• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

กังวลเพราะยังไม่เห็นผลหลังทำ Sculptra? เราสรุปให้ว่าทำไมการที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ มา ถึงเป็นเรื่องปกติค่ะ

ฉีด ส컬트라 มาแล้ว ทำไมหน้ายังดูเหมือนเดิมเลยนะ?

스컬트라 받았는데 왜 아직도 그대로일까?

หลังจากนอนเกร็งเจ็บจี๊ด ๆ โดนเข็มจิ้มไปหลายชิ้นในห้องฉีด พอผ่านไปไม่กี่วัน พอมองกระจก เอ๊ะ... ทำไมหน้ายังไม่ค่อยเปลี่ยนเลยล่ะ? พอแก้มที่เคยบวม ๆ เริ่มยุบลง ความกังวลก็เริ่มมา "หรือว่าเราจะโดนย้อมแมว?" ลองถ่ายรูปเทียบกันดู ก็แยกไม่ออกว่าตรงไหนที่เปลี่ยนไป ด้านข้างก็ยังดูแบน ๆ เหมือนก่อนทำไม่มีผิด

เข้าใจเลยค่ะ! ความรู้สึกแบบนี้สาว ๆ ที่เพิ่งฉีด ส컬트라 (Sculptra) มามักจะเจอกันบ่อยมาก ๆ แต่ขอเฉลยให้สบายใจก่อนเลยว่า การที่เห็นผลช้าแบบนี้แหละคือเรื่องปกติที่สุดค่ะ! เพราะ ส컬트라 ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บฟูปั๊บ แต่เป็นหัตถการที่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ ดังนั้นคีย์เวิร์ดของงานผิวตัวนี้คือ "การรอคอย" ค่ะ รู้แบบนี้แล้วจะได้สบายใจขึ้นเนอะ

 

อาการบวมหลังทำทันที กับ การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เป็นคนละเรื่องกันนะ

หลังฉีดเสร็จใหม่ ๆ เราอาจจะรู้สึกว่าหน้าดูเต็ม ดูฟูขึ้นทันตาเห็น แต่นั่นเป็นเพียงอาการบวมน้ำยาชั่วคราว หรืออาการบวมเข็มธรรมดา ๆ ค่ะ รูปสวย ๆ ที่เราถ่ายอวดเพื่อนหลังออกจากห้องฉีดว่า "อุ๊ย แก้มเต็มแล้ว!" ส่วนใหญ่เป็นเพราะเอฟเฟกต์ความบวมนี้ล้วน ๆ เลย

พอผ่านไปประมาณ 2-3 วัน อาการบวมชั่วคราวนี้ก็จะค่อย ๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนเลยตกใจว่า "อ้าว วันแรกยังฟูดีอยู่เลย ทำไมตอนนี้แฟ่บลงไปเหมือนเดิมแล้วล่ะ?" จริง ๆ แล้วหน้าไม่ได้แฟ่บลงไปเปล่า ๆ หรอกค่ะ แต่เป็นเพราะตัวยาเริ่มสลายตัวไปเพื่อเตรียมทำงานต่างหาก ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มสตาร์ทหลังจากที่ความบวมนี้หายสนิทดีแล้ว ค่อย ๆ ท่องไว้ค่ะว่า แก้ยุบก่อน แล้วค่อยฟูจริง!

시술 직후 부기와 진짜 변화는 다른 이야기예요

 

 

คอลลาเจนใหม่ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวนะคะ

หลักการทำงานของ ส컬트라 เหมือนการส่งสัญญาณไปปลุกผิวให้ตื่นค่ะ สาร PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะค่อย ๆ ย่อยสลายทีละนิด เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายรู้ว่า "เฮ้ ตรงนี้ต้องการคอลลาเจนเพิ่มด่วน!" แม้การสะกิดกระตุ้นจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่หมอจิ้มเข็ม แต่กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อจริง ๆ นั้นกินเวลานานมาก เพราะฉะนั้นจะมาส่องกระจกดูผลตั้งแต่วันรุ่งขึ้นไม่ได้น้า นี่ยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานของน้องเลยค่ะ

ปกติแล้วคอลลาเจนใหม่จะไม่ได้สร้างเสร็จภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ แต่โดยส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ และจะค่อย ๆ ฟูเต็มที่เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิว, อัตราความแข็งแรงในการฟื้นฟูของแต่ละคน, อายุ รวมถึงไลฟ์สไตล์ด้วยค่ะ แนะนำให้ลองถ่ายรูปเก็บไว้ทุก ๆ 1 เดือนดูนะคะ จะเห็นเลยว่าหน้าเปลี่ยนไปเยอะกว่าการส่องกระจกเช็กดูทุกวันแน่นอน

콜라겐이 차오르는 데는 시간이 걸려요

 

 

จำนวนครั้งและระยะเวลาที่หมอนัด มีเหตุผลของมันเสมอค่ะ

ส컬트라 ไม่ใช่หัตถการที่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบเป๊ะเลย ส่วนใหญ่คุณหมอจะนัดมาทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้การกระตุ้นคอลลาเจนในแต่ละรอบค่อย ๆ ซ้อนทับกันอย่างเป็นธรรมชาติ การแบ่งฉีดทีละนิดดีกว่าการอัดเข้าไปทีเดียวเยอะ ๆ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มก้อนแข็ง (Nodule) ใต้ผิวได้ดีกว่ามาก ดังนั้นการมาตามนัดให้ตรงเวลาจึงสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยสุด ๆ ค่ะ

เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าคลินิกทำไม่ดีหรือไม่ได้ผลเพียงเพราะฉีดไปครั้งแรกแล้วยังไม่สะใจนะคะ เพราะนั่นอาจจะยังอยู่แค่สเตปแรกของแพลนที่คุณหมอวางไว้เท่านั้นเองค่ะ แนะนำให้ทำตามคอร์สแนะนำอย่างต่อเนื่อง และไม่แนะนำให้รีบร้อนไปอัดหัตถการอื่น ๆ แทรกระหว่างนั้น เพราะอาจจะทำให้ผลลัพธ์ตีกันจนแยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหนค่ะ

횟수와 간격에는 이유가 있어요

 

 

ถ้ายังรู้สึกว่าไม่เห็นผล ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ดูหน่อยไหม?

ข้อแรกเลยคือ... พี่สาวส่องกระจกบ่อยเกินไปหรือเปล่าเอ่ย? (หัวเราะ) การดูตัวเองในกระจกทุกเช้า-เย็นจะทำให้เรารู้สึกชินตาจนมองไม่เห็นความต่างค่ะ ลองเปลี่ยนวิธีมาเป็นการถ่ายรูปเปรียบเทียบเดือนละครั้ง โดยจัดแสง มุมกล้องเดียวกัน และทำหน้าเฉย ๆ (no filter นะคะ!) หรือลองถามเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ดู บางทีคนที่นาน ๆ เจอเราทีจะทักเลยว่า "อุ๊ย ไปทำอะไรมา หน้าดูเด็กดูเด้งขึ้นนะ!"

นอกจากนี้ เรื่องการดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็สำคัญมาก ๆ นะคะ และอย่าลืมทำการนวดหน้าตามกฎที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดในช่วงวันแรก ๆ ด้วย ลิงก์ไปถึงสไตล์การใช้ชีวิตอย่างการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ หรือการคุมอาหารแบบหักโหมเกินไป ก็มีส่วนทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลงด้วยเช่นกันค่ะ รวมไปถึงการทาครีมกันแดดปกป้องผิวจาก UV ก็ห้ามละเลยเด็ดขาดเลยนะ

결과가 잘 안 보일 때 점검해볼 것들

 

 

มาเตรียมใจยอมรับผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยกันดีกว่าค่ะ

ส컬트라 ไม่ใช่เวทมนตร์เสกหน้าใหม่ใน 3 วัน แต่มันคืองานอาร์ตที่ค่อย ๆ เติบโตจากข้างในผิวเราเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความละมุน ดูธรรมชาติมากจนดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา เหมือนตื่นมาแล้วสวยเลย เป็นฟีล "ดูดีขึ้นนะ แต่บอกไม่ได้ว่าตรงไหนย้อยตรงไหนฟูขึ้นกันแน่"

แต่ถ้าหากเวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้วยังรู้สึกว่าเห็นผลน้อยเกินไป แนะนำให้เข้าไปปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้เพื่อประเมินรอบการฉีดเพิ่ม หรือทำโปรแกรมอื่น ๆ เสริมร่วมด้วยจะดีที่สุดค่ะ การให้เวลากับน้อง ส컬트라 ได้ทำงานอย่างเต็มที่ จะช่วยให้เราได้ผิวที่ดูเด็กและอิ่มฟูแบบยั่งยืนที่สุดค่ะ อดใจรอนิดนึงน้า ผิวสวย ๆ รออยู่ค่ะ!

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังทำนานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคะ?

A. โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพึงพอใจในช่วง 2-3 เดือนหลังทำค่ะ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และอยู่ได้ยาวนานลืมเลยค่ะ

Q2. พอยุบแก้มบวมแล้วหน้ากลับมาแฟ่บเหมือนเดิม นี่คือเรื่องปกติใช่ไหมคะ?

A. ปกติมาก ๆ ค่ะ! ช่วงวันแรก ๆ ที่ฟูเป็นเพราะอาการบวมน้ำยา พอผ่านไป 2-3 วันน้ำยาจะถูกดูดซึมหายไป ทำให้หน้ากลับมาดูเหมือนตอนก่อนฉีด จากนั้นตัวยาจะเริ่มทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนจริง ๆ ให้ค่อย ๆ ฟูกลับขึ้นมาใหม่อย่างถาวรค่ะ

Q3. ถ้าขี้เกียจไปฉีดให้ครบทุกครั้งตามที่หมอนัด จะเป็นอะไรไหมคะ?

A. แนะนำให้ฉีดให้ครบจำนวนครั้งตามที่คุณหมอประเมินไว้ตั้งแต่แรกนะคะ เพื่อให้ผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนสะสมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากมีปัญหาเรื่องตารางเวลา แนะนำให้พูดคุยกับคุณหมอเพื่อปรับแพลนการรักษาดีกว่าหยุดไปเฉย ๆ ค่ะ

ฉีด ส컬트라 มาแล้ว ทำไมหน้ายังดูเหมือนเดิมเลยนะ?

스컬트라 받았는데 왜 아직도 그대로일까?

หลังจากนอนเกร็งเจ็บจี๊ด ๆ โดนเข็มจิ้มไปหลายชิ้นในห้องฉีด พอผ่านไปไม่กี่วัน พอมองกระจก เอ๊ะ... ทำไมหน้ายังไม่ค่อยเปลี่ยนเลยล่ะ? พอแก้มที่เคยบวม ๆ เริ่มยุบลง ความกังวลก็เริ่มมา "หรือว่าเราจะโดนย้อมแมว?" ลองถ่ายรูปเทียบกันดู ก็แยกไม่ออกว่าตรงไหนที่เปลี่ยนไป ด้านข้างก็ยังดูแบน ๆ เหมือนก่อนทำไม่มีผิด

เข้าใจเลยค่ะ! ความรู้สึกแบบนี้สาว ๆ ที่เพิ่งฉีด ส컬트라 (Sculptra) มามักจะเจอกันบ่อยมาก ๆ แต่ขอเฉลยให้สบายใจก่อนเลยว่า การที่เห็นผลช้าแบบนี้แหละคือเรื่องปกติที่สุดค่ะ! เพราะ ส컬트라 ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บฟูปั๊บ แต่เป็นหัตถการที่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ ดังนั้นคีย์เวิร์ดของงานผิวตัวนี้คือ "การรอคอย" ค่ะ รู้แบบนี้แล้วจะได้สบายใจขึ้นเนอะ

 

อาการบวมหลังทำทันที กับ การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เป็นคนละเรื่องกันนะ

หลังฉีดเสร็จใหม่ ๆ เราอาจจะรู้สึกว่าหน้าดูเต็ม ดูฟูขึ้นทันตาเห็น แต่นั่นเป็นเพียงอาการบวมน้ำยาชั่วคราว หรืออาการบวมเข็มธรรมดา ๆ ค่ะ รูปสวย ๆ ที่เราถ่ายอวดเพื่อนหลังออกจากห้องฉีดว่า "อุ๊ย แก้มเต็มแล้ว!" ส่วนใหญ่เป็นเพราะเอฟเฟกต์ความบวมนี้ล้วน ๆ เลย

พอผ่านไปประมาณ 2-3 วัน อาการบวมชั่วคราวนี้ก็จะค่อย ๆ ยุบลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนเลยตกใจว่า "อ้าว วันแรกยังฟูดีอยู่เลย ทำไมตอนนี้แฟ่บลงไปเหมือนเดิมแล้วล่ะ?" จริง ๆ แล้วหน้าไม่ได้แฟ่บลงไปเปล่า ๆ หรอกค่ะ แต่เป็นเพราะตัวยาเริ่มสลายตัวไปเพื่อเตรียมทำงานต่างหาก ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มสตาร์ทหลังจากที่ความบวมนี้หายสนิทดีแล้ว ค่อย ๆ ท่องไว้ค่ะว่า แก้ยุบก่อน แล้วค่อยฟูจริง!

시술 직후 부기와 진짜 변화는 다른 이야기예요

 

 

คอลลาเจนใหม่ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวนะคะ

หลักการทำงานของ ส컬트라 เหมือนการส่งสัญญาณไปปลุกผิวให้ตื่นค่ะ สาร PLLA ที่ฉีดเข้าไปจะค่อย ๆ ย่อยสลายทีละนิด เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายรู้ว่า "เฮ้ ตรงนี้ต้องการคอลลาเจนเพิ่มด่วน!" แม้การสะกิดกระตุ้นจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่หมอจิ้มเข็ม แต่กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อจริง ๆ นั้นกินเวลานานมาก เพราะฉะนั้นจะมาส่องกระจกดูผลตั้งแต่วันรุ่งขึ้นไม่ได้น้า นี่ยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานของน้องเลยค่ะ

ปกติแล้วคอลลาเจนใหม่จะไม่ได้สร้างเสร็จภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์ แต่โดยส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ และจะค่อย ๆ ฟูเต็มที่เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิว, อัตราความแข็งแรงในการฟื้นฟูของแต่ละคน, อายุ รวมถึงไลฟ์สไตล์ด้วยค่ะ แนะนำให้ลองถ่ายรูปเก็บไว้ทุก ๆ 1 เดือนดูนะคะ จะเห็นเลยว่าหน้าเปลี่ยนไปเยอะกว่าการส่องกระจกเช็กดูทุกวันแน่นอน

콜라겐이 차오르는 데는 시간이 걸려요

 

 

จำนวนครั้งและระยะเวลาที่หมอนัด มีเหตุผลของมันเสมอค่ะ

ส컬트라 ไม่ใช่หัตถการที่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบเป๊ะเลย ส่วนใหญ่คุณหมอจะนัดมาทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้การกระตุ้นคอลลาเจนในแต่ละรอบค่อย ๆ ซ้อนทับกันอย่างเป็นธรรมชาติ การแบ่งฉีดทีละนิดดีกว่าการอัดเข้าไปทีเดียวเยอะ ๆ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มก้อนแข็ง (Nodule) ใต้ผิวได้ดีกว่ามาก ดังนั้นการมาตามนัดให้ตรงเวลาจึงสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยสุด ๆ ค่ะ

เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าคลินิกทำไม่ดีหรือไม่ได้ผลเพียงเพราะฉีดไปครั้งแรกแล้วยังไม่สะใจนะคะ เพราะนั่นอาจจะยังอยู่แค่สเตปแรกของแพลนที่คุณหมอวางไว้เท่านั้นเองค่ะ แนะนำให้ทำตามคอร์สแนะนำอย่างต่อเนื่อง และไม่แนะนำให้รีบร้อนไปอัดหัตถการอื่น ๆ แทรกระหว่างนั้น เพราะอาจจะทำให้ผลลัพธ์ตีกันจนแยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหนค่ะ

횟수와 간격에는 이유가 있어요

 

 

ถ้ายังรู้สึกว่าไม่เห็นผล ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ดูหน่อยไหม?

ข้อแรกเลยคือ... พี่สาวส่องกระจกบ่อยเกินไปหรือเปล่าเอ่ย? (หัวเราะ) การดูตัวเองในกระจกทุกเช้า-เย็นจะทำให้เรารู้สึกชินตาจนมองไม่เห็นความต่างค่ะ ลองเปลี่ยนวิธีมาเป็นการถ่ายรูปเปรียบเทียบเดือนละครั้ง โดยจัดแสง มุมกล้องเดียวกัน และทำหน้าเฉย ๆ (no filter นะคะ!) หรือลองถามเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ดู บางทีคนที่นาน ๆ เจอเราทีจะทักเลยว่า "อุ๊ย ไปทำอะไรมา หน้าดูเด็กดูเด้งขึ้นนะ!"

นอกจากนี้ เรื่องการดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็สำคัญมาก ๆ นะคะ และอย่าลืมทำการนวดหน้าตามกฎที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดในช่วงวันแรก ๆ ด้วย ลิงก์ไปถึงสไตล์การใช้ชีวิตอย่างการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ หรือการคุมอาหารแบบหักโหมเกินไป ก็มีส่วนทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลงด้วยเช่นกันค่ะ รวมไปถึงการทาครีมกันแดดปกป้องผิวจาก UV ก็ห้ามละเลยเด็ดขาดเลยนะ

결과가 잘 안 보일 때 점검해볼 것들

 

 

มาเตรียมใจยอมรับผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยกันดีกว่าค่ะ

ส컬트라 ไม่ใช่เวทมนตร์เสกหน้าใหม่ใน 3 วัน แต่มันคืองานอาร์ตที่ค่อย ๆ เติบโตจากข้างในผิวเราเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความละมุน ดูธรรมชาติมากจนดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา เหมือนตื่นมาแล้วสวยเลย เป็นฟีล "ดูดีขึ้นนะ แต่บอกไม่ได้ว่าตรงไหนย้อยตรงไหนฟูขึ้นกันแน่"

แต่ถ้าหากเวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้วยังรู้สึกว่าเห็นผลน้อยเกินไป แนะนำให้เข้าไปปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้เพื่อประเมินรอบการฉีดเพิ่ม หรือทำโปรแกรมอื่น ๆ เสริมร่วมด้วยจะดีที่สุดค่ะ การให้เวลากับน้อง ส컬트라 ได้ทำงานอย่างเต็มที่ จะช่วยให้เราได้ผิวที่ดูเด็กและอิ่มฟูแบบยั่งยืนที่สุดค่ะ อดใจรอนิดนึงน้า ผิวสวย ๆ รออยู่ค่ะ!

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. หลังทำนานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคะ?

A. โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพึงพอใจในช่วง 2-3 เดือนหลังทำค่ะ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และอยู่ได้ยาวนานลืมเลยค่ะ

Q2. พอยุบแก้มบวมแล้วหน้ากลับมาแฟ่บเหมือนเดิม นี่คือเรื่องปกติใช่ไหมคะ?

A. ปกติมาก ๆ ค่ะ! ช่วงวันแรก ๆ ที่ฟูเป็นเพราะอาการบวมน้ำยา พอผ่านไป 2-3 วันน้ำยาจะถูกดูดซึมหายไป ทำให้หน้ากลับมาดูเหมือนตอนก่อนฉีด จากนั้นตัวยาจะเริ่มทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนจริง ๆ ให้ค่อย ๆ ฟูกลับขึ้นมาใหม่อย่างถาวรค่ะ

Q3. ถ้าขี้เกียจไปฉีดให้ครบทุกครั้งตามที่หมอนัด จะเป็นอะไรไหมคะ?

A. แนะนำให้ฉีดให้ครบจำนวนครั้งตามที่คุณหมอประเมินไว้ตั้งแต่แรกนะคะ เพื่อให้ผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนสะสมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากมีปัญหาเรื่องตารางเวลา แนะนำให้พูดคุยกับคุณหมอเพื่อปรับแพลนการรักษาดีกว่าหยุดไปเฉย ๆ ค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ยกกระชับ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1