แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ
เวลาที่ต้องประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลตลอดทั้งเช้าในออฟฟิศย่านยออิโด บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าใบหน้าในหน้าจอดูกลมและใหญ่กว่าปกติเป็นพิเศษ พอคิดว่าเป็นเพราะมุมกล้องหรือเปล่า แต่หลายคนก็ยังคงกังวลกับกรอบหน้าที่เริ่มดูไม่ชัดเจนเหมือนก่อน และรู้สึกว่าแก้มเริ่มหย่อนคล้อยลงมาด้านล่าง
เมื่อลองค้นหาโปรแกรมยกกระชับ สิ่งแรกที่คุ้นเคยกันดีคือ Ulthera แต่ช่วงนี้ชื่อที่ไม่คุ้นหูอย่าง 'Titanium' ก็เริ่มผ่านตาบ่อยขึ้น ฟังจากชื่อแล้วหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นโปรแกรมร้อยไหมหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วเป็นนวัตกรรมที่ไม่มีการใช้เส้นไหมเลยค่ะ
คำตอบสั้นๆ ก็คือ ทั้งสองโปรแกรมต่างช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มีวิธีการส่งพลังงานและความรู้สึกระหว่างทำที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติที่สุดจึงขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและ downtime ที่คุณต้องการ สิ่งสำคัญคือควรยึดสภาพผิวของตัวเองเป็นหลักมากกว่าแค่ชื่อโปรแกรมค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้
เข้าใจหลักการทำงานของ Ulthera และ Titanium lifting ว่าแตกต่างกันอย่างไร
ทราบความแตกต่างในเรื่องของความเจ็บและ downtime ของทั้งสองโปรแกรม
รู้วิธีการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมและดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดตามระดับความหย่อนคล้อยและไลฟ์สไตล์ของคุณ
ทราบสิ่งที่ควรเตรียมตัวเช็กก่อนเข้ารับการปรึกษา
แก้มและกรอบหน้าหย่อนคล้อย สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องเริ่มสังเกต
เวลาส่องกระจกตรงๆ อาจจะดูปกติ แต่พอต้องก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนหรือประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอคอล หลายคนมักจะสังเกตเห็นเนื้อใต้คางและแก้มที่คล้อยลงมาอย่างชัดเจน ยิ่งในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้สังเกตเห็นสัญญาณความร่วงโรยเหล่านี้ได้เร็วขึ้นค่ะ
สัญญาณเตือนที่พบบ่อย มีดังนี้ค่ะ
ขอบกรามเริ่มไม่ชัดเจน และกรอบหน้าช่วงกรามดูห้อยย้อยลงมาด้านล่าง
ปริมาตรแก้มส่วนกลางคล้อยลงมาข้างล่าง ทำให้ร่องแก้มดูร่องลึกกว่าเดิม
เส้นแบ่งระหว่างคอและใต้คางเริ่มจางหายไป จนทำให้รู้สึกกังวลเวลาถ่ายรูปมุมข้าง
แม้จะมีเพียงแค่ข้อเดียวหรือสองข้อ หลายคนก็เริ่มมองหาตัวช่วยยกกระชับกันแล้ว แต่การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมนั้น จะขึ้นอยู่กับว่าสัญญาณความหย่อนคล้อยเหล่านั้นเกิดขึ้นในชั้นผิวที่ลึกแค่ไหนมากกว่าตัวสัญญาณเองค่ะ

Ulthera และ Titanium แตกต่างกันตั้งแต่การส่งพลังงาน
ในขณะที่ Ulthera ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์เพื่อกระตุ้นลึกถึงชั้นผิวระดับลึก แต่ Titanium เป็นเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงาน 3 ความยาวคลื่น (755nm, 810nm, 1064nm) พร้อมกันเพื่อสะสมความร้อนในชั้นผิว คำถามยอดฮิตที่มักจะได้รับยินตอนปรึกษาคือ หลายคนคิดว่าเป็นโปรแกรมร้อยไหมเพราะคำว่า 'Titanium' แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่โปรแกรมที่มีการใช้เส้นไหมแต่อย่างใดค่ะ
Ulthera จะส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้น SMAS* เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการจัดเรียงตัวใหม่อีกครั้ง
SMAS*: เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นผิวสำคัญที่โปรแกรมยกกระชับต้องการเข้าไปกระตุ้นเพื่อช่วยพยุงผิว
ส่วน Titanium จะใช้ Diode* Laser ที่ปล่อยพลังงานพร้อมกัน 3 ความยาวคลื่น
Diode Laser*: เทคโนโลยีเลเซอร์ที่คัดสรรเฉพาะความยาวคลื่นที่ต้องการ โดยจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนใต้ผิวเพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
ซึ่งเลเซอร์นี้จะส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis)* เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่นั่นเองค่ะ
Dermis*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้า ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการกระตุ้นของโปรแกรมดูแลผิวต่างๆ

Ulthera ได้รับการออกแบบมาให้สามารถปรับระดับความลึกของพลังงานได้ตามชั้นผิว ได้แก่ 4.5mm, 3.0mm, และ 1.5mm ซึ่งผลการวิจัยพบว่า เมื่อพลังงานอัลตราซาวด์เดินทางลงลึกถึงชั้นผิวเหล่านี้ จะเกิดปฏิกิริยาการปรับโครงสร้างใหม่ (remodeling) ของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน
สำหรับ Titanium จะมีการใช้หัวทำความเย็น (cooling handpiece) เพื่อลดอุณหภูมิที่ผิวชั้นบนตลอดเวลาในขณะทำ เนื่องจากพลังงานความร้อนจะถูกส่งผ่านลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้เพื่อช่วยกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผู้รับบริการส่วนใหญ่จึงรู้สึกเหมือนกำลังนวดอุ่นๆ สบายผิวมากกว่ารู้สึกเจ็บค่ะ
อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานเหล่านี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือ โครงสร้างการทำงานที่เน้นจับกับโมเลกุลน้ำในผิวเพื่อสร้างความร้อน และปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็นในระหว่างที่ความร้อนกำลังเข้าไปกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงและการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน
กลไกการกระตุ้นชั้นหนังแท้ของ Titanium เองก็เคยมีรายงานผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่า เลเซอร์ในช่วงความยาวคลื่น 800 นาโนเมตร มีส่วนช่วยกระตุ้นสัญญาณเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนได้ อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นการทดลองทางคลินิก ซึ่งผลลัพธ์ในผิวจริงของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไปได้ค่ะ
เกณฑ์เปรียบเทียบ | Ulthera (HIFU) | Titanium (Diode Laser) |
|---|---|---|
ระดับความเจ็บ |
รู้สึกจี๊ดๆ อุ่นๆ ในบางบริเวณ
ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่รู้สึกอุ่นๆ สบายผิว
ระยะเวลาเริ่มเห็นผล
จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำ เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัว
รู้สึกผิวเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังทำ ส่วนการยกกระชับจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
Downtime
สั้นมาก แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน
แทบไม่มีเลย อาจมีเพียงรอยแดงชั่วคราวเล็กน้อยเท่านั้น
ระยะเวลาในการทำ
แตกต่างกันไปตามบริเวณและจำนวนช็อตที่ทำ
ใช้เวลาค่อนข้างสั้นและรวดเร็ว
ผู้ที่ควรระมัดระวัง
ผู้ที่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีแผลอักเสบเฉียบพลันบริเวณที่ทำ
ผู้ที่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีแผลอักเสบเฉียบพลันบริเวณที่ทำ

วิธีประเมินจากสัญญาณผิวของคุณเอง
ถ้าอย่างนั้น โปรแกรมไหนที่จะตอบโจทย์สัญญาณผิวของคุณได้ดีที่สุด? สำหรับท่านที่ไม่เคยทำทั้งสองโปรแกรมนี้มาก่อน อาจจะยังสับสนอยู่ ลองมาเช็กกันดูว่าผิวของคุณใกล้เคียงกับข้อไหนมากที่สุดตามลำดับนี้เลยค่ะ
เมื่อลองใช้มือดันแก้มขึ้นเบาๆ แล้วเห็นกรอบหน้าชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แก้มส่วนกลางหย่อนคล้อยจนส่งผลให้ร่องแก้มดูร่องลึกอย่างเห็นได้ชัด
รับได้หากมี downtime บ้างเล็กน้อย 2-3 วัน และคาดหวังผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในครั้งเดียว
หากคุณมีสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มีความเป็นไปได้สูงว่าความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นลึกถึงระดับชั้น SMAS แนะนำให้เลือกปรึกษาเกี่ยวกับ Ulthera ก่อนจะตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุดค่ะ ในทางกลับกัน หากคุณไม่ได้มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อยมากนัก แต่กังวลเรื่องผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และต้องการดูแลผิวแบบเร่งด่วนที่แทบไม่มี downtime เพราะมีตารางงานสำคัญในวันรุ่งขึ้น Titanium จะเป็นตัวเลือกแรกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ
สำหรับ Ulthera เนื่องจากพลังงานอัลตราซาวด์จะเดินทางลึกไปถึงโครงสร้างใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนจึงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังการทำค่ะ ส่วน Titanium นั้น หลายคนมักจะรู้สึกว่าผิวเนียนนุ่มและกระชับขึ้นทันทีหลังทำ แต่สำหรับผลลัพธ์การยกกระชับในระยะยาวก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่เช่นเดียวกับ Ulthera ค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนการทำทั้งสองโปรแกรมออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยค่ะ
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการอักเสบเฉียบพลัน หรือมีแผลสดบริเวณที่จะทำการรักษา
มีประวัติเป็นคีลอยด์ได้ง่าย หรือเพิ่งเข้ารับการทำเลเซอร์/ฉีดฟิลเลอร์มาไม่นานนี้
หากไม่มีข้อห้ามข้างต้น แนะนำให้ประเมินจากสัญญาณผิวของตัวเองเป็นแนวทางก่อน แล้วค่อยเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความแม่นยำอีกครั้งค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนก็พบปัญหาทั้งสองอย่างพร้อมกัน การทำทั้งสองโปรแกรมร่วมกันโดยแบ่งระยะเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ถึงแม้จะเป็นความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่ถ้าเกิดขึ้นคนละชั้นผิว เราก็ดีไซน์การรักษาที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ด้วยความพร้อมของเครื่องมือที่มีระดับความลึกในการส่งพลังงานต่างกันอย่าง Ulthera และ Titanium คุณหมอจะช่วยประเมินอย่างละเอียดในขั้นตอนการปรึกษาว่า สัญญาณผิวของคุณส่งมาจากชั้นผิวไหน เพื่อเลือกว่าจะทำโปรแกรมเดี่ยวหรือผสมผสานร่วมกัน คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจองในระยะเดินถึงได้สบายๆ ทำให้คนไข้ที่เดินทางมาจากยออิโดสามารถเข้ามารับการปรึกษาได้อย่างผ่อนคลายและไม่ต้องรีบร้อนค่ะ

ขั้นตอนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การปรึกษาไปจนถึงการฟื้นฟูผิว
อย่างที่ได้อธิบายไปข้างต้นว่า การเลือกโปรแกรมจะขึ้นอยู่กับว่าสัญญาณความหย่อนคล้อยนั้นมาจากชั้นผิวระดับใด ในขั้นตอนการปรึกษาเราจึงให้ความสำคัญกับส่วนนี้เป็นอันดับแรกค่ะ
เริ่มต้นจากการตรวจประเมินด้วยสายตาและสัมผัสเบาๆ เพื่อประเมินว่าความหย่อนคล้อยเป็นเพียงปัญหาผิวชั้นตื้น หรือลึกไปถึงชั้น SMAS จากนั้นจึงร่วมกันวางแผนการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการทำ Ulthera เดี่ยว, Titanium เดี่ยว หรือการทำควบคู่กันโดยแบ่งระยะเวลาที่เหมาะสม ในส่วนของการทำหัตถการ ส่วนใหญ่จะมีการทายาชาเตรียมผิวให้ก่อน (หรือสามารถข้ามได้ขึ้นอยู่กับความต้องการ) และหลังทำเสร็จจะมีการเช็กสภาพผิวเพื่อดูแลรอยแดงและความร้อนที่สะสมใต้ผิวเป็นขั้นตอนสุดท้ายค่ะ
สำหรับการนัดหมายติดตามผลครั้งถัดไป จะพิจารณาจากระยะเวลาที่คอลลาเจนใต้ผิวใช้ในการฟื้นฟูและสร้างตัวใหม่เป็นหลักค่ะ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำงานอยู่ที่ยออิโด ถ้าจะทำทั้ง Ulthera และ Titanium lifting ควบคู่กันไปเลยดีไหมคะ?
A. ดีค่ะ หลายๆ คนก็นิยมทำควบคู่กันโดยแบ่งระยะเวลาการทำค่ะ หากมีปัญหาความหย่อนคล้อยลึกถึงชั้น SMAS ร่วมกับปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น คุณหมออาจแนะนำให้ทำ Ulthera เพื่อดูแลผิวชั้นลึกก่อน แล้วตามด้วย Titanium เพื่อดูแลผิวชั้นบนค่ะ ทั้งนี้ การจะทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันเลย หรือควรเว้นระยะห่างอย่างไร คุณหมอจะช่วยประเมินจากสภาพผิวจริงในวันนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Q. แก้มไม่ได้หย่อนคล้อยมากเท่าไหร่ แต่รู้สึกผิวแห้งกร้านไม่สดใส ทำ Titanium lifting จะเห็นผลไหมคะ?
A. เห็นผลชัดเจนแน่นอนค่ะ และจริงๆ แล้วถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และดูเป็นธรรมชาติมากๆ สำหรับสภาพผิวแบบนี้ เนื่องจาก Titanium ทำงานโดยการส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยฟื้นฟูเรื่องเนื้อสัมผัสผิว ความยืดหยุ่น และความกระจ่างใสได้รวดเร็ว แต่หากปัญหาหลักเกิดจากความหย่อนคล้อยลึกระดับชั้น SMAS การพิจารณาทำ Ulthera ก่อนจะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่าค่ะ
Q. หลังจากทำ Ulthera แล้ว ต้องเว้นระยะกี่วันถึงจะทำ Titanium lifting ต่อได้คะ?
A. หากไม่มีอาการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงใดๆ ก็สามารถทำร่วมกันภายในสัปดาห์เดียวกันได้เลยค่ะ แต่หากผิวในบริเวณที่ทำยังมีรอยแดงหรืออาการบวมหลงเหลืออยู่ แนะนำให้รอจนกว่าผิวจะสงบลงสนิทประมาณ 2-3 วันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งระยะเวลาที่แน่นอนของคุณหมอจะประเมินจากบริเวณและระดับความแรงที่ใช้ของแต่ละบุคคลในขั้นตอนการปรึกษาค่ะ
Q. Titanium lifting เป็นหัตถการแบบเดียวกับการร้อยไหมหรือเปล่าคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ ไม่มีขั้นตอนของการร้อยไหมเลย Titanium เป็นอุปกรณ์ยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive) ที่ใช้การปล่อยพลังงานเลเซอร์หลายความยาวคลื่นพร้อมกันเพื่อส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ชั้นผิว หลายคนมักเข้าใจผิดเนื่องจากชื่อโปรแกรม แต่บอกได้เลยว่าวิธีการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ได้เลยนะคะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ยกกระชับย่านยออิโด ระหว่าง Ulthera กับการร้อยไหม แบบไหนที่เหมาะกับเรา?
ทำ Ulthera เฉพาะตรงโหนกแก้ม หรือต้องทำทั่วทั้งหน้าถึงจะเห็นผลดีที่สุด?
ถ้าคิดว่า Onda lifting จะให้ผลลัพธ์เหมือน Thermage หรือ Ulthera อาจจะต้องผิดหวังนะคะ
เวลานอนราบแล้วหน้าเรียวสวย แต่พอยืนขึ้นแล้วหน้าดูหย่อนคล้อย เคสนี้ต้องยกกระชับ ไม่ใช่ลดไขมันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?
เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

ยกกระชับ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium
แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

ยกกระชับ
Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ยกกระชับ
ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา

กำจัดขน
ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?
หลังเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ควรรอกี่วันก่อนย้อมผม บทความนี้อธิบายแนวทางตามแต่ละหัตถการ



