Healer มี PN อย่างเดียว ส่วน HB มี PN+HA หน้าแดง/สิวเลือก HB ริ้วรอย/ฟื้นฟูเลือก Healer ค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
รีจูรัน Healer vs HB | วิธีเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวคุณ | Beautystone คลินิก สาขาฮงแด

สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน แพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยโซล ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิกครับ
ใครๆ ก็บอกว่า รีจูรัน ดีมาก แต่ทำไมมีตั้งหลายสูตรล่ะ?
มีทั้ง Healer, HB, Eye แล้วยังมีรุ่น S อีก... หลายคนอาจจะสับสนว่ามันต่างกันแค่ชื่อ หรือให้เอฟเฟกต์ที่ต่างกันจริงๆ วันนี้
ผมจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

1. ส่วนผสมหลักของ รีจูรัน คือ PN ครับ
PN (Polynucleotide) หรือที่เรียกกันว่า โพลินิวคลีโอไทด์
อธิบายง่ายๆ ก็คือเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง DNA นั่นเองครับ ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทโดยตรงในการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยฟื้นฟูและสร้างผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ย้อนกลับไปตอนแรกที่ รีจูรัน เปิดตัว ส่วนผสมนี้เคยถูกนำมาใช้รักษาคนไข้แผลไฟไหม้หรือผิวที่มีการอักเสบรุนแรงมาก่อนครับ จนต่อมาคลินิกผิวหนังเริ่มนำมาใช้เพื่อความงาม ซึ่งก็คือ รีจูรัน Healer ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันนั่นเอง
2. Healer vs HB ต่างกันอย่างไรในเรื่องส่วนผสม
รีจูรัน Healer
มี PN เพียวๆ [20mg/ml]
เน้นช่วยเรื่องการฟื้นฟูเซลล์ผิว, ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และบรรเทาอาการอักเสบเป็นหลัก
เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวสะสม หรือมีอาการอักเสบ (ผู้ที่สภาพผิวอ่อนแอเป็นพิเศษ)
ขอบอกตรงๆ ว่าเจ็บจริงครับ
รีจูรัน HB
PN + ไฮยาลูโรนิก (HA) [10mg/ml]
ได้ทั้งการฟื้นฟูผิว (PN) และเติมความชุ่มชื้น (HA) ไปพร้อมๆ กัน
เหมาะสำหรับคนหน้ามันแต่ผิวแห้งขาดน้ำ หรือคนผิวแห้งกร้าน
แนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีรอยแดง (Rosacea) เยอะๆ
มียาชาลิโดเคน (Lidocaine) ผสมอยู่ด้วย เลยเจ็บน้อยกว่ารุ่น Healer ค่อนข้างมากครับ
รีจูรัน Eye
มี PN เพียวๆ ออกแบบเนื้อสัมผัสมาเพื่อผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ
ใช้สำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา และรอยคล้ำใต้ตา

3. แล้วจะเลือกสูตรไหนดีนะ?
ถ้ามีปัญหาสิว หรือรอยแดง → แนะนำ HB (ช่วยเติมน้ำให้ผิวพร้อมลดการอักเสบไปด้วย)
ถ้าเป้าหมายหลักคือลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก → แนะนำ Healer
ถ้าอยากแก้ปัญหารอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตา → แนะนำ Eye
จริงๆ แล้วการที่มีน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าเยอะ (หน้ามัน) อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวแท้จริงแล้วแห้งมากนะครับ เพราะเมื่อผิวแห้ง ร่างกายจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากขึ้น และนี่คือเหตุผลที่ทำไมสูตร HB ถึงตอบโจทย์คนที่มีภาวะผิวลักษณะนี้ได้ดีมากครับ
4. ต้องทำ รีจูรัน กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
สำหรับบริเวณที่มีปัญหาผิว แนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 1 เดือนเป็นคอร์สพื้นฐานครับ
และถึงแม้ว่าเอฟเฟกต์จะค่อยๆ หมดไปตามเวลา แต่ผิวจะไม่กลับไปแย่เหมือนตอนก่อนทำ 100% แน่นอนครับ เพราะหากทำสม่ำเสมอ ผิวจะเกิดกระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจน (Collagen Remodeling) ใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะสูตร รีจูรัน Eye รอบดวงตา ถ้าทำต่อเนื่องในระยะยาว จะสังเกตเห็นได้เลยว่าริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตานั้นดูลดลงจริงๆ ครับ
5. โปรแกรมอื่นที่ทำคู่กับ รีจูรัน แล้วปังยิ่งขึ้น
รีจูรัน X จูวีลุค skin booster
หาก PN ใน รีจูรัน ช่วยฟื้นฟูสร้างผิวใหม่และบรรเทาอาการอักเสบแล้ว
จูวีลุค skin booster จะช่วยเสริมเรื่องความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
แต่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องความลึกในการฉีด ไม่ให้ตื้นเขินจนเกินไปนะครับ
ทำความรู้จัก เซลลูดิเอ็ม รีทูโอ (CellrDM Re2O) สารสกัดคอลลาเจนจากผิวหนังมนุษย์
สอบถามข้อมูลหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ทาง LINE เลยครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶เทคนิคสลายแก้มตอบด้วย Ulthera สำหรับผู้ชาย หมดห่วงเรื่องหน้าตอบ
▶ทำไมการเลือกดีไซน์แบบ Custom สำคัญกว่าการหา Thermage 600 ช็อตราคาถูก
▶ไม่ใช่กรามใหญ่แต่เกิดจากต่อมน้ำลายโต? หลักการลดขนาดต่อมน้ำลายลง 30%
▶เจาะลึกฟิลเลอร์คาง: ผลข้างเคียง, ผลลัพธ์, ระยะเวลาการคงตัว สรุปครบในที่เดียว
▶รีวิวผลลัพธ์และราคา Re2O (รีทูโอ) ที่ Beautystone สาขาฮงแด-ฮับจอง
Beautystone คลินิก เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ห่างจากสถานี Hapjeong เพียงเดินเท้า 3 นาที และเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ด้วยครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากอยากรู้ว่าผิวของคุณเหมาะกับโปรแกรมไหน คุณหมอจะเข้ามาวิเคราะห์และให้คำแนะนำด้วยตัวเองโดยตรงครับ
▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Q. รีจูรัน Healer กับ HB มีส่วนผสมแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?
A. รีจูรัน Healer ประกอบด้วย PN (Polynucleotide) เพียงอย่างเดียว ส่วน รีจูรัน HB จะมี hyaluronic acid (HA) เพิ่มเข้ามาครับ โดย รีจูรัน Healer จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอยเล็กๆ และลดการอักเสบ ส่วน รีจูรัน HB จะเน้นทั้งการฟื้นฟูผิวและเติมความชุ่มชื้น ไปพร้อมกัน
Q. เลือกทำ รีจูรัน Healer หรือ รีจูรัน HB ดีกว่ากันครับ?
A. หากมีปัญหาสิวหรือรอยแดง HB ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมลดการอักเสบจะตอบโจทย์ที่สุดครับ แต่ถ้าเน้นเรื่องริ้วรอยตื้นๆ และการฟื้นฟูเซลล์ผิว รีจูรัน Healer จะเหมาะกว่า ส่วนรอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตา แนะนำเป็น รีจูรัน I ครับ
Q. รีจูรัน แบบไหนเจ็บน้อยกว่ากันครับ?
A. HB จะเจ็บน้อยกว่าค่อนข้างเยอะเลยครับ เพราะใน HB มีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่ด้วย ส่วน รีจูรัน Healer จะเป็น PN เดี่ยวๆ ก็เลยจะค่อนข้างรู้สึกเจ็บกว่าครับ
Q. ต้องทำ รีจูรัน กี่ครั้งถึงจะเห็นผลครับ?
A. สำหรับบริเวณที่มีปัญหา แนะนำให้ทำซ้ำทุกๆ 1 เดือน ต่อเนื่องกัน 3 ครั้งเป็นพื้นฐานครับ หากทำอย่างสม่ำเสมอ ผิวจะได้รับการกระตุ้น เพื่อทำ collagen remodeling ทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่าริ้วรอยเล็กๆ ดูลดเลือนลงครับ









