Titanium Lifting เข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อ แท้จริงคือเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ถ้าได้ยินคำว่า "Titanium Lifting" ครั้งแรก หลายคนอาจจะคิดว่าง่ายๆ ว่าเป็นการร้อยไหม หรือการใส่สารอะไรบางอย่างเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่จริงๆ แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้หลักการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เนื่องจากมีคำว่า 'Lifting' อยู่ในชื่อ ตอนให้คำปรึกษาเลยมักจะมีความสับสนบ่อยๆ ว่าเป็นการร้อยไหมหรือฟิลเลอร์หรือเปล่า
คำตอบแบบสั้นๆ ก็คือ Titanium Lifting เป็นเครื่องเลเซอร์ยกกระชับที่ชื่อว่า Soprano Titanium ผลิตโดยบริษัท Alma Lasers จากประเทศอิสราเอลค่ะ ไม่ใช่การร้อยไหม และไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่เข้ามาแทนที่ไหมด้วย แต่เป็นโปรแกรมแบบ non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด/ไม่ลุกล้ำผิว) ที่จะส่งพลังงานเลเซอร์ลงไปที่บริเวณผิวชั้นบนค่ะ
เนื่องจากเครื่องมือนี้อาจจะยังดูใหม่และไม่คุ้นเคย เราเลยรวบรวมหลักการทำงานของเครื่องนี้ว่าจะช่วยดูแลทั่วทั้งใบหน้าได้อย่างไรบ้าง มาให้ศึกษากันทีละข้อเลยค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า
Titanium Lifting แตกต่างจากการร้อยไหมอย่างไร
หลักการทำงานของคลื่นความยาว 3 พลังงานที่ปล่อยออกมาพร้อมกัน
ช่วยดูแลผิวหน้าส่วนไหนได้บ้าง และใช้วิธีการทำอย่างไร
สัญญาณดีๆ ที่ควรเช็กทั้งก่อนและหลังทำ
Soprano Titanium คือการรักษาแบบไหนกันนะ?
จุดเด่นของ Soprano Titanium คือการใช้เลเซอร์ไดโอด* ปล่อยพลังงานที่มีความยาวคลื่น 3 ระดับ (755nm, 810nm, 1064nm) ออกมาพร้อมๆ กันค่ะ ซึ่งนี่เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของ Alma และในเกาหลีใต้จะนำเข้าผ่านทาง Alma Korea ค่ะ
เลเซอร์ไดโอด*: เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่สร้างแสงความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงจากอุปกรณ์กึ่งตัวนำ (semiconductor) ค่ะ
สำหรับใครที่รู้สึกว่าการร้อยไหมเป็นเรื่องน่ากังวล หรือกำลังมองหาเลเซอร์ยกกระชับที่ใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องแปะยาชา ตัวนี้ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และอยากแนะนำเลยค่ะ ระหว่างทำจะใช้หัวทำความเย็น Sapphire Cooling ช่วยลดอุณหภูมิและปลอบประโลมผิว ทำให้รู้สึกสบายเหมือนกำลังนวดอุ่นๆ และหลังทำเสร็จทันที หลายคนจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเลยว่าผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันตา อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนุ่มฟูในทันทีนี้กับช่วงเวลาที่คอลลาเจนใหม่จะสร้างตัวเสร็จสมบูรณ์จริงๆ จะเป็นคนละส่วนกันนะคะ

หลักการยกกระชับจาก 3 พลังงานความยาวคลื่นที่ทำงานร่วมกัน
หากการร้อยไหมคือการทิ้งวัสดุบางอย่างไว้ใต้ผิวเพื่อช่วยพยุงโครงสร้างเอาไว้ Titanium Lifting จะเป็นวิธีที่ไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ ไว้เลย แต่จะใช้เพียงแค่พลังงานความร้อนในการกระตุ้นการตอบสนองของผิวค่ะ จุดที่แตกต่างจากการร้อยไหมอย่างสิ้นเชิงก็คือ จะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ใต้ผิวของคุณเลยค่ะ
พลังงานเลเซอร์จะส่งผ่านลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis)* แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนขึ้นมาค่ะ
ชั้นหนังแท้ (dermis)*: เป็นชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้าโดยตรง ซึ่งเป็นบริเวณที่คอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินอาศัยอยู่ค่ะ
ความร้อนนี้จะกระจายตัวลงไปถึงเส้นใยพยุงผิว (retaining ligaments)* ที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้และกล้ามเนื้อด้วยค่ะ
เส้นใยพยุงผิว (retaining ligaments)*: เป็นโครงสร้างเส้นใยที่ช่วยยึดเนื้อเยื่อผิวและกล้ามเนื้อให้อยู่กับที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความหย่อนคล้อยของใบหน้าค่ะ
เมื่อความร้อนเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ก็จะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (collagen remodeling)* ให้เข้ามาแทนที่ค่ะ นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า พลังงานในช่วงคลื่นอินฟราเรดจะพุ่งเป้าไปที่โมเลกุลน้ำในผิวเพื่อสร้างความร้อน และ ความร้อนนี้จะกระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อเอื้อให้เกิดการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่ ด้วยค่ะ
กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (collagen remodeling)*: เป็นกระบวนการที่คอลลาเจนเก่าถูกกระตุ้นและผลัดเปลี่ยนเป็นคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องอาศัยระยะเวลาค่ะ
แล้วทำไมถึงต้องมีหัวทำความเย็นแยกต่างหากล่ะ? ก็เพื่อให้พลังงานความร้อนสามารถส่งลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ด้านใน โดยที่ไม่ทำให้ผิวชั้นนอกเกิดความร้อนสะสมจนไหม้หรือบาดเจ็บค่ะ ซึ่งระบบทำความเย็นใน Soprano Titanium นี้ทำมาจากวัสดุแซฟไฟร์ (Sapphire) คุณภาพสูงค่ะ

เพื่อป้องกันความสับสนจากชื่อเรียกที่คล้ายกัน เราได้สรุปข้อแตกต่างระหว่างสองโปรแกรมนี้ไว้ในตารางด้านล่างแล้วค่ะ
หัวข้อเปรียบเทียบ | การร้อยไหม | Titanium Lifting |
|---|---|---|
วิธีการ | สอดไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง | ปล่อยพลังงานเลเซอร์ลงบนผิวชั้นนอก |
การยาชา | มักจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะจุด | ไม่ต้องใช้ยาชา หรือใช้เพียงแค่ยาชาแบบทา |
ความรู้สึกระหว่างทำ | รู้สึกตึงและแรงดันขณะที่ไหมสอดผ่านผิว | รู้สึกอุ่นสบายผิวเป็นหลัก |
การเห็นผลลัพธ์ทันที | เห็นผลชัดเจนหลังจากอาการบวมยุบลงแล้ว | รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำเสร็จ |
ระยะเวลาพักฟื้น | อาจมีรอยช้ำและอาการบวมอยู่หลายวัน | อาจมีรอยแดงเรื่อๆ หรืออุ่นผิวชั่วคราวเท่านั้น |

วิธีการทำ Titanium Lifting เพื่อดูแลทั่วทั้งใบหน้า
ความหย่อนคล้อยบนใบหน้ามักไม่ได้เกิดขึ้นแค่จุดเดียวค่ะ ส่วนใหญ่มักจะมีความกังวลในหลายๆ บริเวณร่วมกัน เช่น หน้าผาก, รอบดวงตา, แก้ม, กรอบหน้า และลำคอ
คำถามที่พบบ่อยมากในช่วงที่ให้คำปรึกษาคือ "มันคือเลเซอร์ แล้วทำไมถึงเรียกว่าลิฟติ้ง (Lifting) คะ?" คำตอบคือ ชื่อโปรแกรมตั้งขึ้นมาเพื่อบ่งบอกถึง "ผลลัพธ์การยกกระชับ" ที่จะได้รับ ไม่ได้หมายถึงวัสดุหรือวิธีการที่ใช้รักษาค่ะ
Titanium Lifting จะทำงานโดยการเคลื่อนหัวทำความเย็น Sapphire ไปตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงสามารถดูแลพื้นที่กังวลอย่าง หน้าผาก, รอบดวงตา, แก้ม, กรอบหน้า และลำคอ ได้ทั้งหมดภายในระยะเวลาการรักษาเพียงครั้งเดียวค่ะ และเนื่องจากแทบไม่ต้องใช้ยาชาบวกกับระดับความเจ็บที่น้อยมากๆ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะดีไซน์การยิงเลเซอร์ให้ครอบคลุมดูแลทั่วทั้งใบหน้า แทนที่จะทำเพียงแค่จุดเล็กๆ จุดเดียวค่ะ
มีคำอธิบายว่า พลังงานความร้อนที่เกิดจากเลเซอร์จะเข้าไป กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยมี downtime ที่สั้นมากๆ นอกเหนือจากรอยแดงจางๆ ที่สามารถแต่งหน้ากลบได้ง่ายๆ แล้ว แทบไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลยค่ะ และแม้ว่าจะเป็นการทดลองในสัตว์ แต่ก็มี ผลงานวิจัยที่ระบุว่า เลเซอร์ไดโอดในช่วงคลื่น 800nm สามารถกระตุ้นสัญญาณใต้ผิวหนังเพื่อช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนได้ ดังนั้นการยิงเลเซอร์ซ้ำๆ ย้ายไปตามจุดต่างๆ ทั่วใบหน้า ก็จะช่วยสะสมการกระตุ้นคอลลาเจนในลักษณะเดียวกันได้เช่นกันค่ะ


ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)?
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้เน้นแนะนำเครื่องมือใหม่ล่าสุดอย่างไร้เหตุผล แต่เราจะช่วยประเมินผิวของคุณคนไข้ก่อนว่า ปัญหาที่แท้จริงในตอนนี้คือความหย่อนคล้อยในชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อสัมผัสและริ้วรอยที่ผิวชั้นนอก แม้จะต้องการยกกระชับเหมือนกัน แต่บริเวณที่เหมาะกับการร้อยไหมและบริเวณที่เหมาะกับการใช้เลเซอร์นั้นแตกต่างกันค่ะ เราจึงพร้อมแนะนำทางเลือกที่ตอบโจทย์ผิวของคุณที่สุดโดยไม่ยึดติดว่าจะต้องทำ Titanium Lifting เพียงอย่างเดียว คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจองในระยะเดินถึง คุณหมอจึงสามารถดูแลผิวของคนไข้แต่ละท่านอย่างละเอียดแบบเคสต่อเคส เพื่อร่วมวางแผนการรักษาในครั้งถัดไปได้อย่างใกล้ชิดค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Titanium Lifting
อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า ความเรียบเนียนกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ กับการที่คอลลาเจนใหม่จะสร้างตัวขึ้นมาเต็มที่จริงๆ นั้นเป็นคนละช่วงเวลากันค่ะ อาการอุ่นๆ และรอยแดงเรื่อๆ มักจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ขณะที่กระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนจะค่อยๆ แสดงผลลัพธ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ความเร็วในการเห็นผลของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป ดังนั้นแทนที่จะรีบตัดสินใจผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียว แนะนำให้รอดูสภาพผิวหลังทำไปแล้วสักระยะ แล้วค่อยเข้ามาประเมินเพื่อวางแผนการทำครั้งต่อไปร่วมกันจะดีที่สุดค่ะ
หากคุณมีภาวะดังต่อไปนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเลื่อนการรักษาออกไปก่อนค่ะ:
กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำการรักษา
มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนหนาหรือคีลอยด์ได้ง่าย (ผิวที่เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่หลังบาดเจ็บ)
เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์อื่นๆ หรือฉีดฟิลเลอร์มาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์
ใน เอกสารข้อมูลทางการแพทย์ในต่างประเทศ ก็มีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการทำเลเซอร์ออกไปก่อนหากอยู่ในช่วงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีโรคผิวหนังในบริเวณที่จะรักษา เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและแจ้งประวัติสุขภาพโดยตรงกับคุณหมอที่คลินิกก่อนนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าทำ Titanium Lifting ที่สาขาฮับจอง จะช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตาและแก้มไปพร้อมๆ กันได้ไหมคะ?
A. ได้แน่นอนค่ะ ในการรักษาหนึ่งครั้งเราสามารถดูแลได้หลายส่วนไปพร้อมกัน เนื่องจากเป็นการทำโดยเลื่อนหัวทำความเย็น Sapphire ไปตามจุดต่างๆ คนไข้ส่วนใหญ่จึงมักจะเลือกทำบริเวณที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยร่วมกัน เช่น รอบดวงตา แก้ม และกรอบหน้า ต่อเนื่องกันไปเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความหนาของผิวและระดับความหย่อนคล้อยในแต่ละจุดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเข้ามาให้คุณหมอตรวจประเมินเพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนการรักษาจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดที่สุดค่ะ
Q. Titanium Lifting แตกต่างจากการร้อยไหมอย่างไรคะ? และสามารถทำร่วมกันได้ไหม?
A. แม้จะมีชื่อคล้ายกันแต่เป็นวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ การร้อยไหมคือการสอดไหมละลายเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง (invasive) ส่วน Titanium Lifting คือการปล่อยพลังงานเลเซอร์ลงมาจากด้านบนของผิว (non-invasive) โดยไม่มีการสอดใส่วัสดุใดๆ ส่วนจะทำร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกันได้ไหมนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพักฟื้นและเป้าหมายการรักษาของคนไข้ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนขั้นตอนอย่างปลอดภัยดีกว่าค่ะ
Q. หลังทำ Titanium Lifting แล้ว จะมีอาการร้อนผ่าวหรือรอยแดงนานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไปจะหายไปเองภายใน 1-2 วันค่ะ อาการอุ่นๆ และรอยแดงจางๆ ทันทีหลังทำถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิว และจะค่อยๆ บรรเทาลงเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ แต่หากรอยแดงเข้มขึ้นหรือมีอาการคงอยู่หลายวัน หรือเริ่มมีตุ่มน้ำพองคล้ายตุ่มน้ำใส ควรรีบติดต่อกลับมาทางคลินิกที่ทำการรักษาทันทีค่ะ
Q. ถ้าตั้งครรภ์อยู่ หรือเป็นคนที่มีผิวคีลอยด์ง่าย จะสามารถรับบริการ Titanium Lifting ได้ไหมคะ?
A. เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้เลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการรักษาไปก่อนหากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีสภาพผิวที่เป็นคีลอยด์ได้ง่ายค่ะ สำหรับโปรแกรมกลุ่มเลเซอร์มักจะมีคำแนะนำให้เลี่ยงการทำในภาวะเหล่านี้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพผิวและประวัติสุขภาพโดยละเอียดเป็นรายบุคคล เพื่อความปลอดภัยและได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



