หลังคลอดหน้าหย่อน อยากทำ Ultherapy (HIFU) แต่ยังให้นม ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี ดูแนวทางและความปลอดภัยกัน
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เคยไหมคะ หลังคลอดพอส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน แก้มเริ่มหย่อนลงมานิดหน่อย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนกังวลใจ และบางทีก็บั่นทอนความมั่นใจอยู่ไม่น้อย
พอเห็นแบบนี้ หลายคนก็เริ่มมองหาตัวช่วยอย่าง Ultherapy ที่เป็นการยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นเสียง แต่คำถามที่ตามมาคือ ยังให้นมลูกอยู่แบบนี้ จะทำได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วคำตอบไม่ได้ตอบง่าย ๆ ว่าได้หรือไม่ได้
บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่าทำไมหลังคลอดหน้าถึงดูหย่อน Ultherapy ทำงานยังไง ช่วงให้นมควรเริ่มเมื่อไหร่ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลให้ค่ะ
ทำไมหลังคลอดหน้าถึงดูหย่อน?
ช่วงตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิวด้วย ทำให้ผิวสูญเสียความกระชับ และรู้สึกว่าหน้าดูตกลงกว่าเดิม
พอบวกกับการอดนอน ความเหนื่อยจากการเลี้ยงลูก และน้ำหนักที่ขึ้นลงเร็ว ก็ยิ่งทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้าลง จึงไม่แปลกที่กระจกจะสะท้อนภาพที่ต่างจากเมื่อก่อน
แต่ข่าวดีคือ ความหย่อนคล้อยที่มาจากการตั้งครรภ์ มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองได้บางส่วน เมื่อร่างกายและฮอร์โมนกลับเข้าที่ในช่วงหลายเดือนหลังคลอด ดังนั้นการให้เวลาผิวได้ปรับตัวก่อน ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีเหมือนกันค่ะ

Ultherapy ทำงานยังไง?
Ultherapy คือการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส หรือที่เรียกว่า HIFU (ไฮฟู) จุดเด่นคือมันไม่ได้ทำแค่ผิวชั้นบน แต่ส่งพลังงานลงไปถึงชั้นที่ลึกกว่า

พูดง่าย ๆ คือ พลังงานจะโฟกัสลงไปที่ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมยกตอนทำเฟซลิฟต์ ชั้นนี้เปรียบเหมือนโครงสร้างที่ค้ำผิวหน้าเอาไว้ เมื่อได้รับความร้อนแบบเจาะจง ก็จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ทั้งนี้ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เปลี่ยนในวันเดียว โดยทั่วไปคอลลาเจนจะค่อย ๆ สร้างต่อเนื่องราว 2-3 เดือนหลังทำ ส่วนจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ

ช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม?
ขอเริ่มจากข่าวที่ทำให้สบายใจก่อนนะคะ Ultherapy ไม่ได้เป็นการฉีดยาหรือสารเข้าสู่ร่างกาย แต่เป็นการส่งพลังงานคลื่นเสียงลงไปที่ผิวชั้นลึก จึงไม่มีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแบบที่จะส่งผ่านไปยังน้ำนมเหมือนการกินยา ตรงนี้ต่างจากหัตถการที่ใช้ยาหรือการฉีดค่ะ
ถึงอย่างนั้น แพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังแนะนำให้รอก่อน ไม่ใช่เพราะมีอันตรายที่พิสูจน์ชัด แต่เพราะข้อมูลงานวิจัยในกลุ่มคนตั้งครรภ์และให้นมยังมีจำกัด การเลื่อนหัตถการความงามที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อน จนกว่าร่างกายและฮอร์โมนหลังคลอดจะเข้าที่ จึงเป็นแนวทางที่ระมัดระวังกว่า
ผิวและเนื้อเยื่อในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงจริง และความเข้าใจเรื่องนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการศึกษา (งานวิจัยเรื่องการดูแลผิวช่วงให้นม) สรุปสั้น ๆ เรื่องช่วงเวลาคือ อย่าตัดสินใจเองนะคะ ควรบอกแพทย์ว่ากำลังให้นมอยู่ แล้วให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนนัดทำ

ใครยังไม่เหมาะ และผลข้างเคียงที่ควรรู้
เนื่องจาก Ultherapy เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ช่วงพักฟื้นจึงค่อนข้างสั้น แต่ก็เป็นการส่งความร้อนลงใต้ผิว จึงควรรู้ว่าอะไรคือเรื่องปกติและอะไรที่ต้องระวัง
โดยทั่วไปอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย รู้สึกตึงหรือเสียวผิวบ้าง ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน แต่หากมีไข้ รอยแดงลามกว้าง หรือปวดมากขึ้นในวันถัด ๆ มา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ผิวหลังคลอดอาจบอบบางกว่าปกติ การประเมินก่อนทำจึงสำคัญมากค่ะ
กลุ่มที่ควรเลื่อนออกไปก่อน หรือต้องให้แพทย์ประเมินเป็นพิเศษ ได้แก่
กำลังตั้งครรภ์
ให้นมอยู่ และยังไม่ได้ปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลา
มีไหมเมทัลหรือวัสดุฝังบริเวณใบหน้า
มีการติดเชื้อหรืออักเสบรุนแรงบริเวณที่จะทำ
ทั้งนี้มีงานวิจัยที่ศึกษาเรื่องความปลอดภัยของการยกกระชับด้วยคลื่นเสียงอย่างต่อเนื่อง (งานวิจัยเรื่องการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์)
ราคาและการปรึกษา
ราคาของ Ultherapy จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ เนื่องจากเป็นหัตถการความงามที่ไม่ครอบคลุมโดยประกัน คลินิกส่วนใหญ่จึงคิดราคาตามจำนวนช็อตหรือตามโซนที่ทำ มากกว่าจะเป็นราคาเหมาแบบเดียว
เนื่องจากราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือสอบถามราคาปัจจุบันตอนเข้ามาปรึกษา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะกับผิวและความต้องการของแต่ละคนค่ะ
สรุป
โดยสรุป ความหย่อนคล้อยหลังคลอดเป็นเรื่องปกติที่มาจากฮอร์โมนเป็นหลัก และมักดีขึ้นเองได้บางส่วนในช่วงหลายเดือน ส่วน Ultherapy ทำงานโดยส่งความร้อนลงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏ ถึงจะไม่ได้นำสารเข้าสู่ร่างกาย แต่คำแนะนำมาตรฐานก็คือควรรอจนพ้นช่วงให้นมและร่างกายเข้าที่ก่อน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องหน้าหย่อนหลังคลอด และอยากรู้ว่าช่วงให้นมควรเริ่มเมื่อไหร่ดี แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ให้นมอยู่ ทำ Ultherapy ได้ไหม?
A. Ultherapy ใช้พลังงานคลื่นเสียง ไม่ใช่การฉีดยา จึงไม่มีการดูดซึมเข้ากระแสเลือดที่จะส่งผ่านไปยังน้ำนม แต่แพทย์ส่วนใหญ่ยังแนะนำให้รอ เพราะข้อมูลวิจัยในกลุ่มให้นมยังจำกัด ควรบอกแพทย์ว่ากำลังให้นม แล้วให้แพทย์ประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมให้ค่ะ
Q. หลังคลอดกี่เดือนถึงเริ่มทำ Ultherapy ได้?
A. ไม่มีกำหนดตายตัว แต่ความหย่อนหลังคลอดมักดีขึ้นเองเมื่อฮอร์โมนเข้าที่ในช่วงหลายเดือน โดยทั่วไปแนะนำให้รอจนหย่านมและร่างกายเข้าที่ก่อน เนื่องจากแต่ละคนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณค่ะ
Q. ทำ Ultherapy เจ็บไหม?
A. อาจรู้สึกอุ่นหรือเสียว ๆ ตอนพลังงานลงไปที่ชั้นลึก ซึ่งความรู้สึกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล มีตัวช่วยลดความรู้สึกได้ ผิวหลังคลอดอาจบอบบางกว่าปกติ จึงควรแจ้งแพทย์ตอนปรึกษาเพื่อปรับให้เหมาะค่ะ
Q. หน้าหย่อนหลังคลอดหายเองได้ไหม?
A. บ่อยครั้งดีขึ้นเองได้บางส่วนค่ะ ความหย่อนที่มาจากการตั้งครรภ์มักค่อย ๆ ฟื้นตัวในช่วงหลายเดือนหลังคลอด จึงควรให้เวลาผิวก่อน แล้วค่อยพิจารณาทำหัตถการหากยังรู้สึกกังวลหลังจากทุกอย่างเข้าที่แล้ว

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา InMode ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน เหนียงจุดเดียวใช้กี่หัว

กำจัดขน
ราคากำจัดขนหนวดด้วยเลเซอร์ ดูแค่ราคาต่อครั้งไม่พอ

ผิว
프락셀 효과, 각질 벗겨지고 3개월까지가 진짜 구간이에요?

ยกกระชับ
เหนียงกับกรอบหน้า ยกกระชับได้ถึงชั้นไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ปาก Juvederm: Volbella กับ Ultra ต่างกันยังไง

ผิว
포텐자 효과가 안 보인다고요? 콜라겐이 다시 차는 데 4~6주가 걸려요



