เปรียบเทียบ Sofwave vs Thermage FLX อัลตราซาวด์และ RF คนละความลึก เลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ
เคยรู้สึกไหมคะว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวดูไม่แน่นเหมือนก่อน แต่พอหาข้อมูลเรื่องลิฟติ้งก็เจอชื่อ Sofwave กับ Thermage FLX โผล่มาพร้อมกัน แล้วก็งงว่าสองตัวนี้ต่างกันยังไง อันไหนเหมาะกับเรามากกว่ากัน?
จริง ๆ แล้วทั้งสองเครื่องต่างก็กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละชนิด ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Sofwave และ Thermage FLX ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความลึกที่เข้าถึง ไปจนถึงว่าใครเหมาะกับตัวไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณค่ะ ไปดูกันเลย!
Sofwave และ Thermage FLX คืออะไร?
Sofwave คือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ความถี่สูงความเข้มข้นปานกลาง หรือที่เรียกว่า SUPERB™ Technology ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง (ลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน กระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนใหม่
Thermage FLX ใช้คลื่นวิทยุ RF แบบ Monopolar ซึ่งส่งพลังงานความร้อนลงลึกกว่า ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลึกไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (เฉลี่ย 2-4.5 มิลลิเมตรขึ้นไปตามบริเวณที่ทำ) ทั้งยังมีระบบ ThermaCool™ ที่ระบายความเย็นที่ผิวหน้าพร้อมกัน ป้องกันไม่ให้ผิวชั้นบนร้อนเกินไปค่ะ

กลไกการทำงาน — ความร้อนส่งถึงชั้นไหนในผิว?
Sofwave ทำงานโดยส่งคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปตั้งฉากกับผิว โดยมีจุดโฟกัสที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง อุณหภูมิที่จุดโฟกัสอาจสูงถึง 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันตัวหัวอุปกรณ์มีระบบระบายความเย็นที่ผิวหน้าเช่นกัน ทำให้ผิวชั้นบนยังเย็นอยู่ระหว่างการทำ
Thermage FLX ใช้คลื่น RF แบบ Monopolar ซึ่งส่งพลังงานออกจากขั้วเดียว คลื่นจะเดินทางผ่านชั้นผิวหลายชั้น ความร้อนจะกระจายตัวในบริเวณกว้างกว่า ครอบคลุมชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน ช่วยกระชับทั้งผิวหนังและโครงสร้างเนื้อเยื่อด้านใน
ลองนึกภาพแบบนี้ค่ะ Sofwave เหมือนเลเซอร์พอยน์เตอร์ที่เล็งแม่นเข้าจุด ส่วน Thermage FLX เหมือนหลอดไฟที่กระจายแสงออกไปรอบด้าน — ทั้งสองให้ความร้อน แต่รูปแบบการกระจายต่างกันค่ะ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed Central ยืนยันว่าการส่งความร้อนในชั้นหนังแท้สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน (Elastin) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX ต่างใช้หลักการนี้ แต่ที่ความลึกต่างกันค่ะ
เปรียบเทียบ Sofwave กับ Thermage FLX — จุดต่างที่ควรรู้
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ค่ะ
หัวข้อ | Sofwave | Thermage FLX |
|---|---|---|
ชนิดพลังงาน | คลื่นอัลตราซาวด์ | คลื่นวิทยุ RF (Monopolar) |
ความลึกที่เข้าถึง | ~1.5 มม. (หนังแท้ส่วนกลาง) | 2–4.5 มม. (หนังแท้ถึงชั้นไขมัน) |
จุดเด่น | โฟกัสแม่นยำ ผิวบาง-ผิวอ่อนแอก็ทำได้ | ครอบคลุมกว้าง กระชับโครงสร้างเนื้อเยื่อลึก |
ความเจ็บ | น้อยถึงปานกลาง | ปานกลาง บางพื้นที่อาจรู้สึกร้อนได้ |
Downtime | น้อยมาก แต่งหน้าได้วันเดียวกัน | น้อย อาจมีบวมแดงเล็กน้อย 1–3 วัน |
เห็นผลช่วงไหน | โดยทั่วไป 2–3 เดือนขึ้นไป | โดยทั่วไป 3–6 เดือน เต็มประสิทธิภาพ |
ความถี่การทำ | ประมาณทุก 6–12 เดือน | ประมาณทุก 12 เดือน |
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ

ใครเหมาะกับ Sofwave และใครเหมาะกับ Thermage FLX?
การเลือกว่าจะทำ Sofwave หรือ Thermage FLX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการที่ต่างกันค่ะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล แต่โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้
Sofwave อาจเหมาะสำหรับ
ผิวบางหรือผิวที่อ่อนไหว
มีปัญหาริ้วรอยละเอียดบริเวณรอบดวงตาหรือหน้าผาก
อยากได้ผลลิฟติ้งที่ประณีต ไม่ต้องพักฟื้น
เริ่มต้นการดูแลเชิงป้องกันตั้งแต่อายุน้อย
ต้องการทำแล้วกลับใช้ชีวิตปกติวันเดียวกัน
Thermage FLX อาจเหมาะสำหรับ
มีปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจน ผิวดูตก
ต้องการกระชับพื้นที่กว้าง เช่น แก้ม คาง ลำคอ
ผิวค่อนข้างหนา
ต้องการผลยกกระชับเชิงโครงสร้างลึก
อยู่ในช่วงอายุที่ผิวเริ่มหย่อนปานกลางถึงมาก
ในบางกรณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ทำทั้งสองร่วมกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เป็นรายบุคคลค่ะ
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
ทั้ง Sofwave และ Thermage FLX ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยที่ควรรู้ไว้ค่ะ
สำหรับ Sofwave อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน บางคนอาจรู้สึกชาเล็กน้อยระหว่างทำ ซึ่งจะหายไปเองหลังเสร็จสิ้นการรักษาค่ะ
สำหรับ Thermage FLX อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย มักหายได้เองภายใน 1–3 วัน ระหว่างทำบางคนอาจรู้สึกร้อนหรือแสบบ้าง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานและบริเวณที่รักษา หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ
ควรงดทำทั้งสองเครื่อง หากคุณ
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์โลหะฝังในร่างกาย
มีการอักเสบหรือบาดแผลสดบริเวณที่จะทำ
มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ (กรณีที่ต้องใช้ยาชา)
กำลังใช้ยาเลือดบาง หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนค่ะ
คาดหวังอะไรได้บ้าง — ผล เวลา และราคา
ผลลัพธ์ของทั้งสองเครื่องไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาค่ะ โดยทั่วไปผู้ที่ทำ Sofwave มักเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในราว 2–3 เดือนหลังทำ และผลจะค่อยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน Thermage FLX มักให้ผลเต็มที่ประมาณ 3–6 เดือนหลังทำ
ทั้งสองเครื่องผลอาจอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลตัวเอง และอายุของแต่ละบุคคลค่ะ
ในส่วนของราคา Sofwave และ Thermage FLX จัดอยู่ในหมวดลิฟติ้งระดับพรีเมียม ราคาเริ่มต้นขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาเป็นรายบุคคล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE ค่ะ
*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามเพิ่มเติมที่คลินิกค่ะ

สรุป — Sofwave หรือ Thermage FLX เลือกอะไรดีกว่ากัน?
Sofwave ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งความร้อนแบบโฟกัสที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง เหมาะกับการยกกระชับแบบประณีตและผิวบาง ส่วน Thermage FLX ใช้คลื่น RF แบบ Monopolar ที่ครอบคลุมลึกกว่า เหมาะสำหรับปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจนและการกระชับโครงสร้างเนื้อเยื่อลึก นี่คือความแตกต่างหลักที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ
หากคุณสนใจอยากทราบว่าตัวเองเหมาะกับ Sofwave หรือ Thermage FLX หรือทั้งสองร่วมกัน ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล มีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องกรอบหน้าไม่คม ผิวดูหย่อนลง ทักมาได้เลยนะคะ
ข้อมูลอ้างอิง :

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?
เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

ยกกระชับ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium
แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

ยกกระชับ
Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ผิว
มีสิวอยู่ ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้
มีสิวอักเสบอยู่แล้วอยากทำหัตถการ บทความนี้ช่วยแยกว่าทำได้เลย ทำได้บางส่วน หรือต้องรอจนสิวสงบก่อน

ยกกระชับ
Sofwave vs Thermage FLX ต่างกันยังไง? อัลตราซาวด์กับ RF ใครเหมาะกับใคร
เปรียบเทียบ Sofwave vs Thermage FLX อัลตราซาวด์และ RF คนละความลึก เลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ



