เราสรุปมาให้แล้วค่ะว่า Juvederm Volbella เป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดที่มีคุณสมบัติอย่างไร แตกต่างจากรุ่น Ultra หรือ Volift ในตระกูล Juvederm เดียวกันอย่างไรบ้าง เหมาะกับฉีดบริเวณไหน และจุดไหนที่ไม่ควรฉีด โดยวิเคราะห์จากค่าความหนืด (viscosity) ค่ะ
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เคยไหมคะ เวลาไปปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ปาก แล้วบอกไปว่า "ขอเป็น Juvederm" เหมือนกับว่าตัดสินใจครบแล้ว จริง ๆ ชื่อนี้ยังไม่ได้บอกเลยว่าปากจะออกมาทรงไหน หรืออยู่ได้นานแค่ไหน เพราะ Juvederm เป็นชื่อของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คุณสมบัติต่างกัน บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่า Volbella กับ Ultra ต่างกันตรงไหน อยู่ได้นานแค่ไหน และกรณีไหนที่ควรเลื่อนออกไปก่อนค่ะ
กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA)*: สารที่มีอยู่แล้วในผิวและริมฝีปาก ทำหน้าที่อุ้มน้ำ จึงช่วยสร้างวอลลุ่มได้
Juvederm ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียว แต่เป็นชื่อของทั้งซีรีส์
พูดง่าย ๆ ชื่อบนกล่องบอกแค่ว่าใครผลิต ไม่ได้บอกว่าเจลจะทำงานยังไง ภายใต้ชื่อนี้มีผลิตภัณฑ์หลายตัวที่คุณสมบัติต่างกัน สองตัวที่ถูกพูดถึงบ่อยเรื่องปากคือ Volbella กับ Juvederm Ultra
บทวิเคราะห์ทางคลินิกที่ศึกษา Volbella สรุปไว้ว่า ความเข้มข้นของกรดไฮยาลูโรนิกอยู่ที่ 15 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งถือว่าต่ำ และมีการผสมสายสั้นกับสายยาวเข้าด้วยกัน ทำให้ประสิทธิภาพการเชื่อมขวางสูงกว่า Juvederm Ultra ที่ใช้สายยาวอย่างเดียว ความเข้มข้นที่ต่ำกว่าแปลว่าเจลดึงน้ำเข้ามาน้อยกว่า ส่วนโครงสร้างแบบผสมสายทำให้เจลกระจายตัวนุ่มนวลในเนื้อเยื่อ แทนที่จะคงขอบชัด
การเชื่อมขวาง (Cross-linking)*: ขั้นตอนทางเคมีที่มัดสายกรดไฮยาลูโรนิกเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจลอยู่รวมกันแทนที่จะกระจายหายไปเร็ว
เทียบง่าย ๆ เจลที่กระจายตัวนุ่มเหมาะกับขอบปากบาง แต่ไม่พอถ้าอยากได้ความอิ่มเป็นทรง ส่วนเจลที่ตั้งทรงก็ตรงกันข้าม ชื่อซีรีส์เดียวกัน แต่หน้าที่คนละเรื่องกันค่ะ

ริมฝีปากไม่ใช่จุดเดียว แต่แบ่งเป็น 3 โซน
พอบอกว่าอยากได้ "ปากอิ่ม ๆ" นั่นคือการบอกความรู้สึก ยังไม่ได้บอกตำแหน่ง ในทางปฏิบัติริมฝีปากแบ่งเป็น 3 โซนที่ต้องการคุณสมบัติของเจลไม่เหมือนกัน
โซน | คุณสมบัติที่ต้องการ | จุดที่การเลือกต่างกัน |
|---|---|---|
เนื้อปาก (วอลลุ่ม) | ตั้งทรงและคงรูป | เจลสายหนากว่า มักแบ่งปริมาณ 2 ครั้ง |
ขอบริมฝีปาก | บาง เรียบ ไม่สังเกตเห็น | เจลกระจายตัวนุ่ม ปริมาณน้อย |
ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบปาก | วางตื้น ใกล้ผิวชั้นบน | เจลนุ่ม บางครั้งเลื่อนไปครั้งถัดไป |
ถ้าเอาเจลที่ตั้งทรงไปวางบนขอบปากที่บาง เส้นขอบจะดูหนาขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเอาเจลที่กระจายตัวนุ่มไปวางตรงจุดที่อยากได้ความอิ่ม ก็จะได้แค่ความบวม แต่ไม่ได้ทรงอย่างที่ขอไว้ ตรงนี้แหละที่ทำให้ปากของคนเดียวกันอาจต้องใช้สองผลิตภัณฑ์แบ่งกันทำงาน
พอแบ่งผลิตภัณฑ์ ปริมาณก็แบ่งตามโซนด้วย ประโยคว่า "ฉีดปาก 1 ซีซี" จึงยังไม่ใช่แผน เพราะต้องตกลงก่อนว่าโซนไหนใช้คุณสมบัติแบบไหนและเท่าไร ซึ่งขึ้นกับความหนาของริมฝีปากเดิมและทรงที่อยากได้

ฟิลเลอร์ปาก Volbella อยู่ได้นานแค่ไหน
มาดูตัวเลขกันค่ะ บทวิเคราะห์ฉบับเดียวกันอ้างถึงงานวิจัยที่ระบุว่า ในผู้เข้าร่วม 60 คนที่ได้รับการฉีด Volbella มี 86.4% รายงานว่าริมฝีปากดีขึ้นเมื่อครบ 9 เดือน และ 56.9% ยังรายงานว่าดีขึ้นอยู่เมื่อครบ 12 เดือน
ช่องว่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือสิ่งที่อยากให้ดู พอครบ 1 ปีไม่ได้แปลว่าทุกอย่างหายหมด ยังมีคนเกินครึ่งที่รู้สึกว่าดีกว่าตอนเริ่ม คำถามที่ใช้วางแผนได้จริงจึงไม่ใช่ "อยู่ได้กี่เดือน" แต่เป็น "ควรกลับมาดูกันอีกทีเมื่อไหร่"
มีข้อควรระวังหนึ่งข้อ ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยชิ้นเดียว ไม่ใช่คำทำนายสำหรับทุกคน ปริมาณที่ฉีด โซนที่ลง และการขยับปากในชีวิตประจำวัน ล้วนทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล วันนัดครั้งถัดไปจึงควรกำหนดใหม่ทุกครั้ง

ผลข้างเคียง และกรณีที่ควรเลื่อนเวลาออกไปก่อน
ริมฝีปากตอบสนองมากกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีข้อมูลใส่ตัวเลขไว้ด้วย งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานเรื่องอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกบนใบหน้า พบอาการบวมในบริเวณร่องแก้ม 17.1% เทียบกับบริเวณอื่นซึ่งรวมริมฝีปากและรอบปากที่ 73.4% ส่วนตุ่มแข็งอยู่ที่ 2.9% เทียบกับ 32.1% ส่วนใหญ่เป็นอาการเบาและมักหายเองในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และถ้าสัปดาห์นี้มีงานสำคัญ การเลื่อนนัดก่อนจะสบายใจกว่าค่ะ
คนที่เป็นเริมที่ปากบ่อย ควรบอกไว้ตั้งแต่ตอนนัด รายงานที่รวบรวมกรณีเริมกลับมาเป็นซ้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ ประเมินความถี่ของการกลับมาเป็นซ้ำไว้ที่น้อยกว่า 1.45% และแนะนำให้ผู้ที่เคยมีประวัติเริมได้รับยาป้องกันก่อนทำหัตถการ
กรณีต่อไปนี้ ควรคุยในห้องตรวจก่อนว่าทำได้ไหมและเมื่อไหร่
เป็นเริมที่ปากซ้ำ ๆ หรือกำลังมีตุ่มขึ้นอยู่ตอนนี้
มีการอักเสบหรือการติดเชื้อที่ยังไม่หายในตำแหน่งที่จะฉีด
กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวางแผนจะมีบุตร
เคยมีอาการผิดปกติจากการฉีดฟิลเลอร์ครั้งก่อน
มีนัดสำคัญใน 1 สัปดาห์ที่รับมือกับอาการบวมได้ยาก
แม้พบได้น้อย แต่ภาวะหลอดเลือดอุดตันก็มีบันทึกไว้ เอกสารที่รวบรวมการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ระบุความถี่ที่มีรายงานไว้ที่ 0.001% ในปี 2013 และ 0.009% ในปี 2020 พร้อมอธิบายว่าเอนไซม์นี้ใช้ในภาวะดังกล่าว รวมถึงกรณีฉีดเกินและตุ่มแข็ง
ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase)*: เอนไซม์ที่ย่อยสลายกรดไฮยาลูโรนิก ใช้เมื่อจำเป็นต้องสลายฟิลเลอร์ที่ฉีดไปแล้ว
สองเรื่องนี้ต้องพูดพร้อมกัน ข้อแรกคือฟิลเลอร์กลุ่มนี้สลายกลับได้ ข้อสองคือนั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะฉีดแบบไม่คิดมาก เพราะการสลายก็เป็นหัตถการอีกอย่างและอาจส่งผลต่อเนื้อเยื่อเดิม การเริ่มจากปริมาณน้อยก่อนจึงปลอดภัยกว่า และถ้าหลังทำมีผิวซีดผิดปกติ ปวดมากขึ้น รอยแดงลามออก หรือมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ทำไมต้องเลือกโซนก่อน แล้วค่อยเลือกผลิตภัณฑ์
ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล การปรึกษาเรื่องริมฝีปากไม่เริ่มจากชื่อผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากโซนก่อนว่า วันนี้อยากเปลี่ยนเนื้อปาก ขอบปาก หรือริ้วรอยรอบปาก พอตกลงโซนได้ คุณสมบัติที่ต้องใช้ก็ตามมา แล้วผลิตภัณฑ์ค่อยมาทีหลัง
ดร.วี ยองจิน ใช้วิธีคิดแบบเดียวกันกับใบหน้าโดยรวม คือแยกความกังวลเป็นชั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยวางตัวเลือกทีละชั้น พร้อมเกณฑ์สั้น ๆ ว่าเลือกอันไหนเพราะอะไร
อีกอย่างที่ทำประจำคือจดบันทึกว่าวันนั้นโซนไหนใช้ผลิตภัณฑ์แบบใดและเท่าไร บันทึกนี้ทำให้นัดครั้งถัดไปมีประโยชน์ เพราะเห็นได้ว่าโซนไหนจางก่อน แล้วปรับการแบ่งปริมาณจากตรงนั้นต่อ คลินิกอยู่ในระยะเดินจากสถานีฮับจอง การแวะเข้ามาเช็กสั้น ๆ จึงทำได้จริง

สรุป
Juvederm เป็นชื่อซีรีส์ Volbella กับ Ultra ต่างกันที่ความเข้มข้นและโครงสร้างของสาย ริมฝีปากแบ่งเป็น 3 โซน คือเนื้อปาก ขอบปาก และริ้วรอยรอบปาก ซึ่งเข็มเดียวมักตอบไม่ครบ ส่วนความอยู่ทนก็สรุปเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ งานวิจัยที่อ้างถึงรายงานไว้ที่ 86.4% เมื่อครบ 9 เดือน และ 56.9% เมื่อครบ 12 เดือน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และการฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงที่ต้องรับรู้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังลังเลว่าจะบอกคุณหมอยังไง นอกจากประโยคว่า "ขอเป็น Juvederm" Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาผ่าน LINE แอดมาคุยได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ระหว่าง Juvederm Volbella กับ Ultra แบบไหนเหมาะกับริมฝีปากมากกว่ากันคะ?
A. พูดตามตรง ไม่ได้มีตัวไหนดีกว่ากันตายตัว แต่เหมาะกับคนละโซนมากกว่าค่ะ Volbella มีความเข้มข้นต่ำและผสมสายสั้นกับสายยาว ทำให้กระจายตัวนุ่มนวล เหมาะกับขอบปากหรือจุดตื้น ๆ ส่วน Ultra ใช้สายยาวล้วน จึงเหมาะกับการตั้งทรงมากกว่า ด้วยเหตุนี้ปากข้างเดียวกันจึงอาจต้องใช้สองผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของริมฝีปากเดิมและทรงที่ต้องการ จึงไม่มีคำตอบตายตัวล่วงหน้าค่ะ
Q. ถ้าฉีดผสมทั้ง Volbella และ Ultra ระยะเวลาที่อยู่ได้จะยึดตามตัวไหนคะ?
A. ต้องดูแยกเป็นโซนค่ะ เพราะสองผลิตภัณฑ์นี้มีโครงสร้างสายและความเข้มข้นต่างกัน ความเร็วในการสลายในปากเดียวกันจึงไม่เท่ากัน โดยเฉพาะโซนขอบปากที่ขยับบ่อยมักจางเร็วกว่าโซนเนื้อปาก ดังนั้นการบอกว่า "อยู่ได้กี่เดือน" แบบเดียวทั้งปากจึงทำได้ยาก การดูว่าโซนไหนควรเติมก่อนในนัดถัดไปจะแม่นยำกว่าค่ะ
Q. อยากได้ปากที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่กลัวจะดูเห็นชัดว่าทำมาค่ะ
A. ส่วนใหญ่ที่ดูเห็นชัดว่าทำมาไม่ได้มาจากปริมาณ แต่มาจากการเลือกผลิตภัณฑ์ผิดโซนค่ะ ถ้าเอาเจลตั้งทรงไปฉีดที่ขอบปากบาง ๆ เส้นขอบจะดูหนาขึ้น ส่วนถ้าเอาเจลกระจายตัวนุ่มไปฉีดตรงจุดที่ต้องการวอลลุ่ม ก็จะได้แค่ความบวมแต่ไม่ได้ทรง ดังนั้นแทนที่จะบอกว่า "ขอน้อย ๆ นะคะ" ลองถามว่า "โซนนี้ควรใช้เจลแบบไหน" จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าค่ะ
Q. ถ้าฉีดแล้วไม่ถูกใจ สามารถสลายออกได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก จึงมีทางเลือกในการสลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสค่ะ ตามข้อมูลมักใช้ในกรณีฉีดเกิน มีตุ่มแข็ง หรือหลอดเลือดอุดตัน ตัวเอนไซม์เองออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว แต่การสลายก็ถือเป็นหัตถการอีกอย่างที่อาจส่งผลต่อเนื้อเยื่อเดิมได้ จึงแนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อยตั้งแต่แรกดีกว่าค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ Hip dip รูปก่อน-หลัง ดูยังไงว่าสาเหตุเหมือนสะโพกเรา?

ร่างกาย
Potenza ต้องห่างกันกี่สัปดาห์ ร่นเป็น 2 สัปดาห์หรือเว้น 2 เดือนได้ไหม?

ยกกระชับ
รูปก่อน-หลัง Ulthera ควรดูรูปที่ถ่ายหลังทำกี่วันถึงเทียบได้?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา Belotero Revive 2cc ครั้งละเท่าไหร่ ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ผิว
เลเซอร์ลดเม็ดสีริมฝีปาก ปากคล้ำแบบเราจะจางลงได้ไหมนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากผู้ชาย ทำครั้งแรก หน้าผากแบบไหนถึงเหมาะ?





