• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

มีประวัติเริมที่ปาก ต้องบอกหมอก่อนทำเลเซอร์ไหม?

มีประวัติเริมที่ปาก ต้องบอกหมอก่อนทำเลเซอร์ไหม?

มีประวัติเริมที่ปาก ต้องบอกหมอก่อนทำเลเซอร์ไหม?

มีประวัติเริม (HSV-1) ควรแจ้งหมอก่อนทำเลเซอร์หรือฟิลเลอร์ สรุปเหตุผลและวิธีเตรียมตัวให้ปลอดภัยค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

หากคุณเคยเจอตุ่มน้ำใสขึ้นแล้วยุบบริเวณริมฝีปากมาหลายครั้ง ก่อนเข้ารับหัตถการที่ใบหน้าก็คงมีลังเลใจอยู่บ้างสักครั้ง บางคนแม้จะจองคิวไว้แล้ว แต่พอคิดว่า "ต้องพูดเรื่องนี้ด้วยเหรอ" ก็เลยเลือกที่จะไม่บอกไปเฉยๆ ก็มีไม่น้อยเลยค่ะ

 

ก่อนอื่นขอสรุปให้ฟังก่อนค่ะ ประวัติเริมไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องปิดบัง แต่เป็นข้อมูลที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา เพราะกรณีที่แจ้งแล้วหัตถการถูกระงับนั้นพบน้อยกว่ากรณีที่แจ้งแล้วมีการเตรียมตัวเพิ่มอีกขั้นตอนหนึ่งมากค่ะ

 

บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ที่เรียบเรียงตามลำดับว่า ก่อนเข้าปรึกษาควรจดบันทึกข้อมูลอะไรไว้บ้าง และในวันทำหัตถการรวมถึงหลังจากนั้นควรเตรียมตัวอย่างไรค่ะ

 

บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของบิวตี้สโตนฮับจองค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้

  • เข้าใจว่าทำไมประวัติเริมถึงเป็นข้อมูลสำคัญก่อนทำหัตถการ

  • รู้ว่าก่อนเข้าปรึกษาควรจดบันทึกประวัติข้อไหนไว้บ้าง แยกเป็นรายข้อ

  • เข้าใจว่าการเตรียมตัวจะต่างกันอย่างไร ระหว่างตอนที่มีตุ่มขึ้นอยู่กับตอนที่ยุบแล้ว

  • แยกแยะได้ว่าหลังทำหัตถการ สัญญาณแบบไหนที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

 

ทำไมประวัติเริมถึงเป็นข้อมูลสำคัญก่อนทำหัตถการ

เริมที่ริมฝีปากไม่ใช่อาการที่หายแล้วจบไปเลย แต่เป็นภาวะที่เชื้อไวรัสเริมชนิดธรรมดา* ยังคงหลบอยู่ในร่างกาย แล้วกลับมาปรากฏขึ้นอีกเมื่อสภาวะเอื้ออำนวย หลังติดเชื้อครั้งแรก ไวรัสจะแฝงตัวอยู่ในปมประสาทที่เชื่อมต่อกับผิวหนัง

*ไวรัสเริมชนิดธรรมดา: ไวรัสที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสบริเวณรอบปาก หลังติดเชื้อครั้งแรกจะแฝงตัวอยู่ในปมประสาท และสามารถกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยบางอย่าง

 

เช่นเดียวกับคำอธิบายที่ว่าไวรัสที่แฝงตัวอยู่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งและทำให้เกิดตุ่มน้ำใสซ้ำที่บริเวณเดิม การกลับมาเป็นซ้ำจึงไม่ใช่การติดเชื้อใหม่ แต่เป็นผลจากไวรัสเดิมที่กลับมาทำงานอีกครั้ง ดังนั้นเรื่องราวที่ว่า "เคยเป็นมาหลายครั้งแล้ว" จึงยังมีความหมายสำคัญจนถึงตอนนี้ค่ะ

 

ปัญหาคือหัตถการที่ใบหน้าเองก็อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นนั้นได้ หัตถการที่สัมผัสทั้งผิวหนังและเส้นประสาทไปพร้อมกัน เช่น เลเซอร์บริเวณรอบปาก ฟิลเลอร์ปาก หรือการยกกระชับ อาจทำให้เชื้อเริมที่แฝงตัวอยู่กลับมาทำงานอีกครั้งได้ หากดูคำแนะนำที่ระบุว่าเริมชนิดธรรมดาเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหลังการทำเลเซอร์ผลัดผิว ก็จะเห็นได้ว่าความเป็นไปได้นี้ไม่ใช่เรื่องที่พูดถึงเพียงน้อยครั้งเท่านั้นค่ะ

โครงสร้างปมประสาทที่เชื่อมต่อกับผิวหนังรอบปาก

มีข้อหนึ่งที่อยากเน้นย้ำไว้ คือการมีประวัติเป็นเริมไม่ได้หมายความว่าจะทำหัตถการที่ใบหน้าไม่ได้เลย เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่จะตัดสินว่าทำได้หรือทำไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งล่วงหน้าและเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าค่ะ


ทำไมประวัติเริมถึงเป็นข้อมูลสำคัญก่อนทำหัตถการ

 

 

ข้อมูลประวัติที่ควรจดไว้ก่อนเข้าปรึกษา

พอถูกถามกะทันหันในห้องปรึกษา หลายคนกลับนึกไม่ค่อยออกทั้งที่คิดว่าน่าจะจำได้ ลองจดไว้ในโน้ตมือถือสักไม่กี่บรรทัดก่อนถึงวันนัด จะช่วยให้การปรึกษาราบรื่นขึ้นมากค่ะ

  • ตำแหน่งที่เป็นซ้ำ — เป็นที่ตำแหน่งเดิมทุกครั้งหรือไม่ เป็นที่ริมฝีปากบนหรือล่าง และลามออกไปนอกบริเวณปากหรือไม่

  • ความถี่ในการเป็นซ้ำ — ปีหนึ่งเป็นประมาณกี่ครั้ง และช่วงหลังนี้เป็นบ่อยขึ้นหรือห่างลง

  • ครั้งล่าสุดที่เป็นซ้ำ — ครั้งล่าสุดที่ขึ้นคือเมื่อไหร่ และตอนนี้ยุบหายสนิทแล้วหรือยัง

  • สัญญาณก่อนเป็นซ้ำ — ก่อนที่ตุ่มน้ำใสจะขึ้น มักมีอาการแสบร้อนหรือคันนำมาก่อนหรือไม่

  • ประสบการณ์ทำหัตถการครั้งก่อน — เคยทำหัตถการบริเวณรอบปากแล้วเป็นเริมซ้ำหรือไม่

  • ยาที่กำลังรับประทาน — เคยได้รับยาต้านไวรัสแบบป้องกันมาก่อนหรือไม่ และตอนนี้กำลังรับประทานยาอะไรอยู่บ้าง

หากแจ้งข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้า แพทย์จะสามารถพิจารณาการเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น การให้ยาต้านไวรัสแบบป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม การจะสั่งจ่ายยาหรือไม่และวิธีการใช้ยานั้น เป็นสิ่งที่แพทย์จะพิจารณาจากสถานการณ์ของแต่ละคน ดังนั้นแทนที่จะไปหาซื้อยาเตรียมไว้เอง ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ในวันปรึกษาจะดีกว่าค่ะ

 

ไม่จำเป็นต้องจดยาวมากค่ะ แค่รู้คร่าวๆ ว่าแต่ละช่วงเวลาต้องเตรียมข้อมูลกี่ข้อ ก็จะทำให้การเตรียมตัวเบาลงมากแล้ว

จำนวนข้อมูลที่ต้องเตรียมในแต่ละช่วงเวลา


ข้อมูลประวัติที่ควรจดไว้ก่อนเข้าปรึกษา

 

 

ตอนที่มีตุ่มขึ้นอยู่ กับตอนที่ยุบแล้ว

แม้จะมีประวัติเดียวกัน แต่การเตรียมตัวจะต่างกันไปตามสภาพปัจจุบัน ณ วันที่นัดหมาย หากตอนนี้มีตุ่มน้ำใสหรืออาการเริมขึ้นอยู่บริเวณรอบปาก โดยทั่วไปจะเลื่อนการทำหัตถการออกไปจนกว่าแผลจะหายก่อน ในทางกลับกัน หากเป็นซ้ำครั้งล่าสุดผ่านมานานแล้วและตอนนี้ยุบหายแล้ว ก็มักจะแจ้งประวัติให้ทราบแล้วดำเนินการตามกำหนดเดิมได้ตามปกติค่ะ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

ตอนที่มีตุ่มขึ้นอยู่

ตอนที่ยุบแล้ว

การดำเนินหัตถการ

โดยทั่วไปจะเลื่อนออกไปจนกว่าแผลจะหาย

มักแจ้งประวัติแล้วดำเนินการตามกำหนดเดิม

สิ่งที่ต้องแจ้งตอนปรึกษา

แจ้งว่าตุ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

แจ้งตำแหน่งและความถี่ของการเป็นซ้ำ

การเตรียมตัวล่วงหน้า

ดูอาการแผลหายก่อนเป็นอันดับแรก

ตัดสินใจร่วมกันเรื่องการให้ยาป้องกัน

การเลือกบริเวณที่ทำหัตถการ

เริ่มพูดคุยจากขอบเขตที่เลี่ยงรอบปากก่อน

แบ่งพิจารณาระดับการกระตุ้นตามแต่ละบริเวณ

การนัดครั้งถัดไป

นัดใหม่หลังแผลหายดี

นัดโดยเผื่อเวลาพักฟื้นไว้

น้ำหนักของเรื่องนี้ก็แตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการด้วยค่ะ หัตถการกลุ่มเลเซอร์หรือการผลัดผิวที่กระตุ้นบริเวณรอบปากโดยตรง จะพิจารณาความเสี่ยงในการกลับมาทำงานของเชื้อมากกว่า ส่วนบริเวณที่ห่างจากปาก แม้จะมีประวัติเดียวกัน การพูดคุยก็มักจะเบาลงค่ะ


ตอนที่มีตุ่มขึ้นอยู่ กับตอนที่ยุบแล้ว

 

 

ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง

บิวตี้สโตนฮับจองมักจะสอบถามประวัติก่อนเลือกรายการหัตถการเสมอค่ะ ประวัติแบบเริมที่ปกติมักลืมไปแล้วนึกขึ้นได้เฉพาะตอนที่กำเริบ เป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพูดถึงเอง แต่จริงๆ แล้วเป็นข้อมูลที่ทำให้การเตรียมตัวเปลี่ยนไปหากซ้อนทับกับตำแหน่งที่จะทำหัตถการ ด้วยความที่เป็นคลินิกเล็กๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงสามารถสอบถามอาการก่อนนัดหมายและปรับช่วงเวลากันได้อย่างยืดหยุ่นค่ะ


ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง

 

 

สิ่งที่ควรเตรียมในวันทำหัตถการและหลังจากนั้น

ในวันทำหัตถการไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากค่ะ แค่ทำตามการเตรียมตัวที่ตกลงไว้ตอนปรึกษา และหากสภาพร่างกายตอนนี้ต่างไปจากตอนที่นัดหมาย ก็เพียงแจ้งให้ทราบอีกครั้งตรงนั้นก็เพียงพอแล้ว

  • ตรวจสอบอาการวันนี้อีกครั้ง — หากหลังจากปรึกษา มีอาการแสบร้อนหรือสัญญาณตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นใหม่บริเวณรอบปาก กรุณาแจ้งตอนลงทะเบียนด้วยค่ะ

  • รักษาการเตรียมตัวตามที่กำหนดไว้ — หากตกลงว่าจะรับยาป้องกันแล้ว อย่าข้ามเองตามใจ กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับ

  • ตรวจสอบบริเวณที่ทำหัตถการ — ลองตรวจสอบอีกครั้งว่าครั้งนี้บริเวณที่ถูกกระตุ้นครอบคลุมแค่ไหน จะช่วยให้สังเกตอาการหลังจากนี้ได้ง่ายขึ้น

หลังทำหัตถการเสร็จแล้ว กรุณาสังเกตความรู้สึกบริเวณรอบปากไปสักสองสามวัน หากมีตุ่มน้ำใส อาการปวด หรือแสบร้อนที่ผิดไปจากปกติ ไม่ควรตัดสินใจเองคนเดียว ควรแจ้งให้แพทย์ที่ทำหัตถการให้ทราบจะดีกว่าค่ะ เพราะการจะแยกแยะว่าเป็นปฏิกิริยาปกติในช่วงพักฟื้น หรือเป็นสัญญาณการกลับมาเป็นซ้ำนั้น ต้องพิจารณาร่วมกับรายละเอียดของหัตถการที่ทำไปด้วยค่ะ

 

การเตรียมตัวป้องกันไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำอีกเลย แต่การแจ้งประวัติล่วงหน้าและเตรียมตัวให้พร้อม จะช่วยเปิดโอกาสให้รับมือในทิศทางที่ลดความเสี่ยงของการเป็นซ้ำได้ และหากเกิดขึ้นจริงก็จะรับมือได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ดังนั้นความเหมาะสมในการทำหัตถการและวิธีเตรียมตัวของแต่ละคน ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ตรวจรักษาโดยตรงจึงจะปลอดภัยที่สุดค่ะ


สิ่งที่ควรเตรียมในวันทำหัตถการและหลังจากนั้น

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. หากบอกประวัติเป็นเริม จะถูกปฏิเสธการทำหัตถการไหมคะ

 

A. การมีประวัติเป็นเริมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ทำหัตถการที่ใบหน้าไม่ได้เสมอไปครับ ประวัติเริมไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด แต่เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งล่วงหน้าและเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่า ในทางกลับกัน หากไม่แจ้งแล้วดำเนินการไป พอมีตุ่มน้ำใสขึ้นหลังทำหัตถการ จะทำให้หาสาเหตุได้ช้าลง การพูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนปรึกษาจะสบายใจกว่าในระยะยาวครับ

 

Q. ตอนนี้มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่ริมฝีปาก ควรเลื่อนนัดไหมคะ

 

A. หากตอนนี้มีตุ่มกำลังเป็นอยู่ โดยทั่วไปจะเลื่อนการทำหัตถการออกไปจนกว่าแผลจะหายก่อนครับ แนะนำให้แจ้งอาการกับทางคลินิกแล้วนัดวันใหม่ แทนที่จะยกเลิกนัดไปเลย เนื่องจากความเร็วในการหายของแต่ละคนไม่เท่ากัน หากแจ้งว่าตุ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็จะช่วยให้ปรึกษากันเรื่องวันนัดใหม่ได้ง่ายขึ้นครับ

 

Q. ถ้าเป็นการทำหัตถการบริเวณที่ห่างจากปาก ไม่ต้องบอกประวัติก็ได้ไหมคะ

 

A. ถึงอย่างนั้นก็ควรแจ้งให้ทราบไว้ดีกว่าครับ จริงอยู่ที่หัตถการที่กระตุ้นบริเวณรอบปากโดยตรงจะพิจารณาความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำมากกว่า แต่ขอบเขตของการกระตุ้นก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของหัตถการแต่ละแบบด้วย หากแจ้งไว้ แพทย์จะสามารถนำข้อมูลนี้ไปพิจารณาประกอบตอนกำหนดบริเวณและความเข้มข้นของการทำหัตถการได้ครับ

 

Q. ต้องเตรียมยาต้านไวรัสแบบป้องกันไปล่วงหน้าเองไหมคะ

 

A. แทนที่จะไปหาซื้อยาเตรียมไว้เอง ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกันตอนเข้าปรึกษาจะดีกว่าครับ การจะสั่งจ่ายยาหรือไม่และวิธีการใช้ยา เป็นสิ่งที่แพทย์จะพิจารณาจากความถี่ของการเป็นซ้ำ บริเวณที่จะทำหัตถการ และสภาพร่างกายในปัจจุบันประกอบกัน หากเคยได้รับยาป้องกันมาก่อน กรุณาแจ้งประสบการณ์นั้นตอนเข้าปรึกษาด้วยครับ

 

คอนเทนต์

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด