• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Titanium Lifting ช่วยกระชับผิว-ลดผิวแดงได้ไหม?

Titanium Lifting ช่วยกระชับผิว-ลดผิวแดงได้ไหม?

Titanium Lifting ช่วยกระชับผิว-ลดผิวแดงได้ไหม?

Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาที่หลายคนมาปรึกษาเรื่องการยกกระชับ มักจะบอกว่า "ขอแค่ยกส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นก็พอ" แต่หลังจากทำ Titanium Lifting แล้ว กลับมีคนไม่น้อยที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "กรอบหน้าดูเรียวขึ้น" หรือ "แก้มแดงน้อยลง" คุณอาจจะสงสัยว่า ทั้งที่เป็นเครื่องมือยกกระชับ แต่ทำไมถึงมีคนพูดถึงเรื่องกรอบหน้าเรียวหรือรอยแดงด้วย?

 

คำตอบแบบสั้นๆ ก็คือ Titanium Lifting ไม่ใช่เครื่องที่ปล่อยแสงเพียงคลื่นความถี่เดียว แต่เป็นเครื่องที่ปล่อยความยาวคลื่น 3 ระดับพร้อมกัน เนื่องจากแต่ละความยาวคลื่นจะลงลึกถึงชั้นผิวและมุ่งเป้าหมายแตกต่างกันไป จึงไม่ได้ช่วยกระตุ้นความยืดหยุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลลึกไปถึงไขมันชั้นลึกรวมถึงเส้นเลือดที่ทำให้เกิดรอยแดงอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม หากเข้าใจว่า "ไขมันจะละลายหายไป" หรือ "รอยแดงจะหายไปเลย" อาจทำให้คาดหวังเกินจริงไปหน่อย วันนี้เราจะมาสรุปผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงให้ฟังกันค่ะ

 

หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้:

  • ความยาวคลื่นทั้ง 3 ระดับ ลงลึกไปถึงชั้นไหนและมุ่งเป้าไปที่อะไรบ้าง

  • ทำไมตัวเครื่องถึงส่งผลต่อไขมันแก้มและกรอบหน้าได้

  • หลักการที่ช่วยลดรอยแดง และผลลัพธ์การปรับปรุงที่คาดหวังได้จริง

  • ระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้ง และสิ่งที่ต้องดูแลในช่วงพักฟื้น

 

ความยาวคลื่นทั้ง 3 ระดับ มุ่งเป้าหมายที่แตกต่างกัน

Titanium Lifting ปล่อยคลื่นความยาว 755, 810 และ 1064 นาโนเมตร พร้อมกันด้วยเลเซอร์ไดโอด (diode*) ยิ่งความยาวคลื่นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งพลังงานลึกลงไปในชั้นผิวมากขึ้นเท่านั้น ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้การยิงเพียงครั้งเดียวสามารถดูแลผิวได้ตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก

ไดโอด*: เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่สร้างแสงเฉพาะช่วงความยาวคลื่นจากอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (Semiconductor)

 

ในบรรดาคลื่นทั้งหมด คลื่นยาว 1064 นาโนเมตรจะทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือส่งความร้อนไปยังชั้นผิวที่ลึกที่สุด และอย่างที่สองคือมุ่งเป้าไปที่เม็ดสีในเลือด นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเครื่องมือที่โดดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นของผิวเครื่องนี้ ถึงช่วยดูแลเรื่องกรอบหน้าและลดรอยแดงได้ด้วย

ความยาวคลื่น

ระดับความลึกหลักๆ ที่เข้าถึง

เป้าหมายการรักษาที่ได้พร้อมกัน

755 นาโนเมตร

ผิวชั้นตื้น

เนื้อผิว (skin texture) · ริ้วรอยเล็กๆ

810 นาโนเมตร

ผิวชั้นกลาง

คอลลาเจนในชั้นหนังแท้

1064 นาโนเมตร

ผิวชั้นลึก

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง · เส้นเลือด


ความยาวคลื่นทั้ง 3 ระดับ มุ่งเป้าหมายที่แตกต่างกัน

 

 

เข้าลึกถึงชั้นไขมันแก้ม จึงช่วยจัดระเบียบกรอบหน้าได้

เนื่องจากคลื่นความยาว 1064 นาโนเมตรถูกดูดซับโดยผิวชั้นนอก (epidermis) ในปริมาณที่น้อยมาก พลังงานจึงสามารถส่งผ่านลงไปได้ลึกยิ่งขึ้น จากคำอธิบายที่ว่าคลื่นความยาว 1064 นาโนเมตรมีการดูดซับของผิวชั้นนอกต่ำ ทำให้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสีผิว และสามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวเพื่อส่งผ่านความร้อนในวงกว้างได้อย่างเหมาะสม จะช่วยอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมคลื่นนี้จึงเกี่ยวข้องกับเรื่องชั้นไขมัน ไม่ใช่แค่ความหยืดหยุ่นเพียงอย่างเดียว

 

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้กับใบหน้าด้วยเช่นกัน ในกรณีศึกษาที่ใช้เครื่องมือร่วมกัน 3 ความยาวคลื่น (755, 810, 1064 นาโนเมตร) เพื่อแก้ไขปัญหาไขมันบนใบหน้าที่เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งตามอายุที่มากขึ้น โดยทำการรักษาทุก 3 สัปดาห์ สูงสุด 3 ครั้ง และติดตามผลเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าจุดเด่นของวิธีนี้คือไม่มี downtime (ระยะเวลาพักฟื้น) และแทบไม่มีอาการเจ็บเลย

 

แต่จุดนี้เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนค่ะ หัตถการนี้ไม่ใช่การทำลายไขมันให้หมดไป แต่ใกล้เคียงกับการช่วยจัดระเบียบและจัดตำแหน่งไขมันบริเวณแก้มที่หย่อนคล้อยลงมาด้านล่างให้เข้าที่มากกว่า ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่มีปริมาณเนื้อแก้มแก้มตอบหรือตอบมากอยู่แล้ว หัตถการนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องกรอบหน้าเรียว แต่เหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยจนทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน


เข้าลึกถึงชั้นไขมันแก้ม จึงช่วยจัดระเบียบกรอบหน้าได้

 

 

รอยแดงจางลงเพราะตัวเลเซอร์มุ่งเป้าไปที่เส้นเลือด

รอยแดงส่วนใหญ่มักเกิดจากเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวใต้ผิวหนัง คลื่นความยาว 1064 นาโนเมตรมีคุณสมบัติที่ถูกดูดซับได้ดีโดยฮีโมโกลบินในเลือด จึงสามารถส่งผ่านความร้อนไปยังเส้นเลือดที่ขยายตัวได้อย่างตรงจุด โดยแทบไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อรอบๆ จากคำอธิบายที่ว่า แสงในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะจะถูกดูดซับอย่างเลือกสรรโดยเม็ดสีเป้าหมาย มุ่งเน้นไปที่ออกซีฮีโมโกลบินและดีออกซีฮีโมโกลบิน พร้อมลดการทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างให้น้อยที่สุด มีรายงานว่าคนไข้ที่มีภาวะเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าขยายตัวจำนวน 125 รายจากทั้งหมด 130 ราย มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหรือรอยเส้นเลือดฝอยจางหายไป

 

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ตั้งความคาดหวังตามความเป็นจริงจะดีที่สุดค่ะ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุว่า เส้นเลือดฝอยที่มองเห็นได้ชัดเจนมักจะลดลงประมาณ 50~75% หลังรับการรักษา 1~3 ครั้ง แต่สำหรับรอยแดงสะสมที่กระจายอยู่ทั่วใบหน้า โดยทั่วไปจะลดลงได้ประมาณ 20% เท่านั้น หมายความว่า หากคุณกังวลเรื่องเส้นเลือดฝอยที่เห็นชัด จะสามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงได้ดีมาก แต่หากหน้าแดงระเรื่อทั่วๆ ไป ผลลัพธ์อาจจะค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติค่ะ


รอยแดงจางลงเพราะตัวเลเซอร์มุ่งเป้าไปที่เส้นเลือด

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่จะแนะนำโปรแกรม Titanium Lifting เราจะประเมินและสอบถามคนไข้อย่างละเอียดก่อนว่า จุดที่คุณกังวลที่สุดตอนนี้คือความหย่อนคล้อย กรอบหน้า หรือรอยแดง เพราะแม้ว่าจะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่การปรับระดับพลังงานและการออกแบบบริเวณที่เน้นย้ำนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์ที่จะได้รับด้วย ในกรณีที่คนไข้มีทั้งสามปัญหาพร้อมๆ กัน เราจะช่วยจัดลำดับความสำคัญในการรักษาไปพร้อมกับคุณ คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง สามารถเดินมาได้สะดวก และเนื่องจากเป็นคลินิกขนาดที่ดูแลอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง คุณหมอจึงสามารถประเมินการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้งเพื่อปรับระดับพลังงานในรอบถัดไปได้อย่างละเอียดรอบคอบค่ะ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

 

 

ระยะเวลาในการทำแต่ละรอบ และข้อควรปฏิบัติช่วงพักฟื้น

จากกรณีศึกษาเรื่องไขมันบนใบหน้าที่กล่าวไปข้างต้น มีการทำหัตถการทุกๆ 3 สัปดาห์ ส่วนงานวิจัยด้านเส้นเลือดและคำแนะนำจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ทำทุกๆ 3-4 สัปดาห์ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องทุก 3-4 สัปดาห์ติดต่อกันจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ผลลัพธ์ค่อยๆ สะสมและเห็นผลชัดเจนขึ้น ไม่ใช่หัตถการที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบค่ะ

 

หลังทำทันที อาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ:

  • รอยแดงระเรื่อและรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิว — มักจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน

  • อาการบวมเล็กน้อย — จะค่อยๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน

  • ผิวรู้สึกแห้งและตึงเล็กน้อย — แนะนำให้เน้นทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นจะช่วยได้มากค่ะ

แม้ว่าจะเป็นหัตถการที่ช่วยรักษารอยแดง แต่หลังทำเสร็จใหม่ๆ ผิวอาจจะดูแดงขึ้นชั่วคราวซึ่งเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาก็ระบุไว้เช่นกันว่า รอยแดงหลังทำมักจะจางลงภายใน 2 สัปดาห์ และในข้อมูลเดียวกันยังเน้นย้ำเรื่องการป้องกันแสงแดดเป็นพิเศษด้วย เพราะหากผิวที่เพิ่งได้รับความร้อนโดนรังสี UV ซ้ำเติม อาจทำให้เกิดรอยดำหรือเม็ดสีเข้มขึ้นได้ค่ะ

 

หากพบอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีนะคะ:

  • รอยแดงหรืออาการแสบร้อนไม่ทุเลาลง และเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

  • เริ่มมีตุ่มน้ำพองขึ้นมา

  • มีอาการบวมและเจ็บปวดที่ไม่ลดลงเลยหลังจากผ่านไปหลายวัน

เนื่องจากบทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อประเมินว่าสภาพผิวของคุณเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่ รวมถึงกำหนดระดับพลังงานและจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับตัวคุณค่ะ


ระยะเวลาในการทำแต่ละรอบ และข้อควรปฏิบัติช่วงพักฟื้น

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำ Titanium Lifting แล้วแก้มจะตอบลงไหมคะ?

 

A. หากคาดหวังให้แก้มตอบหรือลดไขมันแก้มเยอะๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ค่ะ หัตถการนี้จะเน้นไปที่การช่วยจัดระเบียบไขมันแก้มที่หย่อนคล้อยลงมาด้านล่างให้ยกกระชับขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดและเรียวขึ้น หากคุณเป็นคนที่มีแก้มตอบหรือแก้มตอบอยู่แล้ว การทำหัตถการนี้อาจทำให้ดูแก้มตอบลงได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนว่า ปัญหาเกิดจากแก้มหย่อนคล้อยหรือขาดวอลลุ่มกันแน่ค่ะ

 

Q. มีปัญหาหน้าแดง (Rosacea) ทำได้ไหมคะ? จะช่วยได้มากแค่ไหน?

 

A. หากเป็นรอยเส้นเลือดฝอยที่มองเห็นชัดเจน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ แต่หากเป็นอาการหน้าแดงระเรื่อทั่วใบหน้า ผลลัพธ์อาจจะค่อยเป็นค่อยไป ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า เส้นเลือดฝอยที่มองเห็นได้ชัดเจนสามารถลดลงได้ 50~75% หลังการทำ 1~3 ครั้ง ส่วนรอยแดงสะสมทั่วไปจะลดลงประมาณ 20% ดังนั้นหากรอยแดงคือปัญหาหลักของคุณ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยก่อนว่าสาเหตุเกิดจากเส้นเลือดหรือเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นค่ะ

 

Q. ต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างอย่างไรคะ?

 

A. โดยทั่วไปจะทำต่อเนื่องหลายครั้งห่างกันทุก 3~4 สัปดาห์ค่ะ จากกรณีศึกษาการดูแลไขมันบนใบหน้าจะแนะนำให้ทำทุก 3 สัปดาห์ สูงสุด 3 ครั้ง ส่วนการรักษาเรื่องเส้นเลือดมักจะใช้เกณฑ์ทุก 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ จำนวนครั้งที่จำเป็นจะแตกต่างกันไปตามระดับความหย่อนคล้อยและสาเหตุของรอยแดง จึงควรประเมินการตอบสนองของผิวและวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

 

Q. หลังทำสามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหมคะ?

 

A. โดยส่วนใหญ่สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าอ่อนๆ ได้ทันทีหลังทำค่ะ เนื่องจากแทบไม่มี downtime จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกันเลย แต่หากผิวของยังมีความรู้สึกอุ่นร้อนหรือมีรอยแดงอยู่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวประมาณ 1 วัน และที่สำคัญที่สุดคือห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1