โบท็อกซ์รอบดวงตาป้องกันได้?? เลือก ซอฟเวฟ เลย
โบท็อกซ์รอบดวงตาป้องกันได้?? เลือก ซอฟเวฟ เลย
โบท็อกซ์รอบดวงตาป้องกันได้?? เลือก ซอฟเวฟ เลย
วิธีทำหัตถการ ซอฟเวฟ แบบไม่เสียเงินเปล่า: ริ้วรอยเล็ก ๆ vs ความหย่อนคล้อย เลือกเป้าหมายให้ชัดก่อน
ซอฟเวฟ กับโบท็อกซ์ริ้วรอยเล็ก ๆ
มันต่างกันจริง ๆ นะครับ!

'ฉันแค่ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาก็พอไหมนะ?'
มีเพื่อน ๆ หลายคนเลยครับที่ถามแบบนี้..
'ก็โบท็อกซ์มันช่วยป้องกันไม่ใช่เหรอ...?
แค่ช่วยบล็อกไม่ให้ริ้วรอยมันลึกไปกว่าเดิม'
วันนี้สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูล ซอฟเวฟ
เพราะกังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ (fine lines)
แต่แอบลังเลเพราะได้ยินคนพูดกันว่า "ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น"
บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อคุณเลยครับ
ก่อนจะไปอ่านเนื้อหา
ขอมาตอบ 3 คำถามยอดฮิตกันก่อนเลยนะครับ
Q. ซอฟเวฟ ช่วยแค่เรื่อง
ความยกกระชับยืดหยุ่น
แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ เลยจริงไหม?
A. ไม่จริงครับ
ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
ขึ้นอยู่กับความลึกในการทำและการตั้งค่าพลังงานครับ
ส่วนทำไมถึงเกิดความเข้าใจผิดนี้ขึ้น เดี๋ยวจะอธิบายในเนื้อหาด้านล่างนะครับ
Q. ทำครั้งเดียวแล้ว
จะเห็นผลทันทีเลยไหม?
A. ไม่ใช่ทันทีทันใดครับ
จะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังจากผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
เดี๋ยวจะสรุปให้อีกทีด้านล่างนะครับ ฮ่า ๆ
Q. ถ้ามีริ้วรอยเล็ก ๆ
ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์
จะดีกว่าไหม?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสครับ
ริ้วรอยแต่ละแบบไม่เหมือนกัน
ในบางกรณี ซอฟเวฟ จะตอบโจทย์และเหมาะสมกว่าครับ
ส่วนตัวแล้ว มักจะแนะนำให้ทำควบคู่กับ
จูวีลุค SB ครับ
ทำไมถึงมีข่าวลือว่า
"ไม่ค่อยเห็นผลกับริ้วรอยเล็ก ๆ" กันนะ

ซอฟเวฟ เป็นตัวเครื่องที่นำเทคโนโลยีคลื่นกระแทก (ESWT)
มาประยุกต์ใช้กับผิวหนังครับ
เดิมทีเทคโนโลยีนี้ถูกใช้ในการรักษาโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
แต่พอพบว่ามีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนด้วย
จึงถูกนำมาใช้ในวงการผิวหนังและความงามครับ
ตอนที่รู้จัก ซอฟเวฟ ครั้งแรก
หลายคนมักจะได้รับการแนะนำในเรื่องของ
"การรีฟติ้ง" หรือ "การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย" ซะเป็นส่วนใหญ่
ก็เลยทำให้เกิดความเข้าใจไปเองโดยปริยายว่า
"มันน่าจะใช้แก้จุดที่หย่อนคล้อย มากกว่าเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ รึเปล่า?"
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งครับ
การทำงานของ ซอฟเวฟ
ไม่ใช่แค่เครื่อง HIFU ทั่วไป
อย่าง ชูริงค์ หรือ Ulthera ครับ
เมื่อคลื่นกระแทกถูกส่งผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อผิว
มันจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจน)
และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมฟื้นฟู
ของเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ
ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ช่วยเติมเต็ม
ความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน
ดังนั้น ทั้งการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
และการจางลงของริ้วรอยเล็ก ๆ
ต่างก็เกิดมาจากกลไกการทำงานเดียวกันนี้ครับ
พูดตามตรงเลยก็คือ
ที่บอกว่าไม่ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดครับ
เพียงแต่ขึ้นอยู่กับ "เทคนิคการทำ"
ที่จะทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไป
และข้อมูลตรงส่วนนี้อาจจะยังไม่ถูกส่งต่อไปอย่างเข้าใจถูกต้องนั่นเองครับ
กรณีที่ ซอฟเวฟ ตอบโจทย์
สำหรับริ้วรอยเล็ก ๆ
vs กรณีที่หัตถการอื่นดีกว่า

ริ้วรอย ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันไปหมดนะครับ
ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาที่เห็นอยู่ตลอดเวลาแม้จะอยู่เฉย ๆ,
ริ้วรอยรอบริมฝีปาก หรือริ้วรอยบาง ๆ บนหน้าผาก
ถ้าเป็นกรณีที่เกิดจากความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงตามวัย
ซอฟเวฟ จะตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ได้ดีมากครับ
ในทางกลับกัน หากเป็นริ้วรอยที่ปรากฏเฉพาะเวลาหัวเราะ
เช่น รอยตีนกา (ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์)
การทำ ซอฟเวฟ อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ
และควรพิจารณาการฉีดโบท็อกซ์เป็นอันดับแรกครับ
ปกติแล้วฉันมักจะประเมินแบบนี้ครับ
จะดูอันดับแรกเลยว่า
"ริ้วรอยนั้นขยับตามการแสดงสีหน้าหรือไม่"
หากเป็นริ้วรอยที่มีอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เกี่ยวกับสีหน้า
ซอฟเวฟ ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุดครับ
บันทึกเคสจริงจากคุณหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้ที่เข้ามาด้วยปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ
แล้วประทับใจกับผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ มากที่สุด
ส่วนใหญ่จะเป็นเคสที่รู้สึกว่า "ผิวหยาบกร้านสะสม
จนเกิดเป็นริ้วรอยบาง ๆ ยิบ ๆ ทั่วใบหน้า" ครับ
กลายเป็นว่าคนไข้กลุ่มนี้จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
ได้ชัดเจนกว่ากลุ่มคนไข้ที่เน้นแก้ความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียวเสียอีกครับ
และมีสิ่งหนึ่งที่หมอต้องขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเลยก็คือ
ผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำ มากกว่าช่วงหลังทำทันทีครับ
ถ้าไม่ทราบจุดนี้มาก่อน
ก็อาจจะด่วนสรุปไปเองได้ง่าย ๆ ว่า "ทำแล้วไม่เห็นผลเลย"
ดังนั้น หมอจะอธิบายเรื่องไทม์ไลน์นี้ให้คนไข้ฟัง
ตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกเสมอครับ
ในส่วนของราคานั้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่อครั้ง
และโดยปกติจะวางแผนการรักษาไว้ที่ 2-3 เซสชั่นตั้งแต่เริ่มแรก
จึงอยากแนะนำให้พิจารณาเรื่องงบประมาณควบคู่ไปด้วยนะครับ
การทำ ซอฟเวฟ
ขั้นตอนจริงเป็นอย่างไรบ้าง

คำว่าคลื่นกระแทกอาจฟังดูน่ากลัว
หมอเลยขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ ให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ครับ
ซอฟเวฟ จะใช้หัวแฮนด์พีซแนบสนิทไปกับผิวหนัง
เพื่อส่งพลังงานในรูปแบบคลื่นเสียง
ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นกลางของผิวครับ
เนื่องจากเป็นพลังงานในรูปแบบคลื่น ไม่ใช่พลังงานความร้อนสูง
โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้จึงต่ำมาก
และแทบไม่มี downtime หรือระยะเวลาพักฟื้นเลยครับ
ระยะเวลาในการทำทั่วใบหน้า
จะอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้นครับ
หลาย ๆ เคสไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเลยครับ
แต่สำหรับท่านที่ผิวไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ
อาจจะรู้สึกจี๊ด ๆ หรือเหมือนมีอะไรมาเคาะเบา ๆ ขณะทำแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายผิวได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ในบริเวณที่ใกล้กระดูก (เช่น ขมับ หรือใกล้กระดูกหน้าผาก)
ผู้รับบริการบางท่านอาจจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างแรงได้ครับ
หลังทำเสร็จอาจมีอาการแดงเล็กน้อย
หรือบวมบาง ๆ ขึ้นมาได้
แต่ส่วนใหญ่จะยุบหายไปเองภายในวันนั้นเลยครับ
ส่วนใหญ่ในวันถัดไป
สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาครับ
สามารถทำร่วมกับ
โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม

ได้ครับ มีหลายเคสเลยที่ทำควบคู่กันไป
สำหรับจุดที่ ซอฟเวฟ เพียงอย่างเดียวอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง
เช่น ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ ก็รักษาด้วยโบท็อกซ์
จุดที่เป็นร่องลึกก็เติมเต็มด้วยฟิลเลอร์
แล้วใช้ ซอฟเวฟ ในการดูแลเรื่องความยืดหยุ่นของผิวโดยรวม
รวมถึงริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้าควบคู่กันไปครับ
แต่ถ้าลำดับขั้นตอนการรักษาหรือระยะเวลาห่างไม่เหมาะสม
ก็อาจจะส่งผลรบกวนประสิทธิภาพของกันและกันได้นะครับ
หากใช้พลังงานคลื่นกระแทกทันทีหลังจากพึ่งฉีดฟิลเลอร์มา
อาจส่งผลต่อตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้
ดังนั้นจึงควรเว้นระยะเวลาในการทำเป็นหลักสำคัญครับ
บอกตามตรงเลยว่า
ในช่วงแรก ๆ หมอก็เคยมีเคสที่ทำควบคู่กันในวันเดียวกันบ้างเหมือนกัน
แต่ในปัจจุบัน หมอจะยึดหลักเกณฑ์ความปลอดภัยโดยแนะนำให้ทำ ซอฟเวฟ
หลังจากเช็กชัวร์แล้วว่าฟิลเลอร์เซตตัวดีแล้วเป็นหลักครับ
บางครั้งก็มีคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์มาจากคลินิกอื่นแล้วต้องการมาทำ ซอฟเวฟ
ในกรณีนี้ หมอจะเช็กก่อนเสมอว่าฉีดมาตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วค่อยนัดวันทำให้อีกทีครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ
เริ่มเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่?
A. หลังทำทันทีอาจมีบางท่านที่รู้สึกว่าผิวตึงกระชับขึ้น
หรือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนได้รับการฟื้นฟูใหม่
โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 4-8 หลังทำครับ
ดังนั้น ควรประเมินและสังเกตผลลัพธ์
โดยยึดตามช่วงเวลานี้เป็นหลักจะดีที่สุดครับ
บางท่านส่องกระจกวันรุ่งขึ้นหลังทำแล้วรู้สึกผิดหวังบ้าง
แต่อยากบอกว่าเพิ่งเริ่มทำไป ยังด่วนตัดสินใจเร็วเกินไปครับ
Q2. ควรทำประมาณกี่ครั้ง?
A. หากจุดประสงค์คือการรักษาริ้วรอยเล็ก ๆ
จากประสบการณ์ของหมอ จะแนะนำให้เริ่มวางแผนการรักษาที่ 2-3 ครั้งเป็นพื้นฐานครับ
แม้จะมีบางท่านที่พึงพอใจตั้งแต่การทำครั้งแรกแล้วก็ตาม
แต่หากมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความยืดหยุ่นของผิวจริง ๆ
การทำซ้ำหลายครั้งโดยเว้นระยะเวลาที่เหมาะสมจะเห็นผลลัพธ์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ
และเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมนั่นไว้
คนไข้บางท่านก็นิยมกลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือนถึง 1 ปีครับ
Q3. เป็นคนผิวบางและแพ้ง่าย
สามารถทำได้ปลอดภัยไหมคะ?
A. เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้ใช้พลังงานความร้อนสูงในการรักษา
จึงค่อนข้างอ่อนโยนและรบกวนผิวบาง ๆ น้อยกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นครับ
อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระดับความบอบบางแพ้ง่ายของผิวแต่ละบุคคล
จึงจำเป็นต้องมีการปรับการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม
ดังนั้น แนะนำให้แจ้งสภาพผิวให้ทางเราทราบล่วงหน้าก่อนเข้ามารับบริการนะครับ
ต่อให้เป็นเครื่องมือที่ดีขนาดไหน
หากไม่ได้ปรับตั้งค่าระดับพลังงานให้เข้ากับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย
ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมตรงไหน
สามารถพิมพ์เข้ามาสอบถามช่องทาง LINE ก่อนได้สบาย ๆ เลยนะครับ
สอบถามก่อนเข้ามาที่คลินิกได้เลยครับ
หมออยากแนะนำให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากันให้มั่นใจก่อน
แล้วค่อยตัดสินใจทำครับ หวังว่าคำแนะนำของหมอวี ยองจิน ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ
✦ บทความแนะนำที่น่าสนใจ
ซอฟเวฟ กับโบท็อกซ์ริ้วรอยเล็ก ๆ
มันต่างกันจริง ๆ นะครับ!

'ฉันแค่ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยรอบดวงตาก็พอไหมนะ?'
มีเพื่อน ๆ หลายคนเลยครับที่ถามแบบนี้..
'ก็โบท็อกซ์มันช่วยป้องกันไม่ใช่เหรอ...?
แค่ช่วยบล็อกไม่ให้ริ้วรอยมันลึกไปกว่าเดิม'
วันนี้สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูล ซอฟเวฟ
เพราะกังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ (fine lines)
แต่แอบลังเลเพราะได้ยินคนพูดกันว่า "ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ ไม่ได้ว้าวขนาดนั้น"
บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อคุณเลยครับ
ก่อนจะไปอ่านเนื้อหา
ขอมาตอบ 3 คำถามยอดฮิตกันก่อนเลยนะครับ
Q. ซอฟเวฟ ช่วยแค่เรื่อง
ความยกกระชับยืดหยุ่น
แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ เลยจริงไหม?
A. ไม่จริงครับ
ผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
ขึ้นอยู่กับความลึกในการทำและการตั้งค่าพลังงานครับ
ส่วนทำไมถึงเกิดความเข้าใจผิดนี้ขึ้น เดี๋ยวจะอธิบายในเนื้อหาด้านล่างนะครับ
Q. ทำครั้งเดียวแล้ว
จะเห็นผลทันทีเลยไหม?
A. ไม่ใช่ทันทีทันใดครับ
จะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังจากผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ครับ
เดี๋ยวจะสรุปให้อีกทีด้านล่างนะครับ ฮ่า ๆ
Q. ถ้ามีริ้วรอยเล็ก ๆ
ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์
จะดีกว่าไหม?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสครับ
ริ้วรอยแต่ละแบบไม่เหมือนกัน
ในบางกรณี ซอฟเวฟ จะตอบโจทย์และเหมาะสมกว่าครับ
ส่วนตัวแล้ว มักจะแนะนำให้ทำควบคู่กับ
จูวีลุค SB ครับ
ทำไมถึงมีข่าวลือว่า
"ไม่ค่อยเห็นผลกับริ้วรอยเล็ก ๆ" กันนะ

ซอฟเวฟ เป็นตัวเครื่องที่นำเทคโนโลยีคลื่นกระแทก (ESWT)
มาประยุกต์ใช้กับผิวหนังครับ
เดิมทีเทคโนโลยีนี้ถูกใช้ในการรักษาโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
แต่พอพบว่ามีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นคอลลาเจนด้วย
จึงถูกนำมาใช้ในวงการผิวหนังและความงามครับ
ตอนที่รู้จัก ซอฟเวฟ ครั้งแรก
หลายคนมักจะได้รับการแนะนำในเรื่องของ
"การรีฟติ้ง" หรือ "การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย" ซะเป็นส่วนใหญ่
ก็เลยทำให้เกิดความเข้าใจไปเองโดยปริยายว่า
"มันน่าจะใช้แก้จุดที่หย่อนคล้อย มากกว่าเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ รึเปล่า?"
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญจุดหนึ่งครับ
การทำงานของ ซอฟเวฟ
ไม่ใช่แค่เครื่อง HIFU ทั่วไป
อย่าง ชูริงค์ หรือ Ulthera ครับ
เมื่อคลื่นกระแทกถูกส่งผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อผิว
มันจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจน)
และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมฟื้นฟู
ของเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพ
ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ช่วยเติมเต็ม
ความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน
ดังนั้น ทั้งการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
และการจางลงของริ้วรอยเล็ก ๆ
ต่างก็เกิดมาจากกลไกการทำงานเดียวกันนี้ครับ
พูดตามตรงเลยก็คือ
ที่บอกว่าไม่ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดครับ
เพียงแต่ขึ้นอยู่กับ "เทคนิคการทำ"
ที่จะทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไป
และข้อมูลตรงส่วนนี้อาจจะยังไม่ถูกส่งต่อไปอย่างเข้าใจถูกต้องนั่นเองครับ
กรณีที่ ซอฟเวฟ ตอบโจทย์
สำหรับริ้วรอยเล็ก ๆ
vs กรณีที่หัตถการอื่นดีกว่า

ริ้วรอย ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันไปหมดนะครับ
ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาที่เห็นอยู่ตลอดเวลาแม้จะอยู่เฉย ๆ,
ริ้วรอยรอบริมฝีปาก หรือริ้วรอยบาง ๆ บนหน้าผาก
ถ้าเป็นกรณีที่เกิดจากความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงตามวัย
ซอฟเวฟ จะตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ได้ดีมากครับ
ในทางกลับกัน หากเป็นริ้วรอยที่ปรากฏเฉพาะเวลาหัวเราะ
เช่น รอยตีนกา (ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์)
การทำ ซอฟเวฟ อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ
และควรพิจารณาการฉีดโบท็อกซ์เป็นอันดับแรกครับ
ปกติแล้วฉันมักจะประเมินแบบนี้ครับ
จะดูอันดับแรกเลยว่า
"ริ้วรอยนั้นขยับตามการแสดงสีหน้าหรือไม่"
หากเป็นริ้วรอยที่มีอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เกี่ยวกับสีหน้า
ซอฟเวฟ ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุดครับ
บันทึกเคสจริงจากคุณหมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้ที่เข้ามาด้วยปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ
แล้วประทับใจกับผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ มากที่สุด
ส่วนใหญ่จะเป็นเคสที่รู้สึกว่า "ผิวหยาบกร้านสะสม
จนเกิดเป็นริ้วรอยบาง ๆ ยิบ ๆ ทั่วใบหน้า" ครับ
กลายเป็นว่าคนไข้กลุ่มนี้จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
ได้ชัดเจนกว่ากลุ่มคนไข้ที่เน้นแก้ความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียวเสียอีกครับ
และมีสิ่งหนึ่งที่หมอต้องขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเลยก็คือ
ผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
ในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำ มากกว่าช่วงหลังทำทันทีครับ
ถ้าไม่ทราบจุดนี้มาก่อน
ก็อาจจะด่วนสรุปไปเองได้ง่าย ๆ ว่า "ทำแล้วไม่เห็นผลเลย"
ดังนั้น หมอจะอธิบายเรื่องไทม์ไลน์นี้ให้คนไข้ฟัง
ตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกเสมอครับ
ในส่วนของราคานั้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่อครั้ง
และโดยปกติจะวางแผนการรักษาไว้ที่ 2-3 เซสชั่นตั้งแต่เริ่มแรก
จึงอยากแนะนำให้พิจารณาเรื่องงบประมาณควบคู่ไปด้วยนะครับ
การทำ ซอฟเวฟ
ขั้นตอนจริงเป็นอย่างไรบ้าง

คำว่าคลื่นกระแทกอาจฟังดูน่ากลัว
หมอเลยขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ ให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ครับ
ซอฟเวฟ จะใช้หัวแฮนด์พีซแนบสนิทไปกับผิวหนัง
เพื่อส่งพลังงานในรูปแบบคลื่นเสียง
ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นกลางของผิวครับ
เนื่องจากเป็นพลังงานในรูปแบบคลื่น ไม่ใช่พลังงานความร้อนสูง
โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้จึงต่ำมาก
และแทบไม่มี downtime หรือระยะเวลาพักฟื้นเลยครับ
ระยะเวลาในการทำทั่วใบหน้า
จะอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้นครับ
หลาย ๆ เคสไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเลยครับ
แต่สำหรับท่านที่ผิวไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ
อาจจะรู้สึกจี๊ด ๆ หรือเหมือนมีอะไรมาเคาะเบา ๆ ขณะทำแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายผิวได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ในบริเวณที่ใกล้กระดูก (เช่น ขมับ หรือใกล้กระดูกหน้าผาก)
ผู้รับบริการบางท่านอาจจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างแรงได้ครับ
หลังทำเสร็จอาจมีอาการแดงเล็กน้อย
หรือบวมบาง ๆ ขึ้นมาได้
แต่ส่วนใหญ่จะยุบหายไปเองภายในวันนั้นเลยครับ
ส่วนใหญ่ในวันถัดไป
สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาครับ
สามารถทำร่วมกับ
โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม

ได้ครับ มีหลายเคสเลยที่ทำควบคู่กันไป
สำหรับจุดที่ ซอฟเวฟ เพียงอย่างเดียวอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง
เช่น ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ ก็รักษาด้วยโบท็อกซ์
จุดที่เป็นร่องลึกก็เติมเต็มด้วยฟิลเลอร์
แล้วใช้ ซอฟเวฟ ในการดูแลเรื่องความยืดหยุ่นของผิวโดยรวม
รวมถึงริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้าควบคู่กันไปครับ
แต่ถ้าลำดับขั้นตอนการรักษาหรือระยะเวลาห่างไม่เหมาะสม
ก็อาจจะส่งผลรบกวนประสิทธิภาพของกันและกันได้นะครับ
หากใช้พลังงานคลื่นกระแทกทันทีหลังจากพึ่งฉีดฟิลเลอร์มา
อาจส่งผลต่อตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้
ดังนั้นจึงควรเว้นระยะเวลาในการทำเป็นหลักสำคัญครับ
บอกตามตรงเลยว่า
ในช่วงแรก ๆ หมอก็เคยมีเคสที่ทำควบคู่กันในวันเดียวกันบ้างเหมือนกัน
แต่ในปัจจุบัน หมอจะยึดหลักเกณฑ์ความปลอดภัยโดยแนะนำให้ทำ ซอฟเวฟ
หลังจากเช็กชัวร์แล้วว่าฟิลเลอร์เซตตัวดีแล้วเป็นหลักครับ
บางครั้งก็มีคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์มาจากคลินิกอื่นแล้วต้องการมาทำ ซอฟเวฟ
ในกรณีนี้ หมอจะเช็กก่อนเสมอว่าฉีดมาตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วค่อยนัดวันทำให้อีกทีครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ
เริ่มเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่?
A. หลังทำทันทีอาจมีบางท่านที่รู้สึกว่าผิวตึงกระชับขึ้น
หรือรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนได้รับการฟื้นฟูใหม่
โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 4-8 หลังทำครับ
ดังนั้น ควรประเมินและสังเกตผลลัพธ์
โดยยึดตามช่วงเวลานี้เป็นหลักจะดีที่สุดครับ
บางท่านส่องกระจกวันรุ่งขึ้นหลังทำแล้วรู้สึกผิดหวังบ้าง
แต่อยากบอกว่าเพิ่งเริ่มทำไป ยังด่วนตัดสินใจเร็วเกินไปครับ
Q2. ควรทำประมาณกี่ครั้ง?
A. หากจุดประสงค์คือการรักษาริ้วรอยเล็ก ๆ
จากประสบการณ์ของหมอ จะแนะนำให้เริ่มวางแผนการรักษาที่ 2-3 ครั้งเป็นพื้นฐานครับ
แม้จะมีบางท่านที่พึงพอใจตั้งแต่การทำครั้งแรกแล้วก็ตาม
แต่หากมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความยืดหยุ่นของผิวจริง ๆ
การทำซ้ำหลายครั้งโดยเว้นระยะเวลาที่เหมาะสมจะเห็นผลลัพธ์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ
และเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมนั่นไว้
คนไข้บางท่านก็นิยมกลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือนถึง 1 ปีครับ
Q3. เป็นคนผิวบางและแพ้ง่าย
สามารถทำได้ปลอดภัยไหมคะ?
A. เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้ใช้พลังงานความร้อนสูงในการรักษา
จึงค่อนข้างอ่อนโยนและรบกวนผิวบาง ๆ น้อยกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นครับ
อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระดับความบอบบางแพ้ง่ายของผิวแต่ละบุคคล
จึงจำเป็นต้องมีการปรับการตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสม
ดังนั้น แนะนำให้แจ้งสภาพผิวให้ทางเราทราบล่วงหน้าก่อนเข้ามารับบริการนะครับ
ต่อให้เป็นเครื่องมือที่ดีขนาดไหน
หากไม่ได้ปรับตั้งค่าระดับพลังงานให้เข้ากับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย
ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมตรงไหน
สามารถพิมพ์เข้ามาสอบถามช่องทาง LINE ก่อนได้สบาย ๆ เลยนะครับ
สอบถามก่อนเข้ามาที่คลินิกได้เลยครับ
หมออยากแนะนำให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากันให้มั่นใจก่อน
แล้วค่อยตัดสินใจทำครับ หวังว่าคำแนะนำของหมอวี ยองจิน ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ
✦ บทความแนะนำที่น่าสนใจ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



