• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน? ฉีดซ้ำตอนไหน

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน? ฉีดซ้ำตอนไหน

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน? ฉีดซ้ำตอนไหน

Sculptra อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดซ้ำตอนไหน? หลักการกระตุ้นคอลลาเจน จำนวนครั้งต่อคน

เวลาที่สาว ๆ สนใจทำ Sculptra สิ่งแรกที่มักจะเกิดคำถามขึ้นมาในใจก็คือ "ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหน?" หรือ "ที่เขาว่ากันว่าอยู่นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปนี่จริงไหม?" เพราะเรื่องของระยะเวลาผลลัพธ์นั้นสำคัญมากในการช่วยคำนวณงบประมาณและจำนวนครั้งในการทำครับ

หากตอบแบบสั้น ๆ Sculptra ไม่ใช่การฉีดเพื่อเติมเต็มปริมาตรให้คงอยู่ตรงนั้นทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่เป็นหัตถการที่มีกระบวนการทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยคอลลาเจนจะค่อย ๆ สร้างขึ้นมาและค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปครับ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนผลลัพธ์ถึงจะเริ่มเข้าที่ และหลังจากนั้นจะคงอยู่ได้ยาวนานเกือบ 2 ปีเลยครับ อย่างไรก็ตาม อาจจะมีข้อมูลที่พูดเกินจริงไปบ้างว่า "อยู่ได้กึ่งถาวร" หรือ "ทำครั้งเดียวจบ" ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสร้างและลดลงของคอลลาเจนตามความเป็นจริง จะช่วยให้เราวางแผนช่วงเวลาในการกลับมาทำซ้ำได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ

สิ่งที่คุณจะได้รู้จากบทความนี้

  • ทำความเข้าใจหลักการสร้างวอลลุ่มของ Sculptra ว่าแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

  • ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน

  • สามารถประเมินแนวโน้มการลดลงของผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรกลับมาทำซ้ำได้

  • เข้าใจเหตุผลว่าทำไมจำนวนครั้งและระยะห่างในการทำในแต่ละเคสถึงแตกต่างกัน

 

หลักการสร้างวอลลุ่มของ Sculptra ไม่ใช่การเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรงนะครับ

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ฉีดแล้วจะเข้าไปเติมเต็มบริเวณนั้นทันทีเหมือนฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันครับ แต่มีส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) ซึ่งหลังจากฉีดเข้าไปแล้ว ในขณะที่ตัวยาสลายไปตามธรรมชาติ มันจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองในบริเวณนั้น ดังนั้น ผลลัพธ์จึงจะค่อย ๆ เผยให้เห็นวอลลุ่มที่ดูอิ่มเอิบขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะเวลาไม่กี่เดือนครับ

*สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Stimulator): แทนที่จะเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ตรงนั้นโดยตรง แต่เป็นสารที่ช่วยเหนี่ยวนำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง โดยจะค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกับส่งสัญญาญกระตุ้น ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ดูเต็มและอิ่มฟูขึ้นครับ

หากเราดูคำอธิบายที่ว่า สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เป็นสารชีวภาพที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และมักจะแนะนำให้เข้ามาดูแลรักษาเป็นรอบทุก ๆ 1 ปีเพื่อคงผลลัพธ์ไว้นั้น จะช่วยตอบคำถามได้ชัดเจนเลยครับว่า ทำไม Sculptra ถึงเป็นหัตถการที่เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะเห็นผลทันทีหลังทำ ส่วนที่เห็นว่าใบหน้าดูอิ่มฟูขึ้นทันทีหลังฉีดนั้นเป็นเพราะปริมาณน้ำที่สลายตัวได้ซึ่งใช้ผสมตัวยา และเมื่ออาการบวมน้ำเหล่านี้ยุบลงไป ในช่วงแรกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากนั้นคอลลาเจนจริง ๆ จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาและเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้าครับ

ภาพการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง

ด้วยหลักการทำงานนี้ การทำ Sculptra จึงไม่ควรมุ่งหวังที่จะเห็นผลลัพธ์แบบรวดเร็วในครั้งเดียว แต่ควรเข้าถึงด้วยวิธีแบ่งฉีดเป็นรอบ ๆ เพื่อค่อย ๆ สะสมคอลลาเจนขึ้นมาทีละสเต็ปอย่างเป็นธรรมชาติครับ

หลักการสร้างวอลลุ่มของ Sculptra ไม่ใช่การเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรงนะครับ

 

 

ระยะเวลาคงผลลัพธ์ แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

แม้จะเป็นหัตถการที่เน้นเพิ่มวอลลุ่มเหมือนกัน แต่ระยะเวลาการคงผลลัพธ์และกลไกการทำงานจะแตกต่างกันไปตามส่วนผสมครับ ลองมาเปรียบเทียบหัตถการงานผิวและงานสร้างวอลลุ่มยอดนิยมกันชัด ๆ เลยดีกว่าครับ

ประเภท

กลไกการทำงาน

เวลาที่เริ่มเห็นผล

ระยะเวลาคงผลลัพธ์

Sculptra

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

หลังทำ 2 - 3 เดือน

ยาวนานเกือบ 2 ปี

Hyaluronic Acid Filler

เข้าไปเติมเต็มปริมาตรในบริเวณนั้นโดยตรง

ทันที

6 เดือน - 1 ปี

Skin booster (คอลลาเจนบูสเตอร์)

ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนร่วมด้วย

หลังทำ 1 - 2 เดือน

ประมาณ 1 ปี

ฉีดไขมัน (Fat Grafting)

ฉีดไขมันของตัวเองเข้าไปเติมเต็ม

ทันที - 2-3 สัปดาห์

ระยะยาว (หากไขมันปลูกติดดี)

ข้อมูลในตารางนี้เป็นเกณฑ์โดยทั่วไปครับ สภาพผิวจริงของแต่ละบุคคล บริเวณที่ฉีด และความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของร่างกายจะมีผลต่อระยะเวลาลัพธ์เฉลี่ยของแต่ละคนครับ ส่วนเหตุผลที่ทำให้ Sculptra ได้รับการยอมรับว่าอยู่ได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป นั่นเป็นเพราะผลลัพธ์ที่ได้มาจาก "คอลลาเจนจริง ๆ ของตัวเราเอง" ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่สารเติมเต็มภายนอกที่รอวันสลายไป ดังนั้น หากคุณปรารถนาผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงทันทีทันใด ฟิลเลอร์แบบ Hyaluronic Acid อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติและดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว Sculptra คือคำตอบที่ใช่เลยครับ

ระยะเวลาคงผลลัพธ์ แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

 

 

แนวโน้มการลดลงของผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรกลับมาฉีดซ้ำ

เนื่องจาก Sculptra ไม่ใช่สิ่งกึ่งถาวร คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จึงจะค่อย ๆ สลายและลดลงไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปครับ หากเราเขียนกราฟระดับความอิ่มฟูและการลดลงของสมดุลผิว จะได้เส้นโค้งประมาณนี้ครับ

ระดับการคงอยู่ของวอลลุ่มตามจำนวนเดือนหลังทำหัตถการ

ช่วงสองสามเดือนแรกจะเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกสร้างขึ้นอย่างขะมักเขม้น ทำให้ใบหน้าค่อย ๆ อิ่มฟู และผลลัพธ์จะอยู่ในช่วงที่สวยและคงตัวที่สุดในช่วงประมาณ 1 ปีหลังทำครับ หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะใกล้ ๆ 2 ปี คอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ ซึ่งการกลับมาฉีดเติมเต็มอีกครั้งก่อนที่คอลลาเจนเก่าจะสลายไปจนหมด จะช่วยคงความอิ่มฟูของใบหน้าให้อยู่กับเราได้อย่างต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้นครับ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอเพื่อประเมินช่วงเวลาในการทำซ้ำตั้งแต่เริ่มรู้สึกว่าความอิ่มฟูเริ่มลดลงเล็กน้อย เพื่อการรักษาผลลัพธ์ให้อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด และหากรู้สึกว่าระยะเวลาคงผลลัพธ์ของตัวเองแตกต่างจากระยะเวลาแนะนำทั่วไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัยและไม่ควรประเมินเองนะครับ

แนวโน้มการลดลงของผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรกลับมาฉีดซ้ำ

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้มอง Sculptra เป็นเพียงแค่การฉีดเสร็จในครั้งเดียว แต่เราดูแลคุณแบบองค์รวมไปถึงกระบวนการสร้างและคงอยู่ของคอลลาเจนในระยะยาวครับ เพราะปริมาณยาและจำนวนครั้งที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างและระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้าในแต่ละบุคคล เราจึงประเมินความบาลานซ์ของทั่วทั้งใบหน้า เพื่อดีไซน์การแบ่งฉีดในแต่ละจุดอย่างละเอียด และเนื่องจาก Sculptra เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยเวลาในการเห็นผล การแพลนคิวสำหรับรอบถัดไปหรือช่วงเวลาเติมคอลลาเจนจึงควรปรับเปลี่ยนตามการพัฒนารวมถึงการตอบสนองของผิวแต่ละท่านครับ ด้วยความที่เราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงสามารถดูแลใส่ใจคนไข้ทุก ๆ ท่านได้อย่างใกล้ชิด ค่อย ๆ ติดตามผลการสร้างคอลลาเจนอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและตรงใจที่สุดครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

เหตุผลที่จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำของแต่ละเคสแตกต่างกัน

การทำ Sculptra ไม่มีจำนวนครั้งสำเร็จรูปที่ตายตัวสำหรับทุกคนครับ แต่จะออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละท่าน โดยปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งมีดังนี้ครับ

  • ระดับความตอบและหย่อนคล้อยของใบหน้า — หากมีแก้มตอบหรือร่องลึกมาก อาจจำเป็นต้องแบ่งฉีดหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ เติมเต็มทีละชั้นครับ

  • อายุและความสามารถในการสร้างคอลลาเจน — ในเคสที่อายุเยอะขึ้นหรือประสิทธิภาพการผลิตคอลลาเจนลดลง อาจจำเป็นต้องใช้ปริมาณตัวยาหรือจำนวนครั้งที่มากขึ้นครับ

  • ระดับความอิ่มฟูที่ต้องการ — ดีไซน์การรักษาจะแตกต่างกันไปตามความต้องการของคนไข้ ว่าอยากได้ลุคที่เน้นปรับรูปหน้าให้ใบหน้าดูละมุนขึ้นตามธรรมชาติ หรือต้องการวอลลุ่มที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

  • ระยะห่างในการทำคำนวณอย่างไร — โดยปกติจะเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือนขึ้นไป เพื่อเช็กปฏิกิริยาการตอบสนองและการสร้างคอลลาเจนของผิว ก่อนที่จะพิจารณาและวางแผนทำในรอบถัดไปครับ

เพราะการปรับแต่งตามระดับปัญหาและประสิทธิภาพผิวของแต่ละบุคคลจะให้ผลลัพธ์ที่สวยละมุนสมจริงที่สุดครับ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น การประเมินความเหมาะสม จำนวนครั้ง และระยะเวลาที่แม่นยำที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะครับ

เหตุผลที่จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำของแต่ละเคสแตกต่างกัน

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีด Sculptra ปุ๊บ จะมองเห็นวอลลุ่มใบหน้าอิ่มฟูขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

A. หลังจากฉีดเสร็จทันที ใบหน้าอาจจะดูเต่งตึงอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากปริมาตรน้ำของตัวยาที่สลายตัวได้ และเมื่ออาการบวมน้ำนี้ยุบตัวลงในช่วงแรก ผลลัพธ์อาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนนักครับ คอลลาเจนจริง ๆ จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นและเติมเต็มผิวในระยะเวลาไม่กี่เดือนต่อมา โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นหลังทำประมาณ 2-3 เดือนครับ หากคนไข้ต้องการเห็นผลลัพธ์ในทันที การทำฟิลเลอร์ประเภทอื่นอาจจะตอบโจทย์มากกว่าครับ

Q. เห็นบอกว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานเกือบ 2 ปี แบบนี้มาฉีดแค่ครั้งเดียวพอได้ไหมคะ?

A. แม้ว่า Sculptra จะมีระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ที่ยาวนาน แต่เพื่อการกระตุ้นและสะสมคอลลาเจนให้อิ่มฟูอย่างสมบูรณ์แบบและเข้าที่สวยงาม โดยทั่วไปแนะนำให้เข้ามารับบริการแบ่งฉีดต่อเนื่องตามโปรแกรมครับ ทั้งนี้ ปริมาณและรอบการรักษาจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและความคาดหวังของแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามารับการปรึกษาเพื่อประเมินจำนวนครั้งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณครับ อย่างไรก็ดี บางเคสที่ปัญหาไม่เยอะมาก การรักษาเพียงครั้งเดียวก็อาจเพียงพอเช่นกันครับ

Q. ถ้าก่อนหน้านี้เคยฉีดฟิลเลอร์ตัวอื่นมา จะเปลี่ยนมาทำ Sculptra ได้ไหมคะ?

A. สามารถทำได้ครับ แต่การวางแผนจะขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์เดิมและบริเวณที่เคยฉีดมาก่อน เนื่องจากฟิลเลอร์เนื้อปกติ (HA) และ Sculptra มีการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงจำเป็นต้องประเมินสภาพผิวและวอลลุ่มปัจจุบันอย่างรอบคอบเพื่อดีไซน์การรักษาขั้นต่อไปครับ รบกวนแจ้งประวัติการทำหัตถการหน้าอย่างละเอียดให้คุณหมอทราบตอนปรึกษา เพื่อที่คุณหมอจะได้แนะนำวิธีและช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้นะครับ

Q. ต้องรอให้คอลลาเจนสลายตัวไปหมดก่อน ถึงจะกลับมาฉีดซ้ำได้ใช่ไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดเกลี้ยงเลยครับ การกลับมาเติมในช่วงที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มลดความอิ่มฟูลง จะช่วยรักษาและคงความอ่อนเยาว์ให้ผิวดูฟูยาวนานต่อเนื่องและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ โดยทั่วไปมักจะกลับมาประเมินเพื่อทำซ้ำในช่วง 1-2 ปีหลังทำครั้งแรกครับ ทั้งนี้ แนะนำให้ร่วมวางแผนกับทางคุณหมอโดยการสังเกตการเปลี่ยนแปลงผิวของตัวเองดีที่สุดครับ

 

บทความที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1