เมื่อบริเวณที่ทำยังบอบบาง ไม่แน่ใจว่าจะไปฟิตเนสได้ไหม สรุปเกณฑ์ตัดสินใจ พร้อมข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
สำหรับเพื่อน ๆ สายเฮลตี้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ พอหลังทำหัตถการผิวมาเสร็จปุ๊บ คำถามยอดฮิตเลยก็คือ "ต้องพักกี่วันนะ?" จะทิ้งยิมไปนาน ๆ ก็เสียดายรูทีน แต่ถ้าจะให้รีบกลับไปเวทเทรนนิ่งจนเหงื่อท่วมหน้า ทั้ง ๆ ที่ผิวหลังทำยังเซนซิทีฟอยู่ ก็แอบกังวลว่าหน้าจะยิ่งแดงหรือบวมฉึ่งขึ้นมา โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Weight Training) ที่ทำให้เหงื่อออก ตัวร้อน และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด (Blood Flow)* นี่ยิ่งกะจังหวะกลับไปเล่นยากไปใหญ่เลยครับ
การไหลเวียนของเลือด*: คือปริมาณและความเร็วของเลือดที่ไหลเวียนตามเส้นเลือด เมื่อเราออกกำลังกาย เลือดจะไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อและผิวหนังมากขึ้น อาจทำให้บริเวณที่ทำหัตถการมารู้สึกแดงและร้อนขึ้นได้ครับ
ถ้าให้ตอบแบบสั้น ๆ การออกกำลังกายไม่ได้ส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูผิวโดยตรง แต่การที่เหงื่อออก ตัวร้อน หรือเลือดสูบฉีดอย่างรวดเร็วทันทีหลังทำเสร็จใหม่ ๆ อาจไปกระตุ้นผิวบริเวณที่ยังบอบบางได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรเช็กประเภทของหัตถการที่ทำร่วมกับสภาพการพึ่งฟื้นตัวของผิวเรา เพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการกลับไปออกกำลังกายครับ บทความนี้ได้รวบรวมเกณฑ์ง่าย ๆ ให้ทุกคนได้ประเมินตัวเองกันดูครับ
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลและเรียบเรียงโดย Beautystone สาขาฮับจอง ครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า
การออกกำลังกายช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นหรือช้าลงกันแน่
ทำไมเหงื่อ ความร้อน และการไหลเวียนของเลือดหลังทำทันที ถึงเป็นปัญหาต่อผิว
ระยะเวลาคร่าว ๆ ที่สามารถกลับไปออกกำลังกายได้ตามประเภทหัตถการ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรหยุดออกกำลังกายแล้วรีบติดต่อคลินิกทันที
การออกกำลังกาย ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วหรือรบกวนผิวกันแน่?
ตอบตรงนี้เลยว่า จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายเยียวยาผิวได้ดีกว่าที่คิดครับ! เพราะการออกกำลังกายในระดับที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดการอักเสบ ซึ่งมีส่วนช่วยให้แผลหรือรอยจากหัตถการหายเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
จาก งานวิจัยในสัตว์เกี่ยวกับการออกกำลังกายกับการสมานแผล พบว่า การออกกำลังกายในระดับปานกลางช่วยเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกัน (M2 macrophages) ที่มีหน้าที่ลดการอักเสบ และช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น โดยกลุ่มที่ออกกำลังกายแผลจะหายไวกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม นี่คืองานวิจัยในสัตว์ทดลองซึ่งอาจไม่ได้ตรงกับคนเราแบบ 100% และคีย์เวิร์ดสำคัญคือต้องเป็นความหนักที่ "พอดี" เท่านั้นครับ สิ่งที่เป็นห่วงคือการออกกำลังกายหนัก ๆ ทันทีหลังทำหัตถการเสร็จใหม่ ๆ ต่างหาก


ปัญหาจริง ๆ คือ "เหงื่อ ความร้อน และการสูบฉีดเลือด" ทันทีหลังทำเสร็จ
ถึงแม้การออกกำลังกายจะดีต่อการฟื้นฟูผิว แต่ "ไทมิ่ง" หลังทำเสร็จทันทีคือสเตจที่ต้องระวังครับ การเวทเทรนนิ่งหนัก ๆ จะทำใหุ้ณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เลือดสูบฉีดแรง และเหงื่อออกมาก ซึ่งอาจระคายเคืองผิวจุดที่ยังไม่แข็งแรงได้ หากเหงื่อโดนแผลสดอาจแสบหรือเสี่ยงติดเชื้อ แถมความร้อนและการไหลเวียนเลือดที่พุ่งสูงยังเพิ่มอาการแดงและบวมได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าผิวมีสะเก็ด* อยู่ ต้องระวังการเช็ดถูหรือเสียดสีเป็นพิเศษเลยครับ
สะเก็ด*: คือเนื้อเยื่อแข็ง ๆ ที่แห้งปกคลุมแผลขณะที่ผิวสัมผัสกำลังฟื้นตัว หากแกะหรือถูแรง ๆ อาจทำให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) หรือแผลเป็นได้ จึงควรปล่อยให้หลุดลอกเองตามธรรมชาติค่
จาก ความเห็นเชิงระบบ (Systematic Review) ในฝั่งมนุษย์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการออกกำลังกายและการเยียวยาบาดแผล ระบุว่า การโหมออกกำลังกายไม่ได้ช่วยเร่งการฟื้นตัวให้เร็วขึ้นเสมอไป และในบางกรณียังพบความเสี่ยงของการเกิดผลกระทบข้างเคียงเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ การออกกำลังกายไม่ได้การันตีว่าจะช่วยให้ผิวหายเร็วขึ้นเสมอไป ในช่วงที่ผิวพึ่งทำเสร็จและเซนซิทีฟมาก ๆ การงดกิจกรรมหนัก ๆ จึงเซฟที่สุดครับ แนะนำให้ลดระดับความหนักลงช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ปรับรูทีนกลับมาหลังผิวเริ่มสงบลงจะดีที่สุด
สั้น ๆ คือ ไม่ได้ห้ามออกกำลังกายเลยซะทีเดียว แต่ให้ปรับความหนักตามระดับความบอบบางของผิวต่อเหงื่อ ความร้อน และการเสียดสี ซึ่งหัตถการแต่ละแบบจะมีระยะเวลาที่ต้องระวังแตกต่างกันไปตามภาพนี้ครับ

แยกตามประเภทหัตถการ: กลับไปออกกำลังกายได้ตอนไหนบ้าง?
ขึ้นอยู่กับว่าหัตถการนั้น ๆ ลงไปลึกระดับไหนของชั้นผิว และทิ้งแผลเปิดไว้ที่ผิวด้านนอกหรือไม่ โดยสามารถแบ่งระดับการประเมินได้คร่าว ๆ ดังนี้ครับ
ประเภทหัตถการ | แผลบริเวณผิวชั้นนอก | ออกกำลังกายเบา ๆ | เวทเทรนนิ่งหนัก ๆ |
|---|---|---|---|
กลุ่มฉีด (Filler / Botox) | แทบไม่มี | ทำได้ค่อนข้างเร็ว | หลังทำ 1-2 วัน |
RF / Ultrasound Lifting (Ulthera, ชูริงค์, อินโหมด) | ไม่มี | หลังจากรอยแดงจางลง | เว้นระยะประมาณ 2-3 วัน |
Laser (ที่มีการผลัดผิว) | อาจมีสะเก็ดแผล | หลังจากสะเก็ดหลุดและผิวสงบ | เว้นระยะยาวหน่อยเพื่อความชัวร์ |
หัตถการที่มีแผลกรีด หรือร้อยไหม | มีแผลแน่นอน | อิงตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก | หลังจากแผลหายสนิท |
*ตารางนี้อิงตามเกณฑ์ทั่วไปเท่านั้น ระยะเวลาจริงจะแปรผันตามความเข้มข้นของการรักษาและความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะหัตถการที่ทิ้งรอยแผลหรือมีสะเก็ดบนผิวหน้า แนะนำให้เว้นระยะให้นานหน่อยเพื่อความปลอดภัย และควรปรึกษาคลินิกที่ทำมาโดยตรงจะได้คำตอบที่เป๊ะที่สุดครับ
การสังเกตว่ารอยแดงและความเซนซิทีฟของผิวลดลงเร็วแค่ไหน จะช่วยให้คุณประเมินได้ง่ายขึ้นว่าควรเพิ่มระดับความหนักในการออกกำลังกายได้ตอนไหน โดยทั่วไประยะเวลาฟื้นตัวจะมีแนวโน้มตามกราฟนี้ครับ


ทำไมสายสปอร์ตถึงประทับใจ Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้แค่สั่งคนไข้แบบเหมารวมว่า "ห้ามออกกำลังกายเด็ดขาดกี่วัน ๆ" แต่เราจะลงรายละเอียดว่าคนไข้ทำโปรแกรมอะไรมา และปกติออกกำลังกายหนักหน่วงแค่ไหน เพราะถึงแม้จะทำแบบเดียวกัน แต่การเดินเล่นเบา ๆ กับการยกเวทหน่วง ๆ ส่งผลต่อผิวต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราจึงจัดแผนดูแลหลังทำหัตถการและคำแนะนำในการปรับระดับการออกกำลังกายให้แบบเฉพาะบุคคล เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นใกล้สถานีฮับจอง แพทย์จึงสามารถประเมินผลการฟื้นตัวและร่วมคุยเรื่องตารางออกกำลังกายกับคนไข้รายบุคคลได้อย่างละเอียดครับ

สัญญาณเตือนที่ต้องหยุดออกกำลังกายและรีบพบแพทย์
แม้จะกลับไปเริ่มออกกำลังกายแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสภาพผิวอยู่เสมอนะครับ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบหยุดคลาสและปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ
ระหว่างหรือหลังออกกำลังกาย ผิวบริเวณที่ทำมีรอยแดงมากอย่างผิดปกติหรือบวมเป่งขึ้นมา
เมื่อเหงื่อโดนตรงผิวที่ทำแล้วรู้สึกแสบมาก หรือสังเกตเห็นน้ำเหลืองซึม — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
สะเก็ดแผลหลุดก่อนเวลาอันควรจากการเสียดสี หรือมีเลือดซึมออกมา
อาการเจ็บระบมที่เคยหายไปแล้ว กลับมาปวดรุนแรงขึ้นหลังจากออกกำลังกาย
หากเจออาการเหล่านี้ อย่าลืมรักษาหรือทนไปเองคิดว่าแค่เหนื่อยจากการออกกำลังกายธรรมดา ๆ นะครับ รีบแจ้งคลินิกที่ทำมาตรวจสอบจะดีที่สุด เนื่องจากระยะการฟื้นตัวรวมถึงรูปแบบการทำงานของร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน บทความนี้ให้ความรู้ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นหลัก หากอยากเพิ่มความมั่นใจ ควรปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำไมดูแค่จำนวนวันแล้วไปยิมเลยถึงไม่ดีคะ?
A. ความเร็วในการฟื้นตัวต่างกันไปในแต่ละคนครับ แม้จะผ่านไป 3 วันเท่ากัน บางคนรอยแดงยุบแล้ว บางคนยังไวต่อการสัมผัสอยู่ วันที่ผ่านไปเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง ควรดูรอยแดง สะเก็ด และความรู้สึกเจ็บของบริเวณนั้นในวันนั้นๆ ประกอบการตัดสินใจจะปลอดภัยกว่าครับ ถ้ารอยแดงจางลงกว่าเมื่อวานลองเริ่มเบาๆ ได้ แต่ถ้ายังเหมือนเดิมหรือแย่ลงให้เลื่อนออกไปก่อนครับ
Q. ถ้าเริ่มจากคาร์ดิโอเบาๆ ก่อน จะกลับไปเล่นเวทได้เมื่อไหร่คะ?
A. ถ้ารอยแดงและความไวต่อการสัมผัสลดลงแล้ว แนะนำให้เริ่มจากคาร์ดิโอเบาๆ หรือยืดเหยียดก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความหนักตามการตอบสนองของผิวครับ ส่วนเวทหนักๆ ที่ใช้แรงมากและเหงื่อออกเยอะ ควรเก็บไว้เป็นลำดับสุดท้าย หากบริเวณที่ทำแดงหรือเจ็บขึ้น ให้ลดความหนักลงและสอบถามคลินิกที่ทำครับ
Q. ระหว่างออกกำลังกาย เหงื่อไหลผ่านบริเวณที่ทำ ควรทำอย่างไรคะ?
A. อย่าถูแรงๆ ให้ซับเบาๆ หรือล้างออกอย่างนุ่มนวลครับ หากเหงื่อสัมผัสบริเวณที่ยังไม่หายดีหรือมีสะเก็ดอยู่ อาจทำให้แสบหรือเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น ดังนั้นยิ่งเป็นหัตถการที่มีการกระตุ้นผิวชั้นนอก ยิ่งควรเลื่อนการออกกำลังกายที่เหงื่อออกเยอะไปจนกว่าบริเวณนั้นจะสงบลงครับ
Q. ถ้าลดความหนักแล้วออกกำลังกายที่บ้านแทนไปยิม ได้ไหมคะ?
A. หากเป็นการออกกำลังกายที่เหงื่อและแรงเสียดสีไปถึงบริเวณที่ทำน้อย สามารถลดความหนักแล้วทำที่บ้านแทนได้ครับ ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ต้องเกร็งใบหน้าหรือคอมากๆ หรือท่าที่ก้มตัวจนมีแรงกดบริเวณนั้น เลือกเป็นการเดินเบาๆ หรือยืดเหยียดส่วนล่างที่ไม่กระทบบริเวณที่ทำแทนครับ หากรอยแดงขึ้นมาให้หยุดทันทีครับ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ Hip dip รูปก่อน-หลัง ดูยังไงว่าสาเหตุเหมือนสะโพกเรา?

ร่างกาย
Potenza ต้องห่างกันกี่สัปดาห์ ร่นเป็น 2 สัปดาห์หรือเว้น 2 เดือนได้ไหม?

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ผิว
เลเซอร์ลดเม็ดสีริมฝีปาก ปากคล้ำแบบเราจะจางลงได้ไหมนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชาย ทำครั้งแรก หน้าผากแบบไหนถึงเหมาะ?






