รวมเรื่อง Titanium Lifting ที่ว่าลดร่องแก้มได้ด้วย ทั้งความเข้าใจผิดชื่อ ความเจ็บ และ downtime ค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ช่วงนี้เวลาเห็นชื่อหัตถการใหม่อย่าง 'Titanium lifting' หลายคนมักจะนึกถึงร่องแก้มเป็นอันดับแรกเลยค่ะ พอเห็นชื่อก็นึกภาพไปไกลแล้วว่าน่าจะเป็นการใส่สารอะไรแข็งๆ เข้าไปเพื่อช่วยดึงให้ร่องแก้มตึงกระชับขึ้นทันตาเห็น
ถ้าให้ตอบสั้นๆ คือ ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ตึงเปรี๊ยะแบบที่คาดหวังขนาดนั้นค่ะ เพราะตัวนี้ไม่ใช่การเติมเต็มหรือลบส่วนลึกของร่องแก้มโดยตรง แต่จะเน้นไปที่การยกพยุงส่วนที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้นและช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้นมากกว่าค่ะ
บอกไว้ก่อนเลยว่า ความคาดหวังที่เกินจริงเกี่ยวกับหัตถการนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิดระหว่าง "ชื่อ" และ "หลักการทำงานจริง" ของเครื่องค่ะ หากคุณกังวลเรื่องริ้วรอยข้างจมูกและร่องแก้มด้วยล่ะก็ ลองมาเคลียร์ความเข้าใจผิดทีละข้อ จะช่วยให้ประเมินได้ดีขึ้นว่าใบหน้าของเราจะเหมาะกับผลลัพธ์จากหัตถการนี้ได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้ว่า:
Titanium lifting ไม่ใช่หัตถการที่ช่วยเติมเต็มร่องแก้มให้หายวับไป
ไม่เหมือนชื่อเรียก เพราะนี่ไม่ใช่หัตถการร้อยไหมหรือการฝังแร่โลหะใดๆ เข้าไปในผิว
ความเจ็บและ downtime (ระยะเวลาพักฟื้น) ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ขอบเขตของผลลัพธ์ที่คาดหวังได้สำหรับร่องแก้มและริ้วรอยข้างจมูก
ความเข้าใจผิดข้อที่ 1: ทำ Titanium lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที?
ตอนปรึกษาคุณหมอ คำถามที่เจอบ่อยมากๆ คือ "ทำตัวนี้แล้วร่องแก้มจะหายไปเลยไหมคะ?" คำตอบอาจจะแตกต่างจากที่คาดหวังไว้นิดหน่อยค่ะ
ร่องแก้มส่วนใหญ่เกิดจากการที่เนื้อเยื่อเส้นใยยึดผิว (retaining ligament)* ที่เคยช่วยพยุงไขมันบริเวณแก้มเริ่มหย่อนคล้อยลงตามอายุ ทำให้ไขมันส่วนบนคล้อยลงมากระจุกตัวอยู่ด้านล่างจนเห็นร่องลึกชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่า เมื่อเนื้อเยื่อพยุงผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและขยายตัวออก ไขมันที่หย่อนคล้อยลงมาทับถมด้านบนจะทำให้บริเวณแก้มดูนูนหนาขึ้นด้วยค่ะ
เนื้อเยื่อเส้นใยยึดผิว (retaining ligament)*: คือเนื้อเยื่อเส้นใยบางๆ ที่ช่วยยึดผิวหนังและไขมันให้อยู่กับที่ หากเริ่มหย่อนคล้อย เนื้อเยื่อด้านบนจะตกลงมาด้านล่างได้ง่ายขึ้นค่ะ
ดังนั้น แทนที่จะใช้วิธีถมร่องลึกให้เต็ม การเข้าไปกระตุ้นโครงสร้างพยุงผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวจากภายในจึงเป็นวิธีที่ตรงจุดกว่าค่ะ Titanium lifting ทำงานโดยส่งพลังงานเลเซอร์ลงลึกถึงชั้นผิวแท้ (dermis) และเนื้อเยื่อยึดผิวเพื่อ <strong>กระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน (collagen denaturation)*</strong> ซึ่งในกระบวนการฟื้นฟูผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่นี้ จะช่วยให้แรงพยุงผิวค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
การจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน (collagen denaturation)*: เป็นกระบวนการที่ความร้อนเข้าไปกระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนเดิมให้จัดระเบียบใหม่ เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนค่ะ

หลักการที่ว่าพลังงานเลเซอร์จะจับเป้าหมายที่เป็นน้ำใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้เกิด collagen denaturation และนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างผิวใหม่ (remodeling) ถือเป็นกลไกพื้นฐานร่วมกันของเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานความร้อนทั่วไป และเป็นที่ทราบกันดีว่ากระบวนการนี้จำเป็นต้องมีระบบทำความเย็น (cooling system) ควบคู่ไปด้วยค่ะ แล้วทำไมเราถึงเลือกใช้วิธีเพิ่มแรงพยุงผิวแทนการเติมเต็มร่องลึก? นั่นก็เพราะการกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูด้วยตัวเองจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเติมสารเติมเต็มเข้าไปค่ะ
หากลองแยกแยะระหว่างสิ่งที่หลายคนคาดหวังกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง สามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะ ข้อแตกต่างจากฟิลเลอร์คือ ตัวนี้ไม่ใช่การเติมเต็มสารใดๆ เข้าไป แต่เป็นการช่วยยกพยุงผิวขึ้นค่ะ
สิ่งที่มักจะคาดหวัง | สิ่งที่คุณคาดหวังได้จริง |
|---|---|
ร่องแก้มหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย | ความหย่อนคล้อยดูลดลง และผิวดูเรียบเนียนขึ้น |
ร่องแก้มดูตื้นขึ้นทันทีเหมือนฉีดฟิลเลอร์ | เนื้อเยื่อพยุงผิวและผิวชั้นแท้ค่อยๆ ฟื้นฟูความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ |
สวยเป๊ะทันใจในการทำเพียงครั้งเดียว | ผลลัพธ์ค่อยๆ ดีขึ้นตามระดับการฟื้นฟูผิวของแต่ละบุคคล |
แต่ถ้าเป็นร่องแก้มที่ลึกมากๆ การหวังผลจากการยกพยุงผิวเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่จุใจ ดังนั้นอาจจะต้องพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันไปตามระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนค่ะ

ความเข้าใจผิดข้อที่ 2: ด้วยชื่อเรียก เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหัตถการร้อยไหมหรือฝังโลหะ?
พอได้ยินคำว่า "Titanium" หลายคนอาจนึกภาพไปถึงการผ่าตัดใส่แผ่นโลหะหรือการร้อยไหมไทเทเนียมเข้าไปใต้ผิวหนังจริงๆ
แต่จริงๆ แล้ว คำว่า Titanium ในที่นี้ไม่ใช่ชื่อวัสดุ แต่เป็นชื่อเครื่องค่ะ เป็นชื่อรุ่นของเครื่อง <strong>Diode laser*</strong> ที่ชื่อว่า 'Soprano Titanium' พัฒนาโดยบริษัท Alma Lasers จากประเทศอิสราเอลนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด) ที่ใช้การยิงพลังงานเลเซอร์ผ่านผิวหน้าโดยไม่ต้องใช้เข็ม ไหม หรือวัสดุฝังใดๆ จึงไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในร่างกาย แต่เป็นการส่งผ่านพลังงานจากภายนอกสู่ภายในค่ะ
Diode laser*: เลเซอร์ที่ใช้สารกึ่งตัวนำในการสร้างพลังงานแสงเฉพาะความยาวคลื่น ซึ่งบางครั้งสามารถผสมผสานหลายความยาวคลื่นร่วมกันได้ค่ะ
เครื่องนี้ใช้เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ Alma ที่ปล่อยคลื่นพลังงานเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่น (755nm, 810nm, 1064nm) ออกมาพร้อมๆ กัน นำเข้าไทยอย่างเป็นทางการผ่าน Alma Korea ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะว่าจะไม่มีความรู้สึกตึงรั้งเหมือนการร้อยไหม หรือความรู้สึกสากๆ จากสิ่งแปลกปลอมใต้ผิว ให้คิดซะว่าเป็นการฉายแสงเลเซอร์ดูแลผิวชิลๆ ได้เลยค่ะ

ความเข้าใจผิดข้อที่ 3: กังวลว่าจะเจ็บ แสบร้อน บวม หรือต้องพักฟื้นนานไหม?
หลายคนพอได้ยินว่าเป็นหัตถการเลเซอร์ ก็มักจะกังวลล่วงหน้าไปก่อนเลยว่าจะเจ็บ จี๊ดๆ หรือแสบร้อนหน้าหรือเปล่า
แต่สำหรับ Titanium lifting นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะทำโดย <strong>ไม่ต้องแปะยาชา</strong> เลยค่ะ เพราะหัวยิงเลเซอร์ทำจากวัสดุแซฟไฟร์ที่มีระบบทำความเย็นในตัวคอยสัมผัสผิวตลอดเวลา ทำให้ความรู้สึกขณะทำจะค่อนไปทางอุ่นๆ สบายๆ เหมือนกำลังนวดหน้ามากกว่าเจ็บจี๊ดค่ะ ใช้เวลาทำไม่นาน และหลังทำเสร็จทันที หลายคนก็สามารถสังเกตเห็นผิวที่ดูเนียนกระชับขึ้นได้ทันทีเลยค่ะ
แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องอาการบวมหรือรอยแผล สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ซึ่งตรงกับ ข้อมูลที่ระบุว่า พลังงานเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยใช้เวลาพักฟื้นน้อยที่สุด และรอยแดงหลังทำก็มีขนาดเล็กมากจนสามารถใช้เมคอัพแต่งหน้ากลบได้สบายๆ ค่ะ แต่อาจจะมีอาการผิวแดงระเรื่อหรืออุ่นๆ ใต้ผิวชั่วคราวหลังทำเสร็จ ซึ่งปกติจะหายไปเองอย่างรวดเร็วค่ะ

นอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันทีหลังทำแล้ว ยังมีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสัตว์ที่พบว่า Diode laser ช่วงคลื่น 800nm ช่วยส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนังได้ดีอีกด้วย ดังนั้น ผลลัพธ์ที่เราเห็นในวันแรกจึงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูผิวระยะยาวค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนการทำออกไปก่อนหรือปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยค่ะ:
สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
ผู้ที่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ
ผู้ที่มีภาวะคีลอยด์ง่ายหรือแผลหายยาก

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำหัตถการใดๆ เราจะช่วยประเมินให้ก่อนค่ะว่าร่องแก้มของคุณเกิดจากความหย่อนคล้อย หรือมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เพราะแนวทางการรักษาระหว่างการกู้ผิวให้กลับมากระชับกับการทำหัตถการอื่นควบคู่กันนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่เดินทางสะดวกจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) คุณหมอจึงสามารถดูแลและออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล ร่วมพูดคุยตกลงผลลัพธ์ที่คาดหวังไปพร้อมๆ กับคนไข้ได้อย่างละเอียดทีละท่านค่ะ

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Titanium lifting เพื่อดูแลริ้วรอยข้างจมูก?
อย่างที่เกริ่นไปว่า Titanium lifting ไม่ใช่การเติมเต็มร่องแก้ม แต่เป็นการเพิ่มแรงพยุงเพื่อยกกระชับผิวที่คล้อย ดังนั้น หากคุณเพิ่งเริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อยในระยะแรก หรือเริ่มเห็นร่องแก้มและริ้วรอยข้างจมูกจางๆ หัตถการนี้จะช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนกระชับขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์มากๆ ค่ะ
ในทางกลับกัน หากมีปัญหาแก้มและกรอบหน้าหย่อนคล้อยค่อนข้างหนัก การเพิ่มแรงพยุงผิวเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แนะนำให้ทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วยจะดีกว่าค่ะ ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับการเลือกหัตถการที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินจากสภาพผิวหน้าจริงจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. กังวลทั้งเรื่องร่องแก้มและริ้วรอยข้างจมูกพร้อมกันเลย ทำ Titanium lifting ครั้งเดียวจะช่วยดีขึ้นทั้งคู่ไหมคะ?
A. ใช่ค่ะ เนื่องจากร่องแก้มและริ้วรอยข้างจมูกมักเกิดจากปัญหาการหย่อนคล้อยของแก้มในบริเวณเดียวกัน การทำตัวนี้จึงสามารถช่วยดูแลไปได้พร้อมกันค่ะ แต่ผลลัพธ์จะไม่ใช่การทำให้ร่องลึกหายไปทั้งหมดนะคะ จะเน้นไปที่การยกพยุงและปรับผิวให้กระชับขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยเดิมของแต่ละบุคคลค่ะ
Q. สนใจทำ Titanium lifting เพราะปัญหาร่องแก้มค่ะ หัตถการนี้เจ็บหรือแสบมากไหมคะ?
A. ไม่เลยค่ะ ส่วนใหญ่จะทำโดยไม่ต้องแปะยาชาเลย เนื่องจากมีหัวทำความเย็นคอยปกป้องผิว ความรู้สึกขณะทำจะอุ่นสบายคล้ายกับการนวดหน้ามากกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกอาจจะแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามความไวของผิวและความหย่อนคล้อยของแต่ละท่านค่ะ
Q. ถ้าทำ Titanium lifting เพื่อลดริ้วรอยข้างจมูกแล้ว วันนั้นจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
A. ได้แน่นอนค่ะ หัตถการนี้แทบไม่มี downtime เลย คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ทันทีหลังทำ แต่อาจจะมีรอยแดงระเรื่อหรืออุ่นใต้ผิวเล็กน้อย ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองอย่างรวดเร็วค่ะ หากมีนัดสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าไว้สักนิดจะดีที่สุดค่ะ
Q. ถ้าทำแค่ Titanium lifting แล้วยังไม่พอใจ สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ไหมคะ?
A. หากมีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ค่อนข้างชัดเจน การหวังผลจากการยกพยุงผิวเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่จุใจ การพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่แนะนำค่ะ ซึ่งแนวทางการรักษาจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนร่วมกันจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจ

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



