• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ราคา GentleMax Pro Plus ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน แล้วต้องทำกี่ครั้ง

ราคา GentleMax Pro Plus ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน แล้วต้องทำกี่ครั้ง

ราคา GentleMax Pro Plus ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน แล้วต้องทำกี่ครั้ง

ราคาเลเซอร์กำจัดขน GentleMax Pro Plus ขึ้นอยู่กับบริเวณ จำนวนครั้ง และความยาวคลื่น 755nm หรือ 1064nm รวมเกณฑ์ที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจจ่ายค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

ราคา GentleMax Pro Plus ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน แล้วต้องทำกี่ครั้ง

เคยไหมคะ เวลาลองเสิร์ชหาราคาเลเซอร์กำจัดขน แล้วเจอตัวเลขที่ห่างกันหลายเท่า ทั้ง ๆ ที่ทุกที่ก็บอกว่าใช้เครื่อง GentleMax Pro Plus เหมือนกัน บางที่คิดเป็นรายครั้ง บางที่ขายเป็นคอร์สยาว บางที่แถมบริเวณเล็ก ๆ มาให้ พอเทียบไปเทียบมาก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าตกลงราคาที่เห็นครอบคลุมอะไรบ้าง และบริเวณที่เราอยากทำจริง ๆ ต้องเตรียมงบเท่าไหร่กันแน่ หลายคนเลยจบลงที่การเลือกจากตัวเลขที่ถูกกว่าไว้ก่อน แล้วมารู้ทีหลังว่ายังต้องทำเพิ่มอีกหลายครั้งกว่าจะพอใจ

จริง ๆ แล้วค่าใช้จ่ายของการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยชื่อรุ่นของเครื่อง แต่ถูกกำหนดด้วยขนาดของบริเวณที่ทำ จำนวนครั้งที่ผิวและเส้นขนของแต่ละคนต้องการ ความยาวคลื่นที่เลือกใช้ และการตั้งค่าพลังงานที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินให้ พูดง่าย ๆ คือใบเสนอราคาสองใบที่ตัวเลขเท่ากัน อาจพาไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกันได้มาก บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูทีละชั้นว่าตัวเลขในใบเสนอราคาประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง มีเกณฑ์ข้อไหนที่ไม่เคยถูกเขียนไว้บนป้ายราคา พร้อมแนะนำแนวทางเตรียมตัวก่อนเข้าปรึกษาค่ะ

 

ทำไมราคา GentleMax Pro Plus ของแต่ละที่ถึงไม่เท่ากัน?

คำตอบสั้น ๆ คือ สิ่งที่คุณจ่ายไม่ใช่ค่าเครื่อง แต่เป็นค่าการตั้งค่าพลังงานที่เหมาะกับผิวและเส้นขนของคุณ เครื่องรุ่นเดียวกันที่วางอยู่ในสองคลินิก อาจถูกตั้ง ค่าพลังงาน (Fluence) ความกว้างพัลส์ (Pulse Width) และสัดส่วนของความยาวคลื่นที่ใช้กับคนไข้แต่ละคนต่างกันโดยสิ้นเชิง ตัวเลขบนป้ายราคาจึงบอกได้แค่ว่าคุณจะจ่ายเท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกว่าคุณจะได้อะไรกลับไป

ลองนึกภาพคนสองคนที่เดินเข้าห้องเลเซอร์ในวันเดียวกัน คนแรกผิวโทนสว่างและมีเส้นขนหนาสีเข้ม อีกคนผิวค่อนข้างเข้มและมีเส้นขนบาง ถ้าทั้งสองคนถูกยิงด้วยค่าพลังงานชุดเดียวกัน คนหนึ่งอาจแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเพราะพลังงานไม่พอจะไปถึงรากขน ส่วนอีกคนอาจเสี่ยงต่อรอยไหม้ (Burn) หรือรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) เพราะเมลานินที่ผิวชั้นบนดูดซับพลังงานไปเสียก่อน ทั้งที่ทั้งสองคนจ่ายเงินในราคาเดียวกัน

การตั้งค่าพลังงานเลเซอร์กำจัดขนให้เหมาะกับโทนสีผิวและความหนาของเส้นขน

เพราะแบบนี้ การเลือกคลินิกจากป้ายราคาเพียงอย่างเดียวจึงคล้ายกับการเลือกร้านอาหารจากหน้าตาของเมนู เมนูบอกได้ว่าจานนั้นราคาเท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกว่ารสชาติจะถูกปากเราหรือเปล่า คำถามแรกก่อนถามราคา จึงควรเป็นคำถามเกี่ยวกับการตั้งค่าที่จะใช้กับผิวของเรา

  • ความยาวคลื่นที่จะใช้ในวันนั้น เหมาะกับโทนสีผิวและความหนาของเส้นขนของเราหรือไม่

  • ระดับพลังงานที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับสภาพผิวในวันที่มาทำหรือเปล่า เช่น เพิ่งตากแดดมาหรือไม่

  • ระบบทำความเย็นทำงานสัมพันธ์กับพลังงานระดับนั้นได้ดีแค่ไหน

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจสลับกันคือ ราคาต่อครั้งที่ถูกลง ไม่ได้แปลว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกลงตามไปด้วย ถ้าการตั้งค่าไม่พอดีกับผิวและเส้นขน จำนวนครั้งที่ต้องกลับมาทำก็จะเพิ่มขึ้น และเมื่อคูณกลับเข้าไป ยอดรวมอาจสูงกว่าการทำที่ตั้งค่าเหมาะสมตั้งแต่ต้น การเทียบราคาที่มีความหมายจริง ๆ จึงต้องเทียบกันที่ ค่าใช้จ่ายรวมตลอดคอร์ส ไม่ใช่ราคาต่อครั้ง

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความหนาแน่นของเส้นขน และการดูแลตัวเองระหว่างคอร์ส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้งในวันปรึกษา

 

755nm กับ 1064nm ต่างกันยังไง และเกี่ยวอะไรกับค่าใช้จ่าย

GentleMax Pro Plus เป็นเครื่องที่รวมสองความยาวคลื่นไว้ในเครื่องเดียว คือ Alexandrite (755nm) และ Nd:YAG (1064nm) การเลือกและผสมสัดส่วนของสองคลื่นนี้ คือสิ่งที่กำหนดว่าคุณจะต้องกลับมาทำอีกกี่ครั้ง และจำนวนครั้งนั่นเองที่กลายเป็นค่าใช้จ่ายรวมในตอนท้าย

คลื่น Alexandrite ที่ 755nm ถูกดูดซับโดยเมลานินได้ค่อนข้างสูง จึงทำงานได้ไวกับเส้นขนสีเข้มและหนาในคนที่ผิวโทนสว่างถึงกลาง ข้อดีคือเห็นการเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นได้เร็วกว่าในเคสที่เหมาะสม แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ ถ้าผิวชั้นบนมีเม็ดสีมากหรือเพิ่งตากแดดจัดมา ผิวก็จะแย่งดูดซับพลังงานไปด้วย ทำให้ต้องระวังมากขึ้น

ส่วนคลื่น Nd:YAG ที่ 1064nm มีความยาวคลื่นมากกว่า จึงลงได้ลึกกว่าและถูกเมลานินที่ผิวชั้นบนดูดซับน้อยกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัยกว่าสำหรับผิวโทนกลางถึงเข้ม ซึ่งเป็นโทนผิวของคนไทยจำนวนมาก และยังมักถูกใช้กับบริเวณที่มีปัญหาขนคุดหรือขนฝังใต้ผิวด้วย

ความยาวคลื่น

จุดเด่น

มักเหมาะกับ

สิ่งที่ต้องระวัง

Alexandrite (755nm)

ดูดซับเมลานินได้สูง ทำงานกับเส้นขนหนาได้ไว

ผิวโทนสว่างถึงกลาง เส้นขนสีเข้มและหนา

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดจะไวต่อพลังงานมากขึ้น

Nd:YAG (1064nm)

ลงลึกกว่า ผิวชั้นบนดูดซับน้อยกว่า

ผิวโทนกลางถึงเข้ม บริเวณที่มีขนฝังใต้ผิว

ต้องใช้พลังงานสูงขึ้น จึงต้องคุมความเย็นให้ดี

ใช้ผสมทั้งสองคลื่น

ปรับสัดส่วนตามบริเวณและการตอบสนองรายครั้ง

บริเวณกว้างที่โทนผิวไม่เท่ากันทั้งหมด

ต้องมีบันทึกค่าเดิมไว้เทียบ ไม่งั้นปรับไม่ตรงจุด

ความยาวคลื่น Alexandrite 755nm และ Nd:YAG 1064nm ของเครื่อง GentleMax Pro Plus

อีกปัจจัยที่ทำให้จำนวนครั้งของแต่ละคนไม่เท่ากันคือวงจรของเส้นขน เส้นขนบนร่างกายไม่ได้อยู่ในระยะเดียวกันพร้อมกันทั้งหมด เลเซอร์จะทำงานได้ดีกับเส้นขนที่กำลังอยู่ใน ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ซึ่งโดยทั่วไปวนรอบราว 4-8 สัปดาห์ แตกต่างกันไปตามบริเวณ พูดง่าย ๆ คือการทำหนึ่งครั้งจะไปจัดการกับเส้นขนเฉพาะกลุ่มที่โผล่ขึ้นมาในรอบนั้น ส่วนกลุ่มที่ยังหลับอยู่ต้องรอรอบถัดไป นี่คือเหตุผลที่ต้องเว้นระยะและทำต่อเนื่อง ไม่ใช่เพราะคลินิกอยากให้กลับมาบ่อย ๆ

เรื่องความเย็นก็สำคัญไม่แพ้กัน GentleMax Pro Plus มีระบบทำความเย็นในตัวชื่อ DCD (Dynamic Cooling Device) ที่จะพ่นสารทำความเย็นลงบนผิวในเสี้ยววินาทีก่อนลำแสงจะลง เพื่อช่วยปกป้อง ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ไว้ ถ้าจังหวะความเย็นกับจังหวะยิงไม่สัมพันธ์กัน การเพิ่มพลังงานให้สูงขึ้นก็อาจแลกมาด้วยความรู้สึกเจ็บที่มากขึ้น โดยที่ผลลัพธ์ไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วย

สรุปให้เห็นภาพคือ คลื่นที่เลือก พลังงานที่ตั้ง และความเย็นที่คุม สามอย่างนี้ทำงานร่วมกันเป็นชุดเดียว ถ้าชุดนี้ลงตัวกับผิวของคุณ จำนวนครั้งที่ต้องใช้ก็มีโอกาสลดลง และค่าใช้จ่ายรวมก็ลดลงตาม แต่ถ้าไม่ลงตัว ต่อให้ราคาต่อครั้งดูน่ารัก สุดท้ายก็อาจต้องจ่ายเพิ่มในรูปของจำนวนครั้งที่มากขึ้น

 

บริเวณไหนต้องทำกี่ครั้ง แล้วงบประมาณต่างกันแค่ไหน

ตอบตรง ๆ ก่อนเลยว่าไม่มีตัวเลขที่ฟันธงได้ว่าต้องทำกี่ครั้ง เพราะความหนาแน่นและความหนาของเส้นขนของแต่ละคนต่างกันมาก อีกทั้งฮอร์โมน บริเวณที่ทำ และโทนสีผิวก็มีผลทั้งหมด สิ่งที่พอจะบอกได้คือช่วงตัวเลขที่มักใช้อ้างอิงกันเพื่อวางแผนงบประมาณล่วงหน้า ไม่ใช่จำนวนครั้งที่รับประกันผลลัพธ์

โดยทั่วไป การทำต่อเนื่องราว 6-10 ครั้ง มักเป็นช่วงที่ ความหนาแน่นของเส้นขนลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละความหมายกับคำว่าจบคอร์ส พูดให้ชัดคือ 6-10 ครั้งคือช่วง ลดความหนาแน่นลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนความรู้สึกที่ว่าแทบไม่ต้องคอยโกนทุกวันแล้วนั้น มักต้องใช้เพิ่มอีกหลายครั้งหลังจากช่วงนี้ ถ้าเห็นตัวเลขสองชุดนี้วางคู่กันที่ไหน ให้เข้าใจว่ามันต่อยอดกัน ไม่ได้ขัดกัน

ยกตัวอย่างบริเวณเคราของผู้ชาย ซึ่งเป็นจุดที่เส้นขนหนาและหนาแน่นเป็นพิเศษ จากบันทึกการรักษาของแพทย์ที่คลินิก ผู้ชายโดยทั่วไปมักมาจบคอร์สอยู่ที่ราว 13 ครั้ง ตัวเลขนี้ไม่ได้ขัดกับช่วง 6-10 ครั้งข้างต้น แต่เป็นภาคต่อของกัน คือ 6-10 ครั้งแรกคือช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง แล้วจึงใช้อีกไม่กี่ครั้งหลังจากนั้นเพื่อไปถึงจุดที่ไม่ต้องโกนทุกวัน ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลอยู่ดี บางคนใช้น้อยกว่านั้น บางคนใช้มากกว่านั้น

ในแง่ของงบประมาณ ขนาดของบริเวณคือปัจจัยที่เห็นผลไวที่สุด บริเวณเล็ก ๆ อย่างเหนือริมฝีปาก คิ้ว หรือนิ้วมือ ใช้เวลาทำสั้นและค่าบริการจับต้องได้ง่ายกว่า ในทางกลับกัน บริเวณกว้างอย่างแผ่นหลัง ขา หรือทั้งตัว ใช้เวลานานกว่าและใช้จำนวนช็อตมากกว่า ค่าใช้จ่ายต่อครั้งจึงสูงขึ้นตามธรรมชาติ

บริเวณ

ช่วงจำนวนครั้งที่มักใช้อ้างอิง

ความยาวคลื่นหลักที่มักเลือก

แนวทางค่าใช้จ่าย

รักแร้

ประมาณ 6-8 ครั้ง

Alexandrite (755nm)

ประเมินหลังปรึกษา

ขา (น่องหรือต้นขา)

ประมาณ 8-10 ครั้ง

ผสม Alexandrite และ Nd:YAG

ประเมินหลังปรึกษา

ใบหน้าและเครา

ประมาณ 6-10 ครั้งขึ้นไป

ปรับสัดส่วนตามโทนสีผิว

ประเมินหลังปรึกษา

บิกินี่หรือทั้งตัว

ประมาณ 8-12 ครั้ง

เพิ่มสัดส่วน Nd:YAG (1064nm)

ประเมินหลังปรึกษา

ตัวเลขในตารางเป็นเพียงช่วงอ้างอิงเพื่อให้วางแผนงบได้ล่วงหน้า ไม่ใช่คำสัญญาว่าครบตามนี้แล้วจะจบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินจำนวนครั้งจริงเป็นรายบุคคลหลังดูโทนสีผิว ความหนาของเส้นขน และการตอบสนองในครั้งแรก ๆ

อีกข้อที่อยากเน้นคือ ข้อมูลราคาที่แชร์กันบนอินเทอร์เน็ตมักใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกันเลย คำว่า ทั้งตัว ของแต่ละที่ไม่เท่ากัน บางที่รวมมือและเท้า บางที่รวมใบหน้า บางที่ไม่รวมบริเวณบิกินี่ บางที่นับจำนวนช็อตจำกัดต่อครั้ง การหยิบตัวเลขสองก้อนมาวางเทียบกันตรง ๆ จึงมักให้ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อน วิธีที่ตรงกว่าคือระบุบริเวณที่อยากทำให้ชัดก่อน แล้วขอใบเสนอราคาที่อิงบริเวณเดียวกันจากแต่ละที่

และแม้แพ็กเกจใหญ่จะดูคุ้มกว่าเมื่อคิดเป็นราคาต่อครั้ง แต่การซื้อจำนวนครั้งเยอะ ๆ ตั้งแต่ยังไม่เคยรู้ว่าผิวตอบสนองอย่างไร ก็มีโอกาสที่จะจ่ายเกินความจำเป็นได้เหมือนกัน แนะนำให้ดูการตอบสนองในช่วง 1-2 ครั้งแรกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเพิ่มจำนวนครั้งจะยืดหยุ่นกว่า

 

เกณฑ์ข้อที่สี่ที่ไม่เคยอยู่บนป้ายราคา

บริเวณ จำนวนครั้ง และความยาวคลื่น สามอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้เกิดตัวเลขในใบเสนอราคา แต่ยังมีเกณฑ์ข้อที่สี่ที่ไม่เคยถูกเขียนไว้ที่ไหนเลย นั่นคือคลินิกจดบันทึกการรักษาของคุณละเอียดแค่ไหน และเอาบันทึกนั้นกลับมาใช้จริงหรือเปล่า

ลองคิดตามนะคะ ถ้าไม่มีบันทึกว่าครั้งก่อนใช้คลื่นไหน พลังงานเท่าไหร่ ยิงกี่ช็อต และผิวตอบสนองอย่างไรหลังทำ การตั้งค่าในครั้งถัดไปก็เท่ากับเริ่มเดาใหม่อีกรอบ การเดาซ้ำ ๆ แปลว่ามีบางครั้งที่พลังงานต่ำเกินไปจนแทบไม่ได้ผล และบางครั้งที่สูงเกินไปจนผิวระคายเคืองโดยไม่จำเป็น ทั้งสองแบบคือจำนวนครั้งที่เสียเปล่า และจำนวนครั้งที่เสียเปล่าก็คือเงินที่จ่ายเกิน

การบันทึกค่าพลังงานและการตอบสนองของผิวในการรักษาแต่ละครั้ง

ที่ Beautystone เราจึงบันทึกค่าพลังงาน ความยาวคลื่น และการตอบสนองของผิวไว้ทุกครั้ง แล้วนำมาใช้อ้างอิงในการปรับค่าสำหรับครั้งถัดไปทันที ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ เวลาที่การตอบสนองเริ่มนิ่ง เราสามารถแยกได้ว่าเป็นเพราะพลังงานยังไม่พอ หรือเพราะรอบของเส้นขนยังไม่ถึงจังหวะ ซึ่งสองสาเหตุนี้ต้องแก้คนละแบบ การแยกให้ออกตั้งแต่ต้น ช่วยลดจำนวนครั้งที่ไม่จำเป็นลงได้ และท้ายที่สุดคือช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมของทั้งคอร์ส

ถ้าจะเช็กว่าคลินิกที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ทำงานแบบนี้หรือไม่ ลองใช้คำถามชุดนี้ในวันปรึกษาดูค่ะ

  • วันนี้จะใช้ความยาวคลื่นอะไร ที่ระดับพลังงานประมาณเท่าไหร่ และเพราะอะไรถึงเลือกแบบนั้น

  • ครั้งก่อนผิวตอบสนองอย่างไร และครั้งนี้จะปรับค่าอะไรบ้าง

  • แพ็กเกจที่เสนอครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง และถ้าอยากเพิ่มบริเวณระหว่างคอร์สจะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร

  • ถ้าทำครบตามคอร์สแล้วผลยังไม่เป็นไปตามที่คุยกันไว้ จะมีแนวทางประเมินต่ออย่างไร

คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้จับผิดใคร แต่ช่วยให้คุณเห็นว่าคลินิกมองการกำจัดขนเป็นการขายจำนวนครั้ง หรือมองเป็นการดูแลต่อเนื่องที่มีข้อมูลรองรับ ราคาต่อครั้งที่ถูกกว่ากับค่าใช้จ่ายรวมที่ต่ำกว่า ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และในระยะยาว สิ่งที่ทำให้ยอดรวมต่างกันมักไม่ใช่ส่วนลด แต่เป็นจำนวนครั้งที่คุณไม่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

 

ใครเหมาะ ใครควรเลื่อนไปก่อน และผลข้างเคียงที่ควรรู้

โดยทั่วไป การกำจัดขนด้วยเลเซอร์เหมาะกับคนที่มีเส้นขนสีเข้มชัดเจนและเบื่อกับการโกนหรือแว็กซ์ซ้ำ ๆ แต่ก็มีบางสภาวะที่ควรเลื่อนออกไปก่อน หรือควรปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดก่อนเริ่ม เพื่อความปลอดภัยของผิวเอง

  • เบื่อการโกนหรือแว็กซ์ซ้ำ ๆ จนเริ่มมีขนคุดหรือรอยดำสะสม

  • มีเส้นขนสีเข้มชัดเจน ซึ่งดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีกว่าเส้นขนสีอ่อนมาก

  • อยากลดเวลาดูแลตัวเองในระยะยาว และรับได้ว่าต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งตามรอบของเส้นขน

ส่วนกรณีที่ควรเลื่อนหรือปรึกษาแพทย์ก่อน มีดังนี้ค่ะ

  • กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ จึงแนะนำให้เลื่อนไปหลังคลอด

  • อยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรเข้าปรึกษาเพื่อประเมินก่อนเริ่มทุกครั้ง

  • เพิ่งตากแดดจัดหรือผิวไหม้แดดภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

  • ใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น isotretinoin หรือยาบางชนิดในกลุ่มยาปฏิชีวนะ

  • มีการติดเชื้อ ผื่น หรือแผลเปิดบริเวณที่ต้องการทำ

  • เพิ่งแว็กซ์หรือถอนขนด้วยแหนบภายใน 4 สัปดาห์ เพราะรากขนถูกดึงออกไปแล้ว เลเซอร์จึงไม่มีเป้าให้ทำงาน

เรื่องผลข้างเคียง หลังทำอาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็ก ๆ รอบรูขุมขน ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงได้เองภายใน 1-3 วัน ในบางกรณีอาจมีรอยคล้ำชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อผิวเพิ่งเจอแดดมาก่อนทำ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตุ่มน้ำ ปวดแสบมากผิดปกติ หรือรอยแดงที่ไม่ยอมลดลงภายในไม่กี่วัน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่าซื้อยามาทาเองนะคะ

การดูแลหลังทำก็ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้พอสมควร แนะนำให้ทาครีมกันแดดทุกวันอย่างสม่ำเสมอ งดซาวน่า อาบน้ำร้อนจัด และออกกำลังกายหนักในช่วง 1-2 วันแรก เน้นบำรุงความชุ่มชื้นให้ผิว และระหว่างคอร์สให้ใช้วิธีโกนแทนการแว็กซ์หรือถอน เพื่อให้รากขนยังอยู่ครบสำหรับครั้งถัดไป

สรุปสั้น ๆ อีกครั้งนะคะ ราคาของ GentleMax Pro Plus ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยชื่อเครื่อง แต่มาจากขนาดบริเวณ จำนวนครั้ง และความยาวคลื่นกับพลังงานที่เลือกใช้ ช่วง 6-10 ครั้งเป็นช่วงที่ความหนาแน่นมักลดลงราวครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เส้นชัย และเกณฑ์ข้อที่สี่ที่ไม่มีบนป้ายราคาก็คือความละเอียดในการบันทึกและติดตามผลของคลินิก

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและเส้นขนก่อนตัดสินใจเสมอ

หากคุณกำลังลังเลอยู่กับตัวเลขราคาที่หาเจอบนอินเทอร์เน็ต และยังไม่แน่ใจว่าบริเวณที่อยากทำต้องใช้กี่ครั้ง แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทีมแพทย์ของ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะช่วยประเมินโทนสีผิว ความหนาของเส้นขน และบริเวณที่คุณต้องการ แล้วแจ้งแนวทางจำนวนครั้งกับงบประมาณให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำจริงค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

เลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ต้องทำกี่ครั้งถึงจะพอคะ

ไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ เพราะความหนาแน่นและความหนาของเส้นขนแต่ละคนต่างกัน โดยทั่วไปช่วง 6-10 ครั้งมักเป็นช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนความรู้สึกที่ว่าแทบไม่ต้องโกนทุกวันแล้ว มักต้องใช้เพิ่มอีกหลายครั้งหลังจากช่วงนั้น ตัวอย่างเช่นบริเวณเคราของผู้ชาย จากบันทึกการรักษาของแพทย์ที่คลินิกมักมาจบคอร์สอยู่ที่ราว 13 ครั้ง ซึ่งต่อยอดมาจากช่วง 6-10 ครั้งนั่นเอง แนะนำให้ประเมินกับแพทย์หลังทำ 1-2 ครั้งแรกอีกทีนะคะ

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วเจ็บไหมคะ

ส่วนใหญ่จะรู้สึกคล้ายถูกหนังยางดีดสั้น ๆ ค่ะ ความรู้สึกจะต่างกันไปตามบริเวณ โดยจุดที่ผิวบางหรือขนหนา เช่น เหนือริมฝีปากและบิกินี่ มักรู้สึกชัดกว่าบริเวณอื่น เครื่อง GentleMax Pro Plus มีระบบทำความเย็น DCD ที่พ่นความเย็นก่อนลำแสงลง จึงช่วยให้ผิวรับพลังงานได้สบายขึ้น ระหว่างทำสามารถบอกแพทย์ได้ตลอดหากรู้สึกแสบมากผิดปกติ เพื่อปรับพลังงานหรือจังหวะความเย็นให้เหมาะกับผิวในวันนั้น

ผิวเข้มทำได้ไหม แล้วโปรแกรมนี้เหมาะกับใครบ้างคะ

ผิวโทนกลางถึงเข้มสามารถทำได้ค่ะ โดยมักเลือกใช้ Nd:YAG (1064nm) เป็นหลัก เพราะผิวชั้นบนดูดซับพลังงานน้อยกว่า จึงเหมาะกับโทนผิวแบบนี้มากกว่า โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่มีเส้นขนสีเข้มชัดเจนและอยากลดภาระการโกนในระยะยาว ส่วนเส้นขนสีอ่อนมาก ขนสีขาว หรือขนอ่อนบนใบหน้า มักตอบสนองได้น้อยกว่า เพราะเลเซอร์ทำงานกับเม็ดสีในเส้นขนเป็นหลัก แนะนำให้ให้แพทย์ประเมินสภาพเส้นขนจริงก่อนตัดสินใจนะคะ

ซื้อคอร์สใหญ่ทีเดียวตั้งแต่ครั้งแรกดีไหมคะ

แนะนำให้ดูการตอบสนองของผิวและเส้นขนในช่วง 1-2 ครั้งแรกก่อนค่ะ เพราะบางคนตอบสนองไวกว่าที่คาดและใช้จำนวนครั้งน้อยกว่าที่ซื้อไว้ ขณะที่บางคนอาจต้องปรับค่าพลังงานอีกสองสามครั้งกว่าจะลงตัว การซื้อจำนวนครั้งมากตั้งแต่ยังไม่รู้การตอบสนอง จึงมีโอกาสจ่ายเกินความจำเป็น แต่ถ้าตั้งใจจะทำหลายบริเวณอยู่แล้ว ควรแจ้งตั้งแต่วันปรึกษาครั้งแรก เพราะการวางแผนรวมตั้งแต่ต้นมักปรับแพ็กเกจได้ยืดหยุ่นกว่าการทยอยเพิ่มทีหลัง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1