ทำเลเซอร์หนวดหลายรอบไม่หมด อาจไม่ใช่จำนวนครั้งแต่เป็นความยาวคลื่น ดูความต่าง 755nm กับ 1064nm
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

เคยไหม ทำเลเซอร์กำจัดหนวดมาแล้วหลายรอบ นับครั้งรวม ๆ ก็เกินสิบ แต่พอตื่นเช้ามาส่องกระจก ก็ยังต้องหยิบมีดโกนขึ้นมาเหมือนเดิม หลายคนสรุปกับตัวเองว่าคงเป็นเพราะหนวดของเราดกและดำกว่าคนอื่น แล้วก็ตัดสินใจซื้อคอร์สเพิ่มไปอีกเรื่อย ๆ ด้วยความหวังว่าจำนวนครั้งจะช่วยแก้ปัญหาได้ ทั้งที่บางครั้งการเพิ่มรอบอย่างเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ตรงจุด
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มีอีกมุมที่คนไม่ค่อยรู้ หนวดเคราไม่ได้ต่างจากขนแขนขาแค่ความหนา แต่ต่างกันตั้งแต่ความลึกของรากขน เมื่อรากขนอยู่ลึกกว่า ความยาวคลื่นของเลเซอร์ที่เลือกใช้จึงมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่หลายคนคิด การโกนหรือแว็กซ์เองที่บ้านช่วยได้แค่ระดับผิวด้านบน ส่วนเลเซอร์จะเข้าไปจัดการที่รากขน แต่พลังงานจะไปถึงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเลือกคลื่นได้ตรงกับสภาพเส้นขนและโทนสีผิวหรือเปล่า บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูให้ชัดว่าทำไม 755nm กับ 1064nm ถึงควรใช้คู่กัน จำนวนครั้งที่เป็นไปได้จริงอยู่ราวไหน พร้อมแนะนำแนวทางเตรียมตัวก่อนทำและดูแลผิวหลังทำ ไปดูกันเลยค่ะ
ทำไมหนวดเคราถึงกำจัดยากกว่าขนส่วนอื่น
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ได้อยู่ที่ความดกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตำแหน่งและโครงสร้างของรูขุมขนด้วย รากขนของหนวดเคราอยู่ลึกกว่าขนบริเวณแขนขาโดยประมาณ 1.5 ถึง 2 เท่า และตัวเส้นขนเองก็หนากว่าอย่างเห็นได้ชัด พูดง่าย ๆ คือ เป้าหมายที่พลังงานเลเซอร์ต้องเดินทางไปให้ถึงนั้น อยู่ลึกกว่าบริเวณอื่นเกือบเท่าตัว งานเดียวกันจึงใช้วิธีเดียวกันไม่ได้
หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขนคือ เมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสีในเส้นขนจะดูดซับพลังงานแสง แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำให้รากขนเสียหายจนสร้างเส้นขนใหม่ได้น้อยลง เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เหมือนใส่เสื้อสีดำเดินกลางแดด เสื้อสีเข้มจะอมความร้อนเร็วกว่าเสื้อสีอ่อน เส้นขนที่มีเม็ดสีเข้มก็ทำงานคล้ายกัน คือรับพลังงานได้ดีกว่าเส้นขนสีอ่อน ตรงนี้เองที่ทำให้หนวดสีเข้มดูเหมือนจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดี แต่ความจริงยังมีอีกครึ่งหนึ่งของสมการที่คนมักมองข้าม
อีกครึ่งหนึ่งคือ ความลึกที่พลังงานเดินทางลงไปถึง ซึ่งขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น (Wavelength) โดยตรง หลักกว้าง ๆ คือ ยิ่งความยาวคลื่นสั้น พลังงานจะปลดปล่อยออกใกล้ผิวชั้นบน และยิ่งความยาวคลื่นยาว พลังงานจะทะลุลงไปได้ลึกกว่า ดังนั้นเวลาที่ผลลัพธ์ไม่ขยับ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าทำมากี่รอบเสมอไป แต่บ่อยครั้งอยู่ที่ว่าพลังงานลงไปถึงชั้นที่รากขนอยู่จริงหรือเปล่า
รากขนอยู่ลึก พลังงานที่ปลดปล่อยเฉพาะผิวชั้นบนอาจไปไม่ถึงโคนราก
เส้นขนหนาและแข็ง ต้องใช้ความร้อนสะสมมากกว่าขนอ่อนบริเวณอื่น
หนวดเคราได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน จึงมีโอกาสงอกกลับได้ง่ายกว่าขนตามแขนขา
บริเวณรอบปากและกราม ผิวบาง เส้นประสาทหนาแน่น การตั้งค่าพลังงานจึงต้องละเอียดกว่า
เมื่อสามข้อแรกมารวมกัน ผลที่ตามมาคือ ถ้าใช้แนวทางเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่ประเมินใหม่ จำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน สิ่งที่ควรกลับมาทบทวนก่อนคือ ความยาวคลื่นที่ใช้ ค่าพลังงานในแต่ละรอบ และการตอบสนองของผิวที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ตัวเลขจำนวนครั้งบนใบเสร็จ

755nm กับ 1064nm ต่างกันตรงไหน แล้วทำไมต้องใช้สลับกัน
ต่างกันที่สองเรื่องหลัก คือ อัตราการดูดซับเมลานิน และความลึกที่พลังงานเดินทางไปถึง สองข้อนี้สวนทางกันเสมอ คลื่นที่ดูดซับเมลานินได้ดีมักลงไม่ลึกนัก ส่วนคลื่นที่ลงได้ลึกก็ดูดซับเมลานินได้น้อยกว่า การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวจึงเท่ากับยอมทิ้งข้อดีอีกด้านไป
ความยาวคลื่น | จุดเด่น | ข้อจำกัด | มักเหมาะกับ |
|---|---|---|---|
755nm Alexandrite | ดูดซับเมลานินได้สูง ตอบสนองดีกับเส้นขนสีเข้ม | ลงลึกได้จำกัด พลังงานทำงานใกล้ผิวชั้นบน | ผิวโทนอ่อนถึงกลาง ที่ขนเข้มแต่ไม่ได้ลึกมาก |
1064nm Nd:YAG | ทะลุลงชั้นลึกได้ดี รบกวนเม็ดสีที่ผิวน้อยกว่า | ดูดซับเมลานินต่ำกว่า ต้องบริหารพลังงานให้ดี | ผิวสองสีถึงผิวเข้ม และเคสที่รากขนอยู่ลึก |
ใช้สลับสองคลื่น | เติมเต็มช่วงที่อีกคลื่นทำงานไม่ถึง | ต้องประเมินสัดส่วนเป็นรายบุคคล | หนวดเคราที่ทั้งหนาและรากลึก |
ในทางปฏิบัติ ลำดับที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักใช้กับบริเวณหนวดเคราคือ เริ่มจาก 755nm เพื่อส่งพลังงานเข้าหาเม็ดสีของเส้นขนในช่วงที่อยู่ตื้นกว่า เพราะหนวดสีเข้มตอบสนองต่อคลื่นนี้ได้ดี จากนั้นจึงตามด้วย 1064nm เพื่อเติมพลังงานลงไปยังโคนรากที่อยู่ลึก ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นแรกอาจไปไม่ถึง สองขั้นตอนนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำงานคนละหน้าที่ในเส้นขนเดียวกัน
เครื่องที่ถูกพูดถึงบ่อยในงานกำจัดหนวดเคราอย่าง GentleMax Pro Plus ได้เปรียบตรงที่รวมทั้ง 755nm Alexandrite และ 1064nm Nd:YAG ไว้ในเครื่องเดียว จึงสลับคลื่นได้ภายในรอบการรักษาเดียวกันโดยไม่ต้องย้ายเครื่อง และยังมีระบบพ่นความเย็น Dynamic Cooling Device (DCD) ที่ช่วยลดอุณหภูมิผิวก่อนยิงเลเซอร์ ซึ่งช่วยให้ปรับพลังงานได้ยืดหยุ่นขึ้นในบริเวณที่ผิวบาง อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องเป็นเพียงเครื่องมือ สิ่งที่ชี้ผลลัพธ์จริง ๆ คือวิธีเลือกคลื่นและการตั้งค่าให้ตรงกับผิวของแต่ละคน
คำถามที่ตามมาเสมอคือ ถ้าอยากให้ลงลึก ทำไมไม่เพิ่มพลังงานให้แรงขึ้นไปเลย เหตุผลคือ ผิวชั้นบนก็มีเมลานินของตัวเองเช่นกัน การเร่งพลังงานโดยไม่ประเมินโทนสีผิว อาจทำให้ผิวด้านบนรับความร้อนเกินก่อนที่รากขนจะได้รับพลังงานพอ ซึ่งมีโอกาสเกิดผิวไหม้หรือรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) ตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีโทนผิวเข้มตามการแบ่งประเภทสีผิวมาตรฐาน Fitzpatrick scale ตั้งแต่ Type 4 ขึ้นไป การสลับสองคลื่นจึงเป็นการกระจายภาระพลังงาน แทนที่จะฝากทุกอย่างไว้กับคลื่นเดียวแล้วดันค่าให้สูงขึ้น
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ สัดส่วนของสองคลื่นไม่ควรตายตัวตลอดคอร์ส เมื่อรากขนบางส่วนถูกทำลายไปแล้ว ความหนาและความหนาแน่นของเส้นขนที่เหลือจะเปลี่ยนไป สัดส่วนที่เหมาะสมในรอบแรกจึงมักไม่ใช่สัดส่วนเดียวกับรอบที่ห้าหรือรอบที่แปด นี่คือเหตุผลที่การประเมินซ้ำในทุกรอบสำคัญไม่แพ้การเลือกเครื่อง
ต้องทำกี่ครั้งถึงจะพอ และทำไมจำนวนครั้งของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ขอเริ่มจากความจริงที่ควรพูดก่อน คือ ไม่มีใครบอกได้แบบฟันธงว่าต้องทำกี่ครั้งพอดี เพราะความหนาแน่นและความหนาของเส้นขนแต่ละคนต่างกันมาก คนที่หนวดขึ้นบางเฉพาะแนวกราม กับคนที่หนวดขึ้นเต็มตั้งแต่ใต้จมูกจนถึงลำคอ ย่อมใช้จำนวนรอบไม่เท่ากันอยู่แล้ว ตัวเลขที่พูดถึงต่อจากนี้จึงเป็นกรอบอ้างอิงเพื่อวางแผน ไม่ใช่คำสัญญา
กรอบที่ใช้กันทั่วไปในทางคลินิกคือ ช่วง 6 ถึง 10 ครั้ง มักเป็นช่วงที่ความหนาแน่นของเส้นขนลดลงราวครึ่งหนึ่ง หมายความว่าเส้นขนจะบางลง ขึ้นช้าลง และดูโปร่งขึ้นอย่างสังเกตได้ แต่ยังไม่ใช่จุดที่จะเลิกโกนได้ในชีวิตประจำวัน ตรงนี้คือจุดที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเห็นตัวเลข 6 ถึง 10 ครั้งแล้วคาดหวังผลลัพธ์คนละระดับกับที่ตัวเลขนั้นหมายถึงจริง ๆ
สำหรับบริเวณหนวดเคราโดยเฉพาะ จากบันทึกการรักษารายเคสของแพทย์ที่คลินิก ผู้ชายทั่วไปมักมาจบคอร์สกันที่ราว 13 ครั้งโดยประมาณ จึงจะรู้สึกว่าไม่ต้องหยิบมีดโกนทุกเช้าอีกต่อไป ความสัมพันธ์ของสองตัวเลขนี้อธิบายง่าย ๆ ว่า ช่วง 6 ถึง 10 ครั้งคือช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนการไปถึงจุดที่หลุดจากการโกนทุกวันมักต้องเพิ่มอีกไม่กี่รอบต่อจากนั้น ไม่ใช่ตัวเลขสองชุดที่ขัดกัน แต่เป็นคนละหมุดหมายบนเส้นทางเดียวกัน และยังเป็นค่าประมาณที่ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เรื่องระยะห่างระหว่างรอบ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ เพราะเลเซอร์ตอบสนองได้ดีกับเส้นขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต ไม่ใช่ทุกเส้นที่อยู่ในระยะนี้พร้อมกัน จึงต้องอาศัยการทำซ้ำเป็นรอบ ๆ เพื่อไล่ตามวงจรขน หนวดเคราจะมีวงจรที่สั้นกว่าบางบริเวณ แพทย์จึงอาจร่นระยะให้กระชับขึ้นเล็กน้อยในบางเคส แต่การเว้นระยะสั้นเกินไปก็ไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้น เพราะผิวยังฟื้นตัวไม่ทันและเส้นขนรอบใหม่ยังขึ้นไม่พอให้จับพลังงาน
โทนสีผิวและสีของเส้นขน ตัวแปรแรกที่กำหนดว่าจะใช้สัดส่วนคลื่นแบบไหนได้อย่างปลอดภัย
ความหนาแน่นและความหนาของหนวด ยิ่งแน่นและแข็ง ยิ่งต้องการรอบสะสมมากขึ้น
ความยาวคลื่นและค่าพลังงานที่ใช้จริงในแต่ละรอบ ไม่ใช่แค่ชื่อเครื่องที่ใช้
การจดบันทึกค่าของรอบที่ผ่านมา แล้วนำมาปรับต่อในรอบถัดไป
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่มักถูกมองข้าม แต่กลับส่งผลกับจำนวนรอบรวมมากอย่างน่าประหลาดใจ ถ้าไม่มีบันทึกว่ารอบที่แล้วใช้คลื่นไหน ค่าพลังงานเท่าไหร่ และผิวตอบสนองอย่างไร รอบถัดไปก็ได้แต่เริ่มจากค่ากลาง ๆ ซ้ำเดิม ผลคือหลายรอบผ่านไปโดยที่การตั้งค่าแทบไม่ขยับ กลับกัน ถ้ามีบันทึกทุกรอบ แพทย์จะปรับสัดส่วนคลื่นและพลังงานให้พอดีกับสภาพขนที่เปลี่ยนไปได้เร็วขึ้น รอบที่ไม่จำเป็นก็ลดลง และเมื่อรอบรวมลดลง ค่าใช้จ่ายรวมตลอดคอร์สก็มักลดตามไปด้วย
สรุปเรื่องจำนวนครั้งคือ อย่าเพิ่งรีบซื้อคอร์สยาว ๆ เพียงเพราะรู้สึกว่ายังไม่หมด ลองย้อนดูก่อนว่าที่ผ่านมามีการเปลี่ยนสัดส่วนคลื่นบ้างไหม ค่าพลังงานขยับตามการตอบสนองของผิวหรือเปล่า และเว้นระยะเหมาะสมหรือไม่ ทั้งหมดนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล เพราะผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว สภาพเส้นขน และการดูแลตัวเองระหว่างคอร์ส

เหมาะกับใคร ควรระวังใคร และเตรียมตัวก่อน-หลังทำอย่างไร
แนวทางสลับสองคลื่นมักเหมาะกับคนที่หนวดเคราหนาและรากขนลึก คนที่เคยทำด้วยเครื่องคลื่นเดี่ยวมาแล้วรู้สึกว่าผลนิ่งอยู่กับที่ คนที่ต้องโกนทุกวันจนเกิดขนคุดหรือรอยแดงรอบรูขุมขนบ่อย ๆ รวมถึงคนผิวสองสีที่กังวลเรื่องรอยดำหลังทำเลเซอร์ เพราะสามารถเพิ่มสัดส่วนของ 1064nm เพื่อลดการรบกวนเม็ดสีที่ผิวชั้นบนได้
ในทางกลับกัน มีบางสถานการณ์ที่ควรเลื่อนออกไปก่อน หรือแจ้งแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียดก่อนเริ่ม
เพิ่งตากแดดจัดหรือผิวไหม้แดดมาไม่นาน ผิวยังไวต่อความร้อนมากกว่าปกติ
กำลังใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวไวแสง เช่น กลุ่มเรตินอยด์หรือยาบางชนิดตามที่แพทย์สั่ง
มีเริมบริเวณรอบปากที่กำลังกำเริบ หรือมีแผลเปิด ผิวอักเสบในบริเวณที่จะทำ
มีสิวอักเสบรุนแรงบริเวณกรามหรือรอบปากในช่วงนั้น
มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ในบริเวณใกล้เคียง
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
เรื่องเตรียมตัวที่คนเข้าใจผิดกันบ่อยคือการโกน ก่อนวันทำเลเซอร์ควรโกนหนวดให้เรียบร้อย โดยทั่วไปแนะนำให้โกนในวันก่อนหน้าหรือเช้าวันนัด เหตุผลคือถ้าเส้นขนยังยาวโผล่พ้นผิว พลังงานจะถูกใช้ไปกับเส้นขนส่วนบนจนหมด แล้วเหลือไปถึงรากขนไม่พอ ทั้งยังเพิ่มโอกาสเกิดผิวแดงหรือไหม้บริเวณผิวหน้าด้วย ส่วนการถอน แว็กซ์ หรือใช้แหนบก่อนทำ ควรงดอย่างน้อยประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ เพราะถ้าดึงรากขนออกไปแล้ว เลเซอร์ก็จะไม่มีเป้าหมายให้ทำงาน
หลังทำ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยรอบรูขุมขนในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ ยุบลงได้เองภายในประมาณ 1 ถึง 3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดแสบมากผิดปกติ ตุ่มน้ำ หรือรอยแดงที่ไม่ลดลงตามเวลา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยาทาเองหรือรอดูอาการนานเกินไป
ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่เพิ่งทำเลเซอร์
บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้ออ่อนโยน ช่วยลดความรู้สึกตึงแห้งในช่วงแรก
เลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก และการแช่น้ำร้อนในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก
งดการขัดผิวหรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเข้มข้นในบริเวณที่ทำจนกว่าผิวจะสงบ
ถ้ามีสะเก็ดเล็ก ๆ อย่าแกะ ปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่มีโทนสีผิวเข้ม การประเมินโทนผิวก่อนกำหนดสัดส่วนคลื่นเป็นขั้นตอนที่ควรมาเป็นอันดับแรก เพราะถ้าเน้น 755nm มากเกินไป เมลานินในผิวเองก็อาจถูกกระตุ้นจนเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ได้ ในกลุ่มนี้จึงมักเพิ่มสัดส่วน 1064nm และตั้งค่าพลังงานอย่างระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงอาจเว้นระยะระหว่างรอบให้ผิวได้พักนานขึ้นเล็กน้อย ทั้งหมดนี้เป็นดุลยพินิจที่แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
อีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นคือเป้าหมายของการกำจัดหนวดเครา แทนที่จะตั้งเป้าให้เกลี้ยงทั้งหมด การมองที่ระดับลดลงราว 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์มักเป็นภาพที่ใกล้ความจริงมากกว่า เพราะหนวดเคราได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน เมื่อเวลาผ่านไปจึงอาจมีเส้นขนอ่อนบางกลับขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จัดการได้ด้วยการเก็บรอบเป็นครั้งคราวตามที่แพทย์ประเมิน
สรุป: หนวดที่ยังไม่หมด อาจไม่ได้แพ้ที่จำนวนครั้ง
ถ้าทำเลเซอร์กำจัดหนวดมาหลายรอบแล้วผลยังไม่ขยับ สิ่งแรกที่ควรทบทวนอาจไม่ใช่การซื้อคอร์สเพิ่ม แต่เป็นความยาวคลื่นที่ใช้ เพราะหนวดเคราทั้งหนาและรากลึก การใช้ 755nm เพื่อจับเม็ดสีของเส้นขน แล้วตามด้วย 1064nm เพื่อส่งพลังงานลงไปถึงโคนราก จึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์โครงสร้างของหนวดได้ตรงกว่าการใช้คลื่นเดียวซ้ำ ๆ และตัวเลขจำนวนครั้งจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการปรับค่าตามการตอบสนองของผิวในทุกรอบ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโทนสีผิว ความหนาแน่นของเส้นขน และการดูแลตัวเองระหว่างคอร์ส ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ และแจ้งประวัติผิว ยาที่ใช้อยู่ รวมถึงผลจากการทำเลเซอร์ครั้งก่อน ๆ ให้ครบ เพื่อให้การวางแผนรอบถัดไปแม่นยำขึ้น
หากคุณกำลังกังวลว่าทำเลเซอร์หนวดมาหลายรอบแล้วยังต้องโกนทุกเช้าเหมือนเดิม ลองให้เราช่วยดูให้ก่อนได้ค่ะ ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล คุณหมอจะประเมินโทนสีผิว สภาพเส้นขน และประวัติการทำที่ผ่านมา แล้ววางแผนสัดส่วนคลื่นให้เหมาะกับผิวของคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
ดูรายละเอียด เลเซอร์กำจัดขน GentleMax Pro Plus
โปรโมชันเดือนนี้: GentleMax Pro Plus
คำถามที่พบบ่อย
เลเซอร์กำจัดหนวด เจ็บไหม จุดไหนที่รู้สึกมากกว่าจุดอื่น
รู้สึกได้ระดับหนึ่ง และจุดที่คนส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกมากกว่าจุดอื่นคือบริเวณเหนือริมฝีปากบนหรือร่องใต้จมูก เพราะเป็นบริเวณที่ผิวบางและเส้นประสาทหนาแน่น เครื่องอย่าง GentleMax Pro Plus มีระบบพ่นความเย็น Dynamic Cooling Device (DCD) ที่ช่วยลดอุณหภูมิผิวก่อนยิงเลเซอร์ จึงช่วยบรรเทาความรู้สึกลงได้ในระดับหนึ่ง หากกังวลเป็นพิเศษ สามารถแจ้งคุณหมอก่อนเริ่มเพื่อปรับจังหวะการทำและพิจารณาแนวทางลดความรู้สึกเพิ่มเติมได้ค่ะ
ผิวสองสีหรือผิวเข้ม ทำเลเซอร์กำจัดหนวดได้ไหม
ทำได้ แต่หัวใจอยู่ที่การเลือกความยาวคลื่นให้เหมาะกับโทนผิว โดยทั่วไปยิ่งผิวเข้มขึ้น มักจะลดสัดส่วนของ 755nm ลงแล้วเน้น 1064nm เป็นหลัก เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ การเร่งพลังงานเองหรือใช้คลื่นเดียวโดยไม่ประเมินโทนผิวก่อน อาจทำให้สีผิวหลังทำดูไม่สม่ำเสมอได้ ดังนั้นการประเมินโทนสีผิวเพื่อกำหนดสัดส่วนคลื่นจึงควรเป็นขั้นตอนแรกเสมอค่ะ
กำจัดหนวดด้วยเลเซอร์ต้องทำกี่ครั้งถึงจะไม่ต้องโกนทุกวัน
ตอบเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ เพราะความหนาแน่นและความหนาของเส้นขนแต่ละคนต่างกัน กรอบที่ใช้อ้างอิงคือช่วง 6 ถึง 10 ครั้ง มักเป็นช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนการไปถึงจุดที่ไม่ต้องหยิบมีดโกนทุกเช้า จากบันทึกการรักษารายเคสของแพทย์ที่คลินิก ผู้ชายทั่วไปมักจบคอร์สกันที่ราว 13 ครั้งโดยประมาณ ซึ่งก็คือเพิ่มอีกไม่กี่รอบต่อจากช่วงแรก โดยระยะห่างทั่วไปอยู่ที่ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ และแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
เลเซอร์กำจัดหนวดเหมาะกับใคร และหลังทำผิวจะแห้งกร้านไหม
เหมาะกับคนที่หนวดเคราหนาและรากขนลึก คนที่ต้องโกนทุกวันจนเกิดขนคุดหรือรอยแดงรอบรูขุมขนบ่อย และคนที่เคยทำด้วยเครื่องคลื่นเดี่ยวแล้วผลนิ่งอยู่กับที่ ส่วนเรื่องผิวแห้งกร้าน หากทำในระยะห่างที่เหมาะสมและดูแลผิวหลังทำอย่างสม่ำเสมอ มักไม่ค่อยพบปัญหานี้ แต่ถ้าตั้งค่าพลังงานแรงเกินไปหรือเว้นระยะสั้นเกินไป ผิวอาจฟื้นตัวไม่ทันจนสัมผัสของผิวเปลี่ยนไปได้ การเว้นระยะอย่างน้อยราว 4 สัปดาห์ พร้อมบำรุงความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดด จึงเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์นะคะ

ยกกระชับ
หน้าเนื้อน้อย ทำ XERF ได้ไหม? เลือกความลึกยังไงไม่ให้หน้าตอบ

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงร้อยไหม บวม ปวด กี่วันหาย? อาการไหนต้องรีบติดต่อ

ยกกระชับ
ราคา Thermage แพ็กเกจคู่ Ulthera หรือรอบดวงตา ควรเทียบอะไรก่อน?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Xeomin 50 ยูนิตเท่ากัน ทำไมแต่ละคลินิกเสนอราคาไม่เท่ากัน?

ผิว
สิวที่หลังไม่หายสักที อาจไม่ใช่สิว แต่เป็นสิวเชื้อรา?

ลบรอยสัก
สักคิ้วสีเพี้ยน ควรสักทับเลย หรือลบให้จางก่อนดี?





