ขนผู้ชายเส้นหนาเลเซอร์ออกง่าย จริงแค่ครึ่งเดียว สรุปจำนวนครั้งที่ต่างตามความหนาแน่นและสีผิว
หลายคนมักจะมาปรึกษาพร้อมกับคิดว่า “ขนผู้ชายทั้งเส้นใหญ่และหนา ทำแค่ไม่กี่ครั้งก็น่าจะหมดแล้วมั้ง” แต่พอเห็นการประเมินจำนวนครั้งในการทำจริงๆ ที่มากกว่าที่คิด ก็มักจะถามกลับด้วยความสงสัยว่า “ไหนบอกว่าขนเส้นใหญ่จะหลุดง่ายไงครับ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”
ถ้าให้สรุปตั้งแต่แรกเลยก็คือ ถูกต้องแล้วครับที่เลเซอร์จะตอบสนองได้ดีกับขนที่หนาและดำ แต่ทว่าคำว่า ‘ตอบสนองได้ดี’ ไม่ได้แปลว่าจะ ‘เสร็จสิ้นใน 1-2 ครั้ง’ เสมอไปครับ เนื่องจากขนของผู้ชายมีเส้นที่หนา ความหนาแน่นของรูขุมขนจึงสูงขึ้น และรากขนก็อยู่ลึกด้วย ทำให้หลายๆ ครั้งเราจำเป็นต้องแบ่งทำหลายรอบมากกว่าปกติครับ
ขนเส้นหนาและดำ ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีจริงๆ ครับ
หลักการของเลเซอร์กำจัดขนคือ การรวบรวมพลังงานแสงไปที่ เมลานิน (Melanin)* ในเส้นขน เพื่อส่งความร้อนไปทำลายรูขุมขนครับ ดังนั้น ยิ่งขนสีเข้มและเส้นหนามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูดซับแสงได้ดี และตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีเท่านั้นครับ ขนหนวด เครา หรือขนขาของผู้ชายที่หนาและดำก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เลยครับ ในทางกลับกัน ขนสีขาวหรือขนอ่อนที่บางมากๆ จะมีเมลานินน้อย จึงทำให้เลเซอร์ทำเสร็จได้ยากกว่า
* เมลานิน (Melanin): คือเม็ดสีที่ทำให้เกิดสีของผิวและเส้นขน เนื่องจากเลเซอร์จะจับเป้าหมายที่เม็ดสีนี้เพื่อสร้างความร้อน ขนที่หนาและเข้มจึงตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีกว่าครับ

แต่คำว่า ‘เส้นหนา = ครั้งเดียวจบ’ นั้นไม่ใช่ครับ
ประเด็นสำคัญคือมันไม่สามารถทำครั้งเดียวแล้วหมดไปได้ครับ เพราะรูขุมขนจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่ออยู่ใน ระยะเติบโต (Anagen phase)* เท่านั้น ซึ่ง ขนในร่างกายของเราจะมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่อยู่ในระยะเติบโตพร้อมๆ กัน ดังนั้น เราจึงต้องมาทำซ้ำทุกๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อค่อยๆ กำจัดขนในระยะเติบโตที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ตามลำดับครับ
* ระยะเติบโต (Anagen phase): เป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังสร้างเส้นขนอย่างแข็งขัน เฉพาะในช่วงนี้เท่านั้นที่เลเซอร์จะทำงานส่งผลลึกถึงรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องแบ่งทำหลายครั้งเพื่อให้ครอบคลุมขนทั้งหมดครับ
นอกจากนี้ ขนของผู้ชายยังมีเส้นที่หนา รากขนจึงลึกและมีความหนาแน่นสูงมาก ยิ่งรากขนลึกเท่าไหร่ พลังงานก็ยิ่งต้องสะสมมากขึ้นเท่านั้น ทำให้จำนวนครั้งในการทำแต่ละบริเวณเพิ่มขึ้น ดังนั้น คำพูดที่ว่า “เพราะขนหนาเลยตื่นตอบสนองดี แต่ก็ต้องสะสมจำนวนครั้งในการทำมากตามไปด้วย” น่าจะถูกต้องและตรงประเด็นมากกว่าคำว่า “เพราะขนหนาเลยเสร็จเร็ว” ครับ

สิ่งที่คุณผู้ชายต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
การกำจัดขนของคุณผู้ชายจะมีจุดที่ต้องใส่ใจแตกต่างจากคุณผู้หญิงเล็กน้อยครับ อย่างแรกเลยคือสภาวะ ขนคุด (Ingrown hair) ครับ บริเวณที่มีการโกนบ่อยๆ อย่างหนวดเคราหรือลำคอ มักจะเกิดอาการ รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis)* ที่คล้ายๆ กับตุ่มสิวเม็ดเล็กๆ จากการที่ขนม้วนตัวกลับเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่ถ้าเรากำจัดขนจนเส้นขนลดลง อาการทำร้ายผิวซ้ำๆ เหล่านี้ก็จะค่อยๆ ลดลงไปด้วยครับ
* รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis): มีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเล็กๆ เกิดจากการอักเสบในรูขุมขน มักเกิดขึ้นได้ง่ายจากการระคายเคืองจากการโกนหรือภาวะขนคุดครับ
อย่างที่สองคือสีผิวครับ หากผิวคล้ำจากการโดนแดดหรือมีสีผิวค่อนข้างเข้มอยู่แล้ว เลเซอร์อาจจะไปทำปฏิกิริยากับเมลานินที่ผิวแทนเส้นขนได้ ดังนั้นจึงต้องปรับพลังงานอย่างระมัดระวัง หรือเลือกใช้ ความยาวคลื่นที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้อย่างปลอดภัย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต่อให้พิจารณาจากขนที่หนาเหมือนกัน แต่ความแรงของเลเซอร์ที่เหมาะสมในแต่ละคนจึงแตกต่างกันออกไปครับ

แต่ละตำแหน่งมีวิธีการดูแลที่ต่างกัน
การกำจัดขนสำหรับผู้ชายจะมีเป้าหมายและจำนวนครั้งที่แตกต่างกันออกไปตามบริเวณที่ทำครับ ขนบริเวณหนวดและเคราจะเป็นส่วนที่หนาที่สุดและได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนสูงมาก จึงต้องใช้จำนวนครั้งในการทำเยอะ และมักจะเน้นที่การจัดแต่งดีไซน์เพื่อลดความหนาแน่นและขนาดเส้นขนเพื่อรักษาแนวโกนหนวดไว้ มากกว่าการกำจัดออกไปจนเกลี้ยงครับ ส่วนบริเวณที่ผิวบอบบางและมีเม็ดสีเข้มข้นอย่างบราซิลเลียน (Brazilian) จะต้องเลือกความยาวคลื่นและพลังงานอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับบริเวณกว้างอย่างหน้าอก หลัง แขน หรือขา เนื่องจากมีพื้นที่เยอะ เวลาในการทำแต่ละครั้งจึงต้องใช้มากกว่าครับ
ในความเป็นจริงแล้ว มีลูกค้าหลายท่านที่เริ่มจากการทำหนวดเคราก่อน พอเห็นว่ารอยโกนเริ่มจางลงและผิวเนียนขึ้น ก็จะค่อยๆ ขยับขยายไปส่วนคอและหน้าอกต่อ เนื่องจากแต่ละจุดจะนับจำนวนครั้งแยกกัน การเริ่มทำจากจุดที่กังวลที่สุดเพียงที่เดียวก่อนเพื่อดูการตอบสนองของผิวจึงช่วยลดความกังวลได้ดีครับ
แต่ไม่ว่าจะทำส่วนไหน จุดร่วมที่มีเหมือนกันคือ แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่าต้อง “เรียบเนียนไร้ขน 100%” การคาดหวังผลลัพธ์ในแง่ของ ความหนาแน่นและขนาดเส้นขนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจนดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น จะเป็นเป้าหมายที่ตรงกับความเป็นจริงมากกว่าครับ เพราะหากมีขนสีขาวปะปนอยู่ ขนเหล่านั้นก็อาจจะยังคงเหลืออยู่ได้ครับ

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเริ่มทำ
หลังทำเลเซอร์กำจัดขนอาจมีอาการแดงหรือแสบยิบๆ ได้ 2-3 วัน และรูขุมขนอาจได้รับความระคายเคืองจนเกิดตุ่มสีแดงเล็กๆ ขึ้นมาชั่วคราวได้ ซึ่งปกติแล้วจะค่อยๆ ยุบตัวลงไปเองภายในไม่กี่วันครับ ในเรื่องของความเจ็บ ยิ่งขนเส้นหนาเท่าไหร่ก็จะยิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ มากขึ้นเท่านั้น จึงอาจต้องมีการประคบเย็นหรือแปะยาชาร่วมด้วยครับ
จำนวนครั้งและระดับพลังงานที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสีขน ความหนา และโทนสีผิวของแต่ละบุคคล ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินว่าจะเริ่มทำจากบริเวณไหนและตั้งเป้าหมายการรักษาอย่างไรดีครับ เนื่องจากรูขุมขนที่ฝ่อตัวลงไปแล้วยากที่จะกลับคืนสภาพเดิม หากต้องการทำในบริเวณที่ต้องอาศัยการดีไซน์ การดีไซน์กรอบขนแบบเผื่อไว้ก่อน (Keep boundaries conservative) จะช่วยลดความผิดหวังในภายหลังได้ดีที่สุดครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากคุณอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาโดยตรงครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. การเลเซอร์กำจัดขนของผู้ชายให้ผลลัพธ์ถาวรไหมคะ?
รูขุมขนที่ถูกทำลายอย่างมีประสิทธิภาพไปแล้วจะยากต่อการฟื้นตัวกลับมาครับ แต่คำว่า “ตลอดชีวิตจะไม่มีขนขึ้นมาแม้แต่เส้นเดียว” นั้นอาจไม่ใช่ความหมายของคำว่าถาวรในแง่นี้ครับ ผลลัพธ์คือขนเส้นหนาและเข้มจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเวลาผ่านไปอาจมีขนเส้นอ่อนๆ บางส่วนเกิดใหม่ขึ้นมาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมทำโปรแกรมรักษาเพื่อคงสภาพ (maintenance) เพิ่มเติมครับ
Q. ปกติแล้วต้องทำทั้งหมดกี่ครั้งครับ?
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะทำครับ แต่โดยปกติแล้วจะแนะนำให้มาทำทุกๆ 4~6 สัปดาห์ โดยเริ่มทำขั้นต่ำที่ 4~6 ครั้งก่อนครับ สำหรับบริเวณที่มีขนหนาและหนาแน่นมากอย่างหนวดเครา อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่านั้น และหลังจากนั้นมักจะทำโปรแกรมรักษาคงสภาพทุกๆ 6~12 เดือนครั้งครับ
Q. เจ็บมากไหมคะ?
ยิ่งขนเส้นหนามากเท่าไหร่ก็อาจจะยิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ มากขึ้นเท่านั้นครับ โดยในแต่ละตำแหน่งจะมีการใช้เครื่องเป่าลมเย็นหรือแปะยาชาร่วมด้วยเพื่อช่วยลดความรู้สึก เจ็บและระคายเคือง ทั้งนี้ระดับความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน สามารถปรึกษาและปรับระดับพลังงานก่อนเริ่มทำได้ครับ
Q. แตกต่างจากการโกนหนวดตามปกติอย่างไรครับ?
การโกนหนวดเป็นการตัดเฉพาะเส้นขนที่โผล่พ้นผิวหนังขึ้นมา ซึ่งแป๊บเดียวขนก็ยาวขึ้นมาใหม่ และอาจทำให้เกิดปัญหาขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบตามมาได้ครับ ในขณะที่การทำเลเซอร์จะเป็นการเข้าไปทำลายที่ตัวรูขุมขนโดยตรงเพื่อลดจำนวนและความหนาของเส้นขน ยิ่งทำจำนวนครั้งสะสมมากขึ้นเท่าไหร่ ความจำเป็นในการโกนหนวดและรอยเขียวคล้ำจากการโกนก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วยครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?
เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ผิว
Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?
รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?
กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิว
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ



