โปรแกรม Alltite ให้ผลสองระยะที่มาคนละเวลา ระยะแรกคือการหดตัวทันที ระยะสองคือคอลลาเจนใหม่จากกระบวนการซ่อมแซม บทความนี้อธิบายทั้งสองระยะและแนวทางกำหนดรอบค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
วันที่ไปทำ Oligio X มา พอกลับมาส่องกระจกจะรู้สึกได้เลยค่ะว่ากรอบหน้าดูชับขึ้นนิดหน่อย แต่พอผ่านไปไม่กี่วัน ความรู้สึกนั้นก็เริ่มจางลง จนแอบคิดไม่ได้ว่าเอ๊ะ... เอฟเฟกต์มันหมดไปแล้วหรือเปล่านะ?
จริงๆ แล้วการรักษาประเภทนี้เป็นแบบที่ไม่ได้เห็นผลลัพธ์ทั้งหมดในทันทีค่ะ คลื่นความถี่วิทยุ (RF) จะทำงานสองส่วนแยกกัน คือส่วนของความร้อนที่เข้าไปกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวทันที และส่วนของการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติที่จะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในกระบวนการที่เรียกว่า Remodeling* (Plastic and Reconstructive Surgery Global Open, 2020)
Remodeling*: เป็นกระบวนการที่เนื้อเยื่อเก่าค่อยๆ ย่อยสลายไป และถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อใหม่ค่ะ
> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจว่า:
ทำไมความรู้สึกทันทีหลังทำ กับการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถึงเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา
ควรใช้เกณฑ์เวลาไหนในการวัดผลลัพธ์การรักษา
ทำไมถึงไม่สามารถระบุจำนวนครั้งและระยะเวลาเว้นช่วงที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้
หัวข้ออะไรบ้างที่คุณควรถามคุณหมอตอนเข้าไปรับคำปรึกษา นอกเหนือจากเรื่องเวลาในการเห็นผล
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน
การดูแลความตึงกระชับหลังการยกกระชับ ผลลัพธ์หลังรักษาจะเริ่มเห็นเมื่อไหร่ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
skin booster ท็อกซิน (Skin Botox) ฉีดแล้วผิวดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?
เมื่อถามถึงระยะเวลาเห็นผลแล้วได้คำตอบไม่ตรงกัน
เวลาถามว่า "Oligio X จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่คะ?" บางคลินิกก็บอกว่ารู้สึกได้ทันที บางที่ก็บอกว่าต้องรอดูกันเป็นเดือนๆ ทำให้สับสนใช่ไหมคะ? จริงๆ แล้วไม่มีใครพูดผิดเลยค่ะ
ที่เป็นแบบนี้เพราะคำตอบทั้งสองกำลังพูดถึง "ช่วงเวลา" ที่แตกต่างกันค่ะ คำตอบแรกคือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีที่ผิวได้รับความร้อนในวันที่ทำ ส่วนอีกคำตอบคือกระบวนการที่เนื้อเยื่อใต้ผิวค่อยๆ เปลี่ยนแปลงในช่วงหลายเดือนหลังจากนั้น
ดังนั้น ถ้าเราถามรวมๆ ทั้งเรื่องเวลาเห็นผล ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ และช่วงเวลาที่ต้องมาทำซ้ำเป็นก้อนเดียว คำตอบอาจจะดูขัดแย้งกันได้ค่ะ แนะนำให้แยกพิจารณาทีละประเด็น เพื่อให้เข้าใจข้อมูลที่คุณหมอแนะนำได้ง่ายขึ้นนะคะ

[กายวิภาคศาสตร์แบบเข้าใจง่าย] by หมอวี ยองจิน

ความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำ คือปฏิกิริยาที่เส้นใยเดิมหดตัวลงค่ะ
เมื่อคลื่นความถี่วิทยุส่งผ่านความร้อนไปยังผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) พันธะไฮโดรเจนที่ยึดโครงสร้างคอลลาเจนสายเกลียวสามเหลี่ยม (Triple Helix) จะถูกทำลาย ทำให้เส้นใยหดสั้นลงและหนาขึ้น ความรู้สึกตึงๆ กระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำก็มาจากกระบวนการหดตัวในทันทีนี้เองค่ะ (Plastic and Reconstructive Surgery Global Open, 2020)
แต่ปฏิกิริยานี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกอุณหภูมินะคะ รายงานวิจัยระบุว่า หากต้องการให้เกิดการหดตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อุณหภูมิใต้ชั้นผิวหนังแท้ควรอยู่ที่ 65-68 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิที่ผิวชั้นนอกสุด (Epidermis) ควรอยู่ในช่วง 38-42 องศาเซลเซียส (Plastic and Reconstructive Surgery Global Open, 2020) ความรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ วาบๆ ระหว่างทำ ก็คือขั้นตอนการรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงนี้ค่ะ
อย่างไรก็ตาม การหดตัวในทันทีนี้ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จะคงอยู่ยาวนานด้วยตัวมันเอง รายงานวิจัยล่าสุดจัดให้การหดตัวของคอลลาเจนในระยะแรกนี้เป็นเพียงขั้นตอนก่อนเข้าสู่กระบวนการ Remodeling ในระยะยาว (Health Science Reports, 2026) จึงเป็นเรื่องปกติมากๆ ค่ะที่ความรู้สึกกระชับนั้นจะค่อยๆ ลดลงหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน
ช่วงเวลาที่สังเกต | สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใต้ผิว | สิ่งที่คุณควรถามตอนปรึกษา |
|---|---|---|
วันที่ทำเสร็จ | คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที | สามารถใช้ความรู้สึกของวันนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานได้ไหม |
ไม่กี่วัน - ไม่กี่สัปดาห์ | ช่วงที่ความรู้สึกตึงกระชับเริ่มจางลง | อาการจางลงในช่วงนี้เป็นปกติใช่ไหม |
3 - 4 เดือน | ช่วงที่คอลลาเจนใหม่กำลังค่อยๆ สร้างสะสม | ควรกลับมาพบคุณหมออีกครั้งเมื่อไหร่ดี |
6 เดือน | ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการประเมินความเปลี่ยนแปลง | มีวิธีเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้วยเกณฑ์เดียวกันอย่างไรบ้าง |

เนื้อผิวที่ดูดีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มาจากอีกกระบวนการหนึ่งค่ะ
กระบวนการที่สองคือ ปฏิกิริยาการฟื้นฟูผิวที่ถูกกระตุ้นด้วยพลังงานความร้อน รายงานฉบับเดิมอธิบายว่า พลังงาน RF จะไปกระตุ้นกระบวนการสมานแผลของร่างกาย (Wound Healing Cascade) นำไปสู่การสร้างหลอดเลือดใหม่ การสร้างคอลลาเจนใหม่ และการจัดเรียงตัวใหม่ของอีลาสติน (Elastin) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 เดือนหลังจากนั้น และบางรายสามารถสังเกตเห็นการพัฒนาของผิวได้ยาวไปจนถึงเดือนที่ 6 เลยค่ะ (Plastic and Reconstructive Surgery Global Open, 2020)
ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับระยะเวลาเห็นผลก็ไปในทิศทางเดียวกันค่ะ โดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำ Non-invasive RF ว่า คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกตึงกระชับขึ้นบ้างทันทีหลังจากทำครั้งแรก แต่เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดีที่สุดจึงจะปรากฏให้เห็นในช่วงเวลาประมาณ 6 เดือนค่ะ (American Academy of Dermatology) และเสริมว่าผลลัพธ์นี้สามารถอยู่ได้นานถึง 2-3 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถกำหนดจำนวนครั้งที่แน่นอนให้ทุกคนเหมือนกันได้ เป็นเพราะรูปแบบการปล่อยพลังงานของหัวเครื่องมือแต่ละแบบมีผลลัพธ์ที่รายงานไว้ต่างกันค่ะ รายงานวิจัยล่าสุดระบุว่า ระบบ Monopolar มักแนะนำที่ 1-2 ครั้ง, ระบบ Bipolar แนะนำที่ 3-6 ครั้ง และระบบ Multipolar แนะนำที่ 3-4 ครั้ง (Health Science Reports, 2026)

อีกข้อหนึ่งที่ควรรู้ไว้คือ ผลลัพธ์ที่ได้อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล (Individual Variation) การทำ Non-ablative RF มักจะให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปและนุ่มนวล ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน (Plastic and Reconstructive Surgery Global Open, 2020) นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแต่ละคนถึงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ไม่เท่ากัน แม้จะทำในจำนวนครั้งที่เท่ากันก็ตามค่ะ

ที่ Beautystone ฮับจอง เราจะกำหนด "ช่วงเวลาประเมินผล" ก่อนพิจารณาจำนวนครั้งค่ะ
เวลาที่ Beautystone สาขาฮับจอง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio X เราจะให้ความสำคัญกับการตกลงร่วมกันก่อนว่าจะ "กลับมาตรวจเช็กผลลัพธ์เมื่อไหร่" มากกว่าการกำหนดว่าจะต้องทำกี่ครั้งค่ะ เพราะหากไม่มีการกำหนดวันประเมินผลที่ชัดเจน คนไข้อาจจะรีบเร่งตัดสินใจทำเพิ่มเร็วเกินไป เพียงเพราะรู้สึกว่าความตึงกระชับลดลงหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน
ด้วยเหตุนี้ เราจึงบันทึกความรู้สึกในวันที่ทำเสร็จเป็นเพียง "จุดเริ่มต้นของการเดินทาง" ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้ายค่ะ เพราะอย่างที่เราได้ทราบกันแล้วว่า ความตึงกระชับในวันแรกเป็นเพียงการหดตัวของเส้นใยเก่า ส่วนคอลลาเจนใหม่ที่จะสร้างเพิ่มขึ้นมานั้นต้องใช้เวลาสะสมอีกหลายเดือน
เราจะคุยกันเรื่องการทำครั้งต่อไปหลังจากได้เปรียบเทียบผลลัพธ์ด้วยเกณฑ์มาตรฐานแล้วเท่านั้นค่ะ การเปรียบเทียบสภาพผิวเดิมก่อนทำกับสภาพผิวหลังทำเมื่อผ่านไปหลายเดือนในมุมกล้องและสภาพแสงเดียวกัน จะช่วยให้เราประเมินได้อย่างแม่นยำว่าควรเว้นระยะเวลาอย่างไรต่อไปดี

สิ่งที่เตรียมคำตอบไว้ก่อนเข้ามารับคำปรึกษา
จะดีมากๆ เลยค่ะถ้าคุณเลือกจุดที่กังวลเป็นพิเศษไว้ล่วงหน้า เช่น แก้มส้ม โหนกแก้ม หรือกรอบหน้า
ช่วยบอกคุณหมอหน่อยนะคะว่า ระหว่างความรู้สึกตึงทันทีหลังทำ กับผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ดีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คุณคาดหวังผลลัพธ์แบบไหนมากกว่ากัน
หากเคยรับการยกกระชับด้วยคลื่น RF หรืออัปเปอร์โซนิก (Ultrasonic) มาก่อน รบกวนแจ้งช่วงเวลาและชื่อเครื่องที่เคยทำด้วยนะคะ
เวลาถามถึงจำนวนครั้งที่ต้องทำ แนะนำให้ถามควบคู่ไปกับระยะเวลาที่ต้องเว้นช่วงในแต่ละครั้งด้วยค่ะ
อย่าลืมถามคุณหมอด้วยนะคะว่า ควรจะนัดเข้ามาเพื่อติดตามและประเมินผลลัพธ์ครั้งต่อไปเมื่อไหร่ดี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าความรู้สึกตึงกระชับหลังทำลดลงไปหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน แปลว่าทำไม่สำเร็จหรือเปล่าคะ?
A. ยังไม่สามารถตัดสินได้จากช่วงเวลานั้นค่ะ ความตึงกระชับในวันแรกเป็นเพียงปฏิกิริยาชั่วคราวที่คอลลาเจนเดิมหดสั้นลงจากความร้อน ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเพียงการปูทางไปสู่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ส่วนผลลัพธ์ที่แท้จริงจากการสร้างคอลลาเจนใหม่จะตามมาในอีกหลายเดือนข้างหน้า จึงต้องแยกประเมินเป็นคนละช่วงเวลากันค่ะ
Q. สรุปแล้วควรเริ่มดูผลลัพธ์ที่เดือนไหนถึงจะถูกต้องที่สุดคะ?
A. ตามรายงานทางการแพทย์ระบุว่า กระบวนการสร้างผิวใหม่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 เดือน และบางรายเห็นผลดียิ่งขึ้นไปจนถึงเดือนที่ 6 ค่ะ ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ก็แนะนำว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของ RF แบบไม่ทำลายผิวจะอยู่ที่ประมาณเดือนที่ 6 ดังนั้น แม้จะมีการตรวจเช็กระหว่างทาง แต่การประเมินผลขั้นสุดท้ายแนะนำให้ยึดช่วงเวลาประมาณเดือนที่ 6 เป็นหลักจะชัดเจนที่สุดค่ะ
Q. ต้องทำทั้งหมดกี่ครั้งคะ?
A. ไม่มีตัวเลขที่กำหนดไว้ตายตัวสำหรับทุกคนค่ะ ขึ้นอยู่กับระบบส่งพลังงานของเครื่องมือ เช่น มีรายงานแนะนำสำหรับ Monopolar อยู่ที่ 1-2 ครั้ง, Bipolar 3-6 ครั้ง และ Multipolar 3-4 ครั้ง นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลด้วย แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินจำนวนครั้งควบคู่ไปกับรอบการเว้นระยะเวลาและช่วงเวลาประเมินผลร่วมกันค่ะ
Q. ทำครั้งหนึ่งแล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
A. ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุว่า ผลลัพธ์จากการทำ RF แบบไม่ผ่าตัดอาจอยู่ได้นานถึง 2-3 ปี หากดูแลรักษาผิวอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำ RF แบบไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอก (Non-ablative) จะให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับสภาพผิวส่วนบุคคล จึงแนะนำให้ใช้ตัวเลขนี้เป็นช่วงเวลาอ้างอิงคร่าวๆ และสังเกตผลลัพธ์จริงจากสภาพผิวของคุณเองจะแม่นยำที่สุดค่ะ
บทความแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



