพธ์

ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน

กำลังเริ่มเซ็ตตัว

ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น

ตามปกติแล้ว อาการบวมจะเห็นได้ชัดที่สุดในวันถัดไปหลังทำ จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลงในอีกไม่กี่วันต่อมา ส่วนรอยช้ำจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีและจางหายไปใน 1-2 สัปดาห์ครับ ดังนั้น แทนที่จะรีบตัดสินผลลัพธ์ในช่วงนี้ แนะนำให้รอประเมินการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่รอยช้ำและอาการบวมหายดีแล้ว จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดครับ

ระดับอาการช้ำและบวมตามวันฟื้นตัวรอยช้ำและอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามช่วงเวลาอย่างไร

 

 

ไลฟ์สไตล์และนิสัยประจำวันที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ในช่วงพักฟื้นไม่จำเป็นต้องดูแลตัวเองยุ่งยากเลยครับ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในช่วงไม่กี่วันแรกให้เรียบง่าย เพื่อไม่เป็นการเพิ่มความช้ำหรือความบวม โดยมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  • การประคบเย็น — ในวันแรกที่ทำ ให้ประคบเย็นเบา ๆ โดยใช้ผ้าสะอาดรอง เพื่อช่วยลดอาการบวมครับ

  • ดูแลระบบไหลเวียนเลือด — ควรงดการออกกำลังกายหนัก ๆ การเข้าซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อนจัดไปก่อนสองสามวัน เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายและการไหลเวียนของเลือดพุ่งสูงเร็วเกินไป

  • แอลกอฮอล์และสารที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า — การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมบางชนิดทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำได้ครับ

  • ท่านอน — ในช่วงสองสามวันแรก แนะนำให้หนุนหมอนสูงขึ้นเล็กน้อยเวลานอนเพื่อช่วยลดอาการบวมที่ใบหน้าครับ

แม้รอยช้ำและอาการบวมจะเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่คำอธิบายที่ว่า การทำหัตถการประเภทฟิลเลอร์อาจก่อให้เกิดรอยช้ำและอาการบวมบริเวณรอยเข็มได้ และยาต้านการแข็งตัวของเลือดรวมถึงแอลกอฮอล์อาจทำให้รอยช้ำเพิ่มขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่าการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้าในช่วงก่อนและหลังทำ สามารถช่วยลดรอยช้ำได้ดีเลยครับ และรอยช้ำส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์

ไลฟ์สไตล์และนิสัยประจำวันที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับการอธิบายให้คนไข้เข้าใจถึงกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่จะค่อย ๆ เกิดขึ้น มากกว่าแค่ผลลัพธ์ตอนเติมเสร็จทันทีครับ หัตถการที่เห็นผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไปอย่าง Ellanse นั้น ความพึงพอใจของคนไข้ขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับรอยช้ำและอาการบวมหลังทำเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงมีคำแนะนำล่วงหน้าเสมอว่าอาการแบบไหนคือเรื่องปกติ และอาการแบบไหนที่ควรกลับมาตรวจเช็กอีกครั้ง คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่สามารถเดินถึงได้ง่าย ๆ จากสถานี Hapjeog ทำให้เราสามารถดูแลคนไข้เป็นรายบุคคล ติดตามความเร็วในการฟื้นตัว และร่วมวางแผนการดูแลรักษาในขั้นต่อไปได้อย่างใกล้ชิดครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

ขั้นตอนการทำหัตถการ และสัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการทำจะเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดบริเวณและปริมาณที่ต้องเติม จากนั้นแพทย์จะฉีด Ellanse ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในบริเวณที่ต้องการและปรับทรงให้สวยงามหลังทำเสร็จ อาการบวม รอยช้ำ หรือความรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อยหลังทำถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงและเริ่มสร้างคอลลาเจนเข้าที่ภายในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ครับ

อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ แนะนำให้รีบติดต่อหรือกลับมาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัยครับ

  • รู้สึกปวดบริเวณที่ทำมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือผิวบริเวณนั้นเริ่มดูซีด ขาว หรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ/ดำ

  • ใบหน้ามองเห็นความไม่สมมาตร (เบี้ยว) อย่างเห็นได้ชัด หรือคลำพบก้อนแข็ง ๆ

  • มีไข้สูง ผิวหนังแดงมาก หรือมีความร้อนสะสมบริเวณผิวผิดปกติ — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

  • อาการบวมหรือรอยช้ำไม่ยุบลงเลยแม้ว่าจะผ่านไปเกิน 2 สัปดาห์แล้ว

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการปรึกษาเรื่องความเหมาะสมในการทำหัตถการนี้และการดูแลรักษาเฉพาะบุคคลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ

ขั้นตอนการทำหัตถการ และสัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์มีอะไรบ้าง

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. รอยช้ำดูเยอะกว่าที่คิดไว้ จะเป็นอะไรไหมคะ?

A. ในช่วงสองสามวันแรกหลังทำ รอยช้ำอาจจะดูเข้มขึ้นได้ครับ แต่โดยปกติแล้วสีจะค่อย ๆ จางลงและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ การประคบเย็นเบา ๆ ในช่วงแรกสามารถช่วยได้ดี และหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดแรง ๆ นะครับ แต่หากรู้สึกปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือสีผิวบริเวณนั้นเริ่มซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ให้รีบติดต่อแพทย์ผู้ดูแลทันทีครับ

Q. จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ตอนไหนครับ?

A. Ellanse เป็นหัตถการที่เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นครับ โดยจะเริ่มเข้าที่หลังรอยช้ำและอาการบวมหายไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างเต็มที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ดังนั้นแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์หลังจากผิวฟื้นตัวเต็มที่แล้ว แทนที่จะตัดสินในช่วงที่ยังมีรอยช้ำอยู่ครับ

Q. หลังทำสามารถออกกำลังกายหรือเข้าซาวน่าได้เมื่อไหร่ครับ?

A. การเดินเล่นเบา ๆ สามารถทำได้ตั้งแต่วันถัดไปเลยครับ แต่การออกกำลังกายหนัก ๆ การเข้าซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อนจัดควรงดไปก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะหากหัวใจเต้นเร็วและระบบไหลเวียนโลหิตพุ่งสูงขึ้น อาจจะทำให้รอยช้ำและอาการบวมเห็นชัดขึ้นได้ โดยทั่วไปหลังจากผ่านไป 5-7 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมตามปกติได้อย่างปลอดภัยครับ

Q. ตอนนี้หน้าดูแปลก ๆ เพราะอาการบวม เมื่อเวลาผ่านไปจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นไหมคะ?

A. ทันทีหลังทำเสร็จ ใบหน้าอาจจะดูบวมกว่าปกติหรือดูไม่ค่อยเท่ากันเนื่องจากอาการบวมน้ำได้ครับ ซึ่งปกติแล้วเมื่ออาการบวมค่อย ๆ ยุบลงในไม่กี่วัน รูปหน้าก็จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังเห็นความไม่สมมาตรอย่างชัดเจน หรือคลำเจอก้อนเนื้อแข็ง ๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการเพื่อตรวจเช็กอีกครั้งครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1