• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ยกกระชับย่านยออิโด เลือก Ulthera vs Titanium

ยกกระชับย่านยออิโด เลือก Ulthera vs Titanium

ยกกระชับย่านยออิโด เลือก Ulthera vs Titanium

ชื่อคล้ายกันแต่ Ulthera ใช้คลื่นเสียง Titanium ใช้เลเซอร์ เลือกตามว่าปัญหาลึกหรือผิวเสื่อมก่อนค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาที่ต้องประชุมวิดีโอคอลตลอดทั้งเช้าจากออฟฟิศแถว Yeouido บางครั้งก็รู้สึกว่าหน้าในจอคอมดูใหญ่เป็นพิเศษ พอคิดว่าเป็นเพราะมุมกล้อง แต่ใจก็คอยแต่จะกังวลกับกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเหมือนก่อน และแก้มที่ห้อยคล้อยลงมาด้านล่าง

 

พอเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำลิฟติ้ง (lifting) ก็จะเห็นชื่อ Ulthera ที่คุ้นเคยเป็นอันดับแรก แต่ช่วงนี้ชื่อที่ไม่คุ้นหูอย่าง 'Titanium' ก็เริ่มผ่านตาบ่อยขึ้น ฟังจากชื่อหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นนวัตกรรมร้อยไหมหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่ไม่ใช้ไหมเลยแม้แต่เส้นเดียวค่ะ

 

หากให้ตอบแบบสั้นๆ ทั้งคู่เป็นโปรแกรมลิฟติ้งที่ช่วยดึงกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มีวิธีการส่งพลังงานและความรู้สึกเจ็บขณะทำที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกวิธีที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดจึงขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและระยะเวลาพักฟื้น (downtime) ที่คุณต้องการ ทางที่ดีควรยึดสภาพผิวของตัวเองเป็นหลักก่อนเลือกชื่อโปรแกรมนั่นเองค่ะ

 

สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้

  • เข้าใจหลักการทำงานของ Ulthera และ Titanium lifting ว่าแต่ละตัวทำงานอย่างไร

  • ทราบความแตกต่างของทั้งสองโปรแกรมในเรื่องของความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้น (downtime)

  • รู้วิธีเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยและสถานการณ์ของคุณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  • ทราบจุดสำคัญที่ควรเช็กก่อนเริ่มปรึกษาคุณหมอ

 

กรอบหน้าและแก้มคล้อย สังเกตจากสัญญาณเตือนอะไรก่อนดี

ตอนส่องกระจกตรงๆ อาจจะดูโอเค แต่พอวางสมาร์ทโฟนไว้ด้านล่างแล้วประชุมวิดีโอคอลทีไร เหนียงใต้คางและแก้มที่คล้อยลงมามักจะเด่นชัดขึ้นมาทันที ยิ่งสำหรับคนที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อยๆ ก็จะยิ่งเจอทางมุมกล้องนี้ทุกวัน ทำให้สังเกตเห็นสัญญาณความหย่อนคล้อยได้เร็วกว่าปกติค่ะ

 

สัญญาณเตือนที่มักจะสังเกตเห็นได้ง่าย มีดังนี้ค่ะ

  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจน และแนวขากรรไกรดูหย่อนคล้อยลงด้านล่าง

  • ปริมาตรเนื้อบริเวณแก้มสไลด์ลงมาด้านล่าง ทำให้ร่องแก้มดูลึกกว่าเมื่อก่อน

  • รอยต่อระหว่างคอและใต้คางเริ่มกลืนกันไป จนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาถ่ายรูปมุมข้าง

หลายคนเริ่มพิจารณาทำลิฟติ้งเมื่อมีอาการเพียงแค่ข้อสองข้อ แต่แท้จริงแล้ว ตัวตัดสินว่าโปรแกรมไหนจะตอบโจทย์คุณที่สุดนั้น ไม่ใช่แค่ตัวสัญญาณเตือน แต่ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้นจากผิวชั้นลึกแค่ไหนต่างหากค่ะ


กรอบหน้าและแก้มคล้อย สังเกตจากสัญญาณเตือนอะไรก่อนดี

 

 

Ulthera vs Titanium ต่างกันตั้งแต่การส่งพลังงาน

ในขณะที่ Ulthera เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) กระตุ้นลึกถึงชั้นผิวชั้นลึก แต่ Titanium จะเป็นเลเซอร์ที่ปล่อยความยาวคลื่น 3 ช่วงพร้อมกัน ได้แก่ 755nm, 810nm และ 1064nm เพื่อสะสมความร้อนในชั้นผิว คำถามยอดฮิตเวลาปรึกษาคุณหมอคือ หลายคนคิดว่า 'Titanium' คือการร้อยไหมเพราะชื่อของมัน แต่ความจริงแล้ว เป็นโปรแกรมที่ไม่ใช้วัสดุไหมเลยค่ะ

 

Ulthera จะส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกไปถึงชั้น SMAS* เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนจัดเรียงตัวใหม่อีกครั้งในชั้นนั้น

SMAS*: ย่อมาจาก Superficial Muscular Aponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ชั้นไขมันที่คลุมกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นสำคัญที่การผ่าตัดดึงหน้าหรือการทำลิฟติ้งต้องการเข้าไปกระตุ้นเพื่อความกระชับ

 

ส่วน Titanium จะใช้ไดโอดเลเซอร์ (diode laser)* ที่ปล่อยพลังงาน 3 ความยาวคลื่นพร้อมกัน

Diode laser*: เทคโนโลยีเลเซอร์ที่เลือกปล่อยพลังงานแสงเฉพาะความยาวคลื่น ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

 

เป็นวิธีการที่เลเซอร์ตัวนี้จะส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ (dermis)* เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาค่ะ

ชั้นหนังแท้ (dermis)*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน จึงเป็นเป้าหมายหลักในการส่งพลังงานเพื่อฟื้นฟูผิว

Ulthera vs Titanium ต่างกันตั้งแต่การส่งพลังงาน

Ulthera ถูกออกแบบมาให้ปรับระดับความลึกของพลังงานได้ตามชั้นผิว ได้แก่ 4.5 มม., 3.0 มม. และ 1.5 มม. ซึ่งมีผลการวิจัยชี้ว่า เมื่อพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงส่งลงไปถึงชั้นลึกขนาดนี้ จะเกิดกระบวนการจัดเรียงตัวใหม่ (remodeling) ของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินอีกครั้ง

 

สำหรับ Titanium นั้น ในระหว่างทำจะมีการใช้หัวทำความเย็น (cooling head) เพื่อปกป้องผิวชั้นบนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความร้อนจะถูกส่งผ่านลงลึกไปในชั้นหนังแท้เพื่อช่วยให้ผิวกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกอุ่นๆ สบายผิว คล้ายกับการนวดอุ่นมากกว่ารู้สึกเจ็บค่ะ

 

เครื่องมือกลุ่มพลังงานเหล่านี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือ โครงสร้างการทำงานที่เน้นส่งพลังงานไปจับกับน้ำในชั้นผิวเพื่อสร้างความร้อน และปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็นในระหว่างที่ความร้อนนั้นกำลังกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว

 

นอกจากนี้ วิธีการกระตุ้นชั้นหนังแท้ของ Titanium ก็เคยมีรายงานผลการทดลองในสัตว์ว่า เลเซอร์ในช่วงคลื่น 800 นาโนเมตร มีส่วนช่วยกระตุ้นสัญญาณเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาด้วยว่าการศึกษานี้เป็นการทดลองในสัตว์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผิวของมนุษย์อาจมีความแตกต่างกันออกไปได้ค่ะ

เกณฑ์เปรียบเทียบ

Ulthera (HIFU)

Titanium (Diode Laser)

ระดับความเจ็บ

รู้สึกจี๊ดๆ อุ่นลึกๆ ในบางบริเวณ

ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นๆ สบายผิว

ระยะเวลาเริ่มเห็นผล

ค่อยๆ เห็นผลดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือน จากการสร้างใหม่ของคอลลาเจน

ผิวดูเรียบเนียนทันทีหลังทำ ส่วนผลลัพธ์ลิฟติ้งจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime)

สั้นมาก แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยได้ 2-3 วัน

แทบไม่มีเลย อาจมีรอยแดงชั่วคราวเล็กน้อย

ระยะเวลาในการทำ

แตกต่างกันไปตามบริเวณและจำนวนช็อตที่ใช้

ค่อนข้างเร็วและใช้เวลาไม่นาน

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ

สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร, บริเวณที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ฯลฯ

สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร, บริเวณที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ฯลฯ


Ulthera vs Titanium ต่างกันตั้งแต่การส่งพลังงาน

 

 

วิธีประเมินจากสัญญาณผิวของคุณเอง

แล้วแบบไหนล่ะที่เหมาะกับสัญญาณผิวของคุณมากที่สุด? หากคุณยังไม่เคยทำทั้งสองโปรแกรมนี้เลย อาจจะเริ่มประเมินได้ยาก ลองมาเช็กกันก่อนว่าข้อไหนใกล้เคียงกับสภาพผิวของคุณในตอนนี้มากที่สุดค่ะ

  • เมื่อลองใช้มือดันกรอบหน้าขึ้นเบาๆ แล้วเห็นแนวกรอบหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • ปัญหาแก้มคล้อยตรงช่วงกลางหน้าหย่อนลงมาจนส่งผลต่อความลึกของร่องแก้มโดยตรง

  • ไม่ติดหากต้องมีอาการบวมเล็กน้อย 2-3 วัน และคาดหวังผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในครั้งเดียว

หากสัญญาณเหล่านี้เด่นชัด มีความเป็นไปได้สูงว่าความหย่อนคล้อยนั้นลงลึกไปถึงชั้น SMAS แล้ว การเริ่มต้นปรึกษาเรื่อง Ulthera จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและตรงจุดที่สุดค่ะ ในทางกลับกัน หากปัญหาหลักของคุณไม่ใช่ความคล้อย แต่เป็นผิวที่ดูแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และต้องการดูแลผิวแบบไม่มีใครจับได้เพราะมีนัดสำคัญในวันรุ่งขึ้น Titanium ก็เป็นตัวเลือกแรกที่น่าพิจารณามากค่ะ

 

สำหรับ Ulthera เนื่องจากพลังงานอัลตราซาวด์จะลงลึกไปถึงโครงสร้างใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์สุดท้ายของการลิฟติ้งจึงเป็นที่ทราบกันดีว่าจะค่อยๆ แสดงผลอย่างเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำค่ะ ส่วน Titanium นั้น แม้ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้นทันทีหลังทำ แต่สำหรับผลลัพธ์ในการยกกระชับก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่เช่นเดียวกับ Ulthera ค่ะ

 

หากคุณอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนเวลาการทำทั้งสองโปรแกรมออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอาการอักเสบเฉียบพลันหรือมีบาดแผลในบริเวณที่จะทำการรักษา

  • เป็นผู้มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนง่าย (คีลอยด์) หรือเพิ่งผ่านการทำเลเซอร์/ฟิลเลอร์อื่นๆ มาไม่นาน

หากไม่ได้อยู่ในข้อห้ามดังกล่าว แนะนำให้ยึดสัญญาณผิวข้างต้นเป็นแนวทางในการเลือกโปรแกรม และเข้ามาให้คุณหมอช่วยประเมินความเหมาะสมอย่างละเอียดอีกครั้งในตอนปรึกษาค่ะ แน่นอนว่าบางคนก็อาจจะมีทั้งสองสัญญาณผิวร่วมกัน การทำควบคู่กันโดยแบ่งระยะเวลาการทำจึงเป็นเคสที่พบได้บ่อยและได้ผลดีไม่แพ้กันค่ะ


วิธีประเมินจากสัญญาณผิวของคุณเอง

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขา Hapjeong

ที่ Beautystone สาขา Hapjeong แม้จะเป็นความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่หากเกิดขึ้นคนละชั้นผิว เราจะออกแบบการผสมผสานโปรแกรมที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ด้วยความที่เรามีเครื่องมือที่ส่งพลังงานได้ลึกต่างกันอย่าง Ulthera และ Titanium พร้อมให้บริการ เราจึงสามารถประเมินได้ตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาว่าควรทำเดี่ยวหรือทำร่วมกันตามสัญญาณที่ผิวของคุณส่งออกมา และเนื่องจากคลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong ในระยะเดินถึง แม้คุณจะเดินทางมาจากย่าน Yeouido ก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้อย่างสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว ไม่ต้องรีบร้อนค่ะ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขา Hapjeong

 

 

ขั้นตอนการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังทำ

อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วว่าการเลือกโปรแกรมขึ้นอยู่กับว่าสัญญาณความหย่อนคล้อยมาจากชั้นผิวไหน ในขั้นตอนการปรึกษา คุณหมอจึงมักจะตรวจเช็กเรื่องนี้เป็นอันดับแรกค่ะ

 

เริ่มจากคุณหมอจะตรวจประเมินด้วยตาและสัมผัสเบาๆ เพื่อดูว่าความหย่อนคล้อยเป็นเพียงปัญหาชั้นตื้นๆ หรือเป็นปัญหาลึกระดับ SMAS จากนั้นจึงร่วมกันตัดสินใจเลือกแผนการรักษา ไม่ว่าจะเป็น Ulthera เดี่ยว, Titanium เดี่ยว หรือการทำควบคู่กันโดยเว้นระยะเวลาที่เหมาะสม สำหรับขั้นตอนการทำ ส่วนใหญ่จะมีการแปะยาชาล่วงหน้า หรือในบางกรณีก็สามารถข้ามขั้นตอนการแปะยาชาได้เลยขึ้นอยู่กับความต้องการ และหลังทำเสร็จเรียกว่าแทบจะไม่มีอะไรต้องกังวล นอกจากตรวจดูรอยแดงหรือความร้อนสะสมบนผิวเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ

 

สำหรับการนัดหมายติดตามผลในครั้งถัดไป คุณหมอจะแนะนำโดยคำนึงถึงระยะเวลาที่ผิวต้องใช้ในการสร้างคอลลาเจนใหม่เป็นหลักค่ะ

ขั้นตอนการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังทำ


ขั้นตอนการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลหลังทำ

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าทำงานอยู่แถว Yeouido แล้วอยากทำทั้ง Ulthera และ Titanium lifting ควบคู่กันไปเลยได้ไหมคะ?

 

A. ได้ค่ะ มีหลายเคสที่เลือกทำร่วมกันโดยแบ่งระยะเวลาทำค่ะ หากตรวจพบสัญญาณความหย่อนคล้อยลงลึกถึงชั้น SMAS ร่วมกับผิวชั้นบนที่เริ่มแห้งกร้านขาดความยืดหยุ่น คุณหมออาจแนะนำให้ทำ Ulthera เพื่อกระตุ้นชั้นลึกก่อน แล้วตามด้วยการทำ Titanium เพื่อดูแลผิวชั้นบนค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรให้คุณหมอช่วยประเมินสภาพผิวในวันนั้นก่อนว่าจะทำทั้งสองตัวในวันเดียวกันเลย หรือควรเว้นระยะห่างดีค่ะ

 

Q. แก้มยังไม่คล้อยมาก แต่ผิวหน้าดูแห้งกร้านไม่มีชีวิตชีวา การทำ Titanium lifting จะช่วยได้ไหมคะ?

 

A. ช่วยได้แน่นอนค่ะ และจริงๆ แล้วถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับสภาพผิวแบบนี้ด้วยค่ะ เนื่องจาก Titanium ทำงานโดยการส่งความร้อนไปกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงมักจะเห็นผลลัพธ์ในเรื่องของผิวที่เรียบเนียน ละเอียด และยืดหยุ่นขึ้นได้ค่อนข้างเร็วในกลุ่มที่ผิวเริ่มมีปัญหา แต่หากผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อยลึกถึงชั้น SMAS แล้ว แนะนำให้พิจารณาทำ Ulthera จะตรงจุดกว่าค่ะ

 

Q. หลังจากทำ Ulthera ไปแล้ว ต้องเว้นระยะกี่วันถึงจะทำ Titanium lifting ต่อได้คะ?

 

A. หากไม่มีอาการระคายเคืองพิเศษหรือผลข้างเคียงใดๆ สามารถทำควบคู่กันได้ภายในสัปดาห์เดียวกันเลยค่ะ แต่หากยังมีรอยแดงหรืออาการบวมหลงเหลืออยู่ แนะนำให้เว้นระยะรอให้อาการเหล่านั้นหายดีก่อนประมาณ 2-3 วันเพื่อความปลอดภัยค่ะ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามบริเวณและพลังงานที่ใช้ในการทำ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอโดยตรงเพื่อความแม่นยำที่สุดค่ะ

 

Q. Titanium lifting เป็นโปรแกรมเดียวกับการร้อยไหมหรือเปล่าคะ?

 

A. ไม่ใช่ค่ะ เป็นคนละโปรแกรมกันเลยและไม่มีการใช้ไหมใดๆ ค่ะ Titanium เป็นนวัตกรรมเครื่องยกกระชับแบบ non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด/ไม่สอดใส่เครื่องมือเข้าใต้ผิว) ที่ใช้พลังงานเลเซอร์หลายความยาวคลื่นพร้อมกันเพื่อส่งผ่านความร้อนลงสู่ชั้นผิว หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการร้อยไหมเพราะชื่อของมัน แต่วิธีการทำแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษาอย่างละเอียดที่ Beautystone สาขา Hapjeong ได้เลยนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1