ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ทำมากยิ่งดีไหม? 'ทำแบบอนุรักษ์นิยมดีกว่า'

ทำมากยิ่งดีไหม? 'ทำแบบอนุรักษ์นิยมดีกว่า'

ทำมากยิ่งดีไหม? 'ทำแบบอนุรักษ์นิยมดีกว่า'

แพทย์ที่บอกว่า 'แค่นี้พอแล้ว' อาจเป็นแพทย์ที่รอบคอบที่สุด วิเคราะห์ความสัมพันธ์ปริมาณการทำกับผลลัพธ์

ปริมาณการทำหัตถการยิ่งมากยิ่งดีจริงไหม? ความจริงใจของคุณหมอที่แนะนำแบบ "เซฟๆ"

시술 양은 많을수록 좋을까? 보수적으로 권하는 의사의 진심

นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องปรึกษา ฟังคุณหมออธิบายไปเรื่อยๆ บางทีก็มีช่วงที่แอบงงนิดๆ ค่ะ ที่คลินิกข้างๆ บอกว่า "ต้องทำ 3 vial นะ" แต่คุณหมอที่นี่กลับบอกว่า "2 vial ก็พอแล้ว" ก็อดคิดไม่ได้ว่า "กำลังประหยัดอยู่หรือเปล่า?" หรือ "แบบนี้ผลจะออกมาน้อยไปไหม?"

แต่จริงๆ แล้ว คุณหมอที่แนะนำให้ทำปริมาณน้อยไม่ได้แปลว่าฝีมือไม่ดีนะคะ ตรงกันข้าม อาจเป็นเพราะอยากให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ถ้ารู้ความต่างข้อนี้ เวลาคุยปรึกษาคุณจะได้ยินคำแนะนำของคุณหมอในมุมที่ต่างไป

ทำเยอะไม่ได้แปลว่าผลจะดีขึ้น

หัตถการอย่าง filler, botox, collagen booster ไม่ใช่หัตถการที่ยิ่งเพิ่มปริมาณแล้วผลยิ่งทวีคูณนะคะ มีช่วงหนึ่งที่ผลลัพธ์จะดีขึ้นตามสัดส่วน แต่พอเกินจุดนั้นไป ความไม่เป็นธรรมชาติก็จะตามมาด้วย

ถ้า filler เยอะเกินไปจะดูบวม ถ้า botox มากเกินไปสีหน้าจะดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ collagen booster ก็เหมือนกัน ถ้าใส่เยอะในครั้งเดียว การกระตุ้นจะมากและทำให้พักฟื้นนานขึ้น การทำหัตถการที่ผลลัพธ์ดีไม่ใช่การใส่เยอะ แต่คือใส่ปริมาณที่เหมาะลงในตำแหน่งที่เหมาะ

อีกเรื่องที่ควรจำคือ ในรีวิวที่เห็นคำว่า "ทำทีเดียวจบ" มักเป็นเคสที่ลงเอยอย่างน่าพอใจเท่านั้น เคสที่ทำปริมาณเท่ากันแต่จบด้วยความไม่เป็นธรรมชาติ หรือเคสที่ต้องทำหัตถการละลายออกเพิ่ม มักไม่ค่อยถูกโพสต์เป็นรีวิว เวลาคุณเข้าปรึกษาพร้อมกับคาดเดาข้อมูลครึ่งหนึ่งที่มองไม่เห็น คำแนะนำอย่างระมัดระวังของคุณหมอจะฟังดูต่างไป

"ถ้าไม่พอ ค่อยเติมเพิ่ม" คือทางที่ปลอดภัยกว่า

เวลาปรึกษา หนึ่งในคำที่ได้ยินบ่อยคือ "ลองทำเท่านี้ก่อน แล้วอีกหนึ่งเดือนถ้ายังไม่พอค่อยเติมเพิ่ม" ฟังดูเหมือนข้อเสนอที่ประสิทธิภาพไม่สูง แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสียดายได้มากที่สุด

เพราะถ้าใส่ไปเยอะในครั้งเดียวแล้วไม่ชอบ จะเอาออกยากกว่ามาก filler เอาออกได้ด้วยการสลาย แต่ก็เป็นหัตถการอีกแบบและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม botox เมื่อฉีดเข้าไปแล้วต้องรอให้ร่างกายสลายเองประมาณ 4-6 เดือน collagen booster แทบไม่สามารถเอาออกแบบตั้งใจได้เลย

부족하면 더 하자가 안전한 길

คำว่า "คลินิกข้างๆ เขาทำเยอะกว่า" มีหลุมพรางอยู่

ตอนปรึกษา บางครั้งคนไข้จะพูดว่า "ที่อื่นบอกว่าต้องทำ 3 vial" ในมุมของคุณหมอมีสองทางเลือก คือพูดว่า "งั้นเราทำ 3 vial ให้ไหม" แล้วทำตาม หรือพูดว่า "แต่คุณหมอคิดว่า 2 vial เหมาะกว่า"

แบบหลังจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยมกว่า และท้ายที่สุดก็มีแนวโน้มทำให้คนไข้พอใจมากกว่า ถ้าคุณหมอพยายามทำให้ปริมาณเท่ากับคลินิกอื่น ตัวเลขที่เหมาะกับใบหน้าของคุณเองอาจถูกกลบไป ถ้าเจอคุณหมอที่ดูใบหน้าของคุณจริงๆ ต่อให้ปริมาณดูน้อย ก็ลองเชื่อการประเมินนั้นอีกสักครั้งได้

옆 병원에선 더 많이 한대요는 함정이 있어

กับดักของราคาที่ผูกกับปริมาณ

หลายที่คิดราคาตาม 1 vial หรือ 1 syringe จนทำให้คำว่า "ยิ่งทำเยอะยิ่งแพง" ฝังอยู่ในหัว พอเป็นแบบนี้ ความคาดหวังว่า "ทำครบแล้วก็น่าจะได้ผลเท่านั้น" ก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ

แต่คุณค่าของหัตถการไม่ได้วัดที่ปริมาณนะคะ แม้จะเป็น 1 vial เหมือนกัน ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามว่าฉีดตรงไหน ลึกแค่ไหน และใช้ผลิตภัณฑ์อะไร เกณฑ์ที่แม่นกว่าคือ "ทำให้ถูกต้องแล้วดี" มากกว่ากฎที่ว่า "ทำเยอะแล้วดีกว่า"

สัญญาณของคุณหมอที่ค่อนข้างระวัง

ถ้าคุณหมอชอบพูดแบบนี้บ่อยๆ โดยมากมักเป็นคลินิกที่มองผลลัพธ์อย่างรอบคอบ: "ตรงนี้อย่าให้เยอะเกินไปนะ", "เริ่มน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยเติม", "ถ้ารวมกันแล้วปริมาณจะดูหนักเกินไป ลดลงหน่อย", "รอดูตอนทำครั้งหน้าก่อนค่อยตัดสินใจ"

ในทางกลับกัน คลินิกที่ตั้งแต่ปรึกษาครั้งแรกก็ชวนว่า "ต้องทำ 3 vial, 4 vial นะ" หรือเน้นโปรส่วนลดเมื่อทำหลายหัตถการพร้อมกัน ก็น่าคิดอีกนิด เพราะหัตถการไม่ใช่สินค้าแพ็กเกจ แต่เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้เหมาะกับสภาพใบหน้าของคุณ

อีกอย่าง ถ้าเวลาที่คุณหมอใช้จับและดูใบหน้าคุณโดยตรงสั้นลงเรื่อยๆ โอกาสที่คำแนะนำจะเป็นแพตเทิร์นทั่วไปก็ยิ่งสูงขึ้น คลินิกที่คุณหมอหยิบกระจกมาชี้ทีละจุดพร้อมอธิบาย คลินิกที่ถ่ายรูปเทียบให้ดู คลินิกที่พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า "แค่นี้ก็พอแล้ว" หรือ "อันนี้ไม่ต้องทำก็ได้" มักเป็นคลินิกที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

อีกเรื่องหนึ่ง เวลาคุณหมอบอกว่าอะไรที่บนใบหน้าคุณไม่จำเป็นต้องทำ ให้ดูน้ำหนักของคำพูดนั้นไปพร้อมกันด้วย ถ้ามองในมุมรายได้ การแนะนำให้ทำเพิ่มย่อมคุ้มกว่า แต่ถ้ามองในมุมผลลัพธ์ การบอกว่าไม่ต้องทำหัตถการที่ไม่จำเป็นเป็นเรื่องที่ยากกว่า ดังนั้นถ้ามีข้อเสนอให้ตัดบางอย่างออก นั่นเป็นสัญญาณที่น่าลองเชื่อใจคุณหมออีกครั้ง

การเริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยเติมถ้ายังไม่พอ คือทางที่ธรรมชาติที่สุด และไม่ได้เสียเปรียบเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย เมื่อคุณเข้าใจว่าตอนคุณหมอแนะนำให้ลดปริมาณ นั่นคือความรอบคอบที่ทำเพื่อคนไข้ การคุยปรึกษาก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q1. จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้ทำทีเดียวหมด ผลลัพธ์จะเหมือนกันไหม?

A. ไม่ใช่ว่าผลลัพธ์จะเหมือนกัน แต่ความเป็นธรรมชาติอาจดีกว่า ถ้าเติมเยอะในครั้งเดียว เสี่ยงจะดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าแบ่งทำ คุณจะสามารถปรับตามการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตัวเองได้

Q2. ถ้าเป็นคุณหมอที่แนะนำแบบค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ความพึงพอใจจะสูงกว่าหรือเปล่า?

A. โดยทั่วไปใช่ค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือรสนิยมด้านความงามของคุณหมอตรงกับความคาดหวังของคนไข้หรือไม่ การบอกผลลัพธ์ที่อยากได้ให้ชัด และฟังความเห็นของคุณหมอไปพร้อมกันจะดีที่สุด

Q3. ถ้าลดปริมาณการทำหัตถการ ผลก็จะลดลงตามไปด้วยไหม?

A. ปริมาณกับผลลัพธ์ไม่ได้เป็นสัดส่วนตรงกันเสมอไป ภายในปริมาณที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะออกมาดูเป็นธรรมชาติ และถ้าเกินเส้นนั้น ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะพาไปสู่ความไม่เป็นธรรมชาติได้เร็วกว่า

*ประสิทธิภาพจะเป็นทรงภูเขาค่ะ พอถึงจุดหนึ่งผลก็จะค่อยๆ ลดลง



ปริมาณการทำหัตถการยิ่งมากยิ่งดีจริงไหม? ความจริงใจของคุณหมอที่แนะนำแบบ "เซฟๆ"

시술 양은 많을수록 좋을까? 보수적으로 권하는 의사의 진심

นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องปรึกษา ฟังคุณหมออธิบายไปเรื่อยๆ บางทีก็มีช่วงที่แอบงงนิดๆ ค่ะ ที่คลินิกข้างๆ บอกว่า "ต้องทำ 3 vial นะ" แต่คุณหมอที่นี่กลับบอกว่า "2 vial ก็พอแล้ว" ก็อดคิดไม่ได้ว่า "กำลังประหยัดอยู่หรือเปล่า?" หรือ "แบบนี้ผลจะออกมาน้อยไปไหม?"

แต่จริงๆ แล้ว คุณหมอที่แนะนำให้ทำปริมาณน้อยไม่ได้แปลว่าฝีมือไม่ดีนะคะ ตรงกันข้าม อาจเป็นเพราะอยากให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ถ้ารู้ความต่างข้อนี้ เวลาคุยปรึกษาคุณจะได้ยินคำแนะนำของคุณหมอในมุมที่ต่างไป

ทำเยอะไม่ได้แปลว่าผลจะดีขึ้น

หัตถการอย่าง filler, botox, collagen booster ไม่ใช่หัตถการที่ยิ่งเพิ่มปริมาณแล้วผลยิ่งทวีคูณนะคะ มีช่วงหนึ่งที่ผลลัพธ์จะดีขึ้นตามสัดส่วน แต่พอเกินจุดนั้นไป ความไม่เป็นธรรมชาติก็จะตามมาด้วย

ถ้า filler เยอะเกินไปจะดูบวม ถ้า botox มากเกินไปสีหน้าจะดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ collagen booster ก็เหมือนกัน ถ้าใส่เยอะในครั้งเดียว การกระตุ้นจะมากและทำให้พักฟื้นนานขึ้น การทำหัตถการที่ผลลัพธ์ดีไม่ใช่การใส่เยอะ แต่คือใส่ปริมาณที่เหมาะลงในตำแหน่งที่เหมาะ

อีกเรื่องที่ควรจำคือ ในรีวิวที่เห็นคำว่า "ทำทีเดียวจบ" มักเป็นเคสที่ลงเอยอย่างน่าพอใจเท่านั้น เคสที่ทำปริมาณเท่ากันแต่จบด้วยความไม่เป็นธรรมชาติ หรือเคสที่ต้องทำหัตถการละลายออกเพิ่ม มักไม่ค่อยถูกโพสต์เป็นรีวิว เวลาคุณเข้าปรึกษาพร้อมกับคาดเดาข้อมูลครึ่งหนึ่งที่มองไม่เห็น คำแนะนำอย่างระมัดระวังของคุณหมอจะฟังดูต่างไป

"ถ้าไม่พอ ค่อยเติมเพิ่ม" คือทางที่ปลอดภัยกว่า

เวลาปรึกษา หนึ่งในคำที่ได้ยินบ่อยคือ "ลองทำเท่านี้ก่อน แล้วอีกหนึ่งเดือนถ้ายังไม่พอค่อยเติมเพิ่ม" ฟังดูเหมือนข้อเสนอที่ประสิทธิภาพไม่สูง แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสียดายได้มากที่สุด

เพราะถ้าใส่ไปเยอะในครั้งเดียวแล้วไม่ชอบ จะเอาออกยากกว่ามาก filler เอาออกได้ด้วยการสลาย แต่ก็เป็นหัตถการอีกแบบและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม botox เมื่อฉีดเข้าไปแล้วต้องรอให้ร่างกายสลายเองประมาณ 4-6 เดือน collagen booster แทบไม่สามารถเอาออกแบบตั้งใจได้เลย

부족하면 더 하자가 안전한 길

คำว่า "คลินิกข้างๆ เขาทำเยอะกว่า" มีหลุมพรางอยู่

ตอนปรึกษา บางครั้งคนไข้จะพูดว่า "ที่อื่นบอกว่าต้องทำ 3 vial" ในมุมของคุณหมอมีสองทางเลือก คือพูดว่า "งั้นเราทำ 3 vial ให้ไหม" แล้วทำตาม หรือพูดว่า "แต่คุณหมอคิดว่า 2 vial เหมาะกว่า"

แบบหลังจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยมกว่า และท้ายที่สุดก็มีแนวโน้มทำให้คนไข้พอใจมากกว่า ถ้าคุณหมอพยายามทำให้ปริมาณเท่ากับคลินิกอื่น ตัวเลขที่เหมาะกับใบหน้าของคุณเองอาจถูกกลบไป ถ้าเจอคุณหมอที่ดูใบหน้าของคุณจริงๆ ต่อให้ปริมาณดูน้อย ก็ลองเชื่อการประเมินนั้นอีกสักครั้งได้

옆 병원에선 더 많이 한대요는 함정이 있어

กับดักของราคาที่ผูกกับปริมาณ

หลายที่คิดราคาตาม 1 vial หรือ 1 syringe จนทำให้คำว่า "ยิ่งทำเยอะยิ่งแพง" ฝังอยู่ในหัว พอเป็นแบบนี้ ความคาดหวังว่า "ทำครบแล้วก็น่าจะได้ผลเท่านั้น" ก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ

แต่คุณค่าของหัตถการไม่ได้วัดที่ปริมาณนะคะ แม้จะเป็น 1 vial เหมือนกัน ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามว่าฉีดตรงไหน ลึกแค่ไหน และใช้ผลิตภัณฑ์อะไร เกณฑ์ที่แม่นกว่าคือ "ทำให้ถูกต้องแล้วดี" มากกว่ากฎที่ว่า "ทำเยอะแล้วดีกว่า"

สัญญาณของคุณหมอที่ค่อนข้างระวัง

ถ้าคุณหมอชอบพูดแบบนี้บ่อยๆ โดยมากมักเป็นคลินิกที่มองผลลัพธ์อย่างรอบคอบ: "ตรงนี้อย่าให้เยอะเกินไปนะ", "เริ่มน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยเติม", "ถ้ารวมกันแล้วปริมาณจะดูหนักเกินไป ลดลงหน่อย", "รอดูตอนทำครั้งหน้าก่อนค่อยตัดสินใจ"

ในทางกลับกัน คลินิกที่ตั้งแต่ปรึกษาครั้งแรกก็ชวนว่า "ต้องทำ 3 vial, 4 vial นะ" หรือเน้นโปรส่วนลดเมื่อทำหลายหัตถการพร้อมกัน ก็น่าคิดอีกนิด เพราะหัตถการไม่ใช่สินค้าแพ็กเกจ แต่เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้เหมาะกับสภาพใบหน้าของคุณ

อีกอย่าง ถ้าเวลาที่คุณหมอใช้จับและดูใบหน้าคุณโดยตรงสั้นลงเรื่อยๆ โอกาสที่คำแนะนำจะเป็นแพตเทิร์นทั่วไปก็ยิ่งสูงขึ้น คลินิกที่คุณหมอหยิบกระจกมาชี้ทีละจุดพร้อมอธิบาย คลินิกที่ถ่ายรูปเทียบให้ดู คลินิกที่พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า "แค่นี้ก็พอแล้ว" หรือ "อันนี้ไม่ต้องทำก็ได้" มักเป็นคลินิกที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

อีกเรื่องหนึ่ง เวลาคุณหมอบอกว่าอะไรที่บนใบหน้าคุณไม่จำเป็นต้องทำ ให้ดูน้ำหนักของคำพูดนั้นไปพร้อมกันด้วย ถ้ามองในมุมรายได้ การแนะนำให้ทำเพิ่มย่อมคุ้มกว่า แต่ถ้ามองในมุมผลลัพธ์ การบอกว่าไม่ต้องทำหัตถการที่ไม่จำเป็นเป็นเรื่องที่ยากกว่า ดังนั้นถ้ามีข้อเสนอให้ตัดบางอย่างออก นั่นเป็นสัญญาณที่น่าลองเชื่อใจคุณหมออีกครั้ง

การเริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยเติมถ้ายังไม่พอ คือทางที่ธรรมชาติที่สุด และไม่ได้เสียเปรียบเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย เมื่อคุณเข้าใจว่าตอนคุณหมอแนะนำให้ลดปริมาณ นั่นคือความรอบคอบที่ทำเพื่อคนไข้ การคุยปรึกษาก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q1. จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้ทำทีเดียวหมด ผลลัพธ์จะเหมือนกันไหม?

A. ไม่ใช่ว่าผลลัพธ์จะเหมือนกัน แต่ความเป็นธรรมชาติอาจดีกว่า ถ้าเติมเยอะในครั้งเดียว เสี่ยงจะดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าแบ่งทำ คุณจะสามารถปรับตามการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตัวเองได้

Q2. ถ้าเป็นคุณหมอที่แนะนำแบบค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ความพึงพอใจจะสูงกว่าหรือเปล่า?

A. โดยทั่วไปใช่ค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือรสนิยมด้านความงามของคุณหมอตรงกับความคาดหวังของคนไข้หรือไม่ การบอกผลลัพธ์ที่อยากได้ให้ชัด และฟังความเห็นของคุณหมอไปพร้อมกันจะดีที่สุด

Q3. ถ้าลดปริมาณการทำหัตถการ ผลก็จะลดลงตามไปด้วยไหม?

A. ปริมาณกับผลลัพธ์ไม่ได้เป็นสัดส่วนตรงกันเสมอไป ภายในปริมาณที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะออกมาดูเป็นธรรมชาติ และถ้าเกินเส้นนั้น ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะพาไปสู่ความไม่เป็นธรรมชาติได้เร็วกว่า

*ประสิทธิภาพจะเป็นทรงภูเขาค่ะ พอถึงจุดหนึ่งผลก็จะค่อยๆ ลดลง



บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1