มีสิวอักเสบอยู่แล้วอยากทำหัตถการ บทความนี้ช่วยแยกว่าทำได้เลย ทำได้บางส่วน หรือต้องรอจนสิวสงบก่อน
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอใกล้ถึงวันนัดที่จองไว้ แต่จู่ๆ สิวก็ขึ้นมา หลายคนเริ่มกังวลใจทันที จะตัดสินใจเองว่า "ทำไปเลยดีไหม" หรือ "ควรเลื่อนออกไปดีกว่า" ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะยกเลิกก็เสียดาย แต่จะไปทำตามนัดก็เป็นห่วงเรื่องผิวหน้า
ขอตอบสั้นๆ ก่อนเลยว่า คำตอบจะแตกต่างกันไปตามสภาพของสิวในตอนนั้น สิวอักเสบที่แดงจนดูเหมือนจะแตก กับสิวที่กำลังจะยุบตัวลง ต้องมองต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้จึงสรุปไว้ให้ว่า ตามสภาพผิวหน้าตอนนี้ ควรเลื่อนหัตถการไหน และหัตถการไหนที่ยังทำได้ตามปกติ
บทความนี้รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตน ฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วจะรู้
ทำไมควรเลื่อนหัตถการออกไปเมื่อมีสิวอักเสบระยะยังไม่สงบ
แยกได้ว่าหัตถการไหนทำได้แม้มีสิวอยู่ และหัตถการไหนควรเลี่ยง
รู้ลำดับขั้นตอนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งแต่การลดการอักเสบไปจนถึงการเข้ารับหัตถการ
รู้วิธีเช็กสภาพผิวตัวเองก่อนเข้ารับหัตถการ
กรณีที่ควรเลื่อนหัตถการเมื่อมีสิว
สิวอักเสบระยะยังไม่สงบ*คือช่วงที่ปฏิกิริยาอักเสบยังดำเนินอยู่ในผิว มองจากภายนอกจะเห็นเป็นตุ่มแดง บวม หรือมีหนองอยู่ข้างใน หากเข้ารับหัตถการที่ให้ความร้อนหรือกระตุ้นผิวอย่างเลเซอร์หรือรีฟติ้งในช่วงนี้ อาจทำให้การอักเสบลามไปยังบริเวณโดยรอบ หรือทิ้งรอยดำคล้ำที่เข้มขึ้นได้
สิวอักเสบระยะยังไม่สงบ*: คือภาวะที่การหลั่งไขมันเพิ่มขึ้น เชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวน และปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นพร้อมกันจนทำให้ผิวเกิดการอักเสบ มักเรียกกันทั่วไปว่า "สิวที่กำลังขึ้น"
คำอธิบายที่ว่าสิวเริ่มต้นจากรูขุมขนและต่อมไขมัน แล้วแบ่งระยะตามความรุนแรงของการอักเสบเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง และซีสต์นั้นชี้ให้เห็นว่า ยิ่งการอักเสบรุนแรงมากเท่าไหร่ ผิวก็ยิ่งไวต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากขึ้นเท่านั้น หากหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อนสัมผัสกับบริเวณที่อักเสบอยู่ อาจทำให้กระบวนการฟื้นฟูซับซ้อนขึ้นได้

ในกรณีต่อไปนี้ ควรเลื่อนหัตถการออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย
สิวชนิดตุ่มหนองและซีสต์ — สิวลึกที่มีหนองอยู่ข้างในหรือคลำแล้วรู้สึกแข็ง เป็นชนิดที่ไวต่อการกระตุ้นด้วยความร้อนมากที่สุด
สิวกระจายทั่วใบหน้าตั้งแต่ 10 จุดขึ้นไป — บริเวณที่หัวเลเซอร์สัมผัสจะทับซ้อนกับบริเวณที่อักเสบโดยตรง
เพิ่งเปลี่ยนยารักษาสิวภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา — ความไวของผิวยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง จึงคาดเดาปฏิกิริยาของผิวได้ยาก
กำลังรับประทานยาไอโซเตรติโนอิน (ยารักษาสิวชนิดรับประทาน) — ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของผิวลดลง ทำให้ฟื้นตัวช้าหลังทำเลเซอร์

หัตถการที่ทำได้แม้มีสิว และหัตถการที่ควรเลี่ยง
ไม่ใช่ว่าทุกหัตถการต้องเลื่อนออกไปเสมอไป การตัดสินใจจะแตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการและสภาพสิวในขณะนั้น
ประเภทหัตถการ | เมื่อมีสิวอักเสบระยะยังไม่สงบ | เหตุผล |
|---|---|---|
เลเซอร์โทนนิ่ง | ทำได้หากเลี่ยงบริเวณที่อักเสบ | เป็นเลเซอร์พลังงานต่ำ เมื่อยิงทั่วใบหน้าสามารถเลี่ยงบริเวณที่อักเสบได้ |
อัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มสูง (กลุ่ม HIFU) | แนะนำให้เลื่อนออกไป | ส่งความร้อนลึกถึงชั้นผิว มีความเสี่ยงที่การอักเสบจะรุนแรงขึ้น |
Thermage·InMode | แนะนำให้เลื่อนออกไป | พลังงานความร้อน RF ส่งลึกถึงชั้นหนังแท้ อาจกระทบกับบริเวณที่อักเสบอยู่ |
เลเซอร์ปลอบประโลมผิว·การรักษาด้วยแสงพลังงานต่ำ | ทำได้ตามปกติ | มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บางกรณีกลับช่วยให้สิวดีขึ้นด้วยซ้ำ |
พีลลิ่ง·สเกลลิ่ง | ปรับตามสภาพผิว | การทำความสะอาดผิวแบบอ่อนโยนทำได้ แต่สารกลุ่มกรดอาจระคายเคืองต่อสิวที่อักเสบอยู่ |
โบท็อกซ์·ฟิลเลอร์ | ทำได้ในบริเวณที่ไม่มีสิว | ควรเลี่ยงจุดที่มีตุ่มสิวโดยตรง ส่วนบริเวณอื่นโดยทั่วไปทำได้ตามปกติ |
หัตถการรีฟติ้งที่ใช้ความร้อนมาก หากทำทั่วใบหน้าในช่วงที่มีสิวอักเสบอยู่ ถือว่าเป็นภาระกับผิวค่อนข้างมาก ในทางกลับกัน หัตถการปลอบประโลมผิวที่ใช้พลังงานต่ำ บางครั้งกลับช่วยให้สิวดีขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้เข้ากับทั้งประเภทหัตถการและสภาพสิวของตัวเอง

ลำดับขั้นตอนและช่วงเวลาในการลดการอักเสบก่อนเข้ารับหัตถการ
หากมีสิวขึ้นอยู่ การลดการอักเสบลงในระดับหนึ่งก่อนเข้ารับหัตถการจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และการแบ่งเป็นขั้นตอนแทนที่จะรอเฉยๆ ก็ช่วยให้ใช้เวลาน้อยลงด้วย
เริ่มจากสิ่งที่ทำได้เองที่บ้านในขั้นตอนปลอบประโลมผิวก่อน หลังล้างหน้าให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของซิก้าหรือกลุ่มแพนธีนอลเพื่อช่วยปลอบประโลมผิว และป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ในขั้นตอนนี้ควรเลี่ยงการบีบสิวหรือถูผิวแรงๆ เพราะอาจนำไปสู่รอยแผลเป็นที่ลึกขึ้นและรอยดำคล้ำได้

หากเข้ารับหัตถการปลอบประโลมผิวที่คลินิก (การรักษาด้วยแสงพลังงานต่ำ เลเซอร์ปลอบประโลมผิว) ก่อน จะช่วยให้การอักเสบสงบลงเร็วขึ้นได้ โดยทั่วไปแล้ว หลังจากตุ่มหนองและตุ่มนูนยุบตัวลงหมดและไม่มีสิวใหม่ขึ้นมาต่อเนื่องประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะเริ่มหัตถการอย่างรีฟติ้งหรือเลเซอร์โทนนิ่งอย่างจริงจังได้อย่างปลอดภัย แน่นอนว่าช่วงเวลาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวแต่ละคน จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดจังหวะเวลาที่เหมาะสมร่วมกัน

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
ที่บิวตี้สโตน ฮับจอง มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่จองคิวไว้แล้วแต่มีสิวขึ้นมาพอดี ทุกครั้งที่เจอสถานการณ์แบบนี้ ทางคลินิกจะไม่เลื่อนหัตถการออกไปทั้งหมดทันที แต่จะแนะนำแยกให้ชัดเจนว่าตามสภาพผิวหน้าในตอนนั้น อะไรทำได้และอะไรควรเลื่อน ในวันที่ยังมีการอักเสบอยู่ ก็อาจปรับเป็นการดูแลปลอบประโลมผิวแทน หรือเลือกทำเฉพาะบริเวณที่ไม่มีสิวก่อน เนื่องจากเป็นคลินิกขนาดเล็ก การเปลี่ยนแปลงนัดหมายจึงไม่ใช่เรื่องยาก ทำให้สามารถดูสภาพผิวแล้วตัดสินใจร่วมกันได้ในวันนั้นเลย

วิธีเช็กสภาพผิวตัวเองก่อนเข้ารับหัตถการ
หากเช็กสภาพผิวตัวเองไว้ก่อนไปคลินิก การพูดคุยกับแพทย์ก็จะดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้นมาก
เช็กขอบเขตความแดง — เมื่อยืนหน้ากระจกภายใต้แสงไฟฟลูออเรสเซนต์แล้วดูใบหน้าทั้งหมด หากบริเวณที่แดงมีมากกว่า 1 ใน 3 ของใบหน้า โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในระยะอักเสบยังไม่สงบ
เช็กอาการเจ็บเมื่อกด — เมื่อใช้นิ้วกดเบาๆ แล้วรู้สึกเจ็บตั้งแต่ 3 จุดขึ้นไป แสดงว่ามีสิวอักเสบระยะยังไม่สงบอยู่หลายจุด
ความถี่ของสิวใหม่ — หากในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมามีสิวใหม่ขึ้นตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป แสดงว่าสภาพผิวยังไม่ค่อยคงที่
มีจุดด่างดำหรือรอยสีผิวปนอยู่หรือไม่ — หากมีทั้งรอยแผลเป็นจากสิวและรอยสีผิวปนกันอยู่ จุดประสงค์ของหัตถการอาจเปลี่ยนไป ควรตรวจดูไว้ล่วงหน้า
หลังจากเช็กทั้ง 4 ข้อนี้แล้ว หากแจ้งสภาพผิวให้คลินิกทราบล่วงหน้า ในวันนัดจริงก็จะไม่ต้องกังวลใจ และสามารถเข้าสู่ขั้นตอนปรึกษาได้ทันที บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ส่วนช่วงเวลาและวิธีการรักษาที่แท้จริง ควรปรึกษากับแพทย์ที่ได้ตรวจดูสภาพผิวของตัวเองโดยตรงเพื่อความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย
Q. หากมีสิวแค่หนึ่งหรือสองจุด ก็ยังต้องเลื่อนหัตถการอยู่ไหมคะ
A. หากสิวหนึ่งหรือสองจุดอยู่บริเวณขอบใบหน้าหรือห่างจากจุดที่จะทำหัตถการ บางกรณีแพทย์ก็อาจพิจารณาให้ทำได้ครับ แต่ถ้าเป็นชนิดที่อักเสบลึกอย่างตุ่มหนองหรือซีสต์ แม้จะมีแค่จุดเดียวก็อาจเกิดปฏิกิริยารอบข้างได้มาก จึงต้องดูสภาพผิวในวันนั้นแล้วตัดสินใจอีกครั้งครับ
Q. ถ้ามีสิวอยู่ ยังสามารถเข้ารับหัตถการปลอบประโลมผิวได้ไหมคะ
A. การรักษาด้วยแสงพลังงานต่ำ หรือเลเซอร์ปลอบประโลมผิวที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ สามารถทำได้แม้อยู่ในระยะสิวอักเสบยังไม่สงบครับ และบางกรณียังช่วยให้การอักเสบสงบลงเร็วขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ ดังนั้นควรสอบถามคลินิกก่อนล่วงหน้าครับ
Q. หลังจากสิวยุบลงแล้ว สามารถเข้ารับหัตถการได้ทันทีเลยไหมคะ
A. ถึงแม้สิวที่มองเห็นได้จะหายไปแล้ว แต่ปฏิกิริยาอักเสบภายในผิวจะยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะสงบลงอย่างสมบูรณ์ครับ โดยทั่วไปมักเริ่มหัตถการเมื่อผิวด้านนอกยุบตัวลงหมดและไม่มีสิวใหม่ขึ้นมาต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
Q. ถ้าเป็นผิวที่มีสิวขึ้นบ่อยๆ แบบนี้ จะทำให้ไม่สามารถเข้ารับรีฟติ้งได้เลยไหมคะ
A. ถึงแม้จะมีสิวขึ้นบ่อย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำหัตถการไม่ได้เลยครับ ส่วนใหญ่จะวางแผนหัตถการในช่วงที่ผิวสงบ โดยเลี่ยงช่วงที่สิวกำลังอักเสบ และมักดูแลปลอบประโลมสิวให้สงบก่อนเข้ารับรีฟติ้ง หากแจ้งรูปแบบผิวของตัวเองให้แพทย์ทราบ ก็จะสามารถกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมร่วมกันได้ครับ
อ่านเพิ่มเติม

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



