• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda (คลื่นไมโครเวฟ) กับ Shurink (HIFU) ส่งความร้อนต่างกันอย่างไร ลงลึกชั้นไหน และเหมาะกับปัญหาแบบใด

เวลาที่สาวๆ กำลังหาข้อมูลเรื่องการยกกระชับหน้า (lifting) มักจะเห็นเครื่อง Onda Lifting และ Shurink ถูกพูดถึงคู่กันบ่อยมาก จนหลายคนสับสนว่าตกลงสองเครื่องนี้คล้ายกัน หรือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง? แถมชื่อก็ฟังดูไม่คุ้นหู พอไปปรึกษาที่คลินิกก็มักจะได้คำตอบว่า "ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน" จนทำเอาเลือกไม่ถูกว่าสรุปแล้วใบหน้าของเราเหมาะกับเครื่องไหนกันแน่

 

ถ้าให้ตอบแบบรวบรัดที่สุด ทั้งสองหัตถการนี้มีวิธีการสร้างความร้อน และระดับความลึกของชั้นผิวที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปที่แตกต่างกันค่ะ โดย Onda จะใช้คลื่นไมโครเวฟ (microwave) ในกลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เพื่อค่อยๆ อุ่นชั้นผิวแท้ส่วนลึกและชั้นไขมันให้ร้อนขึ้นอย่างอ่อนโยน ส่วน Shurink จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจงเน้นลงลึกเป็นจุดๆ ไปจนถึงชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง (SMAS) ดังนั้น วิธีเลือกจึงขึ้นอยู่กับความกังวลของคุณว่ากำลังกังวลเรื่อง "ไขมันหย่อนคล้อยและสูญเสียปริมาตรแก้ม" หรือกังวลเรื่อง "การปรับรูปหน้าและริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์" ค่ะ

 

> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจเรื่อง:

  • หลักการทำงานในการสร้างพลังงานความร้อนของ Onda และ Shurink

  • เหตุผลที่ทั้งสองหัตถการส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวต่างกัน

  • การประเมินปัญหาผิวตัวเองว่าเหมาะกับการเน้นเรื่องไขมัน/ปริมาตรผิว หรือเน้นเรื่องกรอบหน้า/ความยืดหยุ่น

  • ขั้นตอนการทำหัตถการและการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นหลังทำจริง

 

ทำไม Onda และ Shurink ถึงมักถูกนำมาเปรียบเทียบกันบ่อยๆ

สาเหตุที่ Onda และ Shurink มักจะถูกพูดถึงคู่กันบ่อยๆ เป็นเพราะว่าทั้งสองหัตถการมีจุดมุ่งหมายหลักเดียวกันคือ "การส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ใต้ชั้นผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน" เมื่อความร้อนส่งไปถึงชั้นผิวแท้ คอลลาเจนเดิมจะหดตัวทันที และในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ สร้างขึ้น ทำให้ผิวกลับมายืดหยุ่นและตึงกระชับ หากดูจากการสังเกตการณ์ทางเนื้อเยื่อวิทยาพบว่า เมื่อความร้อนจากคลื่นความถี่สูง (RF) เข้าไปอุ่นชั้นผิวแท้ คอลลาเจนจะกระชับตัวขึ้นทันที และจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 4-6 สัปดาห์ถัดมา ซึ่งช่วยยืนยันหลักการทำงานร่วมกันของการกระตุ้นด้วยความร้อนนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็น "การกระตุ้นด้วยความร้อน" เหมือนกัน แต่ถ้าชนิดของพลังงานที่ใช้สร้างความร้อนต่างกัน ความลึกและรูปแบบการกระจายตัวของความร้อนในชั้นผิวก็จะต่างไปด้วย โดยคลื่นความถี่สูง (RF)* จะเน้นการกระจายความร้อนในวงกว้างเพื่ออุ่นเพิ่มวอลลุ่มผิว ส่วนคลื่นอัลตราซาวนด์จะมีลักษณะการรวมพลังงานลงลึกเฉพาะจุด จึงทำให้ระดับความลึกสัมพัทธ์ที่ลงไปถึงนั้นมีความแตกต่างกันค่ะ

*คลื่นความถี่สูง (RF): เป็นวิธีกระตุ้นความร้อนที่เกิดจากแรงต้านทานเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเนื้อเยื่อ มักใช้ในหัตถการที่ต้องการอุ่นผิวเป็นวงกว้างอย่างอ่อนโยน เช่น Onda Lifting

표피에서 근막층까지, 피부는 여러 층으로 쌓여 있어요


온다와 슈링크, 왜 자꾸 나란히 비교될까요

 

 

ทำไมระดับความลึกที่ความร้อนลงไปถึงจึงต่างกัน

ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดคือพลังงานที่ส่งลงไปใต้ตัวผิวมีลักษณะ "กระจายตัวหรือรวมตัวเป็นจุดเดียว" โดยคลื่นไมโครเวฟ (RF) ของ Onda จะเน้นอุ่นผิวตั้งแต่ชั้นผิวแท้ส่วนลึกไปจนถึงชั้นไขมันเป็นบริเวณค่อนข้างกว้าง จึงเหมาะกับบริเวณที่มีไขมันหย่อนคล้อยสะสมอยู่เยอะ ในทางกลับกัน คลื่นอัลตราซาวนด์ของ Shurink จะเน้นรวบรวมพลังงานลงลึกเป็นจุดเล็กๆ ไปจนถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS)* ใต้ชั้นครึ่งผิวแท้อย่างแม่นยำ จึงมีจุดเด่นในการยกกระชับกรอบหน้าและพยุงผิวให้แน่นขึ้น

*ชั้นพังผืด (SMAS): คือชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างใบหน้า หากชั้นนี้หย่อนคล้อยจะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน ซึ่งการทำยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์จะมุ่งเป้าไปที่ชั้นนี้โดยตรงค่ะ

 

เพื่อความเข้าใจง่าย เราได้สรุปจุดเด่นของทั้งสองหัตถการจำแนกตามหัวข้อดังนี้ค่ะ:

หัวข้อ

Onda Lifting

Shurink

รูปแบบพลังงาน

คลื่นความถี่สูงกลุ่มไมโครเวฟ (RF)

คลื่นอัลตราซาวนด์ (HIFU)

การกระจายความร้อน

กระจายตัวกว้างเพื่ออุ่นเพิ่มวอลลุ่ม

โฟกัสรวมศูนย์เป็นจุดเดียว

ชั้นผิวเป้าหมายหลัก

ผิวแท้ชั้นลึก / ไขมันใต้ผิวหนัง

ผิวแท้ ไปจนถึงชั้นพังผืด (SMAS)

ปัญหาผิวที่เหมาะสม

แก้มหย่อนคล้อย / ไขมันส่วนเกิน

ริ้วรอยแก้ม-มุมปากตก / กรอบหน้าไม่ชัด

ความรู้สึกขณะทำ

รู้สึกอุ่นๆ สบายผิวอย่างต่อเนื่อง

รู้สึกจี๊ดๆ อุ่นๆ เฉพาะจุดเป็นจังหวะ

หลักการทำงานที่พลังงานอัลตราซาวนด์ส่งตรงลึกไปถึงชั้น SMAS ได้ผลลัพธ์ที่ดียังถูกอธิบายในลักษณะเดียวกันในบทความรีวิวสรุปว่า คลื่นพลังงานอัลตราซาวนด์จะโฟกัสที่ระดับความลึกเฉพาะของผิวเพื่อทำให้คอลลาเจนในชั้นผิวแท้และชั้นพังผืดหดตัวกระชับขึ้น ดังนั้น แทนที่จะเทียบว่าเครื่องไหนดีกว่ากันจากแค่ "ความลึก" ของเครื่องเพียงอย่างเดียว การประเมินปัญหาก่อนว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ชั้นผิวไหนจะช่วยให้เลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดและได้ผลจริงมากกว่าค่ะ

온다와 슈링크가 주로 데우는 피부 깊이(mm)


열이 닿는 깊이 차이는 왜 생길까요

 

 

ปัญหาผิวแบบนี้เลือก Onda, ปัญหาผิวแบบนี้เลือก Shurink

หลังจากเข้าใจเรื่องความลึกในการส่งพลังงานแล้ว ทีนี้มาลองดูปัญหาผิวของคุณเพื่อเปรียบเทียบกันดีกว่าค่ะ แม้ว่าจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่แบ่งแยกชัดเจน 100% แต่สามารถใช้แนวทางคร่าวๆ เหล่านี้ในการประกอบการตัดสินใจได้เลย:

  • รู้สึกแก้มย้อยหรือไขมันใต้คาง (เหนียง) หย่อนคล้อย — แนะนำ Onda ที่เน้นกระจายความร้อนกว้างจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

  • เวลาอ้าปากหรือยิ้มแล้วเห็นร่องแก้ม ร่องน้ำหมากชัดเจน — แนะนำ Shurink ที่โดดเด่นเรื่องการกระชับชั้นพยุงโครงสร้างผิว

  • ชอบความรู้สึกสบายๆ ไม่เจ็บขณะทำ — ความอุ่นสบายอย่างอ่อนโยนของ Onda จะช่วยให้ผ่อนคลายได้มากกว่า

  • อยากเห็นผลลัพธ์กรอบหน้าตึงกระชับชัดเจนทันที — ความร้อนแบบจับเฉพาะจุดของ Shurink จะให้ความรู้สึกยกกระชับที่ตรงไปตรงมากว่า

  • มีทั้งปัญหาไขมันหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่เป๊ะผสมกัน — สามารถวางแผนแบ่งช่วงเวลาเพื่อรักษาด้วยทั้งสองหัตถการควบคู่กันได้ค่ะ

หัตถการทั้งสองมีระยะพักฟื้นน้อยมากจนสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีหลังทำเสร็จ ดังนั้น แทนที่จะกังวลเรื่องของอาการบวมหรือรอยแดง (downtime) นานๆ การเลือกใช้เครื่องที่ตอบโจทย์กับปัญหาในแต่ละชั้นผิวของคุณจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้สูงสุดค่ะ


이런 고민이면 온다, 이런 고민이면 슈링크

 

 

ทำไมต้องเลือกมาทำที่ Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้เริ่มจากการยัดเยียดแพ็กเกจหัตถการให้คนไข้ แต่เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาความหย่อนคล้อยในปัจจุบันเกิดขึ้นที่ชั้นผิวใดมากที่สุด แม้จะเป็นการทำ Onda หรือ Shurink เหมือนกัน แต่ด้วยปริมาณไขมันบนใบหน้าและทิศทางการหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคลที่ต่างกัน เราจึงต้องตรวจวิเคราะห์โครงหน้าของแต่ละคนเพื่อแนะนำว่าควรเลือกทำหัตถการใดจึงจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด หรือควรทำร่วมกันอย่างไร คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินเท้ามาได้สะดวก จึงเอื้อต่อการนัดหมายและเข้ามาติดตามผลการรักษาหลังทำเพื่อปรับแผนการดูแลในครั้งถัดไปได้อย่างใกล้ชิดค่ะ


왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

ขั้นตอนการทำและการดูแลผิวหลังทำเป็นอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนแรกของทั้งสองหัตถการจะเริ่มจากการล้างหน้าและเข้าพบคุณหมอเพื่อรับคำปรึกษา สำหรับ Onda หลังจากทาเจลแล้วจะใช้หัวเครื่องลากถูเบาๆ เพื่อส่งผ่านความร้อนเฉลี่ยทั่วใบหน้า ส่วน Shurink จะยิงพลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกเฉพาะจุดตามตำแหน่งหัวใจสำคัญของใบหน้า ระยะเวลาในการทำจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำค่ะ

  • ทันทีหลังทำ — อาจรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวหรือมีรอยแดงเล็กน้อยชั่วคราว แต่ปกติแล้วจะหายไปเองในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ

  • ในวันเดียวกัน — สามารถล้างหน้าและทาครีมบำรุงผิวรวมถึงแต่งหน้าได้ตามปกติ

  • ช่วง 1~2 วันแรก — แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และควรงดการเข้าซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักๆ ชั่วคราว

  • สัปดาห์ที่ 2~4 — จะเริ่มรู้สึกว่าผิวมีความยืดหยุ่นและเด้งฟูขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่

  • เดือนที่ 2~3 — จะเป็นช่วงเวลาที่ผลลัพธ์แห่งความตึงกระชับนั้นเข้าที่และเห็นผลชัดเจนที่สุดค่ะ

หากมีอาการหน้าแดงหรืออุ่นร้อนติดต่อกันเกินวัน หรือมีอาการระบมเมื่อกดทับเฉพาะจุด แนะนำให้ติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ออกแบบการรักษาเพื่อความปลอดภัยค่ะ เนื่องจากบทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วๆ ไป การพิจารณาเลือกหัตถการที่ตรงกับเรามากที่สุดจึงควรเป็นการตัดสินใจจากการร่วมประเมินกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ


시술 과정과 회복은 어떻게 흘러가나요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สามารถทำ Onda พร้อมกับ Shurink ร่วมกันได้ไหมคะ?

 

A. ในกรณีที่มีปัญหาทั้งไขมันส่วนเกินและความหย่อนคล้อยของกรอบหน้าควบคู่กัน สามารถจัดแผนรักษาโดยแบ่งช่วงทำสลับกันได้ค่ะ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและหลีกเลี่ยงการสะสมความร้อนส่วนเกินใต้ผิวในวันเดียวกัน แนะนำให้ตรวจสภาพผิวและปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเพื่อออกแบบลำดับและระยะเวลาเว้นช่วงที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

 

Q. ระหว่างสองเครื่องนี้ เครื่องไหนเจ็บกว่ากันคะ?

 

A. สัมผัสความเจ็บจะแตกต่างกันค่ะ Onda จะเป็นความรู้สึกอุ่นร้อนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกสบายผิวและผ่อนคลายขณะทำ ในขณะที่ Shurink จะเป็นการยิงจี้พลังงานลงลึกเฉพาะจุด จึงอาจจะทำให้รู้สึกจี๊ดๆ ลึกๆ ได้มากกว่า เนื่องจากระดับความอดทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน หากกังวลสามารถขอให้แพทย์ปรับระดับพลังงานหรือทายาชา/ประคบเย็นเพิ่มได้ค่ะ

 

Q. จะเห็นผลชัดเจนที่สุดตอนไหนคะ?

 

A. แม้จะเริ่มรู้สึกกระชับขึ้นได้บ้างทันทีหลังทำ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดจะเกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 2-3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนสร้างใหม่เสร็จสมบูรณ์และเข้าที่แล้ว ดังนั้น แทนที่จะด่วนตัดสินผลลัพธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แนะนำให้รอดูผลลัพธ์ที่คงตัวหลังผ่านไปประมาณ 2 เดือนนะคะ

 

Q. ทำแค่ครั้งเดียวพอไหม หรือต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้งคะ?

 

A. บางท่านก็รู้สึกพึงพอใจการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำค่ะ แต่สำหรับเคสที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเยอะหรืออยากรักษาระดับความยืดหยุ่นของผิวไว้ตลอด การทำซ้ำในช่วงระยะเวลาทุกๆ ไม่กี่เดือนจะช่วยคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่า แทนที่จะซื้อคอร์สหลายๆ ครั้งตั้งแต่แรก ลูกค้าของ Beautystone สามารถลองทำครั้งแรกเพื่อรอดูผลตอบรับของผิว แล้วค่อยร่วมดีไซน์วันเวลานัดหมายการทำครั้งถัดไปกับทีมแพทย์ได้เลยค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1