วอลลุ่มใบหน้าหายเกิดจากไขมัน กระดูก กล้ามเนื้อลดลงพร้อมกัน เรียนรู้สาเหตุและวิธีฟื้นฟูวอลลุ่ม

💡 ก่อนอ่าน
ขอให้เช็กสิ่งนี้ก่อนนะคะ
Q. พออายุเยอะขึ้น ผิวก็หย่อนคล้อย
แล้วริ้วรอยจะ 'เกิดขึ้น' ใช่ไหมคะ?
A. ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ ความจริงแล้วเป็นเพราะ
วอลลุ่ม (volume) ที่คอยพยุงใบหน้ามัน 'หายไป' ทำให้ผิวดูยุบและหย่อนคล้อยลงต่างหากค่ะ
ถ้าเราเข้าใจสาเหตุสลับกัน
ทิศทางการรักษาก็จะผิดทางไปด้วยค่ะ
Q. ถ้าเติมวอลลุ่มเข้าไป
จะช่วยให้หน้ากลับไปเด็กเหมือนเดิมได้ไหมคะ?
A. แม้จะไม่สามารถย้อนเวลาได้ 100%
แต่ถ้าเราเติมเต็มวอลลุ่มที่หายไปอย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากๆ
ช่วยดึง 'ลุคเดิม' ของเราให้กลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ
💡 เจาะลึก insight จากคุณหมอวี ยองจิน
ความร่วงโรยตามวัยไม่ใช่การ 'เกิดขึ้น' ของสิ่งใหม่
แต่คือกระบวนการที่สิ่งเดิมที่มีอยู่ 'หายไป'
การคืนวอลลุ่มให้ใบหน้า จะช่วยดึงความอ่อนเยาว์เดิมกลับมาค่ะ

การสูญเสียความตึงกระชับ (Volume Loss) คืออะไร?
การสูญเสียความตึงกระชับหรือ Facial Volume Loss คือ
ปรากฏการณ์ที่เกิดจากไขมัน กระดูก กล้ามเนื้อ
และเนื้อเยื่อผิวต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นใบหน้า
ค่อยๆ ลดเลือนหายไปโดยรวมเมื่อเราอายุมากขึ้นค่ะ
มันไม่ใช่แค่การที่ 'ไขมันลดลง' สองมิติทั่วไป
แต่เมื่อไขมันลดลงแล้ว ตำแหน่งของมันก็เคลื่อนย้ายตามไปด้วย
บวกกับความหนาแน่นของกระดูกที่ลดลง
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติค่ะ

ความร่วงโรยไม่ได้ 'เกิดขึ้น'
แต่คือการ 'เลือนหายไป'
หลายๆ คนคิดว่าพออายุมากขึ้น
"จะต้องมีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นหรือเกิดขึ้นแน่ๆ"
เช่น ริ้วรอยเกิดขึ้น ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้น หรือเหนียงโผล่ขึ้นมา
แต่ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว
นั่นเป็นเรื่องจริงเพียงแค่ครึ่งเดียวค่ะ
คีย์เวิร์ดสำคัญจริงๆ คือสิ่งนี้ค่ะ
แก่นแท้ของความร่วงโรยบนใบหน้าคือ
กระบวนการที่สิ่งที่มีอยู่เดิมค่อยๆ หายไป
เปรียบเสมือนเสาเต็นท์ที่หายไป
ทำให้ผ้าใบเต็นท์เหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยลงมานั่นเองค่ะ
การพยายามดึงแค่ผิวเพื่อแก้ปัญหาความคล้อยและริ้วรอย
ก็เหมือนกับการพยายามดึงผ้าใบเต็นท์ขึ้น โดยที่ไม่มีเสาพยุงไว้
ในทางกลับกัน ถ้าเราเติมเต็มวอลลุ่มที่หายไปให้ถูกจุด
โดยไม่ต้องฝืนดึงรั้ง ผิวก็จะยกกระชับขึ้น
ได้อย่างเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ความร่วงโรยไม่ใช่ 'การมีบางสิ่งเกิดขึ้น'
แต่คือ 'วอลลุ่มเดิมที่เคยมีได้สูญหายไป' ต่างหากค่ะ
ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยเป็นเพียงผลลัพธ์ ไม่ใช่สาเหตุต้นตอ
การคืนวอลลุ่มที่หายไปกลับคืนสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง
นั่นแหละค่ะคือหัวใจสำคัญของการย้อนวัยให้ผิวดูนุ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัญหาการสูญเสียคอลลาเจนและวอลลุ่ม
เริ่มต้นขึ้นที่จุดไหนและอย่างไรบ้าง?
ระดับชั้นผิวที่สูญเสีย | ลักษณะการเปลี่ยนแปลง | บริเวณหลักๆ | ผลลัพธ์ |
กระดูก (โครงสร้าง) | ความหนาแน่นกระดูกลดลง ขนาดกระดูกเล็กลง | รอบดวงตา, โหนกแก้ม, คาง | ใต้ตาโบ๋ ยุบตัวลง |
กล้ามเนื้อ | มวลกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่นลดลง | แก้ม, หน้าผาก, รอบมุมปาก | การแสดงออกทางสีหน้าดูเหนื่อยล้า พยุงผิวได้น้อยลง |
ชั้นไขมัน (Fat Pad) | ขนาดลดลงและหย่อนคล้อยลงด้านล่าง | ขมับ, แก้มตอบ, ใต้ตา | ร่องแก้มลึก แก้มตอบชัดเจน |
ในช่วงอายุ 30 ต้นๆ การเปลี่ยนแปลงของชั้นไขมันจะเริ่มมาก่อน
พอเริ่มเข้าสู่วัย 40 การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกจะเริ่มปรากฏให้เห็น
และเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งสามระดับชั้นผิวจะเสื่อมสภาพไปพร้อมๆ กันค่ะ

วิธีการเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้า
มีทางเลือกแบบไหนบ้างนะ?
วิธี | หลักการทำงาน | ระยะเวลาผลลัพธ์ | คุณสมบัติเด่น |
Filler | เติมเต็มวอลลุ่มได้ทันที | 6 เดือน - 2 ปี | เหมาะกับการปรับโครงสร้างแบบเฉพาะจุด (Pinpoint) |
ฉีดไขมัน (Fat Graft) | ย้ายไขมันของตัวเองมาเติมเต็ม | กึ่งถาวร | เหมาะกับการปรับแต่งรูปหน้าในบริเวณกว้าง |
Collagen Stimulator | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ | 2 ปีขึ้นไป | ช่วยปรับปรุงคุณภาพเนื้อผิวให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน |
Lifting Devices | ช่วยให้เนื้อเยื่อหดกระชับและฟื้นฟูผิว | 1 - 2 ปี | เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยขาดความยืดหยุ่น |
การฟื้นฟูวอลลุ่มใบหน้านั้น สำคัญยิ่งกว่าปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป
ก็คือ ตำแหน่งและระดับชั้นผิวที่เราเลือกเติมเข้าไป ค่ะ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆ เคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นแล้วรู้สึกดูไม่เป็นธรรมชาติ
เมื่อได้มาปรับโครงสร้างการดีไซน์วอลลุ่มใหม่ที่นี่
ถึงพึงพอใจอย่างมากกับผลลัพธ์ที่ได้ค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q1. การสูญเสียเกราะป้องกันผิวและวอลลุ่ม มักจะเริ่มที่อายุเท่าไหร่คะ?
จริงๆ แล้วจะเริ่มค่อยๆ ลดลงตั้งแต่อายุช่วงย่างเข้า 20 ปีกลางๆ ถึงปลายๆ เลยค่ะ
เพียงแต่ช่วงที่เราจะเริ่มสังเกตเห็นและรู้สึกได้ชัดเจน
มักจะเป็นช่วงอายุ 35-40 ปีขึ้นไปค่ะ
Q2. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
ขึ้นอยู่กับวัสดุหรือโปรแกรมที่เลือกค่ะ
ถ้าเป็นฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ส่วนกลุ่มงานกระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติจะอยู่ได้นานถึง 2 ปีขึ้นไปค่ะ
หลังเข้ารับการปรึกษา การเลือกตัวยาหรือวิธีการที่เข้ากับผิวคุณที่สุด
คือจุดที่สำคัญมากที่สุดค่ะ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ?
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเลือกทำกับบุคลากรทางการแพทย์
ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจโครงสร้างกายวิภาคใบหน้าเป็นอย่างดี
เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดร้ายแรง เช่น การฉีดกดทับเส้นเลือดค่ะ
ปัญหาการขาดวอลลุ่มไม่ใช่แค่เรื่องของชั้นผิวภายนอก แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างผิวชั้นลึก
ดังนั้น หมอแนะนำให้หาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอก่อน
แล้วค่อยตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้องนะคะ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ— หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ใบหน้าตอบแบบผลถั่วลิสง (Peanut Face) แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ขมับจริงไหม? รีวิวแบบหมดเปลือก
▶ทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้ม จำเป็นต้องทำทั่วทั้งหน้าไหมถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด?
▶5 ข้อต้องอ่านก่อนตัดสินใจทำ CelluDM เผยเคล็ดลับดูแลผิวให้ฉ่ำโกลว์และมีวอลลุ่มที่แท้จริง
▶โกนขนอ่อนบนใบหน้าแล้วจะช่วยให้รอยดำจุดด่างดำหายไปเหมือนกันหรือเปล่านะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์บ่า (Trapezius Botox) ยิ่งฉีด ยิ่งเว้นระยะห่างได้นานขึ้น เพราะอะไร?
ถ้าบ่าลิฟต์ขึ้นจนทำให้ดูคอ สั้น การกดแค่จุดยอดอย่างเดียวอาจไม่พอค่ะ ต้องอาศัยการออกแบบแนวระนาบทั้งหมดถึงจะได้ไหล่ตั้งฉากสวยงามอย่างที่ต้องการ พร้อมทั้งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาผลลัพธ์และความตึงเมื่อยล้าด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังมีส่วนช่วยในการลืมตาด้วยค่ะ
ทำไมฉีดเท่ากันที่เดียวกันแต่ผลต่างกัน? 2 บทบาทกล้ามเนื้อหน้าผาก รอยย่น + ลืมตา และสัมพันธ์กับมัดอื่น

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบหน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่หนังตาตกเสมอไป
ไขข้อข้องใจ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ อึ้งๆ' กลไกการหายไปของกล้ามเนื้อหน้าผากที่ช่วยพยุง และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันขึ้นอยู่กับระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อส่วนนี้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ก่อนฉีด Botox หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ
ฉีดโบหน้าผากให้ดีไม่ใช่ลองก่อนถึงรู้ เช็กการใช้กล้ามเนื้อเอง 30 วินาที เพื่อปรับปริมาณ ตำแหน่ง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ
ฉีดโบหน้าผากไม่ได้ ก็ทำ Skin Botox ได้ ใช้โบทูลินัมตัวเดียวกระจายน้อยในหนังแท้ กระชับรูขุมขน คุมมัน



