ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

ทำ Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่?

กังวลเพราะยังไม่เห็นผลหลังทำ Sculptra? เราสรุปให้ว่าทำไมการที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ มา ถึงเป็นเรื่องปกติค่ะ

ฉีด Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่ล่ะ?

스컬트라 받았는데 왜 아직도 그대로일까?

นอนอยู่ในห้องหัตถการ ฉีดยาไปไม่กี่เข็มแล้วเดินออกมา แต่พอผ่านไปหลายวัน ส่องกระจกแล้วหน้าก็ดูแทบไม่ต่างไปเลย ทั้งที่อาการบวมเล็กๆ ตอนแรกก็ยุบลงแล้ว เลยเริ่มสงสัยว่า "หรือจะทำผิดอะไรไปหรือเปล่า?" ถ่ายรูปใหม่อีกทีก็ยังไม่ค่อยเห็นว่าตรงไหนเปลี่ยนไป แถมมองด้านข้างก็ยังดูคล้ายก่อนทำอยู่ดี

ความรู้สึกแบบนี้ คนที่ทำ Sculptra เจอกันบ่อยพอสมควร แต่ขอบอกก่อนเลยว่า การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ มา ถือว่าเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ เพราะ Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลทันที แต่เป็นการให้ผิวค่อยๆ ฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ดังนั้นถ้าเข้าใจว่าขั้นตอนของหัตถการนี้ตั้งอยู่บนคำว่า “รอ” ใจเราก็จะสบายขึ้นเยอะ

อาการบวมหลังทำกับการเปลี่ยนแปลงจริงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หลังฉีด บริเวณนั้นอาจดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ อันนี้เป็นอาการบวมเบาๆ จากตัวหัตถการเอง หรือเป็นการเปลี่ยนชั่วคราวจากน้ำยาที่ฉีดเข้าไปซึ่งยังไม่เข้าที่ พอถ่ายรูปหลังทำทันที หลายคนจะรู้สึกว่า "เออ เหมือนเติมเต็มขึ้นแล้ว" ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่วงนี้แหละ

พอผ่านไปไม่กี่วัน ความอิ่มชั่วคราวนี้ก็จะค่อยๆ ยุบลงเอง เลยทำให้หลายคนรู้สึกว่า "ตอนฉีดเหมือนจะเต็มขึ้น แต่พอผ่านไปกลับยุบลงอีก" ตรงนี้ไม่ต้องตกใจนะ จริงๆ แล้วภาพหลังทำทันทีไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงจริงจะเริ่มอย่างช้าๆ หลังจากอาการบวมสงบลงแล้ว ลองนึกว่าไทม์ไลน์ของมันสลับกันอยู่ จะเข้าใจง่ายขึ้น

시술 직후 부기와 진짜 변화는 다른 이야기예요

คอลลาเจนต้องใช้เวลาในการค่อยๆ สร้าง

กลไกของ Sculptra คล้ายกับการส่งสัญญาณให้ผิวมากกว่า เมื่อ PLLA ที่อยู่ในผิวค่อยๆ สลายตัว ก็จะกระตุ้นให้ผิวตอบสนองว่า "ตรงนี้ต้องการคอลลาเจนเพิ่ม" ตัวกระตุ้นเกิดขึ้นเร็ว แต่การตอบสนองจะลากยาวต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่วันสองวัน เพราะฉะนั้นถ้าดูกระจกในวันถัดไปแล้วจะตัดสินผลเลย บอกได้เลยว่าการเปลี่ยนจริงๆ ยังแทบไม่เริ่มด้วยซ้ำ

คอลลาเจนใหม่ที่เกิดจากการตอบสนองนี้ไม่ได้สร้างเสร็จในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และกว่าจะนิ่งเต็มที่อาจใช้เวลานานกว่านั้น ทั้งนี้แต่ละคนต่างกันตามความหนาของผิว ความเร็วในการฟื้นตัว อายุ และไลฟ์สไตล์ บางคนเห็นไว บางคนเห็นช้ากว่า ถ้าถ่ายรูปเปรียบเทียบไว้เดือนละครั้ง จะช่วยให้เห็นความต่างที่มองไม่ออกเวลาส่องกระจกทุกวัน

콜라겐이 차오르는 데는 시간이 걸려요

จำนวนครั้งและช่วงห่างมีเหตุผลของมัน

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วจบผลลัพธ์มาทันที ปกติจะทำเป็นหลายครั้ง โดยเว้นช่วงกันตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงประมาณหนึ่งเดือนขึ้นไป เพราะหลังจากที่คอลลาเจนตอบสนองครั้งหนึ่งแล้ว การกระตุ้นครั้งต่อไปจะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ สะสมอย่างเป็นธรรมชาติ การค่อยๆ เติมและค่อยๆ กระตุ้นทีละนิด มักให้ผลที่เนียนกว่า ถ้าทำถี่เกินไปหรือเร่งเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องก้อนได้ด้วย ดังนั้นช่วงห่างที่แนะนำจึงสำคัญทั้งเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัย

เพราะฉะนั้น ถ้าครั้งแรกดูเหมือนเปลี่ยนไม่มาก ก็ไม่ได้แปลว่าหัตถการล้มเหลวนะ อาจเป็นเพียงแค่ยังทำไปไม่ครบตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก การทำตามจำนวนครั้งและช่วงห่างที่แพทย์แนะนำ จะช่วยให้เห็นผลได้ดีกว่า ถ้าระหว่างทางใจร้อนแล้วไปเพิ่มหัตถการอื่นอีก ผลที่เกิดขึ้นอาจปนกันจนยากจะแยกว่าตัวไหนช่วยอะไรบ้าง

횟수와 간격에는 이유가 있어요

ถ้าผลยังไม่ชัด ลองเช็กสิ่งเหล่านี้

ช่วงที่ต้องรอ ถ้าเช็กกระจกบ่อยเกินไปจะยิ่งจับความเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยได้ เพราะพอดูทุกวัน ก็จะรู้สึกว่าวานนี้กับวันนี้แทบไม่ต่างกัน การเอารูปก่อนทำมาเทียบกับรูปที่ถ่ายทุกเดือนจะเห็นชัดกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรถ่ายในแสงเดิม มุมเดิม และไม่แสดงสีหน้า จะเทียบได้ง่ายขึ้น อีกวิธีคือให้คนใกล้ตัวช่วยดูเป็นระยะ บางทีคนที่ไม่ได้เห็นทุกวันจะสังเกตความเปลี่ยนได้ดีกว่าเจ้าตัวเอง

การดื่มน้ำให้พอ และหลีกเลี่ยงการกดบริเวณที่ทำแรงๆ ในช่วงไม่กี่วันแรกก็สำคัญ ถ้าได้รับคำแนะนำเรื่องการนวดหลังทำ ก็ควรทำตามที่แพทย์บอกอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือไดเอตสุดโต่ง อาจส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนได้ ช่วงพักฟื้นจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ และถ้าต้องเจอแดดนานๆ ก็ควรทากันแดดให้ดีเป็นพิเศษ

결과가 잘 안 보일 때 점검해볼 것들

การยอมรับผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปก็สำคัญ

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ทำไม่กี่วันแล้วชีวิตเปลี่ยนทันที แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในผิวของเราเอง ผลลัพธ์จึงมักดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ บ่อยครั้งเลยกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกว่า "เหมือนจะต่าง แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหนต่าง"

แต่ถ้าผ่านมานานพอสมควรแล้วแต่ยังรู้สึกว่าเปลี่ยนน้อยเกินไป ก็ควรกลับไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญว่าอาจต้องมีรอบเพิ่มหรือทำหัตถการเสริมไหม ดีกว่าตัดสินเร็วแล้วรีบไปเพิ่มอย่างอื่นแบบไม่ทันตั้งตัว การรอให้ครบตามแผนและกลับมาประเมินอีกครั้ง จะช่วยให้ผลลัพธ์นิ่งและสม่ำเสมอมากกว่า ถึงช่วงรอจะทำให้ใจร้อนบ้าง แต่ถ้าจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ มา ย่อมต้องใช้เวลา เราก็จะไม่กังวลเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

Q1. หลังทำกี่วันถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง?

A. แล้วแต่คนค่ะ แต่โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นชัดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และกว่าจะนิ่งเต็มที่อาจใช้เวลานานกว่านั้น

Q2. พออาการบวมยุบแล้วดูเหมือนกลับมาเล็กลง แบบนี้ปกติไหม?

A. ปกติค่ะ เป็นไหล่ทางของกระบวนการนี้เลย ช่วงหลังทำใหม่ๆ ที่ดูเต็มขึ้นมักเป็นเพราะบวมชั่วคราวและน้ำยาที่ยังไม่เข้าที่ พอไม่กี่วันผ่านไปก็จะยุบลง ส่วนผลจริงจะค่อยๆ เริ่มตามมาหลังจากนั้น

Q3. ถ้าทำไม่ครบจำนวนครั้งที่แนะนำ หยุดได้ไหม?

A. จำนวนครั้งและช่วงห่างที่แนะนำถูกวางไว้เพื่อให้ผลออกมานิ่งและสม่ำเสมอ ถ้าหยุดกลางคัน การเปลี่ยนแปลงอาจยังสะสมไม่พอ ถ้าจำเป็นต้องปรับแผน ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจะดีที่สุด

ฉีด Sculptra แล้วทำไมยังดูเหมือนเดิมอยู่ล่ะ?

스컬트라 받았는데 왜 아직도 그대로일까?

นอนอยู่ในห้องหัตถการ ฉีดยาไปไม่กี่เข็มแล้วเดินออกมา แต่พอผ่านไปหลายวัน ส่องกระจกแล้วหน้าก็ดูแทบไม่ต่างไปเลย ทั้งที่อาการบวมเล็กๆ ตอนแรกก็ยุบลงแล้ว เลยเริ่มสงสัยว่า "หรือจะทำผิดอะไรไปหรือเปล่า?" ถ่ายรูปใหม่อีกทีก็ยังไม่ค่อยเห็นว่าตรงไหนเปลี่ยนไป แถมมองด้านข้างก็ยังดูคล้ายก่อนทำอยู่ดี

ความรู้สึกแบบนี้ คนที่ทำ Sculptra เจอกันบ่อยพอสมควร แต่ขอบอกก่อนเลยว่า การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ มา ถือว่าเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ เพราะ Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลทันที แต่เป็นการให้ผิวค่อยๆ ฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ดังนั้นถ้าเข้าใจว่าขั้นตอนของหัตถการนี้ตั้งอยู่บนคำว่า “รอ” ใจเราก็จะสบายขึ้นเยอะ

อาการบวมหลังทำกับการเปลี่ยนแปลงจริงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หลังฉีด บริเวณนั้นอาจดูอิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ อันนี้เป็นอาการบวมเบาๆ จากตัวหัตถการเอง หรือเป็นการเปลี่ยนชั่วคราวจากน้ำยาที่ฉีดเข้าไปซึ่งยังไม่เข้าที่ พอถ่ายรูปหลังทำทันที หลายคนจะรู้สึกว่า "เออ เหมือนเติมเต็มขึ้นแล้ว" ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่วงนี้แหละ

พอผ่านไปไม่กี่วัน ความอิ่มชั่วคราวนี้ก็จะค่อยๆ ยุบลงเอง เลยทำให้หลายคนรู้สึกว่า "ตอนฉีดเหมือนจะเต็มขึ้น แต่พอผ่านไปกลับยุบลงอีก" ตรงนี้ไม่ต้องตกใจนะ จริงๆ แล้วภาพหลังทำทันทีไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงจริงจะเริ่มอย่างช้าๆ หลังจากอาการบวมสงบลงแล้ว ลองนึกว่าไทม์ไลน์ของมันสลับกันอยู่ จะเข้าใจง่ายขึ้น

시술 직후 부기와 진짜 변화는 다른 이야기예요

คอลลาเจนต้องใช้เวลาในการค่อยๆ สร้าง

กลไกของ Sculptra คล้ายกับการส่งสัญญาณให้ผิวมากกว่า เมื่อ PLLA ที่อยู่ในผิวค่อยๆ สลายตัว ก็จะกระตุ้นให้ผิวตอบสนองว่า "ตรงนี้ต้องการคอลลาเจนเพิ่ม" ตัวกระตุ้นเกิดขึ้นเร็ว แต่การตอบสนองจะลากยาวต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่วันสองวัน เพราะฉะนั้นถ้าดูกระจกในวันถัดไปแล้วจะตัดสินผลเลย บอกได้เลยว่าการเปลี่ยนจริงๆ ยังแทบไม่เริ่มด้วยซ้ำ

คอลลาเจนใหม่ที่เกิดจากการตอบสนองนี้ไม่ได้สร้างเสร็จในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และกว่าจะนิ่งเต็มที่อาจใช้เวลานานกว่านั้น ทั้งนี้แต่ละคนต่างกันตามความหนาของผิว ความเร็วในการฟื้นตัว อายุ และไลฟ์สไตล์ บางคนเห็นไว บางคนเห็นช้ากว่า ถ้าถ่ายรูปเปรียบเทียบไว้เดือนละครั้ง จะช่วยให้เห็นความต่างที่มองไม่ออกเวลาส่องกระจกทุกวัน

콜라겐이 차오르는 데는 시간이 걸려요

จำนวนครั้งและช่วงห่างมีเหตุผลของมัน

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วจบผลลัพธ์มาทันที ปกติจะทำเป็นหลายครั้ง โดยเว้นช่วงกันตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงประมาณหนึ่งเดือนขึ้นไป เพราะหลังจากที่คอลลาเจนตอบสนองครั้งหนึ่งแล้ว การกระตุ้นครั้งต่อไปจะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ สะสมอย่างเป็นธรรมชาติ การค่อยๆ เติมและค่อยๆ กระตุ้นทีละนิด มักให้ผลที่เนียนกว่า ถ้าทำถี่เกินไปหรือเร่งเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องก้อนได้ด้วย ดังนั้นช่วงห่างที่แนะนำจึงสำคัญทั้งเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัย

เพราะฉะนั้น ถ้าครั้งแรกดูเหมือนเปลี่ยนไม่มาก ก็ไม่ได้แปลว่าหัตถการล้มเหลวนะ อาจเป็นเพียงแค่ยังทำไปไม่ครบตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก การทำตามจำนวนครั้งและช่วงห่างที่แพทย์แนะนำ จะช่วยให้เห็นผลได้ดีกว่า ถ้าระหว่างทางใจร้อนแล้วไปเพิ่มหัตถการอื่นอีก ผลที่เกิดขึ้นอาจปนกันจนยากจะแยกว่าตัวไหนช่วยอะไรบ้าง

횟수와 간격에는 이유가 있어요

ถ้าผลยังไม่ชัด ลองเช็กสิ่งเหล่านี้

ช่วงที่ต้องรอ ถ้าเช็กกระจกบ่อยเกินไปจะยิ่งจับความเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยได้ เพราะพอดูทุกวัน ก็จะรู้สึกว่าวานนี้กับวันนี้แทบไม่ต่างกัน การเอารูปก่อนทำมาเทียบกับรูปที่ถ่ายทุกเดือนจะเห็นชัดกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรถ่ายในแสงเดิม มุมเดิม และไม่แสดงสีหน้า จะเทียบได้ง่ายขึ้น อีกวิธีคือให้คนใกล้ตัวช่วยดูเป็นระยะ บางทีคนที่ไม่ได้เห็นทุกวันจะสังเกตความเปลี่ยนได้ดีกว่าเจ้าตัวเอง

การดื่มน้ำให้พอ และหลีกเลี่ยงการกดบริเวณที่ทำแรงๆ ในช่วงไม่กี่วันแรกก็สำคัญ ถ้าได้รับคำแนะนำเรื่องการนวดหลังทำ ก็ควรทำตามที่แพทย์บอกอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือไดเอตสุดโต่ง อาจส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนได้ ช่วงพักฟื้นจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ และถ้าต้องเจอแดดนานๆ ก็ควรทากันแดดให้ดีเป็นพิเศษ

결과가 잘 안 보일 때 점검해볼 것들

การยอมรับผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปก็สำคัญ

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ทำไม่กี่วันแล้วชีวิตเปลี่ยนทันที แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในผิวของเราเอง ผลลัพธ์จึงมักดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ บ่อยครั้งเลยกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกว่า "เหมือนจะต่าง แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหนต่าง"

แต่ถ้าผ่านมานานพอสมควรแล้วแต่ยังรู้สึกว่าเปลี่ยนน้อยเกินไป ก็ควรกลับไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญว่าอาจต้องมีรอบเพิ่มหรือทำหัตถการเสริมไหม ดีกว่าตัดสินเร็วแล้วรีบไปเพิ่มอย่างอื่นแบบไม่ทันตั้งตัว การรอให้ครบตามแผนและกลับมาประเมินอีกครั้ง จะช่วยให้ผลลัพธ์นิ่งและสม่ำเสมอมากกว่า ถึงช่วงรอจะทำให้ใจร้อนบ้าง แต่ถ้าจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ มา ย่อมต้องใช้เวลา เราก็จะไม่กังวลเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

Q1. หลังทำกี่วันถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง?

A. แล้วแต่คนค่ะ แต่โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นชัดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และกว่าจะนิ่งเต็มที่อาจใช้เวลานานกว่านั้น

Q2. พออาการบวมยุบแล้วดูเหมือนกลับมาเล็กลง แบบนี้ปกติไหม?

A. ปกติค่ะ เป็นไหล่ทางของกระบวนการนี้เลย ช่วงหลังทำใหม่ๆ ที่ดูเต็มขึ้นมักเป็นเพราะบวมชั่วคราวและน้ำยาที่ยังไม่เข้าที่ พอไม่กี่วันผ่านไปก็จะยุบลง ส่วนผลจริงจะค่อยๆ เริ่มตามมาหลังจากนั้น

Q3. ถ้าทำไม่ครบจำนวนครั้งที่แนะนำ หยุดได้ไหม?

A. จำนวนครั้งและช่วงห่างที่แนะนำถูกวางไว้เพื่อให้ผลออกมานิ่งและสม่ำเสมอ ถ้าหยุดกลางคัน การเปลี่ยนแปลงอาจยังสะสมไม่พอ ถ้าจำเป็นต้องปรับแผน ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจะดีที่สุด

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1