อธิบายความต่างของจูวีลุค·Sculptra·เรเดียส ผ่านเนื้อเยื่อและกลยุทธ์ พร้อมเกณฑ์เลือกฟิลเลอร์
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแด ครับ
💡 ก่อนที่จะอ่าน
มาเช็กตรงนี้กันก่อนนะครับ
Q. ได้ยินมาว่าทั้งสามตัวเป็น 'คอลลาเจนฟิลเลอร์ (Biostimulator)' เหมือนกันหมด
งั้นฉีดตัวไหน
ผลลัพธ์ก็น่าจะคล้ายๆ กันหรือเปล่าครับ?
A. แม้จะฉีดในบริเวณเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
และสภาพเนื้อเยื่อผิวของแต่ละคนต่างกัน
การเลือกใช้ตัวยาก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
การวางแผนการรักษาสำคัญกว่าตัวยาครับ
Q. แล้วควรเลือกโดยใช้เกณฑ์อะไรดีครับ?
A. ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการวอลลุ่มทันที,
ต้องการการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ,
หรือต้องการการพยุงโครงสร้างผิวที่แข็งแรงครับ
"แม้จะเป็นจุด MD Codes จุดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ต้องการ
และลักษณะเฉพาะของเนื้อเยื่อผิวทำให้การเลือกตัวยาแตกต่างกัน
การวางแผนการรักษาจึงสำคัญกว่าการเลือกตัวยาก่อนครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิก สาขาฮงแด)

คอลลาเจนฟิลเลอร์คือ
อะไรกันแน่?
คอลลาเจนฟิลเลอร์ (Biostimulator Filler) นั้น
แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไปที่เน้นการเติมเต็มวอลลุ่มทันที
แต่เป็นตัวยาแบบฉีดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพผิวจากภายในครับ
ตัวยาจะไม่ได้เน้นเรื่องวอลลุ่มกระทันหันในทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไป
จะเน้นไปที่การปรับโครงสร้างเซลล์ผิว
ให้แน่นและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ครับ

คำกล่าวที่ว่า
"ทั้งสามตัวก็คล้ายๆ กัน"
นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ
ถ้าพูดกันตามตรง ผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้
ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันในแง่ของ
การกระตุ้นประสิทธิผลสร้างคอลลาเจนใต้ผิวครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ
กลไกการออกฤทธิ์, เนื้อสัมผัสความหนืด (rheology) และระยะเวลาผลลัพธ์นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้แหละครับ
ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าควรใช้ฉีดบริเวณไหน
และเพื่อจุดประสงค์อะไรอย่างชัดเจน
👨⚕️ สรุปจุดเด่นของแต่ละตัวยา
โดย หมอวี ยองจิน
1. จูวีลุค
เป็นตัวยาผสมผสานระหว่าง PDLLA และ HA เข้าด้วยกัน
ช่วยให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจน
ควบคู่ไปกับเอฟเฟกต์การเติมความชุ่มชื้นแบบสกินบูสเตอร์ (skin booster)
เพราะสามารถฉีดลงในผิวชั้นตื้นได้
จึงนิยมใช้ในบริเวณที่ผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตา, หน้าผาก และลำคอครับ
2. Sculptra
เป็นสาร PLLA บริสุทธิ์
ซึ่งสลายตัวช้ามาก ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
แม้จะไม่ได้เห็นวอลลุ่มที่เต็มขึ้นในทันที แต่ในช่วงเวลา 3-6 เดือนต่อมา
จะค่อยๆ เติมเต็มวอลลุ่ม
ให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
3. Radiesse
มีส่วนผสมของแคลเซียมคาร์บอเนต (CaHA) ทำให้เนื้อสัมผัสมีความคงตัวสูงและแข็งแรง
มีแรงพยุงโครงสร้างผิวที่ดีมาก จึงเหมาะกับการฉีดกรอบหน้า, แนวกราม
หรือใต้โหนกแก้ม
ซึ่งเป็นจุดที่ต้องการปรับทรงและเน้นการประคองโครงสร้างกระดูกหน้าครับ
ตารางเปรียบเทียบแต่ละตัวยา
หัวข้อ | จูวีลุค | Sculptra | Radiesse |
วอลลุ่มทันที | ปานกลาง | แทบไม่มีเลย | มี |
การกระตุ้นคอลลาเจน | มี | สูงมาก | มี |
ระยะเวลาของผลลัพธ์ | 12-18 เดือน | 18-24 เดือนขึ้นไป | 12-18 เดือน |
บริเวณหลักที่เหมาะสม | รอบดวงตา, หน้าผาก, ลำคอ | แก้มตอบ, ขมับ, ร่องแก้ม | กรอบหน้า, โหนกแก้ม, หลังมือ |
แรงพยุงผิว (Support) | ต่ำ | ปานกลาง | สูง |

ทำไมแผนการรักษา
ถึงสำคัญกว่าตัวยา
นี่อาจเป็นเรื่องที่สร้างความเข้าใจผิดให้เยอะมากครับ
ที่คอยถามว่า "ตัวไหนดีกว่ากัน"
ซึ่งจริงๆ แล้วในวงการนี้ คำถามนั้นแทบไม่คอยมีประโยชน์เท่าไหร่ครับ
ยกตัวอย่างเช่น ในการแก้ไขปัญหาขมับตอบ
หากคุณมีผิวที่ค่อนข้างบาง ควรเลือกใช้ จูวีลุค
หากความยืดหยุ่นคือปัญหาหลัก ควรพิจารณาใช้ Sculptra
และหากต้องการเน้นเรื่องปรับยกโครงสร้าง ควรเลือก Radiesse ครับ
ที่คลินิกของเรา
เราจึงเน้นพัฒนาแผนการรักษาที่ออกแบบมาเฉพาะส่วน
ด้วยการผสมผสานหลายตัวยากลุ่มนี้
เรียกว่า เทคนิค 'Layering Strategy' ที่เราค่อนข้างถนัดและใช้บ่อยครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย
Q1. สามารถฉีดพร้อมกันทั้งสามตัวในครั้งเดียวได้ไหมคะ?
ใช่ครับ ได้แน่นอนครับ เพราะเรามักจะวางโครงสร้างตัวยาที่แตกต่างกันดีไซน์ในแต่ละชั้นผิว
เพื่อรักษาควบคู่กันไปในครั้งเดียวเลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อการติดตามผลและการดูแลประสิทธิภาพผิวอย่างใกล้ชิด
เราสามารถทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอนได้เช่นกันครับ
Q2. ต้องทำกี่รอบถึงจะเห็นผลลัพธ์ครับ?
โดยปกติสำหรับ Sculptra เราจะแนะนำรูปแบบทรีตเมนต์ซีรีส์ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง
ในขณะที่ จูวีลุค และ Radiesse อาจเห็นผลชัดเจน
หลังการฉีดเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้นครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังใดๆ ไหมคะ?
มีเรื่องหนึ่งที่ผมจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบจริงๆ ครับ
เนื่องจากสารเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ HA ฟิลเลอร์
ทำให้ไม่มีตัวยาสลายฟิลเลอร์เพื่อฉีดละลายมันออกได้ทันทีครับ
ด้วยเหตุนี้ การออกแบบแผนการรักษาก่อนทำหัตถการจึงสำคัญที่สุดในทุกๆ ขั้นตอนครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากสงสัยว่าการรักษานี้ตอบโจทย์คุณไหม สามารถปรึกษาโดยตรงกับคุณหมอได้เลยครับ
ทั้งหมดนี้คือบทความจากหมอวี ยองจิน ครับ.
อ่านบทความเพิ่มเติม
▶ สรุปเรื่องฟิลเลอร์คาง ทั้งผลข้างเคียง ผลลัพธ์ และระยะเวลาการคงตัว แบบม้วนเดียวจบ
▶ จูวีลุค Volume สรุปว่าจะช่วยแก้เรื่องใต้ตาคล้ำได้ผลจริงไหม?
▶ ฉีดครั้งเดียวพอไหม? เผยเทคนิคการเจือจางและประสิทธิภาพของ Radiesse
▶ ทำไม จูวีลุค SB ถึงเห็นผลหลังทำทันทีแต่จริงๆ เป็นผลลัพธ์ชั่วคราว (คำตอบจากหมอวี ยองจิน)
▶ เจาะลึกส่วนผสมหลัก รีจูรัน อย่าง PN คืออะไรกันแน่??? [สรุปงานวิจัย 2 ฉบับ]

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



