• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Saxenda vs Mounjaro จริงๆ แล้ว Mounjaro ชนะขาด

Saxenda vs Mounjaro จริงๆ แล้ว Mounjaro ชนะขาด

Saxenda vs Mounjaro จริงๆ แล้ว Mounjaro ชนะขาด

ลังเลฉีดลดน้ำหนัก? Mounjaro vs Saxenda เทียบความต่าง ผลลัพธ์ ผลข้างเคียง โดยแพทย์ผิวหนังฮงแดเอง

Saxenda vs Mounjaro จริงๆ แล้ว Mounjaro ชนะขาดลอยครับ

สวัสดีครับ ผม หมอวี ยองจิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Beautystone สาขาโซลแดครับ









"ตอนนี้ฉีด Saxenda อยู่ แต่ได้ยินว่า Mounjaro ดีกว่า ควรเปลี่ยนดีไหมคะ?"









เนื่องจากมีการพูดถึงเรื่องนี้เยอะมากในทีวีและโซเชียลมีเดีย หลายคนเลยเลือกใช้โดยที่ยังไม่รู้ความแตกต่างที่แท้จริงของทั้งสองตัวอย่างแน่ชัดเลยครับ










 

1. Saxenda vs Mounjaro จริงๆ แล้ว Mounjaro ชนะขาดลอยครับ









หลายคนอาจจะคิดว่า 'มันก็เป็นยาฉีดลดน้ำหนักเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?'

 

แต่ถ้าดูที่กลไกการทำงานแล้ว Mounjaro ชนะขาดลอยครับ...

Saxenda - ออกฤทธิ์แบบ GLP-1 > ช่วยให้ไม่รู้สึกหิว

Mounjaro - ออกฤทธิ์แบบ GLP-1 + GIP ช่วยคุมความหิวและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด









การที่ยาออกฤทธิ์ไปถึง GIP ด้วยเนี่ย มันต่างกันยังไง? บอกเลยว่ามันต่างกันเยอะกว่าที่คิดมากครับ

เพราะมันช่วยปรับปรุงการตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin sensitivity) ด้วยนั่นเอง

 

---

 

**📌 FAQ**

 

**Q. Mounjaro ไม่ใช่ยารักษาเบาหวานเหรอคะ?**

เดิมทีตัวยานี้ได้รับการอนุมัติให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ครับ แต่เนื่องจากผลการทดสอบทางคลินิกพบว่าช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคอ้วนด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว Saxenda เองก็เริ่มต้นจากการเป็นยารักษาโรคเบาหวานเช่นกันครับ

 

**Q. Saxenda เป็นยาเก่าแล้ว ประสิทธิภาพจะลดลงหรือเปล่าคะ?**

ถึงจะเป็นยาที่ออกมาก่อน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผลนะครับ Saxenda เป็นยาที่ผ่านการรับรองและมีข้อมูลทางคลินิกรองรับอย่างเพียงพอ เพียงแต่ Mounjaro เป็นยาที่ค่อนข้างใหม่กว่า จึงมีกลเพิ่มกลไกการออกฤทธิ์ที่หลากหลายขึ้นครับ

 

**Q. ทั้งสองตัวต้องฉีดทุกวันไหมคะ?**

Saxenda ต้องฉีดด้วยตัวเองวันละ 1 ครั้ง ส่วน Mounjaro ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งครับ ความถี่ในการฉีดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาตอนเลือกใช้นะครับ

 

---

 

2. แล้วผลลัพธ์ในการลดน้ำหนัก จริงๆ แล้วต่างกันแค่ไหนนะ?

 

นี่คงเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดใช่ไหมครับ

 

หากเปรียบเทียบตามรายงานการศึกษาทางคลินิก Mounjaro มีแนวโน้มที่จะทำให้น้ำหนักลดลงได้มากกว่า Saxenda อย่างเห็นได้ชัดครับ









ในรายของ Saxenda มีรายงานว่าน้ำหนักลดลงเฉลี่ยประมาณ 5-8% จากการทดสอบทางคลินิกกลุ่มใหญ่

ขณะที่ Mounjaro มีบางการศึกษาเผยว่าสามารถลดน้ำหนักได้สูงสุดถึง 15-20% เลยทีเดียวครับ

 

แน่นอนว่า **ผลลัพธ์นี้จะแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกิน, โรคประจำตัว และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลครับ**


ถึงแม้ Mounjaro จะชนะขาดลอย แต่...

ถ้าคนไข้มีอาการแพ้ง่าย หรือมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารที่รุนแรง

ก็จะไม่สามารถใช้ยานี้ได้ครับ

 

ในแง่ของผลข้างเคียง ยาทั้งสองชนิดอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาหารไม่ย่อยได้ในช่วงแรกๆ ครับ

ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถบรรเทาลงได้โดยการค่อยๆ ปรับเพิ่มขนาดยาอย่างช้าๆ ครับ

 

---

 

**📌 FAQ**

 

**Q. ถ้า Mounjaro เห็นผลแรงกว่า ผลข้างเคียงจะรุนแรงกว่าด้วยไหมคะ?**

เนื่องจากยามีกลไกการออกฤทธิ์แบบสองปัจจัย บางท่านอาจจะรู้สึกว่ามีอาการข้างเคียงเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารในระดับที่พอๆ กัน หรือมากกว่าเล็กน้อยในช่วงแรกครับ ดังนั้นเราจึงเริ่มเริ่มจากขนาดยาต่ำๆ แล้วค่อยปรับขึ้นทีละนิดครับ

 

**Q. ได้ยินว่า Mounjaro ราคาค่อนข้างสูง แล้วรับประกันผลลัพธ์ไหมคะ?**

ไม่มียาตัวไหนที่รับประกันผลลัพธ์ได้ 100% หรอกครับ แต่ในทางคลินิก ยาตัวนี้มีกลไกที่ออกฤทธิ์แรงกว่าจริงครับ แทนที่จะมองเรื่องราคาเปรียบเทียบกับความคุ้มค่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกยาที่เหมาะกับสภาพร่างกายของเราดีกว่าครับ

 

**Q. พอน้ำหนักลดแล้ว ถ้าหยุดยาจะกลับมาอ้วนอีกไหมคะ?**

ยาทั้งสองตัวนี้หากหยุดยาแล้ว ความอยากอาหารเดิมจะกลับมา ทำให้น้ำหนักมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นได้ครับ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่จะไม่พึ่งยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วยครับ

 

---

 

3. ยาที่แพงที่สุดอาจไม่ใช่ยาที่ดีที่สุดเสมอไป – การเลือกสิ่งที่ "ใช่" สำหรับคุณคือสิ่งสำคัญที่สุด

 

ถึงแม้ Mounjaro จะเป็นยาที่ทรงประสิทธิภาพกว่า แต่ไม่ได้แปลว่า Mounjaro จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคนเสมอไปนะครับ

 

ลองพิจารณาจากเกณฑ์ด้านล่างนี้ดูได้เลยครับ

 

<strong>Saxenda</strong>

<strong>Mounjaro</strong>

กลไกการออกฤทธิ์

GLP-1 เดี่ยว

GLP-1 + GIP แบบคู่

วิธีการใช้

ฉีดเองทุกวัน

ฉีดเองสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

อัตราการลดน้ำหนัก

ค่อยเป็นค่อยไป

ลดลงค่อนข้างเร็วและมากกว่า

ค่าใช้จ่าย

ค่อนข้างย่อมเยา

ค่อนข้างสูง

ผู้ที่เหมาะสม

ผู้ที่เริ่มต้นใช้ครั้งแรก, ผู้ที่กังวลเรื่องงบประมาณ

ผู้ที่เคยใช้ Saxenda แล้วไม่เห็นผล, ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

 

Saxenda

Mounjaro

กลไกการออกฤทธิ์

GLP-1 เดี่ยว

GLP-1 + GIP

วิธีการใช้

ฉีดเองทุกวัน

ฉีดเองสัปดาห์ละ 1 ครั้ง Cell 2-3

อัตราการลดน้ำหนัก

ค่อยเป็นค่อยไป

ลดลงค่อนข้างเร็วและมากกว่า

ค่าใช้จ่าย

ค่อนข้างย่อมเยา

ค่อนข้างสูง

 

โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ หรือมีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและสั่งจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้นนะครับ

ไม่แนะนำให้หาซื้อยาเองตามอินเทอร์เน็ตหรือปรับขนาดโดสยาตามใจชอบเด็ดขาดครับ

 

---

 

**📌 FAQ**

 

**Q. ใช้ Saxenda แล้วไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Mounjaro จะต่างไปไหมคะ?**

มีหลายเคสที่ใช้ Saxenda แล้วไม่ค่อยเห็นผล แต่พอเปลี่ยนมาเป็น Mounjaro แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นชัดเจนครับ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วย แนะนำให้เข้ามาปรึกษาก่อนตัดสินใจดีที่สุดครับ

 

**Q. ยาจำพวกนี้สามารถรับการสั่งจ่ายจากคลินิกผิวหนังได้ไหมคะ?**

ใช่ครับ ถูกต้องเลย ปากกาฉีดลดน้ำหนักสามารถรับการสั่งจ่ายได้ที่คลินิกผิวหนังเช่นกันครับ ข้อดีของการปรึกษาที่คลินิกผิวหนังคือ คุณหมอสามารถประเมินการดูแลรูปร่างควบคู่ไปกับการดูแลความยืดหยุ่นของผิวพรรณร่วมกันได้ดีเลยครับ

 

**Q. ต้องฉีดนานแค่ไหนคะ? มีกำหนดระยะเวลาตายตัวไหม?**

ไม่มีระยะเวลาที่กำหนดตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้บรรลุเป้าหมายน้ำหนักที่ต้องการและอยากจะคงสภาพไว้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่เราแนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ครับ

 

---

 

## บทสรุป

 

แทนที่จะถามว่า Mounjaro หรือ Saxenda อันไหนดีกว่ากัน คำถามที่สำคัญกว่านั้นก็คือ "อันไหนที่เหมาะกับร่างกายของฉันที่สุด" ครับ

 

เพราะต่อให้เป็นยาชนิดเดียวกัน แต่อาจจะใช้ได้ผลดีกับคนหนึ่ง แต่กับอีกคนอาจจะไม่เห็นผลก็ได้ครับ

 

การได้พูดคุยปรึกษากับหมอโดยตรงเกี่ยวกับน้ำหนักปัจจุบัน สภาพร่างกาย และรูปแบบการดำเนินชีวิต จะช่วยให้ดีไซน์ตัวเลือกที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดได้ครับ

 

สามารถแวะมารับคำปรึกษาฟรีได้ที่ Beautystone คลินิกผิวหนัง สาขาฮงแด นะครับ

 

---🔗 บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

 

`Mounjaro vs Saxenda`, `เปรียบเทียบยาฉีดลดน้ำหนัก`, `ผลลัพธ์ Mounjaro`, `ข้อแตกต่าง Saxenda Mounjaro`, `ลดน้ำหนักคลินิกผิวหนังฮงแด`, `แนะนำยาฉีดลดความอ้วน`, `ผลข้างเคียง Mounjaro`

 

---

ปรึกษาผ่านช่องทาง KakaoTalk

หากคุณสงสัยว่าการรักษานี้เหมาะกับคุณหรือไม่ คุณหมอจะเข้ามาดูแลและตอบคำถามด้วยตัวเองครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1