"ปัญหารอบปาก" เลือกหัตถการต่างกันตามจุดที่เปลี่ยนแปลง เราสรุปไว้ 3 แบบในหน้าเดียว
เวลาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าริมฝีปากดูบางลง หรือมุมปากดูตก หลายคนคงจะเคยพิมพ์ค้นหาคำว่า "ฟิลเลอร์ปาก" กันใช่ไหมคะ แล้วก็มักจะมีรีวิว "ฟิลเลอร์มุมปาก" และ "โบท็อกซ์มุมปาก" เด้งขึ้นมาคู่กัน จนทำให้ดูเหมือนว่าทั้ง 3 หัตถการนี้คล้ายกันไปหมด แต่พอไปปรึกษาที่คลินิกจริงๆ แพทย์กลับแนะนำจุดและหัตถการที่ต่างกันออกไป จนทำให้รู้ว่าแม้ชื่อจะคล้ายกันแต่จริงๆ แล้วเป็นคนละหัตถการกันเลยค่ะ
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า ทั้ง 3 หัตถการนี้ มีทั้งจุดที่ฉีดและหลักการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การฉีด ฟิลเลอร์ปาก จะเน้นไปที่การเพิ่มวอลลุ่มให้กับตัวริมฝีปากโดยตรง ส่วนฟิลเลอร์มุมปากจะเป็นการเติมเต็มร่องลึกข้างมุมปากที่ตก และโบท็อกซ์มุมปากจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง* ให้ทำงานลดลงค่ะ แม้จะเป็นปัญหา "รอบริมฝีปาก" เหมือนกัน แต่การเลือกหัตถการจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคุณเกิดจากจุดไหนค่ะ
*กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (DAO, depressor anguli oris): คือกล้ามเนื้อที่ลากจากมุมปากลงไปยังกระดูกขากรรไกร หากกล้ามเนื้อส่วนนี้ทำงานมากเกินไป จะดึงมุมปากให้งอลงด้านล่างทำให้ดูปากตกค่ะ
ฟิลเลอร์ปาก ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับริมฝีปากโดยตรง
การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก (HA) เข้าไปที่ระหว่างเนื้อเยื่อเมือกด้านในริมฝีปากกับชั้นผิวหนังแท้ เพื่อเพิ่มความหนาและมิติความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก มักแนะนำสำหรับผู้ที่ริมฝีปากบนบางจนแทบมองไม่เห็นเวลาก้มหน้า หรือผู้ที่ริมฝีปากล่างดูแบนแฟบ โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณประมาณ 0.5 - 1cc และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 - 12 เดือนค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากปัญหามุมปากตกไม่ได้เกิดจากการขาดวอลลุ่มของริมฝีปาก แม้จะฉีดฟิลเลอร์ปากเข้าไปแล้ว มุมปากที่ตกก็ยังคงเหมือนเดิม และอาจทำให้เนื้อปากที่หนาขึ้นดูแยกส่วนกับมุมปากที่ยังตกอยู่ จนดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ

ฟิลเลอร์มุมปาก ช่วยเติมเต็มร่องลึกข้างมุมปาก
เมื่ออายุมากขึ้น ข้างๆ มุมปากมักจะเกิดร่องลึกที่ชัดขึ้น (ร่องน้ำหมาก หรือ marionette lines) ซึ่งร่องที่ลึกขึ้นนี้จะยิ่งทำให้มุมปากดูตกต่ำลงกว่าความเป็นจริง การฉีดฟิลเลอร์มุมปากจะเข้าไปเติมเต็มบริเวณร่องนี้โดยตรง เพื่อช่วยพยุงและยกมุมปากขึ้นไม่ให้ตกลงไปในร่องค่ะ
ขึ้นอยู่กับความลึกของร่อง โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณประมาณ 0.5 - 1cc กระจายฉีดเข้าไปในร่อง และคงผลลัพธ์ได้นาน 6 - 12 เดือน หากร่องไม่ได้ลึกมาก การใช้ปริมาณเพียงข้างละ 0.3cc ก็สามารถปรับรูปทรงให้ดูดีขึ้นได้แล้วค่ะ หัตถการนี้เป็นการปรับแต่งเฉพาะบริเวณรอบๆ มุมปากโดยไม่เกี่ยวกับตัวริมฝีปากโดยตรงค่ะ

โบท็อกซ์มุมปาก ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง
หากกล้ามเนื้อดึงมุมปากลง (DAO) แข็งแรงเกินไป แม้ในเวลาปกติที่ไม่ได้แสดงสีหน้า มุมปากก็จะโดนดึงลงทำให้ดูหน้าบึ้งตลอดเวลา การฉีดโบท็อกซ์มุมปากคือการฉีดโบท็อกซ์ปริมาณเล็กน้อยเข้าไปที่กล้ามเนื้อมัดนี้เพื่อลดการทำงานของมัน ส่งผลให้แรงดึงลงลดน้อยลง และทำให้มุมปากดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนภายใน 3 - 5 วันหลังฉีด และคงอยู่ได้นานประมาณ 3 - 4 เดือน เนื่องจากใช้ปริมาณยาค่อนข้างน้อยเพียงข้างละ 2 - 4 ยูนิต จึงเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าและสบายกระเป๋าที่สุดค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีร่องมุมปากลึกมาก การฉีดโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน จึงมักนิยมทำควบคู่ไปกับการฉีดฟิลเลอร์มุมปากค่ะ

แล้วเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากันนะ?
คนที่เหมาะกับโบท็อกซ์มุมปาก คือคนที่มีมุมปากถูกดึงลงล่างอย่างเห็นได้ชัด แม้ในเวลาที่ทำหน้าเฉยๆ ลองส่องกระจกแล้วยิ้มมุมปากเบาๆ ทั้งสองข้าง หากรู้สึกได้ถึงแรงเกร็งดึงสวนลงมาของกล้ามเนื้อ นั่นคือสัญญาณว่ากล้ามเนื้อ DAO ของคุณทำงานเด่นชัดค่ะ
ส่วนคนที่เหมาะกับฟิลเลอร์มุมปาก คือคนที่มีรอยพับเป็นเงาดำตรงมุมปากเหมือนรูปพัด หากลองส่องไฟจากด้านข้างจะเห็นเงาของร่องชัดเจนค่ะ สำหรับฟิลเลอร์ปากจะเหมาะกับคนที่มีริมฝีปากบางหรือแบนแฟบ ซึ่งเหมาะจะพิจารณาแยกต่างหากจากการปรับเปลี่ยนมุมปาก แต่อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาทั้งสามอย่างร่วมกัน แพทย์ก็อาจแนะนำให้ฉีดแบบผสมผสาน โบท็อกซ์ + ฟิลเลอร์ ร่วมกันได้ค่ะ
*บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป สำหรับการวินิจฉัยและการเลือกหัตถการที่ถูกต้อง แม่นยำที่สุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินโครงสร้างรอบริมฝีปากอย่างละเอียดนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถทำทั้ง 3 หัตถการในวันเดียวกันเลยได้ไหมคะ?
A. ส่วนใหญ่สามารถทำร่วมกันได้ค่ะ แต่บางคลินิกอาจแนะนำให้แบ่งทำเป็น 2 ครั้ง โดยพิจารณาจากปริมาณยาและการพักฟื้นของคนไข้ เนื่องจากโบท็อกซ์มุมปากจะเริ่มเห็นผลหลังฉีด 3 - 5 วัน การทำพร้อมฟิลเลอร์อาจทำให้ช่วงเวลาในการประเมินผลลัพธ์คลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยค่ะ
Q. ถ้าฉีดฟิลเลอร์มุมปากร่วมกับฟิลเลอร์ปาก ปริมาณฟิลเลอร์จะไม่เยอะเกินไปใช่ไหมคะ?
A. เนื่องจากจุดที่ฉีดเป็นคนละตำแหน่งกัน จึงไม่ทำให้รู้สึกว่าสะสมหรือหนาเกินไปค่ะ แต่แพทย์อาจจะแนะนำให้แบ่งทำเป็น 2 รอบโดยทยอยใช้ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละครั้งค่ะ
Q. ถ้าฉีดโบท็อกซ์มุมปากแล้วผลลัพธ์ไม่ค่อยเห็นผล ต้องทำอย่างไรดีคะ?
A. สำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อ DAO ไม่ได้ทำงานหนักมาก การฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงน้อยมากค่ะ ในกรณีนี้ การฉีดฟิลเลอร์มุมปากหรือหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วยจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าค่ะ
บทความที่น่าสนใจ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว



