ฟิลเลอร์เห็นผลทันที ส่วน Sculptra ใช้ 4–6 สัปดาห์กระตุ้นคอลลาเจน สรุปความต่างสำคัญของสองหัตถการนี้
Published
Updated

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ถ้าสังเกตเห็นว่าบริเวณโหนกแก้มหรือแก้มเริ่มตอบลงนิดหน่อย หรือร่องแก้มเริ่มดูลึกขึ้น พอเริ่มหาข้อมูลหรือปรึกษาคลินิก หลายคนมักจะเจอคำว่า "ฟิลเลอร์" และ "Sculptra" ควบคู่กันบ่อยๆ แม้ว่าทั้งสองหัตถการจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิวเหมือนกัน แต่ในห้องปรึกษาคุณหมอมักจะบอกว่า "Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์นะ" จนทำให้เราเริ่มสับสนว่ามันต่างกันยังไงกันแน่
สรุปให้ฟังง่ายๆ เลยก็คือ Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บเต็มปั๊บ แต่เป็นหัตถการที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน* ของเราเองครับ แม้ว่าปลายทางจะเป็นการ "เติมเต็มส่วนที่ตอบ" เหมือนกัน แต่กลไกการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้นั้นต่างกันสิ้นเชิง หากคุณต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีในครั้งเดียว ฟิลเลอร์คือคำตอบที่ใช่ แต่สำหรับใครที่อยากได้งานผิวธรรมชาติ ค่อยๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาในเวลาไม่กี่เดือน แนะนำเป็น Sculptra ครับ
คอลลาเจน (collagen)*: คือโปรตีนในชั้นผิวแท้ที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและวอลลุ่มของผิว เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งปริมาณและคุณภาพของคอลลาเจนจะลดลง ทำให้ผิวดูตอบและหย่อนคล้อยลงครับ
ฟิลเลอร์เติมวอลลุ่มทันที ส่วน Sculptra กระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ
ฟิลเลอร์คือการฉีดสารเติมเต็มพวกกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปตรงๆ เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้กับบริเวณนั้นทันที หลังทำจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทันตา และจะคงอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือนก่อนที่จะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ ข้อดีที่สุดคือเห็นผลเรื่องวอลลุ่มได้ทันทีครับ
ส่วน Sculptra จะเป็นการกระจายอนุภาค PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เข้าไปในชั้นผิวแท้ เพื่อค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ หลังทำทันทีอาจจะดูมีวอลลุ่มขึ้นมาบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนประกอบที่เป็นน้ำของตัวยา ซึ่งจะยุบลงไปใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเมื่อคอลลาเจนเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์ ด้วยเหตุนี้ Sculptra จึงได้ฉายาว่าเป็น "หัตถการแห่งการรอคอย" ครับ

ผลลัพธ์ ความเป็นธรรมชาติ และการคงอยู่ของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
สำหรับฟิลเลอร์ เมื่อตัวยาสลายตัวไป วอลลุ่มก็จะค่อยๆ ลดลง รูปทรงที่เคยจับตัวกันจะค่อยๆ จางไปในช่วง 6-18 เดือน หากฉีดซ้ำในจุดเดิมบ่อยๆ ก็อาจเกิดการสะสมเป็นรูปทรงเฉพาะได้ ความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับเทคนิค ปริมาณ และการกะความลึกในการฉีดของคุณหมอเป็นอย่างมากครับ
แต่ Sculptra เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงละมุนและเป็นธรรมชาติมากๆ และคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้จะคงอยู่ได้นานถึง 1-2 ปีเลยทีเดียว ทว่าเนื่องจากไม่เห็นผลลัพธ์ในทันที ในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังจากทำครั้งแรก อาจจะรู้สึกเหมือน "ไม่ค่อยเห็นผลเลย" จึงเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความอดทนในการรอผลลัพธ์นิดนึงครับ

จำนวนครั้ง ระยะห่าง และโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ทำแค่ครั้งเดียวก็เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการเลย คุณหมอจะปรับปริมาณ ตำแหน่ง และประเมินผลลัพธ์ได้ทันที หากจำเป็นก็ค่อยมาเติมซ้ำหลังจากผ่านไป 6-12 เดือน แม้จะต้องจ่ายเงินเป็นก้อนในคราวเดียว แต่ก็ประเมินผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเสร็จครับ
ตรงกันข้ามกับ Sculptra ที่ปกติแนะนำให้ทำประมาณ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพราะการค่อยๆ กระตุ้นผิวทีละนิดจะปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่เสถียรกว่า การรักษาจึงต้องแบ่งเป็นรอบๆ และค่าใช้จ่ายก็จะกระจายไปตามแต่ละรอบด้วย แม้จะยังไม่เห็นผลลัพธ์หลังจบรอบแรก แต่ตามปกติแล้วจำเป็นต้องทำจนครบ 2-3 ครั้ง แนะนำให้วางแผนตารางเวลาและงบประมาณไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มทำนะครับ

คุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน?
คนที่เหมาะกับฟิลเลอร์ คือคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น กำลังจะแต่งงาน หรือมีนัดสำคัญในระยะเวลาอันสั้น และคนที่ต้องการเน้นเติมเต็มเฉพาะจุด (เช่น ร่องแก้ม มุมปาก หรือปลายคาง) จุดเด่นคือเห็นผลทันทีและไม่ต้องทำบ่อยๆ ครับ
คนที่เหมาะกับ Sculptra คือคนที่อยากยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณโหนกแก้ม แก้ม หรือขมับโดยรวมให้ดูเต็มและเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าเปลี่ยนไปแบบปุบปับ แต่อยากค่อยๆ ดูดีขึ้นด้วยคอลลาเจนของตัวเอง เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาและให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติของใบหน้าเป็นหลักครับ
*บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไป สำหรับการเลือกหัตถการที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอเพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและตารางเวลาของคุณโดยละเอียดอีกครั้งนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. สามารถทำฟิลเลอร์ร่วมกับ Sculptra ได้ไหม?
A. ทำได้ครับ หากทำคนละจุดและคนละวัตถุประสงค์ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้ม ร่วมกับการฉีด Sculptra บริเวณโหนกแก้มทั้งหมด เป็นการจับคู่ออดทะลวงที่นิยมกันมาก ส่วนการฉีดในบริเวณเดียวกันพร้อมกันนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอครับ
Q. ถ้าผลลัพธ์ของ Sculptra หมดไปแล้ว ต้องกลับมาฉีดใหม่หมดเลยไหม?
A. หลังจากคงอยู่ได้ 1-2 ปีแล้วเริ่มจางลง คุณหมอมักจะแนะนำให้ฉีดแบบบำรุง (Maintenance/Booster) เพิ่มเติม ซึ่งอาจจะใช้จำนวนครั้งน้อยลงเหลือเพียง 1-2 ครั้งเพื่อคงสภาพผิวไว้ครับ
Q. หลังทำ Sculptra แล้วคลำเจอเม็ดเล็กๆ ถือเป็นเรื่องปกติไหม?
A. หลังทำอาจคลำเจอปุ่มหรือก้อนนูนเล็กๆ เกร็งตัวชั่วคราวได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเริ่มรู้สึกเป็นก้อนชัดเจนและไม่ยอมหายไป ควรเข้าไปพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็กอาการครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับ
다이어트로 체중은 줄었는데 아랫배만 그대로일 때 온다 복부 시술이 답이 될 수 있을까요?
아랫배만 남아 보이는 이유를 피하지방과 내장지방으로 나눠 보고, 온다 복부 시술이 닿는 층과 한계를 정리했어요.

ผิว
울퉁불퉁 패인 여드름 흉터, 시크릿RF 마이크로니들이 잘 닿는 모양은 따로 있을까요?
여드름 흉터 시술 결과가 갈리는 이유를 흉터 모양에서 찾고, 거울 앞에서 스스로 가늠하는 방법을 함께 담았어요.

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ



