• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผล Ulthera เริ่มเมื่อไหร่ อยู่นานแค่ไหน

ผล Ulthera เริ่มเมื่อไหร่ อยู่นานแค่ไหน

ผล Ulthera เริ่มเมื่อไหร่ อยู่นานแค่ไหน

สรุปผล Ulthera ว่าเริ่มเห็นเมื่อไหร่ อยู่นานแค่ไหน ตามเกณฑ์ 90 วันและ 6 เดือน พร้อมจุดสังเกตค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

หลายคนมักจะเผลอใช้ปลายนิ้วยกกระชับแนวคางที่หน้ากระจกเบาๆ แต่พอปล่อยมือปุ๊บก็กลับมาคล้อยเหมือนเดิมทันที จนต้องรีบเปิดอินเทอร์เน็ตหาข้อมูลกันใช่ไหมคะ? แต่ข้อมูลที่เจอกลับแบ่งออกเป็นสองเสียงอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งรีวิวว่า "ทำครั้งเดียวเห็นผลทันที" ในขณะที่อีกฝั่งกลับบอกว่า "ทำแล้วก็งั้นๆ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลย"

 

หากตอบแบบสั้นๆ Ulthera เป็นหัตถการที่ไม่ได้วัดผลในวันแรกที่ทำค่ะ แต่วัดผลกันที่ประมาณ 90 วันขึ้นไป เนื่องจากพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (micro-focused ultrasound) จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ร่างกายจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ค่ะ

 

ดังนั้น หากเราประเมินผลลัพธ์ในเวลาที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกมาตรงกันข้าม ทั้งที่ทำโปรแกรมเดียวกันแท้ๆ คนที่ส่องกระจกตอนสัปดาห์ที่ 2 กับคนที่ส่องกระจกตอนครบ 3 เดือน จึงเขียนรีวิวออกมาต่างกันนั่นเองค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:

  • ผลลัพธ์ของ Ulthera ในแต่ละช่วงเวลาว่าจะค่อยๆ เห็นผลชัดขึ้นอย่างไร

  • ทำไมช่วงเวลา 90 วัน และ 6 เดือน ถึงเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินผลลัพธ์

  • ปัจจัยที่ทำให้ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Ulthera ในแต่ละบุคคลแตกต่างกัน

  • ขั้นตอนการวางแผนเพื่อกำหนดวันสำหรับทำทรีตเมนต์ในรอบถัดไป



 

Ulthera ส่งพลังงานลึกไปถึงชั้นผิวไหนบ้าง?

มีความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมากในห้องให้คำปรึกษาค่ะ นั่นคือหลายคนคิดว่า Ulthera เป็นหัตถการที่ช่วยกระชับผิวแค่บริเวณชั้นผิวภายนอก (Epidermis) เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปโฟกัสที่จุดเล็กๆ จุดเดียวอย่างแม่นยำ ซึ่งจะทำให้เกิดจุดความร้อนเล็กๆ (Thermal Coagulation Points*) ใต้ผิว โดยที่ผิวชั้นนอกไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลยค่ะ

*Thermal Coagulation Point (TCP): จุดที่พลังงานคลื่นเสียงมารวมกันจนเกิดความร้อน ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวเล็กน้อย ซึ่งจุดนี้เองจะเป็นจุดเริ่มต้นในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

 

พลังงานไม่ได้รวมอยู่แค่จุดเดียว แต่จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับความลึก จากรายงานการวิจัยทางคลินิกสรุปได้ว่า การยิงจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับความลึก ได้แก่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่ความลึก 1.5 mm, ลึกลงไปอีกที่ 3.0 mm, และชั้น SMAS* ที่ความลึก 4.5 mm ซึ่งในทางศัลยกรรมตกแต่ง ชั้น 4.5 mm นี้คือชั้นผิวจริงที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ดังนั้น การที่พลังงานส่งไปถึงชั้นนี้หรือไม่ จึงเป็นตัวตัดสินว่าเราจะรู้สึกถึงความยกกระชับได้อย่างชัดเจนหรือไม่นั่นเองค่ะ

*SMAS: ชั้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่คลุมอยู่เหนือกล้ามเนื้อใบหน้า ทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างหลักที่คอยพยุงกรอบหน้าไม่ให้หย่อนคล้อยค่ะ

 

และนี่คือเหตุผลที่เรารู้สึกเห็นผลช้า ก็เพราะคอลลาเจนในชั้นผิวนี้ต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมาใหม่นั่นเองค่ะ แตกต่างจากโปรแกรมเลเซอร์ลอกผิวทั่วไปที่เน้นดูแลผิวชั้นนอก Ulthera จะไม่มีรอยแผลเปิดให้เห็นเลย วันรุ่งขึ้นหลังจากทำส่องกระจกดูจึงอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนนั่นเองค่ะ


Ulthera ส่งพลังงานลึกไปถึงชั้นผิวไหนบ้าง?



 

ผลลัพธ์ของ Ulthera เริ่มเห็นเมื่อไหร่ — ไทม์ไลน์ตั้งแต่วันแรกจนถึง 6 เดือน

คอลลาเจนไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในจุดที่ได้รับพลังงานนะคะ จากข้อมูลทางคลินิกพบว่า ระยะเวลามาตรฐานที่จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนคือประมาณ 90 วัน และผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-6 เดือน ดังนั้น หากตัดสินใจด่วนสรุปจากหน้าตัวเองในวันรุ่งขึ้นหลังทำ ก็อาจจะเร็วเกินไปนิดนึงค่ะ

 

ตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุไว้ว่า การทำเพียงครั้งเดียว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ความยกกระชับเต่งตึงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 2 ถึง 6 เดือน ค่ะ

 

แล้วทำไมตอนสัปดาห์ที่ 2 ถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงล่ะ? นั่นเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเข้าไปเติมเต็มในผิวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น จึงยังสะสมไม่มากพอที่จะแสดงออกมาให้เห็นภายนอกค่ะ แม้แต่ในผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็รายงานว่า การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในจุดความร้อน (TCP) จะเริ่มแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุดเมื่อครบ 90 วัน แม้ว่าสภาพผิวของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ข้อมูลนี้ก็ช่วยอธิบายได้ดีว่าทำไมเราถึงต้องรอคอยกันเป็นเวลาหลายเดือนค่ะ

ระยะเวลา

การเปลี่ยนแปลงใต้ชั้นผิว

ผลลัพธ์ที่สังเกตได้

วันที่ทำหัตถการ

เกิดจุดความร้อน (TCP) ใต้ผิว

มีอาการบวมและรู้สึกตึงๆ ผิว

2 สัปดาห์

เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟูผิว

ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

90 วัน (3 เดือน)

ช่วงเวลามาตรฐานในการประเมินผล

เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

6 เดือน

คอลลาเจนสะสมตัวอย่างต่อเนื่อง

ผิวหน้ายกกระชับและแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จากรายงานการวิจัยที่อ้างอิงข้างต้นสรุปว่า เมื่อครบกำหนด 90 วัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าคนไข้กว่า 92% มีผิวที่ยกกระชับขึ้นอย่างชัดเจน และผลลัพธ์นี้คงอยู่ยาวนานถึง 1 ปี ยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนความพึงพอใจของคนไข้ที่รู้สึกได้ด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นจาก 42% ในวันแรกๆ ไปเป็น 53% เมื่อครบ 360 วัน เนื่องจากเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา หากเราด่วนตัดสินผลลัพธ์ก่อนที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling*) จะเสร็จสิ้น ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นน้อยกว่าความเป็นจริงค่ะ

*Collagen Remodeling: กระบวนการที่คอลลาเจนเก่าถูกจัดระเบียบใหม่ และคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทน ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาทำงานยาวนานเป็นเดือนๆ ไม่ใช่แค่ไม่กี่วันค่ะ

ผลลัพธ์ของ Ulthera เริ่มเห็นเมื่อไหร่ — ไทม์ไลน์ตั้งแต่วันแรกจนถึง 6 เดือน


ผลลัพธ์ของ Ulthera เริ่มเห็นเมื่อไหร่ — ไทม์ไลน์ตั้งแต่วันแรกจนถึง 6 เดือน



 

ปัจจัยที่ทำให้ระยะเวลาและประสิทธิภาพของ Ulthera แตกต่างกัน

แม้ว่าคอลลาเจนจะใช้เวลาสร้างนานถึง 90 วัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะอยู่คู่กับผิวเรายาวนานกว่านั้นมากค่ะ ตามคู่มืออย่างเป็นทางการของผู้ผลิตเครื่อง Ulthera ระบุว่า บริเวณที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพ ได้แก่ คิ้ว, ใต้คาง, ลำคอ และเนินอก โดยบริเวณใบหน้าผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป ส่วนบริเวณหน้าท้องและต้นแขนผลลัพธ์จะอยู่ได้นานสูงสุด 6 เดือน ค่ะ ทั้งนี้ ระยะเวลา 1 ปี ไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพจะหมดลงทันที แต่เป็นช่วงเวลาที่ผิวจะเริ่มกลับเข้าสู่กระบวนการหย่อนคล้อยตามธรรมชาติตามวัยอีกครั้ง นั่นเองค่ะ

 

สำหรับเคสที่รู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน มักเกิดจากปัจจัยร่วมดังต่อไปนี้ค่ะ:

  • ผิวมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทำให้เหลือพื้นที่ในการดึงกระชับได้น้อย

  • น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังทำ ทำให้กรอบหน้าเดิมที่เคยยกกระชับดูเปลี่ยนไป

  • ไม่ได้ออกแบบการยิงตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ทำให้บางจุดที่จำเป็นได้รับพลังงานไม่เพียงพอ

  • ประเมินผลลัพธ์เร็วเกินไป (ก่อนครบ 90 วัน) ทำให้มองข้ามการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในรายงานวิจัยฉบับเดียวกันระบุว่า กลุ่มที่ได้รับการดีไซน์การยิงเพิ่มจำนวนไลน์ (Lines) ในระดับความลึกที่เหมาะสมและใช้พลังงานที่พอดี จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างชัดเจน ส่วนคนไข้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 หรือผิวหนังหย่อนคล้อยรุนแรง จะจัดอยู่ในกลุ่มข้อห้ามเชิงเปรียบเทียบ (relative contraindications) ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะคะ แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังอาจจะลดลง จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำค่ะ

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหัวข้อเรื่อง "จำนวนช็อต (Shots)" ถึงถูกพูดถึงบ่อยมากค่ะ สำหรับรายละเอียดการแบ่งจำนวนช็อตในแต่ละบริเวณ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ [บทความวิเคราะห์การจัดสรรจำนวนช็อต](/blog/hongdae-ulthera-600-shots) และถ้าสงสัยว่าทำไมแต่ละคลินิกถึงตั้งราคาไม่เท่ากัน สามารถศึกษาต่อได้ที่ [บทความสรุปโครงสร้างราคาและค่าบริการ](/blog/ulthera-cost-clinic-different) ค่ะ ส่วนใครที่ยังลังเลว่าปัญหาผิวของตัวเองเหมาะกับเครื่องไหน สามารถอ่าน [บทความเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Ulthera และ Shurink](/blog/shurink-vs-ulthera-which-lifting) เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้เลยค่ะ


ปัจจัยที่ทำให้ระยะเวลาและประสิทธิภาพของ Ulthera แตกต่างกัน



 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)?

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่จะแนะนำโปรแกรมใดๆ เราจะช่วยประเมินและอธิบายให้คนไข้เข้าใจก่อนเสมอค่ะว่าปัญหาความหย่อนคล้อยในปัจจุบันเริ่มต้นมาจากผิวชั้นไหน เนื่องจากเครื่อง Ulthera มีหน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์แบบเรียลไทม์ (Real-time Visualization) ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวจริงขณะยิงได้ เราจึงทำการพูดคุยเพื่อประเมินจำนวนช็อตและค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้ร่วมกับคนไข้ก่อนเริ่มทำเสมอค่ะ และด้วยความที่เราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวก เราจึงสามารถใส่ใจและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลตามตำแหน่งความหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละท่านได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนค่ะ


ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)?



 

ขั้นตอนการประเมินผลลัพธ์ของ Ulthera และการวางแผนทำครั้งถัดไป

อย่างที่อธิบายไปข้างต้นว่า เกณฑ์มาตรฐานคือ 90 วัน ดังนั้นทั้งการดูผลลัพธ์และการนัดหมายรอบถัดไปจึงยึดช่วงเวลานี้เป็นหลักค่ะ การวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยลดความกังวลใจในช่วงแรก และป้องกันการตัดสินใจที่ล่าช้าเกินไปได้ดีที่สุดค่ะ

  1. ถ่ายภาพเก็บไว้ทั้งมุมตรงและมุมข้างก่อนทำ เพราะการเปรียบเทียบด้วยความจำอาจทำให้เรามองข้ามการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ไปได้ง่ายค่ะ

  2. ช่วง 2 สัปดาห์แรก ให้สังเกตแค่เรื่องอาการบวมหรือรอยแดงเท่านั้น ช่วงนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินความยกกระชับของใบหน้าค่ะ

  3. เมื่อครบ 90 วัน ถ่ายรูปในมุมเดิมและแสงเดิมเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการวัดผลลัพธ์ค่ะ

  4. เมื่อครบ 6 เดือน ค่อยมาพิจารณาว่าจะทำรอบถัดไปเมื่อไหร่ โดยประเมินจากอัตราการหย่อนคล้อยตามธรรมชาติของผิวเพื่อกำหนดระยะห่างที่เหมาะสมค่ะ

หลังทำเสร็จ หากมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงผิวอยู่ 2-3 วัน ถือเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและแยกแยะระหว่างอาการปกติกับสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะนำให้ลองศึกษาที่ [บทความเช็กลิสต์ผลข้างเคียงและการดูแลตัวเองหลังทำ](/blog/ulthera-side-effects-checklist) เพื่อช่วยในการสังเกตอาการได้ง่ายขึ้นค่ะ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือมีภาวะอักเสบในบริเวณที่จะทำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน ก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนั้นเช่นเดียวกันค่ะ

 

*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินความเหมาะสมในการรับบริการ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ


ขั้นตอนการประเมินผลลัพธ์ของ Ulthera และการวางแผนทำครั้งถัดไป



 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ผลลัพธ์ของ Ulthera เริ่มเห็นเมื่อไหร่ สามารถประเมินตอนสัปดาห์ที่ 2 เลยได้ไหม?

 

A. ยังไม่แนะนำค่ะ สัปดาห์ที่ 2 ถือว่าเร็วเกินไปที่จะตัดสินผลลัพธ์ เนื่องจากกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ผิวจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก โดยทั่วไปความยกกระชับจะค่อยๆ แสดงผลชัดขึ้นในช่วง 2-6 เดือน และปริมาณคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นใต้ชั้นผิวจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดช่วงประมาณ 90 วันค่ะ ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 แนะนำให้สังเกตแค่ว่าอาการบวมและรอยแดงลดลงตามปกติหรือไม่ก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

Q. ทำ Ulthera เพื่อแก้ปัญหาแก้มและเหนียงหย่อนคล้อย แต่ทำไมรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน ควรเช็กจากอะไรดี?

 

A. เริ่มต้นด้วยการนำรูปก่อนทำและรูปหลังทำครบ 90 วันในมุมเดียวกันมาเปรียบเทียบกันก่อนค่ะ จากนั้นให้ตรวจสอบ 3 ข้อนี้: ① จำนวนช็อตที่ใช้และบริเวณที่ยิงเน้นบริเวณกรอบหน้าจริงหรือไม่, ② ปัญหาความหย่อนคล้อยเกิดจากชั้น SMAS* (ลึก 4.5 mm) จริงไหม, และ ③ ระยะเวลาที่ประเมินผลเกิน 90 วันแล้วหรือยัง การตรวจสอบสามข้อนี้จะช่วยให้ทราบได้ชัดเจนค่ะว่าเกิดจากขั้นตอนการออกแบบการรักษา หรือเป็นเพียงเพราะเราประเมินผลเร็วเกินไป

 

Q. ได้ยินมาว่าผลลัพธ์ของ Ulthera อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี แบบนี้จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำทุกปีไหม?

 

A. ไม่จำเป็นต้องทำเป็นตารางฟิกซ์ตายตัวทุกปีค่ะ แม้ว่าคู่มือผู้ผลิตจะระบุว่าผลลัพธ์บนใบหน้าจะอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป แต่เนื่องจากอัตราความหย่อนคล้อยและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวอีกครั้งตอนครบ 6 เดือนค่ะ หากผิวของคุณยังคงกระชับดีและหย่อนคล้อยช้า ก็สามารถยืดระยะเวลาออกไปได้อีก แต่หากมีปัจจัยเช่นน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงมาก ก็อาจพิจารณาทำเร็วขึ้นได้ตามความเหมาะสมค่ะ

 

Q. เป็นคนแก้มตอบและเนื้อแก้มค่อนข้างน้อย แต่มีปัญหาเหนียงใต้คางหย่อนคล้อย แบบนี้ทำ Ulthera จะช่วยได้ไหม?

 

A. ทำได้แน่นอนค่ะ แต่เป็นเคสที่ต้องอาศัยการออกแบบการยิงที่ละเอียดและแม่นยำสูงมาก เนื่องจากใต้คางและลำคอเป็นบริเวณที่เครื่อง Ulthera ได้รับการรับรองประสิทธิภาพอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว แต่สำหรับคนแก้มตอบ หากใช้พลังงานสูงในจุดที่มีไขมันน้อยเกินไป อาจทำให้แก้มดูตอบลงกว่าเดิมได้ แพทย์จึงต้องแบ่งสัดส่วนการยิงอย่างรอบคอบว่าจะเน้นที่บริเวณเหนียงใต้คางหรือแนวขากรรไกรในระดับความลึกเท่าใด สำหรับคนแก้มตอบ การปรับระดับความลึกและจุดที่ยิงให้ตรงจุดจะปลอดภัยและได้ผลดีกว่าการเน้นเพิ่มจำนวนช็อตค่ะ ซึ่งที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะมีการพูดคุยและวิเคราะห์สัดส่วนนี้ให้คนไข้ฟังอย่างละเอียดก่อนทำทุกครั้งค่ะ



 

บทความที่เกี่ยวข้องน่าอ่าน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1