
อัลเทอรา 300 ช็อต เทียบกับ 100 ช็อต ทำไมจำนวนช็อตจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
อัลเทอรา 300 ช็อต เทียบกับ 100 ช็อต ทำไมจำนวนช็อตจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
อัลเทอรา 300 ช็อต เทียบกับ 100 ช็อต ทำไมจำนวนช็อตจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
“ทำอัลเทอร่าแล้วแต่ไม่เห็นผล” — มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนช็อต ความลึกของการทำ หรือระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศิษย์เก่าฮงอิกและมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลสรุปให้เข้าใจง่าย
"'ฉันฉีดอัลเทอร่าแล้ว แต่ไม่ยกขึ้นเลย.' นี่คือคำพูดที่ได้ยินในห้องปรึกษาสัปดาห์ละสองสามครั้ง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะจำนวนช็อตไม่พอค่ะ."


"ฉีดอัลเทอร่าแล้วจะยกขึ้นจริงไหม?"
"ตกลงแล้วฉันต้องใช้กี่ช็อตกันแน่?" (แต่ละคนต่างกัน แต่หนึ่งบริเวณอย่างน้อยต้องใช้ประมาณ 300 ช็อต!)
นี่คือคำถามที่ได้ยินระหว่างตรวจรักษาบ่อยมาก วันหนึ่งได้ยินหลายครั้งเลยค่ะ
มีหลายคนที่มากับความคาดหวังและความกังวลเกี่ยวกับอัลเทอร่าพร้อมกันนะคะ
บางคนเห็นรีวิวว่า "ไม่ได้ผล" จากที่ไหนสักแห่งแล้วมาด้วยความก้ำกึ่งสงสัย
ในทางกลับกัน บางคนก็ได้ยินว่า "ทำครั้งเดียวเปลี่ยนไปเยอะ" จนคาดหวังสูงเกินไปค่ะ
วันนี้ฉันจะเล่าอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เว่อร์วังเกินจริง ถึงผลลัพธ์ของอัลเทอร่าที่รู้สึกได้จริงจากหน้างาน
1. อัลเทอร่า จริงๆ แล้วใช้หลักการอะไรถึงดึงผิวได้?
Ulthera (อัลเทอร่า) คือหัตถการยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสพลังงานสูง (HIFU)
พูดง่ายๆ คือ ยิงพลังงานอัลตราซาวนด์ลงไปถึงชั้นลึกของผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างใหม่ของ คอลลาเจน (โปรตีนความยืดหยุ่นของผิว) ค่ะ
จุดที่ต่างจากเลเซอร์หรือคลื่นความถี่วิทยุปกติคือ
พลังงานไม่ได้ลงแค่ผิวชั้นบน แต่ลงไปถึง ชั้น SMAS (ชั้นเหนือพังผืดกล้ามเนื้อ เป็นชั้นที่ศัลยกรรมตกแต่งก็ใช้ดึงและตัด) โดยตรง
→ ชั้นนี้แหละคือหัวใจสำคัญ. เหตุผลที่พุงหย่อนก็เพราะ SMAS นี้อ่อนลงแล้วมันหย่อน!
หลายคนบอกว่าไม่ได้รู้สึกเหมือนดึงแก้มเบาๆ แต่รู้สึกเหมือนกรอบหน้าทั้งหมดค่อยๆ ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

[ถ้าคุณสงสัยว่าหัตถการนี้น่ากลัวไหม หรือเจ็บไหม แนะนำให้อ่าน FAQ ด้านล่างด้วยนะคะ]
❓ FAQ 1 — อัลเทอร่าเหมาะกับใคร?
Q. ฉันอายุต้น 30 แล้ว อัลเทอร่าจะได้ผลไหม?
A. อัลเทอร่าจะเห็นผลได้ตั้งแต่ช่วงต้น 30 ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นค่ะ
ยิ่งเริ่มในช่วง 30s ที่ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่ ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้น
ส่วนวัย 40~50 จะปรับจำนวนครั้งหรือพลังงานตามระดับความหย่อน เพื่อออกแบบให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ
Q. ผู้ชายก็เห็นผลจากอัลเทอร่าหรือเปล่า?
A. ได้ค่ะ ผู้ชายก็ทำกันเยอะ โดยเฉพาะตอนที่แนวกรามเริ่มดูหนัก หรือรู้สึกว่าแก้มเริ่มหย่อนลงจะเห็นผลดีมาก
แต่เพราะผิวผู้ชายค่อนข้างหนา จึงต้องปรับการตั้งค่าพลังงานและจำนวนไลน์ให้เหมาะสม

2. ผลลัพธ์อัลเทอร่าจะเริ่มเห็นเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน?
จริงๆ แล้วมีทั้งคนที่อาการบวมยุบหลังทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันที
และคนที่ต้องผ่านไป 3 เดือนถึงจะบอกว่า 'อ๋อ แบบนี้นี่เอง ได้ผลจริงสินะ?' ก็มีค่ะ
ช่วงเวลาที่เห็นผลของอัลเทอร่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ
[หลังทำทันที] : มีอาการบวมเล็กน้อย พร้อมความรู้สึกยกกระชับนิดๆ
[หลัง 1~2 เดือน] : เริ่มเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และรู้สึกว่าความยืดหยุ่นดีขึ้น
[หลัง 3~6 เดือน] : ช่วงที่ผลลัพธ์ชัดที่สุด
ระยะเวลาคงอยู่โดยทั่วไปประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง ค่ะ
แน่นอนว่าสามารถแตกต่างได้ตามสภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และการโดนแสงแดด
ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่การดูแลเป็นระยะให้เหมาะกับสภาพร่างกายและอายุ จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
❓ FAQ 2 — ทำไมถึงมีรีวิวบอกว่าไม่ได้ผล?
Q. ในอินเทอร์เน็ตมีคนเขียนว่าอัลเทอร่าไม่ได้ผลเยอะมาก ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ?
A. มีเหตุผลหลักๆ อยู่ 2 ข้อค่ะ
ข้อแรก คือความต่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์จริง
อัลเทอร่าไม่ใช่หัตถการที่ดึงผิวแบบเห็นผลทันทีเหมือนการผ่าตัดค่ะ
เพราะเป็นวิธีที่ค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คนที่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบชัดมากอาจรู้สึกผิดหวังได้
ข้อสอง คือความแตกต่างของการออกแบบการทำหัตถการ
แม้จะเป็นอัลเทอร่าเหมือนกัน แต่ถ้ายิงที่โหนกแก้มหรือยิงใต้โหนกแก้ม ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปเลยค่ะ
ถ้าทำแบบไม่มีการออกแบบ,, ยิงแบบเหมารวม ก็อาจจะได้ผลกับบางคน
และในบางคนอาจเกิดแก้มตอบได้ใช่ไหม?

Q. ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ควรทำอย่างไร?
A. ควรปรึกษาอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อประเมินตำแหน่งและระดับความหย่อนของตัวเอง
แล้วค่อยกำหนดจำนวนไลน์และความลึก (หัวอัลเทอร่า)
ค่ะ
หลังทำ การป้องกันแสงแดดและเติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
3. ก่อนทำอัลเทอร่า ต้องเช็กสิ่งเหล่านี้ให้ได้
ทุกวันก็ทำจริงๆ ถึง 2000 ช็อต แต่
ห้ามลืมการออกแบบ

อัลเทอร่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็มีบางคนที่ควรระวังเป็นพิเศษค่ะ
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
กรณีที่มีสิ่งฝังโลหะในบริเวณที่จะทำหัตถการ (เช่น รากฟันเทียม)
ภาวะผิวหนังอักเสบหรือสิวที่กำลังอักเสบรุนแรง
คนที่ผอมมากจนแทบไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง
นอกจากนี้ ในวันทำอัลเทอร่า ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือการออกกำลังกายหนักๆ
หลังทำประมาณ 2~3 วัน ผิวอาจบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงได้
นี่เป็นปฏิกิริยาปกติ ไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ
หากกำลังคิดจะทำอัลเทอร่าที่ฮงแด, ฮับจอง, มาโป หรือที่ใดก็ตามในโซล·คยองกี
อย่าลืมว่าการปรึกษาก่อนทำอย่างละเอียดเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์นะคะ
❓ FAQ 3 — หลังทำอัลเทอร่าแล้วใช้ชีวิตประจำวันได้ไหม?
Q. ทำอัลเทอร่าแล้วไปทำงานได้เลยไหม?
A. ได้ค่ะ โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกัน
แต่หลังทำทันทีอาจมีอาการบวมหรือแดงเล็กน้อย ถ้ามีนัดสำคัญควรเลี่ยงวันนั้นจะดีกว่า
การล้างหน้าและสกินแคร์เบาๆ ก็ทำได้ตั้งแต่วันเดียวกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ หรือซาวน่าประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ
Q. อัลเทอร่าทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่นได้ไหม?
A. แล้วแต่สภาพค่ะ
ตัวอย่างเช่น ถ้าทำอัลเทอร่าร่วมกับ เทอร์มาจ (การยกกระชับด้วยคลื่นความถี่วิทยุ) จะช่วยกระตุ้นทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นพร้อมกัน ทำให้เกิดผลเสริมกันได้
แต่จะทำในวันเดียวกันหรือเว้นระยะก่อน ต้องดูสภาพผิวแล้วตัดสินใจค่ะ
[บทสรุป]
อัลเทอร่าจะเห็นผลจริงก็ต่อเมื่อมีการออกแบบที่เหมาะสมและมีการปรึกษาอย่างเพียงพอเป็นพื้นฐานค่ะ
คำว่า "ไม่ได้ผล" มักมีเหตุผลอยู่เสมอ และการค้นหาสาเหตุนั้นคือหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อย่าแบกปัญหาผิวไว้คนเดียว ลองคุยแบบเบาๆ สักครั้งนะคะ
👉 มารับคำปรึกษาอัลเทอร่าฟรีที่ฮงแด บิวตี้สโตนกันเถอะ
hongdae beautystone บิวตี้สโตน ฮงแด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยและออกแบบให้คุณโดยตรง
[อ่านบทความอื่นของบิวตี้สโตนเพิ่มเติม]
"'ฉันฉีดอัลเทอร่าแล้ว แต่ไม่ยกขึ้นเลย.' นี่คือคำพูดที่ได้ยินในห้องปรึกษาสัปดาห์ละสองสามครั้ง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะจำนวนช็อตไม่พอค่ะ."


"ฉีดอัลเทอร่าแล้วจะยกขึ้นจริงไหม?"
"ตกลงแล้วฉันต้องใช้กี่ช็อตกันแน่?" (แต่ละคนต่างกัน แต่หนึ่งบริเวณอย่างน้อยต้องใช้ประมาณ 300 ช็อต!)
นี่คือคำถามที่ได้ยินระหว่างตรวจรักษาบ่อยมาก วันหนึ่งได้ยินหลายครั้งเลยค่ะ
มีหลายคนที่มากับความคาดหวังและความกังวลเกี่ยวกับอัลเทอร่าพร้อมกันนะคะ
บางคนเห็นรีวิวว่า "ไม่ได้ผล" จากที่ไหนสักแห่งแล้วมาด้วยความก้ำกึ่งสงสัย
ในทางกลับกัน บางคนก็ได้ยินว่า "ทำครั้งเดียวเปลี่ยนไปเยอะ" จนคาดหวังสูงเกินไปค่ะ
วันนี้ฉันจะเล่าอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เว่อร์วังเกินจริง ถึงผลลัพธ์ของอัลเทอร่าที่รู้สึกได้จริงจากหน้างาน
1. อัลเทอร่า จริงๆ แล้วใช้หลักการอะไรถึงดึงผิวได้?
Ulthera (อัลเทอร่า) คือหัตถการยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสพลังงานสูง (HIFU)
พูดง่ายๆ คือ ยิงพลังงานอัลตราซาวนด์ลงไปถึงชั้นลึกของผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างใหม่ของ คอลลาเจน (โปรตีนความยืดหยุ่นของผิว) ค่ะ
จุดที่ต่างจากเลเซอร์หรือคลื่นความถี่วิทยุปกติคือ
พลังงานไม่ได้ลงแค่ผิวชั้นบน แต่ลงไปถึง ชั้น SMAS (ชั้นเหนือพังผืดกล้ามเนื้อ เป็นชั้นที่ศัลยกรรมตกแต่งก็ใช้ดึงและตัด) โดยตรง
→ ชั้นนี้แหละคือหัวใจสำคัญ. เหตุผลที่พุงหย่อนก็เพราะ SMAS นี้อ่อนลงแล้วมันหย่อน!
หลายคนบอกว่าไม่ได้รู้สึกเหมือนดึงแก้มเบาๆ แต่รู้สึกเหมือนกรอบหน้าทั้งหมดค่อยๆ ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

[ถ้าคุณสงสัยว่าหัตถการนี้น่ากลัวไหม หรือเจ็บไหม แนะนำให้อ่าน FAQ ด้านล่างด้วยนะคะ]
❓ FAQ 1 — อัลเทอร่าเหมาะกับใคร?
Q. ฉันอายุต้น 30 แล้ว อัลเทอร่าจะได้ผลไหม?
A. อัลเทอร่าจะเห็นผลได้ตั้งแต่ช่วงต้น 30 ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นค่ะ
ยิ่งเริ่มในช่วง 30s ที่ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่ ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้น
ส่วนวัย 40~50 จะปรับจำนวนครั้งหรือพลังงานตามระดับความหย่อน เพื่อออกแบบให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ
Q. ผู้ชายก็เห็นผลจากอัลเทอร่าหรือเปล่า?
A. ได้ค่ะ ผู้ชายก็ทำกันเยอะ โดยเฉพาะตอนที่แนวกรามเริ่มดูหนัก หรือรู้สึกว่าแก้มเริ่มหย่อนลงจะเห็นผลดีมาก
แต่เพราะผิวผู้ชายค่อนข้างหนา จึงต้องปรับการตั้งค่าพลังงานและจำนวนไลน์ให้เหมาะสม

2. ผลลัพธ์อัลเทอร่าจะเริ่มเห็นเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน?
จริงๆ แล้วมีทั้งคนที่อาการบวมยุบหลังทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันที
และคนที่ต้องผ่านไป 3 เดือนถึงจะบอกว่า 'อ๋อ แบบนี้นี่เอง ได้ผลจริงสินะ?' ก็มีค่ะ
ช่วงเวลาที่เห็นผลของอัลเทอร่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ
[หลังทำทันที] : มีอาการบวมเล็กน้อย พร้อมความรู้สึกยกกระชับนิดๆ
[หลัง 1~2 เดือน] : เริ่มเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และรู้สึกว่าความยืดหยุ่นดีขึ้น
[หลัง 3~6 เดือน] : ช่วงที่ผลลัพธ์ชัดที่สุด
ระยะเวลาคงอยู่โดยทั่วไปประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง ค่ะ
แน่นอนว่าสามารถแตกต่างได้ตามสภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และการโดนแสงแดด
ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่การดูแลเป็นระยะให้เหมาะกับสภาพร่างกายและอายุ จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
❓ FAQ 2 — ทำไมถึงมีรีวิวบอกว่าไม่ได้ผล?
Q. ในอินเทอร์เน็ตมีคนเขียนว่าอัลเทอร่าไม่ได้ผลเยอะมาก ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ?
A. มีเหตุผลหลักๆ อยู่ 2 ข้อค่ะ
ข้อแรก คือความต่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์จริง
อัลเทอร่าไม่ใช่หัตถการที่ดึงผิวแบบเห็นผลทันทีเหมือนการผ่าตัดค่ะ
เพราะเป็นวิธีที่ค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คนที่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบชัดมากอาจรู้สึกผิดหวังได้
ข้อสอง คือความแตกต่างของการออกแบบการทำหัตถการ
แม้จะเป็นอัลเทอร่าเหมือนกัน แต่ถ้ายิงที่โหนกแก้มหรือยิงใต้โหนกแก้ม ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปเลยค่ะ
ถ้าทำแบบไม่มีการออกแบบ,, ยิงแบบเหมารวม ก็อาจจะได้ผลกับบางคน
และในบางคนอาจเกิดแก้มตอบได้ใช่ไหม?

Q. ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ควรทำอย่างไร?
A. ควรปรึกษาอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อประเมินตำแหน่งและระดับความหย่อนของตัวเอง
แล้วค่อยกำหนดจำนวนไลน์และความลึก (หัวอัลเทอร่า)
ค่ะ
หลังทำ การป้องกันแสงแดดและเติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
3. ก่อนทำอัลเทอร่า ต้องเช็กสิ่งเหล่านี้ให้ได้
ทุกวันก็ทำจริงๆ ถึง 2000 ช็อต แต่
ห้ามลืมการออกแบบ

อัลเทอร่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็มีบางคนที่ควรระวังเป็นพิเศษค่ะ
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
กรณีที่มีสิ่งฝังโลหะในบริเวณที่จะทำหัตถการ (เช่น รากฟันเทียม)
ภาวะผิวหนังอักเสบหรือสิวที่กำลังอักเสบรุนแรง
คนที่ผอมมากจนแทบไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง
นอกจากนี้ ในวันทำอัลเทอร่า ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือการออกกำลังกายหนักๆ
หลังทำประมาณ 2~3 วัน ผิวอาจบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงได้
นี่เป็นปฏิกิริยาปกติ ไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ
หากกำลังคิดจะทำอัลเทอร่าที่ฮงแด, ฮับจอง, มาโป หรือที่ใดก็ตามในโซล·คยองกี
อย่าลืมว่าการปรึกษาก่อนทำอย่างละเอียดเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์นะคะ
❓ FAQ 3 — หลังทำอัลเทอร่าแล้วใช้ชีวิตประจำวันได้ไหม?
Q. ทำอัลเทอร่าแล้วไปทำงานได้เลยไหม?
A. ได้ค่ะ โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกัน
แต่หลังทำทันทีอาจมีอาการบวมหรือแดงเล็กน้อย ถ้ามีนัดสำคัญควรเลี่ยงวันนั้นจะดีกว่า
การล้างหน้าและสกินแคร์เบาๆ ก็ทำได้ตั้งแต่วันเดียวกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ หรือซาวน่าประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ
Q. อัลเทอร่าทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่นได้ไหม?
A. แล้วแต่สภาพค่ะ
ตัวอย่างเช่น ถ้าทำอัลเทอร่าร่วมกับ เทอร์มาจ (การยกกระชับด้วยคลื่นความถี่วิทยุ) จะช่วยกระตุ้นทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นพร้อมกัน ทำให้เกิดผลเสริมกันได้
แต่จะทำในวันเดียวกันหรือเว้นระยะก่อน ต้องดูสภาพผิวแล้วตัดสินใจค่ะ
[บทสรุป]
อัลเทอร่าจะเห็นผลจริงก็ต่อเมื่อมีการออกแบบที่เหมาะสมและมีการปรึกษาอย่างเพียงพอเป็นพื้นฐานค่ะ
คำว่า "ไม่ได้ผล" มักมีเหตุผลอยู่เสมอ และการค้นหาสาเหตุนั้นคือหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อย่าแบกปัญหาผิวไว้คนเดียว ลองคุยแบบเบาๆ สักครั้งนะคะ
👉 มารับคำปรึกษาอัลเทอร่าฟรีที่ฮงแด บิวตี้สโตนกันเถอะ
hongdae beautystone บิวตี้สโตน ฮงแด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยและออกแบบให้คุณโดยตรง
[อ่านบทความอื่นของบิวตี้สโตนเพิ่มเติม]
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
쥬베룩 vs 쥬베룩 볼륨 ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ที่ 'ชั้นที่ฉีดเข้าไป'
Juvellook และ Juvellook Volume แม้จะมีส่วนประกอบ PDLLA เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันเพราะชั้นที่ฉีดไม่เหมือนกัน ความแตกต่างระหว่างชั้นหนังแท้กับชั้นไขมันยังให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อใช้ CureJet

ผิว
พูดตรงๆ ตอนแรกผมเองก็มองรีไวฟ์ บูกี้แบบไม่ค่อยจริงจัง
มีการบอกกันว่าผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของรีไวฟ์คือรอยช้ำ แต่เมื่อดูจากการรักษาจริงในห้องตรวจ อาการบวมจะอยู่นานกว่า สาเหตุมาจากกลีเซอรอล

ยกกระชับ
"คุณหมอคะ ได้ยินมาว่าถ้าทำ Thermage บ่อย ๆ ผิวจะบางลงเหรอคะ" — คำถามที่ได้รับเมื่อวานนี้อีกครั้ง
ความเข้าใจผิดที่ว่าการทำ Thermage ซ้ำ ๆ จะทำให้ผิวบางลง เป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ เราจะอธิบายให้เข้าใจผ่านความแตกต่างของ FLX/CPT และกลไกของ RF·HIFU

ผิว
อาการข้างเคียงของสกินบูสเตอร์·ไม่เห็นผล สาเหตุจริงที่พบได้บ่อยที่สุดในห้องตรวจ
สาเหตุที่แท้จริงของผลข้างเคียงและการไม่ได้ผลของสกินบูสเตอร์ ใบหน้ามีโครงสร้าง 4 ชั้น และถ้าใช้สกินบูสเตอร์กับความหย่อนคล้อยที่ชั้นผิวด้านนอกซึ่งแก้ไม่ได้ ก็จะไม่เห็นผล เราจะอธิบายเคสที่ไม่ตรงกับปัญหาที่พบในห้องตรวจให้เข้าใจอย่างชัดเจน

กำจัดขน
อเล็กซานไดรต์ vs เอ็นดี:YAG แบบไหนเหมาะกว่ากันตามความยาวคลื่น ความลึก และแต่ละบริเวณ
เปรียบเทียบความแตกต่างของเลเซอร์อเล็กซานไดรต์และเลเซอร์ Nd:YAG ในด้านความยาวคลื่น ความลึก และข้อบ่งใช้จากมุมมองทางคลินิก พร้อมสรุปว่าบริเวณใดเหมาะกับเครื่องใดมากกว่า รวมถึงความแตกต่างระหว่างสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องเดียวกับที่เลือกใช้หลายเครื่อง

กิจกรรมทางวิชาการ
จากประสบการณ์การรักษามา 10 ปี สถานที่ที่ผู้จัดการเป็นผู้จัดให้กับสถานที่ที่คุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้จัดให้ ผลลัพธ์แตกต่างกัน
เหตุผลที่เราดำเนินการให้คำปรึกษาโดยยึดหลักการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ครอบครัว และความแตกต่างของบทบาทระหว่างการให้คำปรึกษาโดยผู้จัดการคลินิกกับการตรวจรักษาโดยแพทย์ ขออธิบายผ่านตัวอย่างจากห้องตรวจ



![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
