• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ร่องแก้มและมุมปากหย่อน แบบไหนใช้ Lifting ได้ แบบไหนต้องเติมวอลลุ่ม?

ร่องแก้มและมุมปากหย่อน แบบไหนใช้ Lifting ได้ แบบไหนต้องเติมวอลลุ่ม?

ร่องแก้มและมุมปากหย่อน แบบไหนใช้ Lifting ได้ แบบไหนต้องเติมวอลลุ่ม?

ร่องแก้มลึก มุมปากหย่อน — แก้ด้วยการยกกระชับหรือเติมฟิลเลอร์? บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจว่าสาเหตุต่างกัน วิธีแก้ก็ต่างกันค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เคยสังเกตไหมคะ ว่าร่องแก้มที่เห็นชัดขึ้นทุกปี บางทีก็รู้สึกว่าหน้า "ดูตก" มากกว่าเดิม ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้เปลี่ยน และดูแลผิวมาตลอด สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ร่องแก้มกับมุมปากหย่อนนั้นเกิดได้จากสองสาเหตุที่แตกต่างกันมากพอ ๆ กับวิธีแก้ไข

จริง ๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงบริเวณร่องแก้มและมุมปากเป็นปัญหาที่หลายคนกังวลใจ เพราะมันทำให้หน้าดูโทรมและดูแก่กว่าอายุจริง บั่นทอนความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร การเลือกวิธีรักษาก็อาจไม่ตรงจุดได้

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า ร่องแก้มและมุมปากหย่อนแบบไหนที่การยกกระชับ (Lifting) ช่วยได้จริง และแบบไหนที่ต้องเติมวอลลุ่มเข้าไป พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคนค่ะ

 

ร่องแก้มและมุมปากหย่อน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ก่อนจะรู้ว่าต้องทำอะไร ต้องเข้าใจก่อนว่าเกิดจากอะไร ร่องแก้มลึกและมุมปากหย่อนมีต้นตอที่แตกต่างกันสองแบบหลัก ๆ

แบบที่ 1 — เนื้อเยื่อหย่อนคล้อย (Tissue Sagging)
เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อที่รองรับผิวหน้าจะค่อย ๆ หย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง กรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวบริเวณแก้มเริ่ม "เลื่อน" ลงมา กดทับร่องแก้มให้ดูลึกขึ้น และดึงมุมปากให้หย่อนต่ำ สาเหตุนี้มักเห็นได้ชัดเมื่อกดแก้มขึ้นแล้วร่องแก้มดูตื้นลงทันที

แบบที่ 2 — สูญเสียวอลลุ่ม (Volume Loss)
ผิวหน้ามีความฟูจากโครงสร้างไขมันชั้นกลาง (Deep Fat Compartments) ที่รองรับอยู่ด้านใน เมื่อไขมันชั้นลึกและคอลลาเจนในผิวลดลง พื้นที่แก้มจะ "ยุบ" ลง ทำให้ร่องแก้มดูลึกมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะเนื้อหย่อน แต่เพราะ "บุ๋ม" เข้าไปข้างใน สังเกตได้จากแก้มดูแบน ผิวไม่ฟูเท่าเดิม

พูดง่าย ๆ คือ แบบแรกคือ "เนื้อไหลลง" แบบที่สองคือ "เนื้อหายไป" — ทั้งสองแบบอาจดูคล้ายกันแต่ต้องการวิธีแก้ที่ต่างกันมากค่ะ

ภาพตัดขวางแสดงความแตกต่างระหว่างการหย่อนของเนื้อเยื่อกับการสูญเสียวอลลุ่มในบริเวณร่องแก้ม

 

Lifting ช่วยร่องแก้มได้แค่ไหน?

การยกกระชับ (Lifting) ไม่ว่าจะเป็น HIFU (High Intensity Focused Ultrasound), Monopolar RF อย่าง Thermage FLX หรือ Oligio, หรือ ร้อยไหม (Thread Lifting) ล้วนทำงานโดยกระตุ้นชั้นเนื้อเยื่อให้ "ดึงกลับขึ้น" ผ่านกลไกที่ต่างกัน

HIFU อย่าง Ulthera หรือ Ultraformer III ส่งพลังงานความร้อนแบบโฟกัสไปที่ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดยกหน้า (Face Lift) กระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและสร้างใหม่ ผลคือเนื้อเยื่อที่หย่อนอยู่ค่อย ๆ กระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณการหย่อนและสภาพผิวเป็นหลัก

ร้อยไหม (Thread Lifting) ใช้เส้นไหม PDO หรือ PLLA ที่มี Barb สร้างแรงดึงทางกายภาพ ช่วยยกเนื้อเยื่อที่หย่อนได้ค่อนข้างตรงจุด โดยทั่วไปเหมาะกับการหย่อนระดับเบาถึงปานกลาง

สิ่งที่ทุก Lifting วิธีทำได้ดี คือการแก้ปัญหา "เนื้อไหลลง" แต่สิ่งที่ทำไม่ได้ คือการ "เติมเต็ม" ในส่วนที่วอลลุ่มหายไปแล้ว นั่นคือขีดจำกัดของ Lifting ที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจค่ะ

Lifting ช่วยร่องแก้มได้แค่ไหน

 

 

เมื่อไหร่ที่วอลลุ่ม (ฟิลเลอร์) คือคำตอบที่ถูกต้อง?

ฟิลเลอร์ (Filler) — โดยทั่วไปที่ใช้กันในบริเวณร่องแก้มคือ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย — ทำงานโดยการเติมปริมาตรเข้าไปในบริเวณที่ยุบหรือบุ๋ม ไม่ได้ "ดึง" แต่ "เติม"

ลองคิดแบบนี้ค่ะ ถ้าเปรียบผิวหน้าเป็นลูกโป่ง Lifting ก็เหมือนการดึงปากลูกโป่งขึ้น ส่วนฟิลเลอร์คือการเติมลมเข้าไปให้ลูกโป่งฟูขึ้น — คนละวิธีแก้ปัญหาที่คนละแบบ

สัญญาณที่บอกว่า "วอลลุ่ม" น่าจะตอบโจทย์มากกว่า:

  • แก้มดูแบนหรือบุ๋มเข้าไป แม้ยังไม่มีการหย่อนชัดเจน

  • ร่องแก้มลึก แต่เมื่อใช้นิ้วกดเนื้อด้านข้างเข้ามา ร่องยังลึกอยู่เหมือนเดิม (ต่างจากแบบหย่อน ที่กดขึ้นแล้วดีขึ้น)

  • ผิวไม่ฟูเท่าเดิม รู้สึกว่าหน้า "ผอมบาง" ขึ้นทั้งที่น้ำหนักไม่ลด

  • มุมปากหย่อน แต่บริเวณแก้มรอบ ๆ ยังค่อนข้างกระชับ

งานวิจัยจาก PMC ชี้ว่าการสูญเสีย Deep Fat Compartments ในบริเวณแก้มและรอบดวงตาเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงใบหน้าตามอายุ (Rohrich et al., PMC10481114) ซึ่งการเติมวอลลุ่มที่ชั้นลึกที่เหมาะสมสามารถช่วยฟื้นคืนโครงสร้างนั้นได้

 

แล้วถ้าปัญหามีทั้งสองอย่าง ต้องทำยังไง?

ในทางปฏิบัติ หลายคนมีทั้งการหย่อนและการสูญเสียวอลลุ่มเกิดขึ้นพร้อมกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินสัดส่วนของแต่ละปัญหา และออกแบบแนวทางที่เหมาะสมให้

แนวทางที่พบบ่อยคือ การผสมผสาน เช่น ทำ Lifting ก่อนแล้วเติมฟิลเลอร์ในจุดที่ขาดวอลลุ่ม หรือในบางกรณีก็ทำในลำดับตรงกันข้าม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

งานวิจัยจาก PMC ยืนยันว่าการวางแผนรักษาที่คำนึงถึงทั้งการหย่อนและวอลลุ่มพร้อมกัน ให้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า (PMC12322485) การ "กดหน้า" ดูเองเป็นแค่เบาะแสเบื้องต้น การวินิจฉัยที่แม่นยำต้องให้แพทย์ประเมินโดยตรงค่ะ

เมื่อไหร่ที่วอลลุ่ม (ฟิลเลอร์) คือคำตอบที่ถูกต้อง

 

 

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ต้องรู้

ทั้ง Lifting และฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงาม แต่ทุกหัตถการมีความเสี่ยงที่ควรรับรู้ไว้ค่ะ

Lifting (HIFU / RF / ร้อยไหม):
อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึง ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–3 วัน บางคนอาจรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการโดยเฉพาะในพื้นที่กระดูกบาง หากมีอาการผิดปกติหลังทำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ฟิลเลอร์ HA:
อาจมีรอยช้ำ บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งโดยทั่วไปหายได้เองใน 3–7 วัน มีโอกาสเกิดก้อนนูนเล็กน้อยในกรณีที่ฉีดไม่สม่ำเสมอ และในกรณีหายากที่สุดมีความเสี่ยงต่อหลอดเลือด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญสูงเท่านั้น

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง / แจ้งแพทย์ก่อน:

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออยู่ระหว่างการใช้ยากดภูมิ

  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) — โดยเฉพาะสำหรับ HIFU และ RF

  • มีประวัติแพ้ HA หรือวัสดุที่ใช้ในการผลิตฟิลเลอร์

  • มีโรคผิวหนังอักเสบเฉียบพลันบริเวณที่จะทำ

งานวิจัยจาก PMC ยืนยันว่า Thread Lifting ให้ผลที่ดีในกรณีที่เลือกผู้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ (PMC5535644)

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ต้องรู้

 

 

สรุป: ดูสัญญาณก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีแก้

ร่องแก้มลึกและมุมปากหย่อนเกิดได้จากสองสาเหตุที่ต่างกัน คือ การหย่อนของเนื้อเยื่อ และการสูญเสียวอลลุ่ม Lifting เหมาะกับแบบแรก ฟิลเลอร์เหมาะกับแบบที่สอง และในหลายกรณีก็ต้องผสมผสานกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมประเมินสภาพใบหน้าของคุณแบบรายบุคคล เพื่อออกแบบแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

หากคุณกำลังกังวลเรื่องร่องแก้มหรือมุมปากหย่อน แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง: PMC12322485 · PMC10481114 · PMC5535644

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ร่องแก้มทำ Lifting ดีไหม หรือต้องฉีดฟิลเลอร์?

A. ขึ้นอยู่กับสาเหตุค่ะ ถ้าร่องแก้มเกิดจากเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย Lifting ช่วยได้ดี แต่ถ้าเกิดจากแก้มยุบหรือสูญเสียวอลลุ่ม ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์มากกว่า หลายคนมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบแนวทางที่เหมาะสมให้นะคะ

Q. รู้ได้ยังไงว่าร่องแก้มของเราเกิดจากการหย่อนหรือวอลลุ่มหาย?

A. วิธีง่าย ๆ คือลองใช้นิ้วกดเนื้อแก้มขึ้นเบา ๆ ค่ะ ถ้าร่องแก้มตื้นลงชัดเจน มักเป็นสัญญาณของการหย่อน แต่ถ้าร่องยังลึกอยู่แม้กดขึ้น แสดงว่าวอลลุ่มน่าจะหายไปด้วย อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยที่แม่นยำต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินโดยตรงนะคะ

Q. ทำ HIFU หรือ Lifting แล้วร่องแก้มจะลึกน้อยลงได้จริงไหม?

A. ได้ค่ะ ในกรณีที่สาเหตุหลักคือการหย่อนของเนื้อเยื่อ HIFU อย่าง Ulthera หรือ Ultraformer III จะช่วยยกกระชับชั้น SMAS ทำให้เนื้อเยื่อที่กดทับร่องแก้มค่อย ๆ ยกขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ

Q. ฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม? ต้องระวังอะไรบ้าง?

A. ฟิลเลอร์ HA ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย.เกาหลี (KFDA) มีความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ ความเสี่ยงที่พบได้คือรอยช้ำหรือบวมชั่วคราว และในกรณีหายากมากอาจเกิดปัญหาหลอดเลือด ดังนั้นควรทำกับแพทย์ที่ชำนาญและมีประสบการณ์สูงเท่านั้นนะคะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1