ฉีดโบท็อกซ์แล้วหนังตาตก? "จะไม่หายตลอดชีวิตไหม?" (คำตอบจากแพทย์)
ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์,
ควรปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไหม?
หรือว่าควรไปพบแพทย์ดีนะ?

เคยได้ยินเรื่องที่เพื่อนไปฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผาก
แล้วเกิดอาการหนังตาตก
กันบ้างไหมคะ?
คุณหมอวี ยองจิน เองก็ประเมินไว้ ㅎㅎ
และเคยเจอเคสแบบนี้
เมื่อช่วงปี 19 เหมือนกันค่ะ..
[อาการตาตกหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก]
วันนี้เราจะมารวบรวมผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ให้ฟังกันอย่างละเอียดค่ะ
อาการแบบไหนที่เป็นแค่ปฏิกิริยาชั่วคราวแล้วจะหายไปเอง,
หรือแบบไหนที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นจริงๆ
หมอจะมาสรุปเกณฑ์การจำแนกให้ฟังกันชัดๆ เลยค่ะ
ก่อนอื่น หมขอขอหยิบยกคำถามที่พบบ่อย
3 ข้อแรกมาเคลียร์ให้ฟังกันก่อนนะคะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้ว
มีรอยช้ำ ถือเป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายไหมคะ?
A. ไม่ค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติมากๆ ค่ะ
เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้
กรณีที่เข็มดันไปโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ค่ะ
Q. ถ้าเกิดอาการหนังตาตก
จะตาตกไปตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A. ไม่ค่ะ เกือบทั้งหมดสามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมได้ค่ะ
เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยอาจต้องรอประมาณ 3 เดือน
ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คนไข้ส่วนใหญ่
จะรู้สึกกังวลใจกันค่ะ
Q. หากเกิดผลข้างเคียงขึ้นมา
มีตัวยาที่สามารถฉีดสลายได้ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ไหมคะ?
A. น่าเสียดายที่ไม่ได้มีตัวยา
กระตุ้นการสลายทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ
สามารถมาดูวิธีรับมือและคำแนะนำดีๆ ได้ในเนื้อหาด้านล่างนะคะ
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์
อาการแบบไหนที่ยังอยู่ในระดับที่ปกติ?

อาการตึงหรือหน่วงหลังฉีด ไม่ได้แปลว่าเป็นผลข้างเคียงร้ายแรงเสมอไปนะคะ
เนื่องจากโบท็อกซ์มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ
ในช่วงแรกๆ จึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกที่หลากหลายได้ค่ะ
1. การตอบสนองจากการทำหัตถการ
เช่น รอยเข็ม, รอยช้ำเล็กๆ หรืออาการบวม,
อาการเจ็บจี๊ดๆ จะค่อยๆ เลือนหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ
2. ปฏิกิริยาจากการออกฤทธิ์ของตัวยา
อาการปวดศีรษะเล็กน้อยหลังฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว,
รู้สึกตึง หนัก หรือหน่วงบริเวณที่ฉีด
อาการเหล่านี้เป็นกระบวนการปกติที่เกิดขึ้น
ในขณะที่โบท็อกซ์กำลังเริ่มกระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อค่ะ
แต่หากเกิดอาการประเภทที่ "การวางตำแหน่งยาผิดพลาด"
อันนี้ประเมินต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ
อาการเหล่านี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
— ผลข้างเคียงจริงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
![[뷰티스톤 칼럼] 보톡스 부작용의 90%는 '주입 위치'에서 결정됩니다](https://framerusercontent.com/images/L7uVK33wihlcC4gCwW88TfxNAVM.png)
บอกตามตรงนะคะว่า ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของการฉีดโบท็อกซ์
มักเกิดขึ้นจากการระบุ 'ตำแหน่งการฉีด' ของแพทย์ผู้ทำการรักษาค่ะ
เพราะการฉีดลงไปในจุดไหน ด้วยความแม่นยำปริมาณเท่าไหร่
คือสิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมดเลย
และนี่คือเคสที่พบบ่อยในการดูแลคนไข้ค่ะ
หนังตาตก (Ptosis)
มักเกิดตามหลังการฉีดระหว่างคิ้วหรือหน้าผาก (คงอยู่นานประมาณ 2-6 สัปดาห์)
คิ้วโก่งผิดรูป (Samurai Eyebrows)
เวลาฉีดเฉพาะจุดระหว่างคิ้ว แล้วปลายคิ้วยกสูงขึ้นมากจนเกินไป ดูไม่ธรรมชาติ
ยิ้มไม่เท่ากัน (Asymmetric Smile)
เกิดขึ้นจากการฉีดโบลดกราม หรือปรับมุมปาก แล้วทำให้ลักษณะการยิ้มดูเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติ
กลืนอาหารลำบาก
อาจเกิดขึ้นหลังจากฉีดลดริ้วรอยที่คอ หรือฉีดลดกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius)
แต่เคสที่คนไข้สอบถามเข้ามาเยอะที่สุดจริงๆ ก็คือ ภาวะหนังตาตก ค่ะ
ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อตัวยาทีฉีดบริเวณหน้าผากไหลกระจายตัว
ไปยังส่วนของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ช่วยลืมตาค่ะ
สำหรับกรณีนี้ หากเข้ามาพบแพทย์และได้ใช้ยาหยอดตาเฉพาะทาง
ก็จะสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายตาลงไปได้เยอะเลยค่ะ
บันทึกจาก หมอวี ยองจิน:
กว่า 90% ของผู้ที่สอบถามเรื่องผลข้างเคียงโบท็อกซ์
มักจะกังวลเกี่ยวกับปัญหาบริเวณหน้าผากและรอบคิ้วค่ะ
เนื่องจากถ้าแพทย์ฉีดไว้ในตำแหน่งที่ต่ำจนเกินไป
หรือใช้ปริมาณโดสที่มากเกินพอดี ตัวยาก็อาจจะไหลย้อยลงมา
ทำให้รู้สึกหนักกระบอกตาจนลืมตาลำบากได้ค่ะ
จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ของหมอ ควรยึดเกณฑ์ตำแหน่งที่สูงกว่าคิ้ว อย่างน้อย 2 ซม. สรุปเป็นมาตรฐานไว้
แต่ก็ยังต้องปรับระดับตำแหน่งให้เหมาะสมกับลายกล้ามเนื้อเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล
อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดค่ะ
หากวางตำแหน่งผิดพลาด นอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว
อาจจะต้องทนอึดอัดไม่สะดวกสบายนานเป็นเดือนเลยทีเดียวค่ะ
ผลข้างเคียงเรื่องโบท็อกซ์ 'ไหล' ไปจุดอื่น
เกิดขึ้นได้อย่างไรกันนะ?

อธิบายง่ายๆ คือ มีการกระจายตัวของยาไปส่งผลต่อกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ
ที่เราไม่ได้ตั้งใจจะรักษานั่นเองค่ะ
ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อด้วยกันค่ะ
ข้อแรก, ตำแหน่งการยิงยาคลาดเคลื่อนไปจากจุดที่เหมาะสม
ข้อสอง, มีการขัดถู นวดหน้า หรือกดคลึงบริเวณที่พึ่งรักษามาแรงๆ
โบท็อกซ์นั้น หลังจากฉีดไปแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง
ตัวยาจะยังมีโอกาสเคลื่อนตัวเคลื่อนตำแหน่งภายในชั้นเนื้อเยื่อได้ค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลสั่งห้าม นวดหน้าสปา,
ซาวน่า, หรือ นอนคว่ำหน้า ทันทีในวันแรกหลังทำค่ะ
ดังนั้น การดูแลตัวเองของคนไข้หลังจากทำหัตถการไป
ก็มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์อย่างมากไม่แพ้ฝีมือหมอเช่นกันนะคะ
ต้องจดจำข้อนี้กันไว้เป็นพิเศษเลยน้า
การป้องกันและการรับมือเมื่อเจอผลข้างเคียง
[การป้องกันก่อนทำ]
ควรเช็กให้ใจชัวร์ว่าไม่ใช่การรักษาแบบโรงงาน และ มีคุณหมอคอยดีไซน์ดูแลเคสแบบตัวต่อตัว ไหมนะคะ
ปรึกษาและสอบถามถึง ปริมาณยูนิต (โดสที่พอเหมาะ) ที่เหมาะกับตัวกล้ามเนื้อของเราจริงๆ
หากรูปหน้าก่อนหน้านี้มีจุดที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบล่วงหน้าก่อนทำหัตถการค่ะ
[การรับมือหลังทำ]
รอยช้ำและอาการบวม: ให้ประคบเย็นและค่อยๆ ทายาบรรเทาอาการ ร่างกายจะค่อยฟื้นฟูธรรมชาติเองค่ะ
หนังตาตก: แนะนำให้รีบเข้ามาพบคุณหมอที่คลินิก เพื่อรับการวางแผนใช้ยาหยอดตาเฉพาะช่วยรักษาค่ะ
หน้าและรอยยิ้มเบี้ยวไม่เท่ากัน: อาการมักหลุดพ้นและฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติใน 2-4 สัปดาห์ค่ะ
อาการปวดหัว: สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยการทานยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการได้ค่ะ,
แต่ถ้ามีอาการปวดต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอนะคะ
สิ่งหนึ่งที่หมออยากทำความเข้าใจก่อนเลยก็คือ
โบท็อกซ์จะไม่เหมือนกับกลุ่มฟิลเลอร์ตรงที่
มัน ไม่มีตัวยาที่ช่วยละลายกระจายออกให้หมดไปในทันที ได้ค่ะ
การปล่อยให้ตัวยาค่อยๆ ถูกเผาผลาญสลายไปตามระบบธรรมชาติตามเวลา
จึงเป็นแนวทางการรับมือที่ดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังจากฉีดไปแล้ว
รู้สึกปวดหัวมากเลยค่ะ
A. อาจเป็นอาการปวดหัวตึงเกร็ง (Tension Headache) ที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อถูกควบคุมกระทันหันค่ะ
โดยปรกติมักจะหายดีไปเองภายใน 3~7 วัน ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไปนะคะ
Q2. รู้สึกว่าตึงมากเกร็งไปหมด
มีวิธีทำให้สลายโบท็อกซ์เร็วขึ้นบ้างไหมคะ?
A. น่าเสียดายที่ในทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีแก้ตรงๆ ได้ค่ะ
ถึงแม้บางกระแสจะบอกว่าการประคบร้อนหรือออกกำลังกายจะช่วยให้ยาหมดไวขึ้น
แต่นัยสำคัญทางการแพทย์และผลลัพธ์นั้นแทบไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยยะเลยค่ะ
Q3. มีผลเกิดลดการทำงานในกลุ่มกล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย
แบบนี้เรียกว่ายามันไหลใช่ไหมคะ?
A. ใช่ค่ะ หากส่วนของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
เกิดไม่มีการขยับตัว ทำงานร่วมด้วย แปลว่ามียาไหลกระจายออกไปค่ะ
ถ้าหากสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบส่งข้อมูลปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอนะคะ
การฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การใช้เข็มจิ้มยาลงไปธรรมดาๆ
แต่เป็น ศิลปะการออกแบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อให้ออกมางดงามมีชีวิตชีวา ค่ะ
หากพบสัญญาณกังวลใจแบบไหน อย่าเก็บไว้เครียดคนเดียวนะคะ
สามารถติดต่อทักทายสอบถามเข้ามายัง Beautystone ได้เสมอเลยค่ะ
ปรึกษาทาง LINE
สำหรับคนที่สนใจอยากดูแล และอยากประเมินก่อนว่าเหมาะกับการทำหัตถการประเภทไหน คุณหมอดูแลตอบด้วยตัวเองเลยค่ะ
▶ ส่งข้อความคุยแบบ 1:1 ผ่าน LINE
ด้วยความห่วงใยจาก หมอวี ยองจิน ครับ
✦ คอนเทนต์ดีๆ น่าอ่านเพิ่มเติม
เจาะลึกจำนวนครั้งการลบรอยสัก สไตล์ Irezumi (แยกรอยสักญี่ปุ่น) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ครั้งค่ะ
ไทม์ไลน์การออกฤทธิ์หลังฉีดโบท็อกซ์ — ริ้วรอยลดใน 1 สัปดาห์ ฝั่งกราม 1 เดือน จริงไหม?
เตือนภัยผลข้างเคียงโบท็อกซ์ร่องแก้ม อาจเสี่ยงจนมุมปากเบี้ยวได้ (เขียนโดยคุณหมอ ไม่ใช่ AI)
ส่องรีวิวฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่โซล ย่านฮงแด ทำแค่ครั้งเดียวภาพลักษณ์เปลี่ยนไปขนาดไหนกันนะ?

ร่างกาย
온다 마이크로웨이브 (Onda Microwave) ช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหม และทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้างคะ?
온다 마이크로웨이브 (Onda Microwave) เป็นเทคโนโลยีที่ส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อพังผืดเพื่อช่วยรีโมเดลคอลลาเจนค่ะ เราได้สรุปความแตกต่างของชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายในการทำ face lifting และการลดเซลลูไลท์ รวมถึงปฏิกิริยาการฟื้นฟูผิวหลังทำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax แล้วทำไมถึงเป็นรูขุมขนอักเสบ? มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรดี?
อาการสิวขึ้นหลังจากเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro มักจะเป็นภาวะรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการที่เส้นขนกำลังจะหลุดร่วงค่ะ ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการทั่วไปที่พบได้ปกติ สัญญาณเตือนที่ต้องกลับมาพบแพทย์ และวิธีการดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้านมาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมฟิลเลอร์ถึงเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง และเราต้องระวังเรื่องไหนบ้างเพื่อลดการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์คะ?
การที่ฟิลเลอร์เคลื่อนที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งชั้นผิวที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ และการขยับของใบหน้าในบริเวณนั้นค่ะ เราได้รวบรวมเงื่อนไขที่ทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ง่าย วิธีการป้องกัน และสัญญาณเตือนเมื่อสงสัยว่าฟิลเลอร์อาจจะเคลื่อนที่มาให้แล้วค่ะ

ผิว
ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์และริ้วรอยแห่งวัยมีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้วิธีการดูแลรักษาที่ต่างกันคะ?
ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ (Dynamic wrinkles) เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงสีหน้า ส่วนริ้วรอยร่องลึก (Static wrinkles) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว เราสรุปความต่างของสาเหตุและแนวทางการดูแลรักษารวมถึงความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของริ้วรอยทั้งสองแบบนี้ไว้ให้แล้วค่ะ

ผิว
แผลเป็นคีลอยด์ (keloid) กับแผลเป็นนูนหนา (hypertrophic scar) แตกต่างกันอย่างไร และทำไมวิธีการดูแลรักษาถึงไม่เหมือนกันนะ?
แผลเป็นคีลอยด์ (keloid) จะโตเกินขอบเขตแผลเดิมและกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย ในขณะที่แผลเป็นนูนหนา (hypertrophic scar) จะโตอยู่เฉพาะในขอบเขตแผลเดิมและมักจะค่อยๆ คงที่ค่ะ เราได้รวบรวมความต่างของกลไกการเกิด วิธีการดูแลรักษาของทั้งสองแบบ รวมถึงความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาไว้ให้แล้วค่ะ

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำวัยชรา หรือปานโอตะเทียม เม็ดสีผิวของเราเหมาะกับเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เม็ดสีแต่ละชนิดมีทั้งแบบที่อยู่บนชั้นผิวกำพร้า (epidermis) และที่ฝังลึกในชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเลเซอร์คลื่นสั้นและคลื่นยาวจะจับเป้าหมายที่ความลึกต่างกัน เรามาดูแนวทางการรักษาตามประเภทของเม็ดสีกันค่ะ



