ฟิลเลอร์สะโพกแก้ฮิปดิป: ทำไมต้องวางบนกระดูก
ฟิลเลอร์สะโพกแก้ฮิปดิป: ทำไมต้องวางบนกระดูก
ฟิลเลอร์สะโพกแก้ฮิปดิป: ทำไมต้องวางบนกระดูก
ฟิลเลอร์สะโพกทำไมต้องวางบนกระดูก? หลักการ ข้อจำกัด ข้อควรระวัง พร้อมเช็กลิสต์โดยแพทย์ผิวหนัง

สำหรับคนวัย 30 ที่รู้สึกว่า
ใส่กางเกงไม่สวยเพราะไลน์สะโพก
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ฟิลเลอร์สะโพกนี่ฉีดลงไป
บนกระดูกจริงๆ หรอครับ?
A. ใช่ครับ ถูกต้องเลยครับ
หลักการคือเราไม่ได้ฉีดใต้ผิวหนังทันที แต่จะฉีดลงไปใต้ชั้นพังผืด
ในพื้นที่ว่างที่อยู่เหนือกระดูกพอดีครับ
วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ยุบตัว และช่วยดันไลน์สะโพกให้สวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Q. ทำไมสะโพกของฉันดูเป็นเหลี่ยมๆ จังเลยครับ?
A. ปกติแล้วมักจะเกิดจากโครงสร้างสะโพกที่บุ๋มลงไป
เหนือปุ่มกระดูกต้นขา (Greater Trochanter) หรือที่เรียกว่า 'Violin Hip' (สะโพกรูปไวโอลิน) ครับ
ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ด้วยการลดน้ำหนักนะครับ
แต่มันเป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูกและพังผืดครับ

ดูคล้ายๆ กันก็จริง
แต่หัวใจสำคัญมันต่างกันครับ
การฉีดฟิลเลอร์สะโพกคือการเติมฟิลเลอร์บริเวณด้านข้างก้น
หรือเจาะจงลงไปตรงส่วนที่บุ๋มเหนือปุ่มกระดูกต้นขา
เพื่อให้ไลน์สะโพกเชื่อมต่อกับต้นขา
ได้อย่างเรียบเนียน ไร้รอยต่อครับ
การทำ Hip-up คือการเพิ่มวอลลุ่มให้ก้นดูเด้งนูนขึ้นมา
แต่ฟิลเลอร์สะโพกจะเป็นคอนเซปต์ 'การเติมเต็มจุดที่บุ๋มเข้าไป' ครับ
และที่ต่างกันชัดเจนกับการฉีดไขมันก็คือ
ฟิลเลอร์สะโพกสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีในวันที่ทำ
และถ้าไม่ชอบหรืออยากแก้ไข
ก็สามารถฉีดสลายออกได้ทันทีครับ

มาเคลียร์ข้อใจส่วนที่มักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ครับ
สรุปหัวใจสำคัญ
โดย หมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์สะโพก ต้องฉีดลงบนกระดูกหรอ?
เคล็ดลับจากคุณหมอผิวหนัง
รวมหลักการและข้อควรระวังในการทำหัตถการไว้ที่นี่แล้วครับ
อาการสะโพกตอบด้านข้าง ไม่ใช่เพราะเนื้อน้อยหรอกครับ
พูดกันตรงๆ เลยก็คือ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูกครับ
มันเป็นจุดยุบตัวตามธรรมชาติที่อยู่ระหว่าง
กระดูกปีกสะโพก (Iliac Crest) และปุ่มกระดูกต้นขา (Greater Trochanter)
ดังนั้น ถ้าจะเติมเต็มมุมนี้
เราจะไม่ฉีดที่ชั้นตื้นๆ ใต้ผิวหนังโดยตรง
แต่เราต้องฉีดเข้าไปใต้พังผืด เหนือเยื่อหุ้มกระดูก
พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวฟิลเลอร์ต้องวางตัวอยู่บนกระดูกนั่นเองครับ
เพราะฟิลเลอร์ที่ไปอยู่ในชั้นไขมัน จะโดนกดทับจากการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เรื่อยๆ
ทำให้ถูกดูดซึมและสลายตัวเร็วขึ้น
ดังนั้น 'ระดับความลึก' ในการฉีดจึงเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานครับ
สรุปข้อคิดดีๆ จาก หมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์สะโพกไม่ใช่การเติมไขมันหรือเนื้อเข้าไป
แต่เป็นการฉีดเพื่อเติมเต็มพื้นที่เหนือกระดูกครับ
'ความลึก' ในการดีไซน์การฉีดเป็นตัวตัดสินความคงทนของฟิลเลอร์
เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป ต่อให้ใส่ปริมาณเยอะแค่ไหน
ก็อยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนครับ

เคสที่หมอเจอในคลินิก แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามนี้ครับ
ประเภท | ลักษณะเด่น | แนวทางที่แนะนำ |
คนหุ่นผอมแต่สะโพกตอบมาก | กระดูกสะโพกเด่นชัด ข้างสะโพกดูเว้าและเป็นเหลี่ยมชัดเจน | ใช้ข้างละ 15-20cc แบ่งฉีด 2 ครั้ง |
คนหุ่นมาตรฐานแต่ไลน์สะโพกไม่ต่อเนื่อง | พอมีเนื้อบ้าง แต่ไลน์สะโพกสะดุด ไม่โค้งมน | ใช้ข้างละ 10-15cc ทำเสร็จในครั้งเดียว |
สะโพกเปลี่ยนรูปหลังคลอด | สะโพกขยายออกกว้างขึ้น และมีรอยยุบตัวด้านข้าง | เน้นการออกแบบแก้ไขบริเวณปุ่มกระดูกต้นขาเป็นหลัก |
ฟิลเลอร์ไม่ได้อยู่ถาวรนะครับ
หากพิจารณาฟิลเลอร์กลุ่ม HA (Hyaluronic Acid) โดยทั่วไปจะค่อยๆ สลายตัวตามธรรมชาติ
ภายในเวลา 1 ถึง 2 ปี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกลับมาฉีดส่วนเติมเต็มเรื่อยๆ ครับ
แต่สำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนเรือนร่าง
และกังวลหรือกลัวการดูดไขมันเพื่อไปย้ายสาขา (fat transfer)
ทางเลือกนี้ก็ยังถือเป็นตัวเลือกรวดเร็วและตอบโจทย์ที่สุดในชีวิตจริงครับ
3 คำถามยอดฮิตที่หมอมักโดนถามบ่อยๆ ในห้องตรวจ
Q1. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถออกกำลังกายหรือ
นั่งนานๆ ได้เลยไหมคะ?
ในวันแรกที่ทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนั่งท่าที่กดทับสะโพกเป็นเวลานานก่อนนะครับ
เพราะฟิลเลอร์จะใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณ 48 ชั่วโมงครับ
สำหรับฟิตเนส โยครับ แนะนำให้เว้นไปก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ครับ
Q2. ราคาและระยะเวลาการรักษาผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างครับ?
หากคำนวณที่ข้างละ 10cc เป็นเกณฑ์
ราคารวมทั้งสองข้างจะอยู่ที่หลักล้านวอน (หลายหมื่นบาท) ขึ้นไปครับ
ส่วนระยะเวลาการคงตัว จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึงยาวนานสุด 2 ปีครับ
สำหรับคนที่ขยับร่างกายเยอะหรือแอคทีฟมากๆ ตัวฟิลเลอร์ก็อาจจะสลายตัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อยครับ
Q3. ผลข้างเคียงและการดูแลรักษาตัว มีอะไรที่ต้องระวังไหมคะ?
รอยช้ำ อาการบวม และความไม่สมดุลเล็กน้อยหลังทำ คือเรื่องปกติที่พบได้บ่อยที่สุดครับ
หากหักโหมใส่ปริมาณเยอะเกินไปในรอบเดียว
อาจจะทำให้รู้สึกเป็นก้อนไตแข็งๆ ได้ครับ
ดังนั้นถ้าเคสไหนต้องการปริมาณเยอะ หมอจะแนะนำให้แบ่งฉีด 2 ครั้งดีกว่าครับ
แล้วมาคุยรายละเอียดเชิงลึกกันต่อในคอนเทนต์หน้านะครับ
ขอตัวลาก่อนครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของฟิลเลอร์หัวไหล่ กับ 3 กฎเหล็กสร้างบ่าตั้งตรงฉากสวยสไตล์เกาหลี
▶ทำไม LDM ถึงดีต่อใจเป็นพิเศษสำหรับคนผิวแพ้ง่ายและผิวบาง
▶เลเซอร์กำจัดหนวดเครา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงเกลาจริงๆ เสียที?
▶โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) รักษาอย่างไรดีในคลินิกผิวหนัง?

สำหรับคนวัย 30 ที่รู้สึกว่า
ใส่กางเกงไม่สวยเพราะไลน์สะโพก
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. ฟิลเลอร์สะโพกนี่ฉีดลงไป
บนกระดูกจริงๆ หรอครับ?
A. ใช่ครับ ถูกต้องเลยครับ
หลักการคือเราไม่ได้ฉีดใต้ผิวหนังทันที แต่จะฉีดลงไปใต้ชั้นพังผืด
ในพื้นที่ว่างที่อยู่เหนือกระดูกพอดีครับ
วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ยุบตัว และช่วยดันไลน์สะโพกให้สวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Q. ทำไมสะโพกของฉันดูเป็นเหลี่ยมๆ จังเลยครับ?
A. ปกติแล้วมักจะเกิดจากโครงสร้างสะโพกที่บุ๋มลงไป
เหนือปุ่มกระดูกต้นขา (Greater Trochanter) หรือที่เรียกว่า 'Violin Hip' (สะโพกรูปไวโอลิน) ครับ
ปัญหานี้ไม่ได้แก้ได้ด้วยการลดน้ำหนักนะครับ
แต่มันเป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูกและพังผืดครับ

ดูคล้ายๆ กันก็จริง
แต่หัวใจสำคัญมันต่างกันครับ
การฉีดฟิลเลอร์สะโพกคือการเติมฟิลเลอร์บริเวณด้านข้างก้น
หรือเจาะจงลงไปตรงส่วนที่บุ๋มเหนือปุ่มกระดูกต้นขา
เพื่อให้ไลน์สะโพกเชื่อมต่อกับต้นขา
ได้อย่างเรียบเนียน ไร้รอยต่อครับ
การทำ Hip-up คือการเพิ่มวอลลุ่มให้ก้นดูเด้งนูนขึ้นมา
แต่ฟิลเลอร์สะโพกจะเป็นคอนเซปต์ 'การเติมเต็มจุดที่บุ๋มเข้าไป' ครับ
และที่ต่างกันชัดเจนกับการฉีดไขมันก็คือ
ฟิลเลอร์สะโพกสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีในวันที่ทำ
และถ้าไม่ชอบหรืออยากแก้ไข
ก็สามารถฉีดสลายออกได้ทันทีครับ

มาเคลียร์ข้อใจส่วนที่มักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ ครับ
สรุปหัวใจสำคัญ
โดย หมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์สะโพก ต้องฉีดลงบนกระดูกหรอ?
เคล็ดลับจากคุณหมอผิวหนัง
รวมหลักการและข้อควรระวังในการทำหัตถการไว้ที่นี่แล้วครับ
อาการสะโพกตอบด้านข้าง ไม่ใช่เพราะเนื้อน้อยหรอกครับ
พูดกันตรงๆ เลยก็คือ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างกระดูกครับ
มันเป็นจุดยุบตัวตามธรรมชาติที่อยู่ระหว่าง
กระดูกปีกสะโพก (Iliac Crest) และปุ่มกระดูกต้นขา (Greater Trochanter)
ดังนั้น ถ้าจะเติมเต็มมุมนี้
เราจะไม่ฉีดที่ชั้นตื้นๆ ใต้ผิวหนังโดยตรง
แต่เราต้องฉีดเข้าไปใต้พังผืด เหนือเยื่อหุ้มกระดูก
พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวฟิลเลอร์ต้องวางตัวอยู่บนกระดูกนั่นเองครับ
เพราะฟิลเลอร์ที่ไปอยู่ในชั้นไขมัน จะโดนกดทับจากการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เรื่อยๆ
ทำให้ถูกดูดซึมและสลายตัวเร็วขึ้น
ดังนั้น 'ระดับความลึก' ในการฉีดจึงเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานครับ
สรุปข้อคิดดีๆ จาก หมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์สะโพกไม่ใช่การเติมไขมันหรือเนื้อเข้าไป
แต่เป็นการฉีดเพื่อเติมเต็มพื้นที่เหนือกระดูกครับ
'ความลึก' ในการดีไซน์การฉีดเป็นตัวตัดสินความคงทนของฟิลเลอร์
เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป ต่อให้ใส่ปริมาณเยอะแค่ไหน
ก็อยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนครับ

เคสที่หมอเจอในคลินิก แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ตามนี้ครับ
ประเภท | ลักษณะเด่น | แนวทางที่แนะนำ |
คนหุ่นผอมแต่สะโพกตอบมาก | กระดูกสะโพกเด่นชัด ข้างสะโพกดูเว้าและเป็นเหลี่ยมชัดเจน | ใช้ข้างละ 15-20cc แบ่งฉีด 2 ครั้ง |
คนหุ่นมาตรฐานแต่ไลน์สะโพกไม่ต่อเนื่อง | พอมีเนื้อบ้าง แต่ไลน์สะโพกสะดุด ไม่โค้งมน | ใช้ข้างละ 10-15cc ทำเสร็จในครั้งเดียว |
สะโพกเปลี่ยนรูปหลังคลอด | สะโพกขยายออกกว้างขึ้น และมีรอยยุบตัวด้านข้าง | เน้นการออกแบบแก้ไขบริเวณปุ่มกระดูกต้นขาเป็นหลัก |
ฟิลเลอร์ไม่ได้อยู่ถาวรนะครับ
หากพิจารณาฟิลเลอร์กลุ่ม HA (Hyaluronic Acid) โดยทั่วไปจะค่อยๆ สลายตัวตามธรรมชาติ
ภายในเวลา 1 ถึง 2 ปี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกลับมาฉีดส่วนเติมเต็มเรื่อยๆ ครับ
แต่สำหรับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนเรือนร่าง
และกังวลหรือกลัวการดูดไขมันเพื่อไปย้ายสาขา (fat transfer)
ทางเลือกนี้ก็ยังถือเป็นตัวเลือกรวดเร็วและตอบโจทย์ที่สุดในชีวิตจริงครับ
3 คำถามยอดฮิตที่หมอมักโดนถามบ่อยๆ ในห้องตรวจ
Q1. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถออกกำลังกายหรือ
นั่งนานๆ ได้เลยไหมคะ?
ในวันแรกที่ทำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนั่งท่าที่กดทับสะโพกเป็นเวลานานก่อนนะครับ
เพราะฟิลเลอร์จะใช้เวลาเซ็ตตัวประมาณ 48 ชั่วโมงครับ
สำหรับฟิตเนส โยครับ แนะนำให้เว้นไปก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ครับ
Q2. ราคาและระยะเวลาการรักษาผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างครับ?
หากคำนวณที่ข้างละ 10cc เป็นเกณฑ์
ราคารวมทั้งสองข้างจะอยู่ที่หลักล้านวอน (หลายหมื่นบาท) ขึ้นไปครับ
ส่วนระยะเวลาการคงตัว จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ถึงยาวนานสุด 2 ปีครับ
สำหรับคนที่ขยับร่างกายเยอะหรือแอคทีฟมากๆ ตัวฟิลเลอร์ก็อาจจะสลายตัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อยครับ
Q3. ผลข้างเคียงและการดูแลรักษาตัว มีอะไรที่ต้องระวังไหมคะ?
รอยช้ำ อาการบวม และความไม่สมดุลเล็กน้อยหลังทำ คือเรื่องปกติที่พบได้บ่อยที่สุดครับ
หากหักโหมใส่ปริมาณเยอะเกินไปในรอบเดียว
อาจจะทำให้รู้สึกเป็นก้อนไตแข็งๆ ได้ครับ
ดังนั้นถ้าเคสไหนต้องการปริมาณเยอะ หมอจะแนะนำให้แบ่งฉีด 2 ครั้งดีกว่าครับ
แล้วมาคุยรายละเอียดเชิงลึกกันต่อในคอนเทนต์หน้านะครับ
ขอตัวลาก่อนครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของฟิลเลอร์หัวไหล่ กับ 3 กฎเหล็กสร้างบ่าตั้งตรงฉากสวยสไตล์เกาหลี
▶ทำไม LDM ถึงดีต่อใจเป็นพิเศษสำหรับคนผิวแพ้ง่ายและผิวบาง
▶เลเซอร์กำจัดหนวดเครา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงเกลาจริงๆ เสียที?
▶โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) รักษาอย่างไรดีในคลินิกผิวหนัง?
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



