• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำไม LDM ดีเป็นพิเศษกับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง

ทำไม LDM ดีเป็นพิเศษกับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง

ทำไม LDM ดีเป็นพิเศษกับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง

"บอกว่าเป็นการยกกระชับ แล้วทำไมไม่ยกขึ้นล่ะ?" ข้อจำกัดที่แท้จริงของการทำ LDM

[뷰티스톤 칼럼] LDM 10회 처방 데이터로 본 '진짜' 피부 변화

ในบรรดาหัตถการผิวหนังทั้งหมด

การรักษาที่มักจะได้รับฟีดแบ็กว่า

"เคยได้ยินชื่อนะ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร" มากที่สุดก็คือ LDM ค่ะ

 

เพราะมันไม่ได้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทันทีเหมือนเลเซอร์

และไม่ใช่หัตถการที่ทำเสร็จแล้วจะเห็นรอยช้ำรอยแดงชัดเจน

ทำให้การอธิบายชี้แจงค่อนข้างยากกว่าที่คิดค่ะ

 

แต่สำหรับหมอแล้ว หมอเลือกใช้หัตถการนี้

บ่อยมากและใช้กับเคสที่หลากหลายมากค่ะ

 

วันนี้สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ LDM

หรือ

ท่านที่กำลังสงสัยว่า "นี่เป็นหัตถการที่เหมาะกับฉันไหมนะ?"

หมอตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อคุณค่ะ

 

หมอจะมาแชร์ความรู้สีกจากประสบการณ์จริงที่ได้ทำหัตถการนี้มาเกือบ 10 ครั้ง

ให้ฟังกันอย่างตรงไปตรงมาเลยค่ะ

 

ก่อนอื่น ขอเริ่มด้วย 3 คำถามที่พบบ่อยที่สุด

มาเคลียร์ให้กระจ่างกันก่อนนะคะ

 

Q. LDM เหมาะกับผิวแบบไหน

และได้ผลดีอย่างไร?

A. ได้ผลดีเป็นพิเศษกับผิวที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) อ่อนแอ

หรือผิวที่บอบบางและไวต่อการระคายเคืองค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านต่อได้ในเนื้อหาด้านล่างนะคะ

 

Q. หลังทำเสร็จแล้ว

สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหม?

A. ในเคสส่วนใหญ่ หลังทำเสร็จปุ๊บ

ก็สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ทันทีค่ะ

อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้นตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ดังนั้น แนะนำให้อ่านรายละเอียดในเนื้อหาหลักให้ดีก่อนนะคะ

 

Q. ทำ LDM แค่ครั้งสองครั้ง

จะรู้สึกถึงผลลัพธ์เลยไหม?

A. เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้เห็นการเปลี่ยนแปลง

ที่ชัดเจนราวกับปาฏิหาริย์จากการทำเพียงครั้งเดียวค่ะ

ส่วนเหตุผลว่าทำไม หมอจะขออธิบายอย่างละเอียดในส่วนถัดไปค่ะ

 

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า

LDM คืออะไร?

피부과 시술 중 가장 설명하기 까다로운 'LDM', 팩트만 짚어드립니다

LDM

ย่อมาจาก Local Dynamic Micro-massage ค่ะ

 

เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ไปโฟกัสที่บริเวณผิวชั้นบน

เพื่อสร้างการสั่นสะเทือนขนาดเล็กระดับไมโคร

ภายในเนื้อเยื่อผิวค่ะ

 

ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ

 

มันไม่ใช่การใช้ความร้อนสูง

หรือการเข้าไปทำลายผิวโดยตรง

 

แต่เป็นการกระตุ้นการสั่นสะเทือนในระดับเซลล์ใต้ผิว

เพื่อเปิดสัญญาณให้ผิวเริ่มกระบวนการฟื้นฟูและสร้างเซลล์ใหม่ชึ้นมาค่ะ

 

ดังนั้น จุดเด่นที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับเลเซอร์หรือคลื่นความถี่วิทยุ (RF)

ก็คือแทบจะไม่มีการระคายเคืองต่อผิวเลยค่ะ

 

สำหรับผู้ที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

หรือผิวแพ้ง่ายจนทำหัตถการอื่นๆ ได้ยาก

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม LDM

ถึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดค่ะ

 

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะระคายเคืองน้อย

ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีแต่ข้อดีเสมอไปนะคะ

 

เพราะผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง

ขึ้นอยู่กับว่าทำที่ไหนและใช้วิธีการอย่างไรค่ะ

 

ผิวประเภทไหนที่ทำแล้วเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด?

จากประสบการณ์ของหมอ เคสที่ตอบสนองต่อ LDM ได้ดีมาก

จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ค่ะ

티 안 나는 시술 LDM, 돈 낭비 안 하고 효과 제대로 보는 법
  1. กลุ่มที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) อ่อนแอ

ผู้ที่มีประวัติการใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน

หรือผู้ที่มีอาการผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (contact dermatitis) บ่อยๆ

 

  1. ช่วงฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ

ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว

ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้น

 

  1. ผิวแดงง่าย (Rosacea/Flushing)

สำหรับผิวที่หลอดเลือดไวต่อสิ่งกระตุ้นและแดงง่าย

เมื่อต้องการผลลัพธ์ในการปลอบประโลมผิวโดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง

ผิวทั้ง 3 กลุ่มนี้จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีมากค่ะ

 

ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ไว้สูงมากๆ

ตัวอย่างเช่น

"สามารถยกกระชับหน้าด้วย LDM อย่างเดียวแทนการทำเลเซอร์ได้ไหมคะ?"

สำหรับคำถามประเภทนี้ หมอขอตอบตามตรงเลยค่ะ

 

LDM ไม่ใช่หัตถการเพื่อการยกกระชับพวกลิฟต์กรอบหน้านะคะ

 

แต่หน้าที่หลักของมันคือการปรับสภาพผิว (skin condition) ให้ดีขึ้นมากกว่าค่ะ

 

เนื่องจากมีคนไข้หลายคนที่สับสนตรงนี้และเข้ามาปรึกษา

หมอจึงอยากชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ชัดเจนล่วงหน้าเสมอค่ะ

 

บันทึกเคสจริงจาก หมอกิมกาอึล:

แทนที่จะทำ LDM เดี่ยวๆ ติดต่อกันหลายครั้ง

การทำควบคู่ไปกับเลเซอร์หรือหัตถการกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF)

 

เพื่อช่วยรักษาและคงสภาพผิว (skin condition) ให้อยู่ในระดับที่ดี

จะทำให้คนไข้ได้รับความพึงพอใจสูงกว่ามากค่ะ

 

หากทำแค่ LDM เดี่ยวๆ ซ้ำๆ

ฟีดแบ็กส่วนใหญ่มักจะเป็น "ก็รู้สึกเหมือนผิวจะดีขึ้นนะ แต่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่"

อะไรประมาณนี้ซะมากกว่าค่ะ

 

และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะเน้นย้ำมากก็คือ

ระยะห่างและจำนวนครั้งในการทำ ควรจะต้องปรับเปลี่ยนไปตาม

สภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

 

แทนที่จะใช้คอร์สแบบตายตัว เช่น "ทำสัปดาห์ละครั้ง รวม 10 ครั้ง"

วิธีที่หมอมักจะแนะนำคือ การคอยสังเกตการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้ง แล้วค่อยๆ ปรับจูนกันไปค่ะ

 

ข้อควรระวังที่ต้องรู้

LDM 받기 전 필독: 임산부와 여드름 피부가 주의해야 할 상황

เป็นความจริงที่ LDM อ่อนโยนและระคายเคืองน้อยมาก

แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะ "ปลอดภัย 100% สำหรับทุกคนในทุกสถานการณ์"

 

ยังมีบางกรณีที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

 

  1. ในกรณีที่มีสิวอักเสบรุนแรง

เพราะความร้อนและการสั่นสะเทือนอาจทำให้การอักเสบแพร่กระจายได้

จึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทำบริเวณนั้นๆ ค่ะ

 

  1. ระหว่างตั้งครรภ์

ห้ามทำบริเวณหน้าท้องโดยเด็ดขาด

ส่วนบริเวณใบหน้า แนะนำให้ปรึกษาแพทย์สูตินรีเวชที่ดูแลครรภ์

ก่อนเข้ารับบริการนะคะ

 

  1. ผิวอยู่ในภาวะติดเชื้อ

หากอยู่ในช่วงที่เชื้อเริม (Herpes Simplex) กำลังกำเริบ

จำเป็นต้องเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อนค่ะ

 

ข้อควรระวังเหล่านี้ไม่ได้จำกัดแค่ LDM เท่านั้นนะคะ

แต่เป็นข้อควรระวังพื้นฐานทั่วไปร่วมกัน

สำหรับหัตถการดูแลผิวเกือบทั้งหมดค่ะ

 

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องของราคาค่ะ

 

เนื่องจากคุณสมบัติเด่นที่ระคายเคืองยากมาก

ทำให้หัตถการนี้อยู่ในกลุ่มเกรดพรีเมียม

ค่าบริการจึงค่อนข้างสูงเล็กน้อยค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายและบอบบางมากๆ

ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลือกที่มีก็อาจไม่ได้มีเยอะมากนักคค่ะ

 

ต้องทำกี่ครั้ง

ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์

"좋아진 것 같긴 한데..." LDM 시술 후 반응이 긴가민가한 분들께

LDM ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำแค่ 1-2 ครั้งแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันทีค่ะ

 

สำหรับการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวหรือการปลอบประโลมลดอาการแดง

โดยปกติแล้วหลังจากทำไปประมาณ 3-5 ครั้ง

คนไข้ถึงจะเริ่มรู้สึกว่า "ผิวดูดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น" ค่ะ

 

ซึ่งจุดนี้อาจจะทำให้ตัดสินใจยากนิดนึงตรงที่

มันไม่ใช่หัตถการที่เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับสะดุดตา

 

แต่จะเป็นลักษณะของการที่ความยืดหยุ่นและเนื้อผิวค่อยๆ

ละเอียดและเนียนนุ่มขึ้นทีละน้อยค่ะ

 

ดังนั้น หลายๆ ครั้งจึงจำเป็นต้องทำการเปรียบเทียบรูปภาพถ่าย

ถึงจะสังเกตเห็นความต่างได้อย่างชัดเจน

 

จากการเก็บเคสคนไข้มาเรื่อยๆ สิ่งที่หมอได้เรียนรู้คือ

ความเร็วในการตอบสนองต่อการรักษาจะแตกต่างกันอย่างมาก

ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นฐานผิวของแต่ละคนค่ะ

 

ยิ่งผิวที่เกราะป้องกันผิวพังทลายรุนแรงมากเท่าไหร่

ก็จะยิ่งเห็นการตอบสนองที่ชัดเจนและรวดเร็วในช่วงแรกๆ

 

ส่วนคนไข้ที่มีสภาพผิวค่อนข้างดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง

มักจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่าเล็กน้อยค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังทำ LDM

สามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหม?

A. ส่วนใหญ่ทำได้สบายมากค่ะ

เนื่องจากตัวหัตถการมีการระคายเคืองต่ำมาก

หลังทำเสร็จจึงแทบไม่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันเลยค่ะ

 

แต่ถ้าหากในวันนั้นสภาพผิวของคุณค่อนข้างแพ้ง่ายและไวต่อสิ่งกระตุ้นสูง

แนะนำให้เน้นแค่การบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาจะดีที่สุดค่ะ

 

เดี๋ยวหมอจะช่วยประเมินสภาพผิวที่หน้างาน ณ วันที่เข้ามาใช้บริการให้อีกทีนะคะ

 

Q2. สำหรับผิวเป็นสิวง่าย

ทำ LDM จะดีไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวในแต่ละเคสค่ะ

 

หากเป็นเรื่องของรอยแผลเป็นสิวที่สงบลงแล้ว หรือเน้นรักษาอาการหน้าแดง

ก็สามารถทำได้ดีปลอดภัยค่ะ

แต่ถ้าในปัจจุบันยังมีสิวอักเสบที่กำลังปะทุและเห่ออยู่

จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นสิวเหล่านั้นค่ะ

 

เนื่องจากการส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงไปบนแผลสิวที่มีน้ำเหลืองหรือบวมแดงรุนแรง

อาจไปกระตุ้นทำให้สิวอักเสบแพร่กระจายลุกลามได้ค่ะ

 

Q3. สามารถทำควบคู่ไปกับ

หัตถการเลเซอร์ตัวอื่นๆ ได้ไหม?

A. ได้ค่ะ และที่จริงแล้ว

การทำควบคู่กันส่งผลดีและ

มักจะให้ผลลัพธ์การตอบสนองที่ดียิ่งขึ้นในหลายๆ เคสด้วยค่ะ

 

เนื่องจากหลังจากที่ผิวได้รับการกระตุ้นจากเลเซอร์แล้ว

การทำ LDM จะมาช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูและปลอบประโลมผิวได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

ส่วนจะเลือกทำร่วมกับหัตถการไหนและเรียงลำดับขั้นตอนอย่างไรนั้น

จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก

สามารถสอบถามข้อมูลผ่านทาง LINE ก่อนเข้ามารับบริการได้เลยนะคะ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ จากหมอกิมกาอึลค่ะ

 

✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

สนใจปรึกษาเพิ่มเติมผ่านทาง LINE

หากอยากทราบว่าหัตถการนี้เหมาะกับผิวของคุณไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาประเมินและให้คำปรึกษาด้วยตัวเองค่ะ

▶ คลิกเพื่อแชทปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1