อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
บางท่านอาจจะตกใจเมื่อกำลังลบเลเยอร์รอยสักที่เคยสักทับ (cover-up) แล้วพบว่าเฉพาะบริเวณที่มีสีเนื้อหรือสีขาวผสมอยู่ กลับกลายเป็นสีเทาเข้มขึ้นมาแทน สำหรับใครที่เริ่มทำการรักษาเพื่อหวังจะลบรอยสัก แต่สีกลับเข้มขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม คงรู้สึกกังวลใจไม่น้อยว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าใช่ไหมคะ
ปฏิกิริยานี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า paradoxical darkening* (ภาวะรอยสักคล้ำขึ้นหลังเลเซอร์) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้นเมื่อส่วนผสมบางอย่างในน้ำหมึกได้รับความร้อนจากเลเซอร์ ในข้อมูลจาก StatPearls ที่สรุปเรื่องการเลเซอร์ลบรอยสัก อธิบายว่า เหล็กออกไซด์ (iron oxide) หรือไทเทเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide) ที่อยู่ในหมึกบางชนิด เมื่อถูกรีดิวซ์ด้วยความร้อนของเลเซอร์ อาจทำให้รอยสักกลับดูเข้มขึ้นมาได้แบบย้อนแย้งค่ะ
*paradoxical darkening: คือปฏิกิริยาที่บริเวณซึ่งยิงเลเซอร์ลบรอยสักไปแล้ว ไม่ได้จางลงทันที แต่กลับดูเข้มขึ้นเป็นสีเทาหรือสีดำ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะทราบถึง
สาเหตุที่หมึกสีเนื้อและสีขาวเกิดปฏิกิริยาสีเข้มขึ้น
การแยกแยะระหว่างเคสที่สีจะค่อยๆ จางลงเอง กับเคสที่ใช้เวลานานกว่าปกติ
เหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงต้องทำ test spot ก่อน
ข้อมูลที่ควรเตรียมไว้เพื่อปรึกษาแพทย์ในเซสชั่นถัดไป
สิ่งแรกที่ต้องเช็คเมื่อสีรอยสักดูเข้มขึ้น
เมื่อบริเวณที่ทำเลเซอร์มีสีเข้มขึ้น สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือ มีเฉพาะสีที่เปลี่ยนไป หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ หากเปลี่ยนเฉพาะโทนสีเป็นสีเทาหรือสีดำ โดยไม่มีอาการปวดหรือมีน้ำเหลืองเยิ้ม มีโอกาสสูงที่จะเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองของส่วนผสมในน้ำหมึกค่ะ
ในทางกลับกัน หากบริเวณที่เข้มขึ้นนั้นมีสะเก็ดหนาขึ้นมา มีรอยบวมแดงรอบๆ ขอบ หรือมีอาการร้อนผ่าวและน้ำเหลืองเยิ้มติดต่อกันหลายวัน อาจไม่ใช่แค่เรื่องสีเปลี่ยน แต่อาจเป็นปัญหาในขั้นตอนการฟื้นฟูผิว (recovery process) ในกรณีนี้ไม่ควรรอให้ถึงเซสชั่นถัดไป แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกที่รับการรักษาทันทีค่ะ
นอกจากนี้ ควรจดบันทึกไว้ด้วยว่าเคยสักหมึกสีอะไรและสักตรงบริเวณไหนบ้าง เนื่องจากรอยสักแบบ cover-up จะมีหมึกชั้นล่างและชั้นบนซ้อนทับกันอยู่ การดูจากสีผิวเผินด้านนอกจึงยากที่จะรู้ว่ามีสารเคมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในบ้าง


ทำไมหมึกสีเนื้อและสีขาวถึงเกิดปฏิกิริยานี้?
ในหมึกโทนสีเนื้อ สีเบจ หรือสีขาว มักจะมีการผสมโลหะออกไซด์ เช่น เหล็กออกไซด์หรือไทเทเนียมไดออกไซด์ เพื่อช่วยให้สีมีความทึบแสง ซึ่งส่วนผสมนี้จะแตกต่างจากหมึกสีดำทั่วไปที่ใช้คาร์บอนเป็นหลักอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ใน ข้อมูลการตอบสนองของผิวหนังต่อรอยสักของ DermNet ได้อธิบายถึงกรณีศึกษาการเปลี่ยนสีที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีดำ โดยระบุถึงการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารประกอบเหล็ก (ferric เป็น ferrous) ซึ่งความร้อนในเสี้ยววินาทีจากพลังงานเลเซอร์พัลส์ (laser pulse) จะไปลดสถานะออกซิเดชันของสารเหล่านี้ลงหนึ่งระดับ
ดังนั้น ปรากฏการณ์นี้จึงไม่ใช่เรื่องของประสิทธิภาพตัวเครื่องเลเซอร์หรือความเชี่ยวชาญของผู้ทำการรักษา แต่เป็นเรื่องของ "ชนิดหมึก" ที่เคยฝังอยู่ใต้ผิวหนังมากกว่า และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมปัญหานี้จึงพบบ่อยมากในรอยสักประเภท cover-up เพราะการจะสักทับรอยเดิมให้มิด จำเป็นต้องลงสีสว่างที่มีความทึบแสงและลงน้ำหนักหนานั่นเองค่ะ
ประเภท | ส่วนผสมหลัก | ปฏิกิริยาเมื่อโดนเลเซอร์ |
|---|---|---|
หมึกสีดำ | กลุ่มคาร์บอน (Carbon-based) | อนุภาคหมึกจะแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ และค่อยๆ จางลง |
หมึกสีเนื้อ/ขาว | โลหะออกไซด์ (Metal oxides) | อาจเกิดปฏิกิริยารีดักชันทำให้สีดูเข้มขึ้นได้ |
บริเวณที่สักทับ (Cover-up) | หมึกสองชั้นทับซ้อนกัน | ประเมินได้ยากหากดูเพียงแค่สีที่เห็นจากภายนอก |

ความแตกต่างระหว่างเคสที่จางลงเอง กับเคสที่ใช้เวลานาน
เรื่องที่ว่าสีที่เข้มขึ้นจะคงอยู่ถาวรหรือไม่ ส่วนใหญ่ต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ จาก รายงานเคสตัวอย่าง (case report) ของคนไข้ที่สักปากแล้วสีคล้ำขึ้นหลังทำเลเซอร์ พบว่าหลังทำได้ 2 วันสีจะดูคล้ำลงมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือนโดยไม่มีการรักษาเพิ่มเติมใดๆ สีก็กลับมาดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีคำอธิบายว่าเกิดจากกระบวนการที่เซลล์กลืนกิน (macrophages) เข้ามาเก็บกินอนุภาคหมึกแล้วลำเลียงออกไปทางระบบน้ำเหลือง

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงกรณีศึกษาของรายบุคคล จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าผิวของทุกคนจะฟื้นตัวในลักษณะเดียวกันทั้งหมด มีรายงานว่าบางเคสแม้จะผ่านไป 2-3 เดือนแล้วโทนสีก็ยังไม่เปลี่ยน หรือในการทำเลเซอร์เซสชั่นถัดไปกลับยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิมก็มี ทั้งนี้เป็นเพราะสูตรผสมของหมึกแต่ละแบรนด์และในแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไปค่ะ
วิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ล่วงหน้าได้ก็คือการทำ test spot* (ทดสอบยิงเฉพาะจุด) ซึ่งในข้อมูลของ StatPearls ข้างต้นแนะนำว่า เมื่อมีความกังวลเรื่องการเปลี่ยนสีของรอยสัก แพทย์มักใช้วิธีนี้โดยยิงเลเซอร์ทดสอบเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียว แล้วรอสังเกตอาการประมาณ 2-4 สัปดาห์ค่ะ
*test spot: วิธีการยิงเลเซอร์ทดสอบในบริเวณเล็กๆ เพียงจุดเดียวก่อน เพื่อดูการตอบสนองของผิวก่อนจะเริ่มรักษาเป็นบริเวณกว้าง

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เมื่อต้องให้คำปรึกษาสำหรับเคสที่เป็นรอยสักแบบ cover-up หรือรอยสักที่มีโทนสีสว่างผสมอยู่ เราจะไม่ยิงเลเซอร์ทั่วบริเวณตั้งแต่เซสชั่นแรกค่ะ เนื่องจากไม่มีทางตรวจสอบส่วนประกอบของหมึกจากภายนอกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงเลือกที่จะทดสอบปฏิกิริยาในจุดเล็กๆ ก่อนเพื่อใช้วางแผนการรักษาที่แม่นยำที่สุด
คุณหมอผิวหนังเฉพาะทางจะเป็นผู้ลงมือรักษาด้วยตัวเอง และพร้อมให้คำปรึกษาหน้างานทันทีว่าจะปรับค่าความยาวคลื่น (wavelength) และระยะเวลาเว้นช่วงอย่างไรหากเกิดสีเข้มขึ้น นอกจากนี้คลินิกยังตั้งอยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ จากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) ทำให้การเดินทางมาติดตามผลทุกๆ 2-4 สัปดาห์สะดวกและไม่เป็นภาระเลยค่ะ

วิธีเตรียมข้อมูลสำหรับปรึกษาก่อนเริ่มเซสชั่นถัดไป
ช่วงเวลาที่สักและข้อมูลการสักทับ (cover-up) — เป็นจุดเริ่มต้นในการประเมินว่ามีหมึกชั้นล่างซ่อนอยู่หรือไม่
สีเดิมของบริเวณที่เข้มขึ้น — การระบุว่าเป็นกลุ่มสีเนื้อหรือสีขาวจะช่วยวิเคราะห์ปฏิกิริยาได้ถูกต้อง
จุดเวลาที่เริ่มเปลี่ยนสี — รบกวนจดบันทึกว่าเริ่มเข้มขึ้นในวันแรกที่ทำทันที หรือหลังจากนั้นไม่กี่วัน
จำนวนเซสชั่นและระยะห่างที่เคยทำมาทั้งหมด — แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาปฏิกิริยาที่สะสมจากการรักษาครั้งก่อนๆ ร่วมด้วย
รูปถ่ายก่อนและหลังทำ — รูปถ่ายจะช่วยยืนยันการเปลี่ยนแปลงของเฉดสีได้แม่นยำกว่าการใช้ความจำค่ะ
หากจดบันทึกทั้ง 5 ข้อนี้มาด้วย จะช่วยให้ขั้นตอนการปรึกษาเพื่อวางแผนเซสชั่นถัดไปกระชับและตรงจุดมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. รอยสักที่เข้มขึ้นมานี้ จะยังสามารถลบออกได้อีกไหมคะ?
A. ยังคงสามารถทำการลบต่อไปได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม หากยังใช้ค่าพลังงานและเงื่อนไขเดิมยิงซ้ำ ปฏิกิริยาเดิมก็อาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้ ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนความยาวคลื่น (wavelength) หรือปรับระยะห่างในการยิงดูก่อนค่ะ
Q. รอยสักสีดำธรรมดา มีโอกาสเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไหมคะ?
A. เกิดขึ้นได้ยากมากค่ะ เพราะหมึกสีดำส่วนใหญ่ใช้คาร์บอนเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยารีดักชันของโลหะออกไซด์ แต่หากเป็นบริเวณที่เคยสักทับ (cover-up) ก็อาจจะมีสีอื่นซ่อนอยู่ข้างใต้ได้ค่ะ
Q. หลังจากทำ test spot แล้ว ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะประเมินผลได้คะ?
A. ตามข้อมูลอ้างอิงแนะนำให้รอประมาณ 2-4 สัปดาห์ค่ะ เนื่องจากบางครั้งการเปลี่ยนสีอาจไม่ได้แสดงผลทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์
Q. หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไร บริเวณที่สีเข้มขึ้นจะจางลงเองได้ไหมคะ?
A. มีทั้งเคสที่บันทึกไว้ว่าจางลงได้เองตามธรรมชาติ และเคสที่สีเข้มค้างอยู่แบบนั้นเลยค่ะ หากเฝ้าสังเกตอาการประมาณ 2 เดือนแล้วสียังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้กลับมาปรึกษาแพทย์ที่คลินิกเพื่อประเมินอีกครั้งจะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ



