ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler



Juvelook กับ filler ต่างกันยังไง?

쥬베룩이랑 필러는 뭐가 다른 거예요?

เวลาคุยปรึกษาผิวหนัง มักจะได้ยินว่า "ตรงนี้ควรเติม filler ตรงนี้ควรทำ collagen booster น่าจะดี" พอมีชื่ออย่าง Juvelook, Ensia, PRP โผล่มาพร้อมกันก็ยิ่งทำให้ในหัวสับสนว่า "มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?" แต่จริง ๆ กลไกการออกฤทธิ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง



สรุปสั้น ๆ. filler คือหัตถการแบบ "เติมช่องว่าง" ส่วน collagen booster คือหัตถการแบบ "กระตุ้นให้ผิวเราสร้างคอลลาเจนเอง" ใช้บริเวณเดียวกันได้ แต่ผลลัพธ์คนละแนว

filler เห็นผลทันที ส่วน booster ค่อย ๆ มา

filler มักจะฉีดสารอย่าง hyaluronic acid* เข้าไปในผิวโดยตรงเพื่อเติมให้บริเวณนั้นดูเต็มขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จ ร่องลึกดูตื้นขึ้นและโครงหน้าดูเต็มขึ้นเล็กน้อยแบบเห็นได้เลย

hyaluronic acid: เป็นสารอุ้มน้ำที่มีอยู่ในร่างกายของเราด้วย เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ

ในทางกลับกัน collagen booster ไม่ได้เติมให้เต็มโดยตรง แต่ใช้สารอย่าง PDLLA* ไปกระตุ้นอย่างช้า ๆ ภายในผิว ให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนเอง ดังนั้นหลังทำทันทีจึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงหนึ่งถึงสองเดือน

PDLLA: เป็นสารกลุ่มกรดแลกติกที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ใช้ในหัตถการ collagen booster อย่าง Juvelook ด้วย

필러는 즉시, 부스터는 천천히

ตรงไหนเหมาะกับอะไร

filler เหมาะกับจุดที่ต้องการเพิ่มวอลุ่ม เช่น ร่องแก้ม เส้นมาริโอเน็ต หรือใต้ตาที่มีร่องหรือเงาชัดเจน เป็นตัวเลือกที่ใช้เมื่ออยากให้ผลลัพธ์เห็นทันทีในบริเวณที่ต้องการ "เติม" ให้ชัดเจน

collagen booster เหมาะกับบริเวณที่ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวโดยรวมลดลง มากกว่าจุดที่ต้องการเพิ่มวอลุ่มเฉพาะที่ เช่น บริเวณโหนกแก้มด้านบน หน้าผาก หรือขมับ ที่รู้สึกเหมือนผิวแฟบลงเล็กน้อยทั่ว ๆ กัน หรืออยากยกระดับสภาพผิวโดยรวม เช่น รูขุมขนหรือริ้วรอยตื้น ๆ

ถ้าให้สรุปแบบรู้สึกได้คือ ถ้ามองใกล้กระจกแล้วมี "เส้น" ชัด ๆ ที่รบกวนสายตา ให้คิดถึง filler แต่ถ้ามองไกล ๆ แล้วรู้สึกว่า "ทั้งผิวดูไม่ค่อยคม/ไม่ฟู" ให้คิดถึง booster ถ้ามีทั้งสองอย่างพร้อมกัน พยายามแก้ด้วยหัตถการเดียวอาจไม่ทำให้พอใจทั้งสองด้าน การแยกให้ได้ว่าผิวคุณต้องการทั้งคู่ หรือแค่ด้านใดด้านหนึ่ง จะช่วยทั้งเรื่องงบประมาณและผลลัพธ์

어디에 어떤 게 맞을까

บางทีก็ใช้ร่วมกันในจุดเดียวกันได้

มีคอมบิเนชันที่เจอบ่อยในการปรึกษา เช่น เติม filler ที่ร่องแก้ม แล้วใช้ collagen booster บริเวณโหนกแก้มบนหรือด้านข้างร่วมกัน เติมเงาที่เห็นชัดด้วย filler แบบทันที แล้วใช้ booster ช่วยทำให้ผิวรอบ ๆ หนาขึ้น จึงทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แต่ถ้าใช้สองอย่างในบริเวณเดียวกันพร้อมกัน ภาระต่อผิวจะมากขึ้น โดยทั่วไปจึงมักแบ่งทำคนละช่วงเวลา แทนที่จะทำพร้อมกันในครั้งเดียว การดูการฟื้นตัวของหัตถการแรกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจทำหัตถการถัดไป จะปลอดภัยกว่า

같은 자리에 같이 쓰기도 해

PRP, Ensia, Juvelook ก็ไม่เหมือนกันอีก

แม้อยู่ในกลุ่ม collagen booster เหมือนกัน แต่ก็มีหลายชนิด Juvelook หรือ Sculptra เป็นกลุ่ม PDLLA, Ensia เป็นกลุ่ม PCL* และ PRP* ที่ใช้เลือดของตัวเองเจาะออกมาแล้วนำมาแยกให้เข้มข้นก่อนฉีดกลับเข้าไป

PCL: เป็น booster ที่มีส่วนผสมของ caprolactone โดยทั่วไปผลลัพธ์มักอยู่ได้นานกว่ากลุ่ม PDLLA

PRP: เป็นหัตถการที่เจาะเลือดของตัวเอง แล้วแยกเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นก่อนนำกลับมาฉีดที่ผิวอีกครั้ง

แต่ละผลิตภัณฑ์มีความเร็วในการสลาย ระดับการกระตุ้น และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินจากความหนาและสภาพผิวของคุณก่อนว่าอะไรเหมาะกว่า อย่าเลือกเพราะ "กำลังฮิต" อย่างเดียว จะปลอดภัยกว่า

PRP, 엔시아, 쥬베룩은 또 다 달라

สิ่งที่ควรสรุปไว้ก่อนทำ

ถ้าจัดไว้ล่วงหน้าแค่สามข้อ การปรึกษาจะง่ายขึ้น ข้อแรก ตอนนี้สิ่งที่รบกวนที่สุดคือ "ร่องลึกเฉพาะจุด" หรือ "ความแบน/ยุบโดยรวม" ถ้าเป็นร่องชัดเจน filler จะเหมาะกว่า แต่ถ้าเป็นภาพรวมของผิว booster จะเหมาะกว่า

ข้อสอง แยกให้ได้ว่าจุดไหนอยากเห็นการเปลี่ยนทันที และจุดไหนยอมรอให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ ถ้ามีงานหรืออีเวนต์ใกล้ ๆ filler ที่เห็นผลไวอาจใช้งานได้จริงมากกว่า

ข้อสาม collagen booster อาจไม่จบในครั้งเดียว โดยมากต้องทำ 2-3 ครั้งห่างกันประมาณ 1-2 เดือน ดังนั้นควรวางแผนเรื่องตารางเวลาและค่าใช้จ่ายไว้ก่อน

หลังทำ booster แล้ว ในช่วงไม่กี่วันแรกอาจมีบวมเล็กน้อยหรือคลำได้ก้อนนูนบาง ๆ ซึ่งโดยมากเป็นปฏิกิริยาปกติและจะค่อย ๆ ยุบลง แต่ถ้าบวมเกินหนึ่งสัปดาห์ หรือรู้สึกว่ามีด้านใดด้านหนึ่งแข็งผิดปกติ ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจซ้ำ อย่าพยายามนวดเองเพื่อให้ยุบ เพราะอาจทำให้รูปทรงผลลัพธ์ดูไม่สวยได้ การไม่จับหรือกดเองจะปลอดภัยกว่า

อีกอย่างหนึ่ง booster เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เห็นผล ดังนั้นหลังทำทันทีแล้วรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยนเลย" เป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ผิวจะดูสว่างขึ้นเล็กน้อย และประมาณ 1-2 เดือนต่อมาผิวทั้งหน้าจะดูเรียบเนียนขึ้น ถ้าเทียบรูปหลังทำทันที กับรูปตอน 1 เดือนและ 2 เดือนในสภาพแสงเดียวกัน จะเห็นความต่างได้ชัด

คำถามที่พบบ่อย

Q1. collagen booster อยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่หัตถการที่เติมให้เต็มโดยตรง แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลจึงค่อย ๆ จางลงแบบเป็นธรรมชาติ

Q2. ทำ booster กับ filler วันเดียวกันได้ไหม?

A. ถ้าคนละบริเวณบางครั้งก็ทำได้ แต่โดยทั่วไปไม่ค่อยแนะนำ เพราะการกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้ฟื้นตัวนานขึ้น

Q3. PRP นับเป็น booster ไหม?

A. ถ้ามองในความหมายกว้างก็เป็นหัตถการที่กระตุ้นคอลลาเจนคล้ายกัน แต่จุดต่างคือไม่ได้ใส่สารจากภายนอกเข้าไป ใช้เลือดของตัวเองมาช่วย จึงมีลักษณะการออกฤทธิ์ต่างจาก booster อื่น ๆ อยู่บ้าง และผลลัพธ์มักนุ่มนวลกว่า



Juvelook กับ filler ต่างกันยังไง?

쥬베룩이랑 필러는 뭐가 다른 거예요?

เวลาคุยปรึกษาผิวหนัง มักจะได้ยินว่า "ตรงนี้ควรเติม filler ตรงนี้ควรทำ collagen booster น่าจะดี" พอมีชื่ออย่าง Juvelook, Ensia, PRP โผล่มาพร้อมกันก็ยิ่งทำให้ในหัวสับสนว่า "มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?" แต่จริง ๆ กลไกการออกฤทธิ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง



สรุปสั้น ๆ. filler คือหัตถการแบบ "เติมช่องว่าง" ส่วน collagen booster คือหัตถการแบบ "กระตุ้นให้ผิวเราสร้างคอลลาเจนเอง" ใช้บริเวณเดียวกันได้ แต่ผลลัพธ์คนละแนว

filler เห็นผลทันที ส่วน booster ค่อย ๆ มา

filler มักจะฉีดสารอย่าง hyaluronic acid* เข้าไปในผิวโดยตรงเพื่อเติมให้บริเวณนั้นดูเต็มขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จ ร่องลึกดูตื้นขึ้นและโครงหน้าดูเต็มขึ้นเล็กน้อยแบบเห็นได้เลย

hyaluronic acid: เป็นสารอุ้มน้ำที่มีอยู่ในร่างกายของเราด้วย เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ

ในทางกลับกัน collagen booster ไม่ได้เติมให้เต็มโดยตรง แต่ใช้สารอย่าง PDLLA* ไปกระตุ้นอย่างช้า ๆ ภายในผิว ให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนเอง ดังนั้นหลังทำทันทีจึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงหนึ่งถึงสองเดือน

PDLLA: เป็นสารกลุ่มกรดแลกติกที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ใช้ในหัตถการ collagen booster อย่าง Juvelook ด้วย

필러는 즉시, 부스터는 천천히

ตรงไหนเหมาะกับอะไร

filler เหมาะกับจุดที่ต้องการเพิ่มวอลุ่ม เช่น ร่องแก้ม เส้นมาริโอเน็ต หรือใต้ตาที่มีร่องหรือเงาชัดเจน เป็นตัวเลือกที่ใช้เมื่ออยากให้ผลลัพธ์เห็นทันทีในบริเวณที่ต้องการ "เติม" ให้ชัดเจน

collagen booster เหมาะกับบริเวณที่ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวโดยรวมลดลง มากกว่าจุดที่ต้องการเพิ่มวอลุ่มเฉพาะที่ เช่น บริเวณโหนกแก้มด้านบน หน้าผาก หรือขมับ ที่รู้สึกเหมือนผิวแฟบลงเล็กน้อยทั่ว ๆ กัน หรืออยากยกระดับสภาพผิวโดยรวม เช่น รูขุมขนหรือริ้วรอยตื้น ๆ

ถ้าให้สรุปแบบรู้สึกได้คือ ถ้ามองใกล้กระจกแล้วมี "เส้น" ชัด ๆ ที่รบกวนสายตา ให้คิดถึง filler แต่ถ้ามองไกล ๆ แล้วรู้สึกว่า "ทั้งผิวดูไม่ค่อยคม/ไม่ฟู" ให้คิดถึง booster ถ้ามีทั้งสองอย่างพร้อมกัน พยายามแก้ด้วยหัตถการเดียวอาจไม่ทำให้พอใจทั้งสองด้าน การแยกให้ได้ว่าผิวคุณต้องการทั้งคู่ หรือแค่ด้านใดด้านหนึ่ง จะช่วยทั้งเรื่องงบประมาณและผลลัพธ์

어디에 어떤 게 맞을까

บางทีก็ใช้ร่วมกันในจุดเดียวกันได้

มีคอมบิเนชันที่เจอบ่อยในการปรึกษา เช่น เติม filler ที่ร่องแก้ม แล้วใช้ collagen booster บริเวณโหนกแก้มบนหรือด้านข้างร่วมกัน เติมเงาที่เห็นชัดด้วย filler แบบทันที แล้วใช้ booster ช่วยทำให้ผิวรอบ ๆ หนาขึ้น จึงทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แต่ถ้าใช้สองอย่างในบริเวณเดียวกันพร้อมกัน ภาระต่อผิวจะมากขึ้น โดยทั่วไปจึงมักแบ่งทำคนละช่วงเวลา แทนที่จะทำพร้อมกันในครั้งเดียว การดูการฟื้นตัวของหัตถการแรกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจทำหัตถการถัดไป จะปลอดภัยกว่า

같은 자리에 같이 쓰기도 해

PRP, Ensia, Juvelook ก็ไม่เหมือนกันอีก

แม้อยู่ในกลุ่ม collagen booster เหมือนกัน แต่ก็มีหลายชนิด Juvelook หรือ Sculptra เป็นกลุ่ม PDLLA, Ensia เป็นกลุ่ม PCL* และ PRP* ที่ใช้เลือดของตัวเองเจาะออกมาแล้วนำมาแยกให้เข้มข้นก่อนฉีดกลับเข้าไป

PCL: เป็น booster ที่มีส่วนผสมของ caprolactone โดยทั่วไปผลลัพธ์มักอยู่ได้นานกว่ากลุ่ม PDLLA

PRP: เป็นหัตถการที่เจาะเลือดของตัวเอง แล้วแยกเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นก่อนนำกลับมาฉีดที่ผิวอีกครั้ง

แต่ละผลิตภัณฑ์มีความเร็วในการสลาย ระดับการกระตุ้น และช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินจากความหนาและสภาพผิวของคุณก่อนว่าอะไรเหมาะกว่า อย่าเลือกเพราะ "กำลังฮิต" อย่างเดียว จะปลอดภัยกว่า

PRP, 엔시아, 쥬베룩은 또 다 달라

สิ่งที่ควรสรุปไว้ก่อนทำ

ถ้าจัดไว้ล่วงหน้าแค่สามข้อ การปรึกษาจะง่ายขึ้น ข้อแรก ตอนนี้สิ่งที่รบกวนที่สุดคือ "ร่องลึกเฉพาะจุด" หรือ "ความแบน/ยุบโดยรวม" ถ้าเป็นร่องชัดเจน filler จะเหมาะกว่า แต่ถ้าเป็นภาพรวมของผิว booster จะเหมาะกว่า

ข้อสอง แยกให้ได้ว่าจุดไหนอยากเห็นการเปลี่ยนทันที และจุดไหนยอมรอให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ ถ้ามีงานหรืออีเวนต์ใกล้ ๆ filler ที่เห็นผลไวอาจใช้งานได้จริงมากกว่า

ข้อสาม collagen booster อาจไม่จบในครั้งเดียว โดยมากต้องทำ 2-3 ครั้งห่างกันประมาณ 1-2 เดือน ดังนั้นควรวางแผนเรื่องตารางเวลาและค่าใช้จ่ายไว้ก่อน

หลังทำ booster แล้ว ในช่วงไม่กี่วันแรกอาจมีบวมเล็กน้อยหรือคลำได้ก้อนนูนบาง ๆ ซึ่งโดยมากเป็นปฏิกิริยาปกติและจะค่อย ๆ ยุบลง แต่ถ้าบวมเกินหนึ่งสัปดาห์ หรือรู้สึกว่ามีด้านใดด้านหนึ่งแข็งผิดปกติ ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจซ้ำ อย่าพยายามนวดเองเพื่อให้ยุบ เพราะอาจทำให้รูปทรงผลลัพธ์ดูไม่สวยได้ การไม่จับหรือกดเองจะปลอดภัยกว่า

อีกอย่างหนึ่ง booster เป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เห็นผล ดังนั้นหลังทำทันทีแล้วรู้สึกว่า "ยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยนเลย" เป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไปตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ผิวจะดูสว่างขึ้นเล็กน้อย และประมาณ 1-2 เดือนต่อมาผิวทั้งหน้าจะดูเรียบเนียนขึ้น ถ้าเทียบรูปหลังทำทันที กับรูปตอน 1 เดือนและ 2 เดือนในสภาพแสงเดียวกัน จะเห็นความต่างได้ชัด

คำถามที่พบบ่อย

Q1. collagen booster อยู่ได้นานแค่ไหน?

A. แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่หัตถการที่เติมให้เต็มโดยตรง แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลจึงค่อย ๆ จางลงแบบเป็นธรรมชาติ

Q2. ทำ booster กับ filler วันเดียวกันได้ไหม?

A. ถ้าคนละบริเวณบางครั้งก็ทำได้ แต่โดยทั่วไปไม่ค่อยแนะนำ เพราะการกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้ฟื้นตัวนานขึ้น

Q3. PRP นับเป็น booster ไหม?

A. ถ้ามองในความหมายกว้างก็เป็นหัตถการที่กระตุ้นคอลลาเจนคล้ายกัน แต่จุดต่างคือไม่ได้ใส่สารจากภายนอกเข้าไป ใช้เลือดของตัวเองมาช่วย จึงมีลักษณะการออกฤทธิ์ต่างจาก booster อื่น ๆ อยู่บ้าง และผลลัพธ์มักนุ่มนวลกว่า

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1