ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

รีวิว Thermage ไม่เห็นผล มักเพราะจำนวนช็อต

รีวิว Thermage ไม่เห็นผล มักเพราะจำนวนช็อต

รีวิว Thermage ไม่เห็นผล มักเพราะจำนวนช็อต

70% ของรีวิว Thermage ไม่เห็นผล มาจากช็อตน้อย ต่ำกว่า 600 ช็อตไม่ถึงจุดกระตุ้นคอลลาเจน เห็นแค่ผิวเงา



รีวิวที่บอกว่า Thermage ไม่เห็นผล สาเหตุจริงมักเป็นเพราะจำนวนช็อต

써마지 효과 없다는 후기, 진짜 이유는 샷 수일 때가 많아요

คุณคงเคยค้นหาและเจอรีวิวแนว "ทำ Thermage แล้วไม่เห็นผล" มาก่อนใช่ไหมคะ ก่อนทำแล้วใจสั่นเป็นเรื่องปกติเลย เพราะทั้งราคาแพง เจ็บ และผลลัพธ์ก็ดูไม่ชัด ใคร ๆ ก็ต้องลังเลเป็นธรรมดา

แต่ทำไมทั้งที่เป็นหัตถการเดียวกัน บางคนหน้าดูยกขึ้น แต่บางคนกลับเห็นแค่วิ้ง ๆ ผิวใส ๆ แล้วจบ ความต่างนี้เกิดจากอะไร หมอเก่งไหม ผิวเสื่อมมากแค่ไหน? มีส่วนบ้างค่ะ แต่ถ้าดูจากข้อมูล คำตอบที่เจอบ่อยกว่าคือเรื่องง่าย ๆ เลย นั่นคือจำนวนช็อต



สรุปสั้น ๆ. รีวิวที่บอกว่า "ไม่เห็นผล" ประมาณ 70% มักเกิดจากช็อตไม่พอ ถ้าทำทั่วหน้าไม่ถึง 600 ช็อต ส่วนใหญ่จะยังไม่ถึงจุดที่ทำให้คอลลาเจนหดตัวได้เต็มที่ จึงมักเห็นแค่ผิวดูเงา ๆ อยู่ 1–2 สัปดาห์แล้วก็หายไป

ทำไมตัวเลข 600 ช็อตถึงสำคัญ

Thermage เป็นหัตถการที่ส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ RF* ลงไปในชั้นลึกของผิว เพื่อช่วยให้คอลลาเจนหดตัวและกระชับขึ้น

*RF: คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) เป็นวิธีที่ส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนแปลงและหดตัว*

โดยทั่วไปจุดที่ถือว่าเพียงพอจะอยู่แถว ๆ 600 ช็อต ถ้ามองใบหน้าทั้งหมดเป็น 100% แล้วต่ำกว่า 600 ช็อต ความร้อน RF จะสัมผัสได้แค่เป็นจุด ๆ และสัญญาณให้คอลลาเจนหดตัวจะส่งไปไม่ทั่วโครงสร้างคอลลาเจนทั้งใบหน้า ผลที่ได้จึงมักเป็นแค่ผิวเงาและรู้สึกตึงนิด ๆ อยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์แล้วหายไป

ผิวเงาแบบนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าได้ผล แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเพียงผลจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในผิวมากกว่า ถ้าหลังทำหน้าเรียบขึ้นและรู้สึกตึงเล็กน้อยก็มักจะเผลอคิดว่า "เห็นผลแล้ว" แต่การยกกระชับจริง ๆ จะเป็นการที่แนวหย่อนคล้อยค่อย ๆ ยกขึ้นตามเวลา และมักเกิดในคนที่ได้พลังงานถึงระดับที่เหมาะสมเท่านั้น

600샷이라는 기준이 왜 중요한가요

แล้วทำไมบางคลินิกบอกว่า 300 ช็อตก็พอ

เพราะเรื่องราคาไงคะ หัว tip* ของแท้ 1 ชิ้นจะมีจำนวนช็อตกำหนดไว้ และต้นทุนนี้ก็ถูกสะท้อนอยู่ในค่าทำหัตถการโดยตรง ถ้าทำเต็ม 600 ช็อตกับทำแค่ 300 ช็อต ราคาที่คนไข้จ่ายต่างกันเป็นหลักหลายหมื่นบาทเลย

*tip: เป็นอะไหล่แบบใช้ครั้งเดียวที่ใส่กับเครื่อง Thermage หัวของแท้จะถูกจำกัดจำนวนครั้งในการยิงไว้ตามที่กำหนด*

ดังนั้นบางแพ็กเกจจึงถูกจัดแบบ "หน้าผาก+แก้ม+กรอบหน้า รวม 300 ช็อต" ต้นทุนถูกลงก็จริง แต่เพราะยังไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น จึงมักจบด้วยรีวิวว่า "ไม่เห็นผล" คำพูดที่ว่า ราคาครึ่งหนึ่ง ผลก็มักต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง มักมาจากตรงนี้เอง

หลายคนเข้าใจว่าถ้าแบ่งยิงเป็นจุด ๆ จะได้ผลดีกว่า แต่จริง ๆ การหดตัวของคอลลาเจนเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ถ้าแบ่งช็อตน้อยไปในบริเวณแคบ ๆ การเปลี่ยนแปลงของเส้นกรอบหน้าทั้งหมดจะไม่ชัด โดยเฉพาะถ้ากระจุกตัวแค่ช่วงโหนกแก้ม แต่กรอบหน้ายังเดิมอยู่ ก็อาจทำให้หน้าดูไม่บาลานซ์ได้ แม้จะเป็น 600 ช็อตเท่ากัน แต่ถ้าจัดสรรตามรูปแบบความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้ดี ผลลัพธ์ก็มักน่าพอใจกว่า

어떤 병원은 400샷, 500샷으로도 충분하다고 하던데요

แล้วคนที่ทำเกิน 600 ช็อตแต่ยังไม่พอใจล่ะ

ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะประเมินผลเร็วเกินไปค่ะ Thermage จะเริ่มเห็นกระบวนการรีโมเดลคอลลาเจนชัดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 และมักเห็นผลเต็มที่แถวเดือนที่ 6

ช่วง 1–2 สัปดาห์หลังทำ ความร้อนอาจดึงความชื้นออกไป ทำให้ผิวดูแห้งหรือโทรมกว่าปกติได้ และในช่วง 1 เดือนแรกการเปลี่ยนแปลงยังไม่ชัดพอ จึงทำให้รู้สึกว่า "ไม่ค่อยต่าง" แต่เส้นกรอบหน้าจริง ๆ จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังจากเดือนที่ 3 เป็นต้นไป ถ้ารีบเขียนรีวิวก่อนถึงช่วงนี้ คะแนนติดลบก็มักจะเยอะเป็นธรรมดา

อีกอย่างหนึ่งคือ การรีโมเดลคอลลาเจนไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จบในครั้งเดียว ถ้ามองที่ช่วง 1 ปี ผลของเส้นกรอบหน้าที่เห็นชัดในเดือนที่ 6 จะเหลือประมาณ 50% และในเดือนที่ 12 จะเหลือราว 20% เท่านั้น ถ้าคิดว่าจะทำครั้งเดียวแล้วจบ ความพึงพอใจก็มักลดลง แต่คนที่ทำต่อเนื่องปีละครั้งมักได้เส้นกรอบหน้าที่สวยที่สุด เวลาดูรีวิวก็ควรแยกคนที่ "ทำครั้งเดียวแล้วหยุด" ออกจากคนที่ "ทำต่อเนื่องทุกปี" ด้วยนะคะ

600샷 이상 받았는데도 만족 못한 사람들은요

ก่อนทำควรเช็กอะไรบ้าง

ก่อนเทียบราคา สิ่งที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือจำนวนช็อตและการยืนยันของแท้ ถ้าจะทำทั่วหน้า จำนวนพื้นฐานควรอยู่ที่ 600 ช็อตขึ้นไป และถ้ามีบริเวณที่เริ่มหย่อน เช่น โหนกแก้มหรือกรอบหน้า อาจต้องเพิ่มช็อตในจุดนั้น

การยืนยันของแท้ดูได้จากในใบยินยอมทำหัตถการว่ามีการระบุหมายเลขซีเรียลของ tip หรือไม่ คลินิกบางแห่งอาจนำหัวของแท้กลับมาใช้ซ้ำ หรือใช้หัว compatible ที่ไม่ใช่ของแท้ ซึ่งต่อให้จำนวนช็อตเท่ากัน พลังงานก็อาจไม่พอจนไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น

สุดท้าย หลังทำควรรอดูผลอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตัดสินใจอ่านรีวิว หากดูแค่รีวิว 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือนแล้วเชื่อทันที ทั้งรีวิวของตัวเองและการตัดสินใจครั้งถัดไปก็อาจตกหลุมเดิมได้ง่าย ถ้าจ่ายเงินเท่ากัน การรอให้เห็นผลครบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ คือวิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดค่ะ

받기 전에 뭘 확인해야 할까

คำถามที่พบบ่อย

Q1. 600 ช็อตเป็นตัวเลขตายตัวไหม

A. ไม่ได้ตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้า ระดับความหย่อน และการเลือกทำแต่ละบริเวณ แต่ถ้าต้องการผลทั่วหน้า 600 ช็อตถือเป็นจุดเริ่มต้นที่พบบ่อย

Q2. ถ้าเป็น 600 ช็อตเท่ากัน แต่หมอคนละคน ผลจะต่างกันไหม

A. ต่างค่ะ แม้จำนวนช็อตเท่ากัน แต่ผลลัพธ์จะต่างตามความลึกที่ยิงและการกระจายช็อตไปยังจุดต่าง ๆ 600 ช็อตที่จัดลงในบริเวณที่เริ่มหย่อนอย่างเหมาะสม มักได้ผลดีกว่า 900 ช็อตที่กระจายทั่ว ๆ

Q3. ถ้าไม่ดูเรื่องช่วงเวลา จะประเมินรีวิวว่าไม่เห็นผลได้ไหม

A. ช่วงเวลาเป็นปัจจัยใหญ่ที่สุดก็จริง แต่ยังต้องดูด้วยว่าเป็นของแท้ไหม หมอทำเองหรือไม่ และการกระจายช็อตถูกต้องหรือเปล่า จึงจะประเมินได้แม่นยำที่สุด แนะนำให้ให้น้ำหนักกับรีวิวหลังเดือนที่ 3 เป็นต้นไปค่ะ



รีวิวที่บอกว่า Thermage ไม่เห็นผล สาเหตุจริงมักเป็นเพราะจำนวนช็อต

써마지 효과 없다는 후기, 진짜 이유는 샷 수일 때가 많아요

คุณคงเคยค้นหาและเจอรีวิวแนว "ทำ Thermage แล้วไม่เห็นผล" มาก่อนใช่ไหมคะ ก่อนทำแล้วใจสั่นเป็นเรื่องปกติเลย เพราะทั้งราคาแพง เจ็บ และผลลัพธ์ก็ดูไม่ชัด ใคร ๆ ก็ต้องลังเลเป็นธรรมดา

แต่ทำไมทั้งที่เป็นหัตถการเดียวกัน บางคนหน้าดูยกขึ้น แต่บางคนกลับเห็นแค่วิ้ง ๆ ผิวใส ๆ แล้วจบ ความต่างนี้เกิดจากอะไร หมอเก่งไหม ผิวเสื่อมมากแค่ไหน? มีส่วนบ้างค่ะ แต่ถ้าดูจากข้อมูล คำตอบที่เจอบ่อยกว่าคือเรื่องง่าย ๆ เลย นั่นคือจำนวนช็อต



สรุปสั้น ๆ. รีวิวที่บอกว่า "ไม่เห็นผล" ประมาณ 70% มักเกิดจากช็อตไม่พอ ถ้าทำทั่วหน้าไม่ถึง 600 ช็อต ส่วนใหญ่จะยังไม่ถึงจุดที่ทำให้คอลลาเจนหดตัวได้เต็มที่ จึงมักเห็นแค่ผิวดูเงา ๆ อยู่ 1–2 สัปดาห์แล้วก็หายไป

ทำไมตัวเลข 600 ช็อตถึงสำคัญ

Thermage เป็นหัตถการที่ส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ RF* ลงไปในชั้นลึกของผิว เพื่อช่วยให้คอลลาเจนหดตัวและกระชับขึ้น

*RF: คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) เป็นวิธีที่ส่งความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนแปลงและหดตัว*

โดยทั่วไปจุดที่ถือว่าเพียงพอจะอยู่แถว ๆ 600 ช็อต ถ้ามองใบหน้าทั้งหมดเป็น 100% แล้วต่ำกว่า 600 ช็อต ความร้อน RF จะสัมผัสได้แค่เป็นจุด ๆ และสัญญาณให้คอลลาเจนหดตัวจะส่งไปไม่ทั่วโครงสร้างคอลลาเจนทั้งใบหน้า ผลที่ได้จึงมักเป็นแค่ผิวเงาและรู้สึกตึงนิด ๆ อยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์แล้วหายไป

ผิวเงาแบบนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าได้ผล แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเพียงผลจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในผิวมากกว่า ถ้าหลังทำหน้าเรียบขึ้นและรู้สึกตึงเล็กน้อยก็มักจะเผลอคิดว่า "เห็นผลแล้ว" แต่การยกกระชับจริง ๆ จะเป็นการที่แนวหย่อนคล้อยค่อย ๆ ยกขึ้นตามเวลา และมักเกิดในคนที่ได้พลังงานถึงระดับที่เหมาะสมเท่านั้น

600샷이라는 기준이 왜 중요한가요

แล้วทำไมบางคลินิกบอกว่า 300 ช็อตก็พอ

เพราะเรื่องราคาไงคะ หัว tip* ของแท้ 1 ชิ้นจะมีจำนวนช็อตกำหนดไว้ และต้นทุนนี้ก็ถูกสะท้อนอยู่ในค่าทำหัตถการโดยตรง ถ้าทำเต็ม 600 ช็อตกับทำแค่ 300 ช็อต ราคาที่คนไข้จ่ายต่างกันเป็นหลักหลายหมื่นบาทเลย

*tip: เป็นอะไหล่แบบใช้ครั้งเดียวที่ใส่กับเครื่อง Thermage หัวของแท้จะถูกจำกัดจำนวนครั้งในการยิงไว้ตามที่กำหนด*

ดังนั้นบางแพ็กเกจจึงถูกจัดแบบ "หน้าผาก+แก้ม+กรอบหน้า รวม 300 ช็อต" ต้นทุนถูกลงก็จริง แต่เพราะยังไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น จึงมักจบด้วยรีวิวว่า "ไม่เห็นผล" คำพูดที่ว่า ราคาครึ่งหนึ่ง ผลก็มักต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง มักมาจากตรงนี้เอง

หลายคนเข้าใจว่าถ้าแบ่งยิงเป็นจุด ๆ จะได้ผลดีกว่า แต่จริง ๆ การหดตัวของคอลลาเจนเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ ถ้าแบ่งช็อตน้อยไปในบริเวณแคบ ๆ การเปลี่ยนแปลงของเส้นกรอบหน้าทั้งหมดจะไม่ชัด โดยเฉพาะถ้ากระจุกตัวแค่ช่วงโหนกแก้ม แต่กรอบหน้ายังเดิมอยู่ ก็อาจทำให้หน้าดูไม่บาลานซ์ได้ แม้จะเป็น 600 ช็อตเท่ากัน แต่ถ้าจัดสรรตามรูปแบบความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้ดี ผลลัพธ์ก็มักน่าพอใจกว่า

어떤 병원은 400샷, 500샷으로도 충분하다고 하던데요

แล้วคนที่ทำเกิน 600 ช็อตแต่ยังไม่พอใจล่ะ

ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะประเมินผลเร็วเกินไปค่ะ Thermage จะเริ่มเห็นกระบวนการรีโมเดลคอลลาเจนชัดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 3 และมักเห็นผลเต็มที่แถวเดือนที่ 6

ช่วง 1–2 สัปดาห์หลังทำ ความร้อนอาจดึงความชื้นออกไป ทำให้ผิวดูแห้งหรือโทรมกว่าปกติได้ และในช่วง 1 เดือนแรกการเปลี่ยนแปลงยังไม่ชัดพอ จึงทำให้รู้สึกว่า "ไม่ค่อยต่าง" แต่เส้นกรอบหน้าจริง ๆ จะค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังจากเดือนที่ 3 เป็นต้นไป ถ้ารีบเขียนรีวิวก่อนถึงช่วงนี้ คะแนนติดลบก็มักจะเยอะเป็นธรรมดา

อีกอย่างหนึ่งคือ การรีโมเดลคอลลาเจนไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จบในครั้งเดียว ถ้ามองที่ช่วง 1 ปี ผลของเส้นกรอบหน้าที่เห็นชัดในเดือนที่ 6 จะเหลือประมาณ 50% และในเดือนที่ 12 จะเหลือราว 20% เท่านั้น ถ้าคิดว่าจะทำครั้งเดียวแล้วจบ ความพึงพอใจก็มักลดลง แต่คนที่ทำต่อเนื่องปีละครั้งมักได้เส้นกรอบหน้าที่สวยที่สุด เวลาดูรีวิวก็ควรแยกคนที่ "ทำครั้งเดียวแล้วหยุด" ออกจากคนที่ "ทำต่อเนื่องทุกปี" ด้วยนะคะ

600샷 이상 받았는데도 만족 못한 사람들은요

ก่อนทำควรเช็กอะไรบ้าง

ก่อนเทียบราคา สิ่งที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือจำนวนช็อตและการยืนยันของแท้ ถ้าจะทำทั่วหน้า จำนวนพื้นฐานควรอยู่ที่ 600 ช็อตขึ้นไป และถ้ามีบริเวณที่เริ่มหย่อน เช่น โหนกแก้มหรือกรอบหน้า อาจต้องเพิ่มช็อตในจุดนั้น

การยืนยันของแท้ดูได้จากในใบยินยอมทำหัตถการว่ามีการระบุหมายเลขซีเรียลของ tip หรือไม่ คลินิกบางแห่งอาจนำหัวของแท้กลับมาใช้ซ้ำ หรือใช้หัว compatible ที่ไม่ใช่ของแท้ ซึ่งต่อให้จำนวนช็อตเท่ากัน พลังงานก็อาจไม่พอจนไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น

สุดท้าย หลังทำควรรอดูผลอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตัดสินใจอ่านรีวิว หากดูแค่รีวิว 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือนแล้วเชื่อทันที ทั้งรีวิวของตัวเองและการตัดสินใจครั้งถัดไปก็อาจตกหลุมเดิมได้ง่าย ถ้าจ่ายเงินเท่ากัน การรอให้เห็นผลครบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ คือวิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดค่ะ

받기 전에 뭘 확인해야 할까

คำถามที่พบบ่อย

Q1. 600 ช็อตเป็นตัวเลขตายตัวไหม

A. ไม่ได้ตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้า ระดับความหย่อน และการเลือกทำแต่ละบริเวณ แต่ถ้าต้องการผลทั่วหน้า 600 ช็อตถือเป็นจุดเริ่มต้นที่พบบ่อย

Q2. ถ้าเป็น 600 ช็อตเท่ากัน แต่หมอคนละคน ผลจะต่างกันไหม

A. ต่างค่ะ แม้จำนวนช็อตเท่ากัน แต่ผลลัพธ์จะต่างตามความลึกที่ยิงและการกระจายช็อตไปยังจุดต่าง ๆ 600 ช็อตที่จัดลงในบริเวณที่เริ่มหย่อนอย่างเหมาะสม มักได้ผลดีกว่า 900 ช็อตที่กระจายทั่ว ๆ

Q3. ถ้าไม่ดูเรื่องช่วงเวลา จะประเมินรีวิวว่าไม่เห็นผลได้ไหม

A. ช่วงเวลาเป็นปัจจัยใหญ่ที่สุดก็จริง แต่ยังต้องดูด้วยว่าเป็นของแท้ไหม หมอทำเองหรือไม่ และการกระจายช็อตถูกต้องหรือเปล่า จึงจะประเมินได้แม่นยำที่สุด แนะนำให้ให้น้ำหนักกับรีวิวหลังเดือนที่ 3 เป็นต้นไปค่ะ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1