• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมหลังทำหัตถการความงามเกี่ยวกับอาหารอย่างไร รวมเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วยดูแลตัวเอง

หลังจากทำหัตถการเสร็จแล้ว หลายคนมักจะเกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่า "ทำไมถึงบวมได้ขนาดนี้" หรือ "เราสามารถลดอาการบวมด้วยการเลือกทานอาหารได้ไหมนะ" เพราะจริงๆ แล้วความรู้สึกบวมเป่งหลังทำนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการใช้ชีวิตในช่วงไม่กี่วันหลังจากนั้นค่อนข้างมากเลยค่ะ

 

ถ้าให้ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ อาการบวมหลังทำหัตถการเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อชั่วคราว และถ้าหากเราทาน โซเดียม เข้าไปเยอะ ร่างกายก็ดึงน้ำไว้มากขึ้น ทำให้อาการบวมหายช้าลงไปอีกค่ะ ดังนั้นการดูแลเรื่องอาหาร โดยเฉพาะการลดอาหารเค็มๆ จึงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการบวมได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ระดับความบวมและความเร็วในการฟื้นตัวนั้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จึงอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องอาหารการกินเพียงอย่างเดียวค่ะ

 

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ

  • กลไกและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมหลังทำหัตถการ

  • ผลกระทบของโซเดียมที่มีต่ออาการบวม

  • วิธีดูแลเรื่องอาหารการกินเพื่อช่วยลดอาการบวม

  • วิธีรับมือเมื่ออาการบวมเป็นนานกว่าที่คิด

 

ทำไมถึงเกิดอาการบวมหลังทำหัตถการกันนะ

อาการบวมเกิดขึ้นเมื่อมีน้ำเข้าไปคั่งอยู่ในช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ ซึ่งเมื่อของเหลวระหว่างเซลล์ (Interstitial fluid)* ในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ผิวของเราดูบวมฉ่งขึ้นมานั่นเองค่ะ เมื่อผิวหนังได้รับความร้อนหรือแรงสั่นสะเทือนจากการทำหัตถการ ในช่วงกระบวนการฟื้นตัว ร่างกายจะปล่อยน้ำจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อชั่วคราว จนแสดงออกมาเป็นอาการบวม หากลองดูข้อมูลทางการแพทย์ที่สรุปไว้ว่า อาการบวมเกิดจากการเพิ่มขึ้นของของเหลวระหว่างเนื้อเยื่อ และเกิดขึ้นเมื่อความดันหลอดเลือด การเคลื่อนตัวของน้ำ และการขับน้ำเหลืองเสียสมดุล ก็จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมหลังทำหัตถการถึงมีอาการบวมขึ้นมาแล้วค่อยๆ ยุบลงไปเองในช่วงไม่กี่วันค่ะ

ของเหลวระหว่างเซลล์ (Interstitial fluid)*: คือของเหลวที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์กับเซลล์ เมื่อปริมาณของเหลวนี้เพิ่มขึ้น บริเวณนั้นจะดูบวม และเมื่อกลับคืนสู่สภาวะสมดุล อาการบวมก็จะยุบลงค่ะ

 

พูดง่ายๆ ก็คือ อาการบวมเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่ร่างกายใช้ในการฟื้นฟูตัวเองหลังจากถูกกระตุ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งความรู้สึกในการฟื้นตัวจะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับว่าน้ำเหล่านี้จะถูกขับออกไปได้เร็วแค่ไหน และนี่คือจุดที่เรื่องอาหารการกินจะเข้ามามีบทบาทสำคัญค่ะ

세포 사이 공간에 물이 고이면서 붓기가 생겨요


시술 후 붓기는 왜 생기는 걸까요

 

 

โซเดียมส่งผลต่ออาการบวมอย่างไรบ้าง

โซเดียมมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความสมดุลของน้ำในร่างกาย หากเราทานอาหารรสจัดหรือรสเค็มมากเกินไป ร่างกายจะพยายามกักเก็บน้ำไว้มากขึ้น ทำให้น้ำคั่งอยู่ในเนื้อเยื่อเป็นเวลานาน หากเราดูข้อมูลทางสรีรวิทยาที่อธิบายว่า เมื่อร่างกายจัดการกับโซเดียม อวัยวะต่างๆ จะทำงานร่วมกันโดยให้ความสำคัญกับการกักเก็บน้ำมากกว่าการขับน้ำออก ก็จะช่วยอธิบายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะว่าทำไมหลังจากทานอาหารเค็มๆ วันรุ่งขึ้นหน้าเราถึงได้ดูบวมกว่าปกติ

ประเภท

พฤติกรรมที่ยิ่งทำให้บวมง่ายขึ้น

พฤติกรรมที่แนะนำช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น

โซเดียม

ซดน้ำซุปเค็มๆ, อาหารแปรรูป, รามยอน (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)

ทานจืดลง, ลดการซดน้ำซุป

น้ำดื่ม

ดื่มน้ำน้อยมากๆ

จิบน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ

โพแทสเซียม

ไม่ค่อยทานผักและผลไม้

เน้นทานผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง

การใช้ชีวิต

นั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ ทั้งวัน

ขยับร่างกายเบาๆ เพื่อช่วยในการไหลเวียน

แน่นอนว่าโซเดียมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดอาการบวมทั้งหมด แต่เพียงแค่คุณพยายามเลี่ยงหรือลดอาหารรสเค็มจัดในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ ก็จะช่วยให้การฟื้นตัวจากอาการบวมนั้นสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ

식이 관리 시 붓기가 가라앉는 흐름


나트륨은 붓기에 어떻게 영향을 줄까요

 

 

ถ้าอยากให้ยุบบวมเร็วๆ ควรดูแลเรื่องอาหารอย่างไรดี

ช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการเป็นช่วงที่ร่างกายกักเก็บน้ำได้ง่ายที่สุด ดังนั้นการใส่ใจเรื่องอาหารเพียงเล็กน้อยก็ช่วยให้ยุบบวมได้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นอดอาหารให้ทรมาน แค่ปรับให้เกิดความสมดุลก็เพียงพอแล้วค่ะ

  • ลดอาหารเค็ม — ลองงดหรือลดน้ำซุป อาหารแปรรูป และกับข้าวรสจัดๆ เพียงแค่ไม่กี่วันก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

  • ดื่มน้ำสม่ำเสมอ — หากร่างกายขาดน้ำ ร่างกายจะยิ่งดักและกักเก็บน้ำเอาไว้มากขึ้น ดังนั้นต้องจิบน้ำเรื่อยๆ นะคะ

  • เน้นโพแทสเซียม — ผักและผลไม้ เช่น กล้วย มันฝรั่ง และผักโขม จะช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีค่ะ

  • ขยับร่างกายเบาๆ — การเดินเล่นหรือยืดเส้นยืดสายเบาๆ จะช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานได้ดี และทำให้ยุบบวมได้เร็วขึ้นค่ะ

แต่หากอาการบวมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าหนึ่งวัน หรือมีอาการปวดลุกเป็นไฟและรู้สึกร้อนผ่าวร่วมด้วย แนะนำให้รีบปรึกษาทีมแพทย์ที่ทำการรักษาเพื่อความปลอดภัยนะคะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นการดูแลตัวเองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในระหว่างการฟื้นฟู ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลคนไข้โดยตรงจะดีที่สุดค่ะ


붓기를 줄이려면 식이를 어떻게 관리하면 좋을까요

 

 

Beautystone สาขาฮับจอง มีวิธีแนะนำการดูแลอาการบวมอย่างไรบ้าง

ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องอาการบวมแบบเหมารวมทั่วไป แต่เราจะอธิบายแนวโน้มการฟื้นตัวและวิธีดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับประเภทหัตถการและสภาพผิวเฉพาะบุคคลของแต่ละท่านค่ะ เนื่องจากแม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ระดับความบวมและการตอบสนองของผิวแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทางเราจึงคอยสังเกตและแนะนำการปรับอาหารการกินรวมถึงไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับแต่ละเคส เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่เดินทางสะดวกจากสถานี Hapjeong เราจึงสามารถดูแลและช่วยปรับกระบวนการฟื้นฟูของคนไข้อย่างใกล้ชิดและประณีตได้ค่ะ


붓기 관리, 합정 뷰티스톤은 어떻게 안내하나요

 

 

เมื่อมีอาการบวมนานหรือบวมมากเกินไป ควรทำอย่างไรดี

โดยปกติแล้ว อาการบวมหลังทำหัตถการส่วนใหญ่จะยุบลงได้เองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันค่ะ แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ แนะนำว่าไม่ควรพึ่งพาแค่การคุมอาหารอย่างเดียว แต่ควรติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการทันทีค่ะ

  • อาการบวมยังคงเดิมแม้จะผ่านไปเกิน 1 สัปดาห์แล้ว — จำเป็นต้องตรวจเช็กหาสาเหตุที่ทำให้แผลหรือผิวฟื้นตัวช้าค่ะ

  • บวมเป่งแค่ข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด — ต้องประเมินการตอบสนองของผิวในแต่ละตำแหน่งอย่างละเอียดค่ะ

  • มีอาการปวด, ร้อนผ่าว หรือ รอยแดงรุนแรงขึ้นร่วมด้วย — นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่การบวมธรรมดาค่ะ

แม้ว่าอาการบวมจะเป็นปฏิกิริยาการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกาย แต่หากบวมนานกว่าปกติหรือบวมรุนแรงผิดปกติ การได้รับตรวจเช็กจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหัตถการให้จะปลอดภัยที่สุดและไม่แนะนำให้วินิจฉัยอาการด้วยตัวเองค่ะ


붓기가 오래가거나 심할 땐 어떻게 하면 좋을까요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ปกติแล้วอาการบวมหลังทำหัตถการจะใช้เวลากี่วันถึงจะยุบลงคะ?

 

A. ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ หากเป็นหัตถการเบาๆ มักจะยุบลงใน 2-3 วัน แต่ถ้าเป็นหัตถการที่มีการระคายเคืองสูงหรือลงลึก อาจใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการค่อยๆ ยุบลง ซึ่งหากดูแลเรื่องอาหารและการใช้ชีวิตร่วมด้วย ก็ช่วยให้รู้สึกสบายผิวและยุบบวมเร็วขึ้นได้ค่ะ

 

Q. การดื่มน้ำมากๆ จะยิ่งทำให้บวมขึ้นกว่าเดิมไหมคะ?

 

A. ในทางตรงกันข้ามเลยค่ะ! หากร่างกายขาดน้ำ ร่างกายจะยิ่งพยายามกักเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อมากขึ้น ทำให้อาการบวมหายช้าลง การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยปรับสมดุลของน้ำในร่างกายและช่วยฟื้นฟูอาการบวมได้ดีขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้จิบบ่อยๆ แทนการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในคราวเดียวนะคะ

 

Q. จำเป็นต้องลดอาหารเค็มมากขนาดไหนคะ?

 

A. ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดงดเกลือหรือทานอาหารจืดสนิท 100% ในช่วงไม่กี่วันหรอกค่ะ แค่พยายามเลี่ยงหรือลดอาหารที่มีโซเดียมสูงมากๆ เช่น น้ำซุป หรืออาหารแปรรูปต่างๆ ลงจากปกติก็เพียงพอแล้วค่ะ ใส่ใจดูแลเป็นพิเศษแค่ช่วง 2-3 วันแรกหลังทำหัตถการ ก็ทำให้การฟื้นตัวจากอาการบวมเบาสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

Q. สามารถทานยาขับปัสสาวะเพื่อให้ยุบบวมเร็วขึ้นได้ไหมคะ?

 

A. ไม่แนะนำให้ซื้อยาขับปัสสาวะมาทานเองโดยเด็ดขาดค่ะ เพราะอาจทำให้สมดุลของน้ำและอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายผิดเพี้ยนไป ซึ่งส่งผลเสียและขัดขวางกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกายได้ค่ะ แนะนำให้เลือกใช้วิธีปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิตก่อน และหากรู้สึกกังวลเรื่องอาการบวมจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหัตถการให้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1