ราคา Celldiem ต่อครั้งดูสูง แต่เติมคอลลาเจนตรง เห็นวอลุ่มตั้งแต่ครั้งแรก แพ็กเกจ 3–4 ครั้งคุ้มสุด

ตอนที่ได้รับใบราคาในห้องปรึกษา อาจจะทำให้คุณแอบชะงักไปแป๊บนึงได้ค่ะ พอเห็นกระดาษที่เขียนราคา CelluDiem 1 ครั้ง ตั้งแต่ปลาย ๆ 3 แสนวอนไปจนถึง 50 แสนวอน (ราว ๆ หมื่นต้น ๆ ถึง หมื่นปลาย ๆ บาท) ปฏิกิริยาปกติของทุกคนก็คือ "นี่คือราคาต่อการฉีดแค่ครั้งเดียวจริง ๆ เหรอ?"
แต่พอหันไปมองราคา Juvelook หรือ Sculptra ที่เขียนอยู่ข้าง ๆ ในตารางเดียวกัน บางทีก็ดูพอ ๆ กันหรือถูกกว่าด้วยซ้ำ ทั้งที่ชื่อก็เป็น "skin booster" เหมือนกันหมดแต่ราคากลับขึ้น ๆ ลง ๆ จนทำให้ตัดสินใจไม่ถูกเลยค่ะว่าทำตัวไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน
สรุปสั้น ๆ ในบรรทัดเดียว: แม้ว่า CelluDiem จะดูแพงถ้ามองแค่ราคาต่อ 1 ครั้ง แต่ถ้าเราดูไปถึงกลไกการทำงานและราคาแบบแพ็คเกจ ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปทันทีค่ะ เพราะเป็นหัตถการที่เติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง แค่ทำครั้งเดียวก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้ทันที และพอขยับไปเป็นแพ็คเกจ 3-4 ครั้ง ราคาต่อครั้งจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ทำไมราคาทำครั้งเดียวถึงดูแพงจัง?
ราคาตลาดของ CelluDiem ต่อ 1 ครั้ง (เกรดตัวยาแท้) ทั่วไปจะอยู่ที่ปลาย ๆ 3 แสนวอน ถึง 5 แสนวอนค่ะ ตัวหัตถการใช้เวลาไม่นาน และมักจะจำกัดเฉพาะจุด ทำให้หลายคนรู้สึกว่า "ทำแป๊บเดียวเอง ทำไมราคานี้ล่ะ?"
สาเหตุที่ราคารู้สึกแรง เป็นเพราะใช้เวลาทำสั้น ไม่ใช่เพราะใช้ตัวยาน้อยนะคะ CelluDiem เป็นการฉีดคอลลาเจนที่สกัดจากธรรมชาติเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง ต้นทุนของตัวยาแท้จึงสูงกว่า skin booster ตัวอื่น ๆ ค่อนข้างมากค่ะ
นอกจากนี้ แม้จะทำ 1 ครั้งเหมือนกัน แต่ราคาก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่, ประสบการณ์ของหมอที่ฉีด (เช่น หมอวี ยองจิน), และจำนวนจุดที่ทำค่ะ ค่าเฉลี่ยในย่านคังนัมมักจะค่อนไปทางสูง และถ้าเป็นเคสที่เน้นให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นคนฉีดเอง ราคาก็อาจจะบวกเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนวอนขึ้นไปในจุดเดียวกัน ดังนั้นถ้าเทียบคลินิกด้วยใบราคาอย่างเดียว อาจจะมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ไป แนะนำให้เทียบด้วยเงื่อนไขเดียวกันจะดีที่สุดค่ะ

ถ้าเอาไปเทียบกับกลุ่ม Collagen Maker จะเสียเปรียบนะคะ
ฝั่ง Collagen Maker อย่าง Juvelook หรือ Sculptra จะใช้วิธีให้สารอย่าง PDLLA* หรือ PLLA ค่อย ๆ สลายตัวในผิวเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองค่ะ
*PDLLA: ส่วนผสมกลุ่มกรดแลกติกที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว โดยจะค่อย ๆ สลายตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ*
แต่ CelluDiem คือคนละแนวเลยค่ะ เป็นการเติมคอลลาเจนสด ๆ เข้าไปในผิวเลย ทำเสร็จวันรุ่งขึ้นส่องกระจกก็รู้สึกถึงความอิ่มฟูของวอลลุ่มได้เลย ถ้ากลุ่ม Collagen Maker เปรียบเหมือน "การสร้างโรงงานผลิตคอลลาเจน" CelluDiem ก็เหมือน "การยืมคอลลาเจนสำเร็จรูปมาเติมให้เต็ม" ทันทีค่ะ
ความต่างตรงนี้สะท้อนออกมาที่ราคาชัดเจนค่ะ เนื่องจากเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก ราคาต่อครั้งจึงดูสูงกว่า และพอไปเทียบตรง ๆ กับหัตถการอื่นที่ต้องอาศัยการสะสมผลลัพธ์ ก็เลยทำให้รู้สึกว่าแพงกว่านั่นเองค่ะ
ย้ำอีกนิดว่า กลุ่ม Collagen Maker เป็นหัตถการที่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ สะสมอย่างช้า ๆ ถึงราคาต่อครั้งจะถูกกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องทำ 3-5 ครั้ง ผลลัพธ์ถึงจะอยู่ตัว เมื่อคำนวณราคาต่อครั้งรวมกันแล้ว บ่อยครั้งที่ราคารวมจะพอ ๆ กับ CelluDiem หรืออาจแพงกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นความรู้สึกแรกที่ว่า "Juvelook ดูถูกกว่า" อาจจะไม่ใช่ราคาเน็ตสุดท้ายที่คุณต้องจ่ายจริงค่ะ

พอซื้อเป็นแพ็คเกจ ราคาต่อครั้งจะเปลี่ยนไปเลย
ช่วงราคาที่คุ้มค่าและทำให้ราคาต่อครั้งลดลงได้มากที่สุด มักจะเป็นแพ็คเกจแบบ 3-4 ครั้งค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ราคาจะลดลงจากปกติถึง 20-30% ต่อครั้งเลย และบางคลินิกถ้าซื้อแพ็คเกจ 5 ครั้งขึ้นไป ก็จะมีส่วนลดพิเศษเพิ่มให้อีกด้วยนะ
จุดสำคัญคือ เราต้องกำหนดแผนก่อนค่ะว่าจะทำกี่ครั้ง แล้วค่อยดูราคา เพราะถ้าเลือกจ่ายทีละครั้งเพื่อลองดูก่อน พอเห็นผลดีแล้วกลับมาซื้อเพิ่ม ก็เท่ากับว่าเราจ่ายราคาต่อครั้งในเรทที่แพงที่สุดไปถึงสองรอบเลยค่ะ
ถ้าคนที่มีปัญหาวอลลุ่มลดลงค่อนข้างเยอะและอยากเติมให้เต็มรูปแบบ การเริ่มด้วยแพ็คเกจ 3 ครั้งตั้งแต่แรกคือช่วงที่คุ้มค่าเงินที่สุดค่ะ แต่ถ้าเกิน 5 ครั้งขึ้นไป ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้เพิ่มจะเริ่มลดลง ดังนั้นหลังจากนั้นการเว้นระยะรักษาไว้ที่ทุก ๆ 4-6 เดือน ครั้งละ 1 ครั้ง จึงเป็นแพทเทิร์นปกติที่แนะนำค่ะ
ระดับการสูญเสียวอลลุ่มของแต่ละคนก็ทำให้มุมมองเรื่องความคุ้มค่าต่างกันด้วยค่ะ สำหรับคนที่หน้าตอบลงไปนิดหน่อย ทำแค่ 1-2 ครั้งก็อาจจะเพียงพอแล้ว ในกรณีนี้การซื้อแพ็คเกจ 3 ครั้งอาจจะเกินความจำเป็น แต่ในทางกลับกัน คนที่หน้าตอบมาก ๆ ทำแค่ 3 ครั้งอาจจะยังไม่เป๊ะ คลินิกอาจจะแนะนำเป็นคอร์ส 5 ครั้งตั้งแต่แรกเลย ดังนั้นถึงจะเป็นราคาแพ็คเกจเดียวกัน แต่ความเข้ากันได้กับสภาพผิวของคุณคือตัวตัดสินความคุ้มค่าที่แท้จริงค่ะ

แล้วควรเลือกแบบไหนดีนะ?
ถ้าเพิ่งได้รับใบราคามาครั้งแรก แทนที่จะดูแค่ "ราคา 1 ครั้งเท่าไหร่" แนะนำให้ตั้งเป้าก่อนว่า "เราวางแผนจะทำทั้งหมดกี่ครั้ง" ราคาต่อครั้งควรใช้เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์หลักในการตัดสินใจเลือกค่ะ
ตอนที่ปรึกษา แนะนำให้เช็กทั้งราคาแพ็คเกจ, การรับประกันตัวยาแท้, ตัวเลือกคอร์สเสริมเฉพาะจุด, ไปจนถึงราคาสำหรับการทำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ไว้ทีเดียวเลย จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องงบประมาณได้ชัดเจนขึ้นมากค่ะ เพราะปกติแล้วเหตุผลที่ราคา CelluDiem ของแต่ละที่ต่างกัน ก็มักจะมาจาก 4 ปัจจัยนี้แหละค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ทำ CelluDiem แค่ครั้งเดียว จะเห็นผลไหมคะ?
A. เห็นผลแน่นอนค่ะ เพราะเป็นการเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง หลายคนจึงรู้สึกว่าหน้าฟูอิ่มน้ำขึ้นตื่นมาในวันรุ่งขึ้นเลย แต่ถ้าเป็นคนที่มีปัญหาร่องลึกหรือหน้าตอบมาก ๆ การทำแค่ครั้งเดียวอาจจะยังรู้สึกว่าไม่จุใจพอค่ะ
Q2. ทำไมราคาแพ็คเกจในคลินิกเดียวกันถึงมีความต่างกันคะ?
A. ราคาสามารถแตกต่างกันได้ตามการใช้ตัวยาแท้เต็มโดส, จำนวนจุดที่ฉีด, และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการค่ะ หากเจอราคาที่ถูกจนผิดปกติ แนะนำให้ขอเช็กการันตีตัวยาแท้ก่อนเป็นอันดับแรกนะคะ
Q3. มีเคสที่ตอนแรกดูเหมือนแพง แต่สุดท้ายเฉลี่ยแล้วถูกกว่าไหมคะ?
A. มีแน่นอนค่ะ การเลือกจ่ายแยกทีละครั้งไปเรื่อย ๆ 2-3 ครั้ง สุดท้ายมักจะจบด้วยยอดรวมที่แพงกว่าการซื้อแบบแพ็คเกจตั้งแต่แรก หากมีแผนการรักษาที่ชัดเจนอยู่แล้ว การเลือกซื้อแบบแพ็คเกจจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลที่สุดค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมฟิลเลอร์ถึงเคลื่อนที่ สาเหตุและวิธีดูแลป้องกัน
ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเคลื่อนจากตำแหน่งที่ฉีดเพราะอะไร มีวิธีดูแลลดการเคลื่อนอย่างไรบ้างค่ะ

ผิว
ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและริ้วรอยจากวัยต่างกันอย่างไร
ริ้วรอยแบบไดนามิกจากการแสดงสีหน้ากับริ้วรอยแบบสแตติกจากวัยต่างกันอย่างไร ทำไมแนวทางดูแลถึงแยกกันค่ะ

ผิว
คีลอยด์กับแผลเป็นนูนต่างกันอย่างไร แนวทางดูแลแยกกันเพราะอะไร
คีลอยด์และแผลเป็นนูนต่างกันที่ขอบเขต การลุกลาม และการกลับมาเป็นซ้ำอย่างไร มาดูแนวทางดูแลกันค่ะ

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำวัยชรา หรือปานโอตะเทียม เม็ดสีผิวของเราเหมาะกับเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เม็ดสีแต่ละชนิดมีทั้งแบบที่อยู่บนชั้นผิวกำพร้า (epidermis) และที่ฝังลึกในชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเลเซอร์คลื่นสั้นและคลื่นยาวจะจับเป้าหมายที่ความลึกต่างกัน เรามาดูแนวทางการรักษาตามประเภทของเม็ดสีกันค่ะ



