Re2O กับ CellREDM ต่างกันที่ตำแหน่งใช้มากกว่าสเปก เลือกตามจุดใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ และราคา
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ถ้ากำลังลังเลว่าจะเลือก Re2O หรือ CellREDM ดี ก่อนจะนำสเปกของทั้งสองตัวมาเทียบกันทีละบรรทัด ลองตัดสินใจก่อนว่าจะใช้กับบริเวณไหนจะเร็วกว่า เพราะทั้งสองตัวอยู่ในกลุ่มเดียวกัน คุณสมบัติจึงไม่ต่างกันมากนัก สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริง ๆ คือบริเวณที่ฉีดและจุดประสงค์ในการใช้ต่างหาก
บทความนี้จะพาไปดูตามลำดับ ตั้งแต่จุดที่ทั้งสองผลิตภัณฑ์แตกต่างกันจริง ๆ เหตุผลที่คำตอบเปลี่ยนไปตามบริเวณอย่างใต้ตา ร่องแก้ม หรือขมับ สิ่งที่ควรเช็กเมื่อกังวลเรื่องความเจ็บ ไปจนถึงจังหวะที่ควรเลือกกลุ่มนี้แทนสกินบูสเตอร์ตัวอื่น
CellREDM กับ Re2O จุดที่แตกต่างกันจริง ๆ อยู่ตรงไหน
ทั้งสองตัวเป็นกลุ่มที่นำโครงสร้างโปรตีนซึ่งเหลือจากการกำจัดเซลล์ออกจากผิวมนุษย์มาฉีดเข้าไป เนื้อเยื่อที่เหลือแต่ส่วนประกอบอย่างคอลลาเจน อีลาสติน และไกลโคซามิโนไกลแคน (GAGs) ซึ่งช่วยพยุงความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และโครงสร้างของผิว เรียกว่าเมทริกซ์นอกเซลล์ (ECM คือโครงร่างตาข่ายที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์) มองง่าย ๆ ว่าเป็นการเติมส่วนนี้กลับเข้าไปตรง ๆ นั่นเอง
ในวงการผิวหนังถือเป็นหมวดที่ค่อนข้างใหม่ แต่ตัวเนื้อเยื่อเองไม่ใช่ของใหม่เลย ในวงการศัลยกรรมตกแต่งมีการใช้ผิวหนังชั้นหนังแท้จากผู้บริจาคมาหลายสิบปีแล้ว ทั้งในการสร้างเสริมผิวจากแผลไฟไหม้หรือป้องกันไม่ให้เห็นขอบวัสดุในการผ่าตัดจมูกและหน้าอก สกินบูสเตอร์คือการขยายขอบเขตการใช้งานไปสู่การฟื้นฟูผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นนั่นเอง
รายการ | CellREDM | Re2O |
|---|---|---|
ขนาดอนุภาค | ประมาณ 75µm | ประมาณ 100µm |
ปริมาณ ECM | 160 มก. | 150 มก. |
ผู้ผลิต/จำหน่าย | ผลิตโดย Hans Biomed | ผลิตโดย L&C Bio จำหน่ายโดย Humedix |
จุดเด่น | ได้รับการรับรอง AATB (สมาคมธนาคารเนื้อเยื่อแห่งสหรัฐอเมริกา) เป็นรายแรกในเกาหลี | เป็นผลิตภัณฑ์ต้นตำรับที่มีเคสทางคลินิกสะสมมามาก |
ตัวเลขในตารางที่ควรสังเกตมีสองตัว ขนาดอนุภาคจะเชื่อมโยงไปถึงว่าใช้เข็มขนาดเล็กสุดได้เท่าไร ส่วนปริมาณ ECM จะเชื่อมโยงไปถึงปริมาณโครงสร้างโปรตีนที่เข้าไปในแต่ละครั้ง ตัวเลขสองตัวนี้แหละที่อธิบายเรื่องการเลือกบริเวณและความรู้สึกเจ็บที่จะพูดถึงต่อไปได้เกือบทั้งหมด
เหตุผลที่คำตอบต่างกันตามบริเวณ ไม่ว่าจะใต้ตาหรือขมับ
แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่บริเวณที่ผิวบางกับบริเวณที่วอลลุ่มยุบตัวมีจุดประสงค์ในการใช้ต่างกันโดยพื้นฐาน ดังนั้นถ้ากำหนดบริเวณที่จะฉีดก่อน การเลือกผลิตภัณฑ์ก็แทบจะตามมาเอง
บริเวณที่ผิวบาง เช่น ใต้ตาหรือรอยคล้ำใต้ตา ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับว่าฉีดได้ตื้นและสม่ำเสมอแค่ไหน
บริเวณที่พับบ่อย เช่น ร่องแก้มหรือรอบปาก จะดูทั้งเรื่องผิวเรียบเนียนและการฟื้นฟูความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน
บริเวณที่ต้องการเติมวอลลุ่ม เช่น ขมับหรือแก้มที่ยุบ จะดูปริมาณโครงสร้างโปรตีนที่ฉีดเข้าไปเป็นอันดับแรก
ถ้ายังลังเลระหว่างสองผลิตภัณฑ์ ลองใช้เรื่องผลการเติมวอลลุ่มเป็นเกณฑ์ตัดสินก็จะเร็วขึ้น ถ้าจุดประสงค์คือเติมวอลลุ่มในจุดที่ยุบอย่างขมับ CellREDM ที่มีปริมาณ ECM สูงกว่าจะได้เปรียบกว่า ในทางกลับกัน ถ้าจุดประสงค์คือเติมเต็มบริเวณผิวบางให้สม่ำเสมอ ความลึกของการฉีดและขนาดเข็มจะมีผลมากกว่าปริมาณ ECM

ถ้ามีหลายบริเวณที่อยากทำ แทนที่จะฉีดทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด ลองเริ่มจากจุดที่จุดประสงค์ชัดเจนที่สุดก่อนจะตัดสินใจง่ายกว่า
ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ ควรเช็กอะไรบ้าง
คำถามแรก ๆ ที่มักได้ยินในห้องปรึกษาคือเรื่องความเจ็บ สำหรับกลุ่มนี้ สิ่งที่มีผลต่อความรู้สึกเจ็บจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อผลิตภัณฑ์ แต่เป็นขนาดเข็มกับบริเวณที่ฉีดต่างหาก
ยิ่งอนุภาคเล็กเท่าไร ก็ยิ่งใช้เข็มที่เล็กลงได้เท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ CellREDM มักถูกพูดถึงว่าเจ็บน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน บริเวณที่ผิวบางอย่างใต้ตาก็มักรู้สึกเจ็บมากกว่า จึงเป็นเรื่องยากที่จะเทียบแค่สองผลิตภัณฑ์โดยไม่พูดถึงบริเวณที่ฉีด
ถ้าทายาชาเฉพาะที่ทิ้งไว้นานพอก่อนเริ่มฉีด ความรู้สึกในช่วงแรกจะแตกต่างไปมาก
การฉีดแบบแบ่งจุดจะระคายเคืองน้อยกว่าการฉีดรวมจุดเดียว
รอยแดงและบวมหลังฉีดส่วนใหญ่จะหายไปในเวลาไม่นาน
เรื่องที่มักถูกพูดถึงเกี่ยวกับดาวน์ไทม์คือผิวเป็นลอนนูน หากฉีดตื้นเกินไป อาจรู้สึกเป็นลอนนูน ๆ หลังทำทันที ซึ่งมีลักษณะต่างจากก้อนที่เกิดจากการอักเสบ และมักจะยุบหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้ารู้สึกว่ายังคงอยู่นานเกินไป แนะนำให้กลับไปตรวจสอบที่คลินิกที่ทำมากกว่าจะรอดูเฉย ๆ
ควรเลือกกลุ่มนี้แทนสกินบูสเตอร์ตัวอื่นเมื่อไร
ถ้าใครที่เลื่อนการทำคอลลาเจนบูสเตอร์มาตลอดเพราะกังวลเรื่องก้อนตุ่ม กลุ่มนี้เป็นทางเลือกที่น่าพิจารณา เพราะ Rejuran, Sculptra, Radiesse ทำงานด้วยการกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบเพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ในขณะที่กลุ่ม Human ADM (หนังแท้ปลอดเซลล์จากผู้บริจาค) เป็นแนวคิดที่เติมโครงสร้างคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง
เนื่องจากไม่ใช่วิธีที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง จึงแทบไม่มีปฏิกิริยาอักเสบ และผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ อีกทั้งสิ่งที่ฉีดเข้าไปคือเนื้อเยื่อหนังแท้โดยตรง จึงไม่ใช่โครงสร้างที่จะก่อให้เกิดก้อนจากการอักเสบ
ผิวเรียบเนียนและสีผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอขึ้น
เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ความยืดหยุ่นฟื้นตัว
รูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ดูลดลง
ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำในชั้นลึกดีขึ้น และรอยแดงก็ลดลง
ได้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ก็มีจุดที่กลุ่มนี้ไม่ใช่คำตอบที่ใช่เช่นกัน เพราะแนวคิดต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกหรือ Sculptra ที่เน้นเพิ่มวอลลุ่มอย่างจริงจัง หากจุดประสงค์คือการเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก ทางเลือกอื่นอาจเหมาะกว่า และราคาที่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 600,000-800,000 วอน ก็ถือว่ามีเกณฑ์การเข้าถึงพอสมควร
ที่ Beautystone ฮับจอง ตัดสินใจเลือกอย่างไร
ที่นี่จะไม่เริ่มจากการเลือกชื่อผลิตภัณฑ์ก่อน แต่จะแยกชั้นของปัญหาก่อน นพ. Wi Yeong-jin ผู้อำนวยการคลินิก แม้จะพูดถึงแค่บริเวณเดียว ก็จะแยกก่อนว่าปัญหาหลักอยู่ที่ผิวเรียบเนียน ชั้นหนังแท้ หรือวอลลุ่ม จากนั้นค่อยจำกัดตัวเลือกให้เหลือสองถึงสามแบบ
ถ้าปัญหาหลักคือหนังแท้ที่บางลง จะกำหนดความลึกของการฉีดและขนาดเข็มก่อน
ถ้าปัญหาหลักคือวอลลุ่มที่ยุบตัว จะพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณ ECM สูงกว่าก่อน
ในกรณีที่ต้องดูทั้งผิวเรียบเนียนและความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน จะพิจารณาสกินบูสเตอร์ตัวอื่นหรือโบท็อกซ์ควบคู่กันเพื่อกำหนดลำดับการทำ
บางท่านอาจรู้สึกลังเลเพราะเป็นเนื้อเยื่อจากผู้อื่น เรื่องนี้ทางคลินิกจะอธิบายให้ฟังตั้งแต่ในห้องปรึกษา เนื้อเยื่อทุกชิ้นผ่านการบริหารจัดการอย่างเข้มงวดผ่านระบบการบริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมาย
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ตัวเลือกที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวปัจจุบัน จุดประสงค์ และประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา จึงควรตัดสินใจร่วมกันในการปรึกษาแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ฉีด Re2O สลับกับ CellREDM ได้ไหมคะ
ถ้าบริเวณและจุดประสงค์ต่างกัน ก็สามารถใช้สลับกันได้ครับ แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำในบริเวณเดิมในช่วงเวลาที่ใกล้กันเกินไป จึงต้องดูว่าครั้งก่อนฉีดตรงไหนและปริมาณเท่าไรก่อนกำหนดระยะห่างครับ การตรวจสอบประวัติในห้องตรวจก่อนตัดสินใจจะปลอดภัยกว่าครับ
หลังทำหัตถการอาจเกิดก้อนตุ่มขึ้นไหมคะ
แนวคิดต่างจากก้อนที่เกิดจากการอักเสบครับ เพราะสิ่งที่ฉีดเข้าไปคือโครงสร้างหนังแท้เอง จึงไม่ใช่รูปแบบที่จับตัวเป็นก้อนจากการระคายเคืองครับ แต่ถ้าฉีดตื้นเกินไป อาจรู้สึกเป็นลอนนูน ๆ หลังทำทันที ซึ่งมักจะยุบหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์ครับ
ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรคะ
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 600,000-800,000 วอนครับ ราคาจะแตกต่างกันไปตามจำนวนบริเวณและปริมาณที่ฉีดในแต่ละครั้ง แนะนำให้เช็กช่วงราคาในห้องปรึกษาก่อนครับ หากจุดประสงค์คือการเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก อาจมีหัตถการอื่นที่คุ้มค่ากว่าครับ
ทำที่ใต้ตาได้ไหมคะ
เป็นบริเวณที่มักถูกถามถึงในห้องปรึกษาครับ ใต้ตาเป็นจุดที่ผิวบาง จึงสำคัญมากว่าฉีดได้ตื้นและสม่ำเสมอหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องกำหนดขนาดเข็มและความลึกในการฉีดอย่างรอบคอบครับ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุว่ารอยคล้ำใต้ตาเกิดจากเส้นเลือดที่มองเห็นได้ชัดหรือจากการยุบตัวของผิว จึงควรแยกสาเหตุให้ชัดเจนก่อนในห้องตรวจครับ









