• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผลข้างเคียงจากการฉีด โบท็อกซ์ (Botox) อาการแบบไหนหายได้เอง และสัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ผลข้างเคียงจากการฉีด โบท็อกซ์ (Botox) อาการแบบไหนหายได้เอง และสัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ผลข้างเคียงจากการฉีด โบท็อกซ์ (Botox) อาการแบบไหนหายได้เอง และสัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์

อาการช้ำ บวม หรือรู้สึกตึงๆ หนักๆ มักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนอาการหนังตาตกอาจคงอยู่ได้ประมาณ 2-6 สัปดาห์ค่ะ หากมีอาการใดที่รู้สึกกังวลใจ สามารถเข้ามาตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดได้ที่ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ได้เลยนะคะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์,

ควรปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไหม?

หรือว่าควรไปพบแพทย์ดีนะ?

หลักการออกแบบเพื่อ 'ผลข้างเคียงเป็นศูนย์' ที่สรุปจากการฉีดโบท็อกซ์หลายพันเคส

 

เคยได้ยินเรื่องที่เพื่อนไปฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผาก

แล้วเกิดอาการหนังตาตก

กันบ้างไหมคะ?

 

คุณหมอวี ยองจิน เองก็ประเมินไว้

และเคยเจอเคสแบบนี้

เมื่อช่วงปี 19 เหมือนกันครับ..

 

[อาการตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก]

 

วันนี้เราจะมารวบรวมผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ให้ฟังกันอย่างละเอียดครับ

 

อาการแบบไหนที่เป็นแค่ปฏิกิริยาชั่วคราวแล้วจะหายไปเอง,

หรือแบบไหนที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นจริงๆ

หมอจะมาสรุปเกณฑ์การจำแนกให้ฟังกันชัดๆ เลยครับ

 

ก่อนอื่น หมขอขอหยิบยกคำถามที่พบบ่อย

3 ข้อแรกมาเคลียร์ให้ฟังกันก่อนนะครับ

 

Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้ว

มีรอยช้ำ ถือเป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายไหมคะ?

A. ไม่ครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ

เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้

กรณีที่เข็มดันไปโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ครับ

 

Q. ถ้าเกิดอาการหนังตาตก

จะตาตกไปตลอดชีวิตเลยไหมคะ?

A. ไม่ครับ เกือบทั้งหมดสามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมได้ครับ

เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยอาจต้องรอประมาณ 3 เดือน

ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คนไข้ส่วนใหญ่

จะรู้สึกกังวลใจกันครับ

 

Q. หากเกิดผลข้างเคียงขึ้นมา

มีตัวยาที่สามารถฉีดสลายได้ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ไหมคะ?

A. น่าเสียดายที่ไม่ได้มีตัวยา

กระตุ้นการสลายทันทีเหมือนฟิลเลอร์ครับ

สามารถมาดูวิธีรับมือและคำแนะนำดีๆ ได้ในเนื้อหาด้านล่างนะครับ

 

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์

อาการแบบไหนที่ยังอยู่ในระดับที่ปกติ?

มีเข็มแก้พิษโบท็อกซ์ไหม? วิธีรักษาที่เป็นจริงเมื่อเกิดผลข้างเคียง

อาการตึงหรือหน่วงหลังฉีด ไม่ได้แปลว่าเป็นผลข้างเคียงร้ายแรงเสมอไปนะครับ

 

เนื่องจากโบท็อกซ์มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ

ในช่วงแรกๆ จึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายได้ครับ

 

1. การตอบสนองจากการทำหัตถการ

เช่น รอยเข็ม, รอยช้ำเล็กๆ หรืออาการบวม,

อาการเจ็บจี๊ดๆ จะค่อยๆ เลือนหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ

 

2. ปฏิกิริยาจากการออกฤทธิ์ของตัวยา

อาการปวดศีรษะเล็กน้อยหลังฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว,

รู้สึกตึง หนัก หรือหน่วงบริเวณที่ฉีด

 

อาการเหล่านี้เป็นกระบวนการปกติที่เกิดขึ้น

ในขณะที่โบท็อกซ์กำลังเริ่มกระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อครับ

 

แต่หากเกิดอาการประเภทที่ "การวางตำแหน่งยาผิดพลาด"

อันนี้ประเมินต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ

 

อาการเหล่านี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

— ผลข้างเคียงจริงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

[คอลัมน์ Beautystone] 90% ของผลข้างเคียงโบท็อกซ์ถูกกำหนดจาก 'ตำแหน่งที่ฉีด'

บอกตามตรงนะครับว่า ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของการฉีดโบท็อกซ์

มักเกิดขึ้นจากการระบุ 'ตำแหน่งการฉีด' ของแพทย์ผู้ทำการรักษาครับ

 

เพราะการฉีดลงไปในจุดไหน ด้วยความแม่นยำปริมาณเท่าไหร่

คือสิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมดเลย

 

และนี่คือเคสที่พบบ่อยในการดูแลคนไข้ครับ

 

หนังตาตก (Ptosis)

มักเกิดตามหลังการฉีดระหว่างคิ้วหรือหน้าผาก (คงอยู่นานประมาณ 2-6 สัปดาห์)

 

คิ้วโก่งผิดรูป (Samurai Eyebrows)

เวลาฉีดเฉพาะจุดระหว่างคิ้ว แล้วปลายคิ้วยกสูงขึ้นมากจนเกินไป ดูไม่ธรรมชาติ

 

ยิ้มไม่เท่ากัน (Asymmetric Smile)

เกิดขึ้นจากการฉีดโบลดกราม หรือปรับมุมปาก แล้วทำให้ลักษณะการยิ้มดูเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติ

 

กลืนอาหารลำบาก

อาจเกิดขึ้นหลังจากฉีดลดริ้วรอยที่คอ หรือฉีดลดกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius)

 

แต่เคสที่คนไข้สอบถามเข้ามาเยอะที่สุดจริงๆ ก็คือ ภาวะหนังตาตก ครับ

 

ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อตัวยาทีฉีดบริเวณหน้าผากไหลกระจายตัว

ไปยังส่วนของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ช่วยลืมตาครับ

 

สำหรับกรณีนี้ หากเข้ามาพบแพทย์และได้ใช้ยาหยอดตาเฉพาะทาง

ก็จะสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายตาลงไปได้เยอะเลยครับ

 

บันทึกจาก หมอวี ยองจิน:

กว่า 90% ของผู้ที่สอบถามเรื่องผลข้างเคียงโบท็อกซ์

มักจะกังวลเกี่ยวกับปัญหาบริเวณหน้าผากและรอบคิ้วครับ

 

เนื่องจากถ้าแพทย์ฉีดไว้ในตำแหน่งที่ต่ำจนเกินไป

หรือใช้ปริมาณโดสที่มากเกินพอดี ตัวยาก็อาจจะไหลย้อยลงมา

ทำให้รู้สึกหนักกระบอกตาจนลืมตาลำบากได้ครับ

 

จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ ควรยึดเกณฑ์ตำแหน่งที่สูงกว่าคิ้ว อย่างน้อย 2 ซม. สรุปเป็นมาตรฐานไว้

แต่ก็ยังต้องปรับระดับตำแหน่งให้เหมาะสมกับลายกล้ามเนื้อเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดครับ

 

หากวางตำแหน่งผิดพลาด นอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว

อาจจะต้องทนอึดอัดไม่สะดวกสบายนานเป็นเดือนเลยทีเดียวครับ

 

ผลข้างเคียงเรื่องโบท็อกซ์ 'ไหล' ไปจุดอื่น

เกิดขึ้นได้อย่างไรกันนะ?

"ถูกแล้วไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป" เหตุผลที่ควรเลือกคลินิกที่ผอ.ลงมือทำเอง

อธิบายง่ายๆ คือ มีการกระจายตัวของยาไปส่งผลต่อกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ

ที่เราไม่ได้ตั้งใจจะรักษานั่นเองครับ

 

ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อด้วยกันครับ

 

ข้อแรก, ตำแหน่งการยิงยาคลาดเคลื่อนไปจากจุดที่เหมาะสม

ข้อสอง, มีการขัดถู นวดหน้า หรือกดคลึงบริเวณที่พึ่งรักษามาแรงๆ

 

โบท็อกซ์นั้น หลังจากฉีดไปแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง

ตัวยาจะยังมีโอกาสเคลื่อนตัวเคลื่อนตำแหน่งภายในชั้นเนื้อเยื่อได้ครับ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลสั่งห้าม นวดหน้าสปา,

ซาวน่า, หรือ นอนคว่ำหน้า ทันทีในวันแรกหลังทำครับ

 

ดังนั้น การดูแลตัวเองของคนไข้หลังจากทำหัตถการไป

ก็มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์อย่างมากไม่แพ้ฝีมือหมอเช่นกันนะครับ

ต้องจดจำข้อนี้กันไว้เป็นพิเศษเลยน้า

 

การป้องกันและการรับมือเมื่อเจอผลข้างเคียง

[การป้องกันก่อนทำ]

  1. ควรเช็กให้ใจชัวร์ว่าไม่ใช่การรักษาแบบโรงงาน และ มีคุณหมอคอยดีไซน์ดูแลเคสแบบตัวต่อตัว ไหมนะครับ

  2. ปรึกษาและสอบถามถึง ปริมาณยูนิต (โดสที่พอเหมาะ) ที่เหมาะกับตัวกล้ามเนื้อของเราจริงๆ

  3. หากรูปหน้าก่อนหน้านี้มีจุดที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบล่วงหน้าก่อนทำหัตถการครับ

     

[การรับมือหลังทำ]

  • รอยช้ำและอาการบวม: ให้ประคบเย็นและค่อยๆ ทายาบรรเทาอาการ ร่างกายจะค่อยฟื้นฟูธรรมชาติเองครับ

  • หนังตาตก: แนะนำให้รีบเข้ามาพบคุณหมอที่คลินิก เพื่อรับการวางแผนใช้ยาหยอดตาเฉพาะช่วยรักษาครับ

  • หน้าและรอยยิ้มเบี้ยวไม่เท่ากัน: อาการมักหลุดพ้นและฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติใน 2-4 สัปดาห์ครับ

  • อาการปวดหัว: สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการทานยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการได้ครับ,

    แต่ถ้ามีอาการปวดต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอนะครับ

 

สิ่งหนึ่งที่หมออยากทำความเข้าใจก่อนเลยก็คือ

โบท็อกซ์จะไม่เหมือนกับกลุ่มฟิลเลอร์ตรงที่

มัน ไม่มีตัวยาที่ช่วยละลายกระจายออกให้หมดไปในทันที ได้ครับ

 

การปล่อยให้ตัวยาค่อยๆ ถูกเผาผลาญสลายไปตามระบบธรรมชาติตามเวลา

จึงเป็นแนวทางการรับมือที่ดีและปลอดภัยที่สุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังจากฉีดไปแล้ว

รู้สึกปวดหัวมากเลยครับ

A. อาจเป็นอาการปวดหัวตึงเกร็ง (Tension Headache) ที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อถูกควบคุมกระทันหันครับ

โดยปรกติมักจะหายดีไปเองภายใน 3~7 วัน ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไปนะครับ

 

Q2. รู้สึกว่าตึงมากเกร็งไปหมด

มีวิธีทำให้สลายโบท็อกซ์เร็วขึ้นบ้างไหมคะ?

A. น่าเสียดายที่ในทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีแก้ตรงๆ ได้ครับ

ถึงแม้บางกระแสจะบอกว่าการประคบร้อนหรือออกกำลังกายจะช่วยให้ยาหมดไวขึ้น

แต่นัยสำคัญทางการแพทย์และผลลัพธ์นั้นแทบไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยยะเลยครับ

 

Q3. มีผลเกิดลดการทำงานในกลุ่มกล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย

แบบนี้เรียกว่ายามันไหลใช่ไหมคะ?

A. ใช่ครับ หากส่วนของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

เกิดไม่มีการขยับตัว ทำงานร่วมด้วย แปลว่ามียาไหลกระจายออกไปครับ

ถ้าหากสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบส่งข้อมูลปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอนะครับ

 

การฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การใช้เข็มจิ้มยาลงไปธรรมดาๆ

แต่เป็น ศิลปะการออกแบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อให้ออกมางดงามมีชีวิตชีวา ครับ

 

หากพบสัญญาณกังวลใจแบบไหน อย่าเก็บไว้เครียดคนเดียวนะครับ

สามารถติดต่อทักทายสอบถามเข้ามายัง Beautystone ได้เสมอเลยครับ

 

ปรึกษาทาง LINE

สำหรับคนที่สนใจอยากดูแล และอยากประเมินก่อนว่าเหมาะกับการทำหัตถการประเภทไหน คุณหมอดูแลตอบด้วยตัวเองเลยครับ

▶ ส่งข้อความคุยแบบ 1:1 ผ่าน LINE

ด้วยความห่วงใยจาก หมอวี ยองจิน ครับ

คอนเทนต์

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด