Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ
พอได้ยินชื่อ "Titanium lifting" เป็นครั้งแรก หลายคนมักจะคิดว่าเป็นหัตถการประเภทเดียวกับร้อยไหมที่ต้องใส่บางสิ่งเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่จริงๆ แล้วเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยหลักการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เนื่องจากมีคำว่า 'Lifting' อยู่ในชื่อ คนไข้ที่เข้ามาปรึกษาที่คลินิกจึงมักจะสับสนบ่อยๆ ว่าเป็นหัตถการประเภทไหมหรือฟิลเลอร์
ถ้าจะตอบให้เข้าใจง่ายๆ Titanium lifting ก็คือเครื่องเลเซอร์ยกกระชับที่ชื่อว่า Soprano Titanium ซึ่งผลิตโดยบริษัท Alma Lasers จากประเทศอิสราเอลค่ะ ไม่ใช่ไหม และไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่มาทดแทนการร้อยไหม แต่เป็นหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive) ที่ใช้พลังงานเลเซอร์ส่งผ่านลงไปยังชั้นผิวหนัง
สำหรับใครที่ยังรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเครื่องนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงผลลัพธ์ทั่วทั้งใบหน้ามาให้เข้าใจกันทีละขั้นตอนแล้วค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Titanium lifting กับการร้อยไหม
หลักการทำงานของคลื่นความยาว 3 พลังงานที่ปล่อยออกมาพร้อมกัน
ทำความเข้าใจว่าสามารถยกกระชับบริเวณไหนของใบหน้าได้บ้างและทำอย่างไร
สัญญาณดีๆ ที่ควรสังเกตทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ
Soprano Titanium คือหัตถการแบบไหน?
จุดเด่นของ Soprano Titanium คือการใช้เทคโนโลยี Diode* laser ปล่อยคลื่นความยาว 3 พลังงาน ได้แก่ 755nm, 810nm และ 1064nm ออกมาพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะของ Alma และนำเข้ามาในเกาหลีผ่านทาง Alma Korea ค่ะ
Diode*: เป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่งที่สร้างแสงความยาวคลื่นเฉพาะจากอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์
หัตถการนี้เป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ที่รู้สึกกังวลกับการร้อยไหม หรือผู้ที่มองหาโปรแกรมยกกระชับที่ใช้เวลาสั้นๆ และไม่ต้องแปะยาชาค่ะ ในระหว่างทำจะรู้สึกเหมือนได้รับการนวดอุ่นๆ เพราะมีหัวทำความเย็น Sapphire cooling head คอยช่วยลดอุณหภูมิผิว และหลายๆ คนมักจะสัมผัสได้ถึงผิวที่เรียบเนียนกระชับขึ้นทันทีหลังทำ แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกกระชับทันทีกับช่วงเวลาที่คอลลาเจนจริงเริ่มสร้างตัวขึ้นมานั้นเป็นคนละส่วนกันนะคะ

หลักการยกกระชับด้วย 3 พลังงานพร้อมกัน
ในขณะที่การร้อยไหมจะทิ้งบางสิ่งไว้ใต้ผิวเพื่อพยุงโครงสร้างผิวไว้ แต่ Titanium lifting จะ ไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ ไว้เลย และใช้เพียงพลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาใต้ผิวหนังเท่านั้น จุดที่ต่างจากการร้อยไหมอย่างสิ้นเชิงคือไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ใต้ผิวเลยค่ะ
พลังงานเลเซอร์จะส่งตรงลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (dermis)* จนเกิดเป็นความร้อนขึ้นมา
ชั้นหนังแท้ (dermis)*: ชั้นที่อยู่ถัดลงมาจากหนังกำพร้า ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน
ความร้อนนี้จะแผ่กระจายตัวลงลึกไปถึงเส้นยึดผิว (retaining ligaments)* ใต้ชั้นหนังแท้ด้วยค่ะ
เส้นยึดผิว (retaining ligaments)*: โครงสร้างเส้นใยใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่ช่วยยึดเนื้อเยื่อให้อยู่กับที่ ซึ่งเป็นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย
ความร้อนดังกล่าวจะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (collagen remodeling)* นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายว่า พลังงานความยาวคลื่นอินฟราเรดจะจับกับน้ำใต้ผิวเพื่อสร้างความร้อน และความร้อนนี้จะช่วยปรับโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน
กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (collagen remodeling)*: กระบวนการที่คอลลาเจนเก่าถูกกระตุ้นและเปลี่ยนเป็นคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยระยะเวลา
แล้วทำไมถึงต้องมีหัวทำความเย็นแยกต่างหากล่ะ? ก็เพื่อให้พลังงานความร้อนส่งผ่านลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ได้โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นนอกนั่นเองค่ะ ซึ่งอุปกรณ์ทำความเย็นนี้ในเครื่อง Soprano Titanium ทำมาจากวัสดุแซฟไฟร์ (Sapphire)

มาสรุปความแตกต่างของทั้งสองหัตถการที่คนมักจะสับสนเพราะชื่อคล้ายกันในรูปแบบตารางกันค่ะ
ข้อเปรียบเทียบ | ร้อยไหม | Titanium lifting |
|---|---|---|
วิธีการ | สอดไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง | ปล่อยพลังงานเลเซอร์ลงบนผิว |
การยาชา | ส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะจุด | ไม่ต้องใช้ยาชา หรือใช้เพียงแค่ยาชาแบบครีม |
ความรู้สึกระหว่างทำ | รู้สึกตึงและมีแรงกดจากการสอดไหม | รู้สึกอุ่นๆ เป็นหลัก |
ผลลัพธ์ทันที | เห็นผลชัดเจนหลังจากอาการบวมยุบลง | เห็นผลลัพธ์ความกระชับทันทีหลังทำ |
การพักฟื้น | อาจมีรอยเขียวช้ำหรือบวมแดงอยู่หลายวัน | อาจมีอาการแดงหรือร้อนผ่าวชั่วคราวเท่านั้น |

วิธีการทำงานของ Titanium lifting ทั่วทั้งใบหน้า
บริเวณผิวหน้าที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยกวนใจ มักจะไม่ได้มีแค่จุดเดียวค่ะ ส่วนใหญ่แล้วหน้าผาก รอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า และลำคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันเสมอ
คำถามยอดฮิตระหว่างการปรึกษาก็คือ "ในเมื่อเป็นเลเซอร์ ทำไมถึงมีคำว่า lifting อยู่ในชื่อล่ะ?" ซึ่งจริงๆ แล้ว ชื่อของมันหมายถึงผลลัพธ์ที่คาดหวัง ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์หรือวัสดุที่ใช้ทำหัตถการค่ะ
Titanium lifting ทำงานโดยการเคลื่อนย้ายหัว Sapphire cooling head ไปตามจุดต่างๆ บนใบหน้า จึงทำให้สามารถดูแลบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า และลำคอ ได้ พร้อมกันในการทำครั้งเดียว และเนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่จำเป็นต้องแปะยาชาและแทบไม่มีความเจ็บปวด จึงง่ายต่อการออกแบบการรักษาที่ครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้าโดยไม่ต้องแยกทำทีละจุดเล็กๆ ค่ะ
มีคำอธิบายว่า ความร้อนจากเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเนื่องจากไม่มี downtime ที่ยาวนาน นอกเหนือจากรอยแดงจางๆ ที่สามารถแต่งหน้ากลบได้แล้ว ก็แทบไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลยค่ะ และแม้ว่าจะเป็นการทดลองในสัตว์ แต่ก็มี ผลการวิจัยชี้ว่าเลเซอร์ Diode ความยาวคลื่น 800nm ช่วยกระตุ้นการส่งสัญญาณใต้ผิวหนังเพื่อเพิ่มการผลิตคอลลาเจน ดังนั้นการยิงเลเซอร์ซ้ำๆ โดยย้ายไปตามจุดต่างๆ จึงเป็นการสะสมพลังงานเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในลักษณะเดียวกันค่ะ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้แนะนำเครื่องมือใหม่ล่าสุดให้คนไข้ทำอย่างไร้เหตุผล แต่เราจะช่วยประเมินและให้คำแนะนำก่อนว่า ปัญหาผิวในตอนนี้ของคุณเกิดจากความหย่อนคล้อยในชั้นลึกหรือเป็นปัญหาที่ผิวชั้นนอก เพราะต่อให้เป็นการยกกระชับเหมือนกัน แต่บริเวณที่เหมาะกับการร้อยไหมและบริเวณที่เหมาะกับการทำเลเซอร์นั้นแตกต่างกัน เราจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำ Titanium lifting เท่านั้น แต่จะนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดกะทัดรัดที่เดินทางสะดวกจากสถานีฮับจอง คุณหมอจะตรวจประเมินผิวของคนไข้แต่ละท่านอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาในครั้งต่อไปร่วมกันค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ Titanium lifting
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ความเรียบเนียนกระชับ ที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำกับระยะเวลาที่คอลลาเจนใหม่จะสร้างขึ้นจริงนั้นแตกต่างกันค่ะ อาการอุ่นๆ และรอยแดงเล็กน้อยมักจะหายไปภายใน 1-2 วัน ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนจะค่อยๆ แสดงผลลัพธ์ในเวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากความเร็วในการเห็นผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน แทนที่จะรีบด่วนสรุปหลังทำทันทีเพียงครั้งเดียว แนะนำให้สังเกตสภาพผิวหลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์แล้วค่อยประเมินการทำรอบถัดไปจะดีที่สุดค่ะ
สำหรับผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเรื่องการทำหัตถการอีกครั้งค่ะ
อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ
ผู้ที่มีผิวคีลอยด์ง่าย (ผิวที่เกิดแผลเป็นนูนหนาและใหญ่กว่าปกติ)
เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์อื่นๆ หรือฉีดฟิลเลอร์มาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์
ใน ข้อมูลทางการแพทย์ต่างประเทศ ก็ระบุคำแนะนำเช่นกันว่า หากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือมีโรคผิวหนังในบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรเลื่อนการทำเลเซอร์ออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงที่คลินิกค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าทำ Titanium lifting ที่ฮับจอง จะช่วยแก้ปัญหาหางตาตกและแก้มห้อยพร้อมกันได้ไหมคะ?
A. ได้แน่นอนค่ะ เราสามารถดูแลได้หลายส่วนพร้อมกันในการทำเพียงครั้งเดียว เนื่องจากเป็นเทคนิคการยิงพลังงานโดยการเคลื่อนย้ายหัว Sapphire cooling head ไปตามจุดต่างๆ จึงมักนิยมทำบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยต่อเนื่องกัน เช่น รอบดวงตา แก้ม และกรอบหน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความหนาของผิวและความหย่อนคล้อยของแต่ละจุดแตกต่างกัน การเข้ามาพบคุณหมอเพื่อประเมินและจัดลำดับความสำคัญในการรักษาจะแม่นยำที่สุดค่ะ
Q. Titanium lifting ต่างจากการร้อยไหมอย่างไร? และสามารถทำร่วมกันได้ไหมคะ?
A. แม้ว่าชื่อจะคล้ายกันแต่วิธีการทำแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ การร้อยไหมคือการสอดไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง (invasive) ส่วน Titanium lifting คือการยิงพลังงานเลเซอร์จากด้านนอกผิวโดยไม่มีการสอดใส่สารใดๆ (non-invasive) การจะทำร่วมกันในระยะเวลาเดียวกันได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพักฟื้นและเป้าหมายการรักษาของคนไข้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนขั้นตอนอย่างปลอดภัยค่ะ
Q. หลังทำ Titanium lifting อาการร้อนผ่าวหรือรอยแดงจะคงอยู่กี่วันคะ?
A. โดยส่วนใหญ่แล้วจะหายไปเองภายใน 1-2 วันค่ะ อาการร้อนผ่าวและรอยแดงเล็กน้อยถือเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นหลังทำ และมักจะค่อยๆ จางหายไปเองโดยไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ แต่หากอาการแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ นานหลายวัน หรือเริ่มมีลักษณะคล้ายตุ่มน้ำพอง ควรรีบติดต่อคลินิกที่เข้ารับบริการทันทีค่ะ
Q. ถ้าตั้งครรภ์อยู่หรือเป็นคีลอยด์ง่าย จะไม่สามารถทำ Titanium lifting ได้เลยใช่ไหมคะ?
A. เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้เลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อนหากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร หรือเป็นผู้ที่มีผิวเป็นคีลอยด์ง่ายค่ะ สำหรับหัตถการกลุ่มเลเซอร์มักมีคำแนะนำให้เลี่ยงในช่วงภาวะดังกล่าว ทั้งนี้การประเมินว่าสามารถทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะตรวจเช็กสภาพผิวและประวัติการรักษาของคนไข้โดยตรงค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?
เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

ยกกระชับ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium
แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

ยกกระชับ
Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ยกกระชับ
ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา

กำจัดขน
ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?
หลังเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ควรรอกี่วันก่อนย้อมผม บทความนี้อธิบายแนวทางตามแต่ละหัตถการ



