Ulthera โหนกแก้ม ต้องทำทั้งหน้าถึงเห็นผลจริงไหม?
Ulthera โหนกแก้ม ต้องทำทั้งหน้าถึงเห็นผลจริงไหม?
Ulthera โหนกแก้ม ต้องทำทั้งหน้าถึงเห็นผลจริงไหม?
อัลเทอร่ายกกระชับโหนกแก้มและรอบตา ไม่ต้องทำทั้งหน้า แค่เน้นจุดสำคัญก็ได้ผลลัพธ์ลิฟท์ทั้งใบหน้า
Ulthera บริเวณโหนกแก้ม จำเป็นต้องทำทั่วทั้งหน้าไหมถึงจะเห็นผล?
โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone Clinic สาขาฮงแด
💡 อ่านตรงนี้ก่อนสักนิด
Q. การยกกระชับด้วย Ulthera ต้องทำทั่วทั้งใบหน้าเลยหรือเปล่าครับถึงจะเห็นผล?
A. แค่เน้นหดกระชับเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา ก็ช่วยยกกระชับผิวได้ทั่วทั้งใบหน้าแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดเลยครับ
Q. บริเวณโหนกแก้มไปเกี่ยวอะไรกับการยกกระชับใบหน้าครับ?
A. โหนกแก้มเปรียบเสมือน 'เสาโครงสร้างหลัก' ลำดับแรกตรงกึ่งกลางใบหน้าครับ เมื่อบริเวณนี้หดกระชับขึ้น ผิวส่วนที่หย่อนคล้อยด้านล่างก็จะถูกดึงยกขึ้นตามกันเป็นทอดๆ ครับ
📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้
การทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้มนั้น แตกต่างจากการยกกระชับทั่วไป เพราะจะเน้นเฉพาะส่วนโหนกแก้มและรอบดวงตาโดยไม่ต้องทำส่วนอื่นเลย
การหดตัวของผิวบริเวณนี้จะช่วยดึงให้ใบหน้าโดยรวมทั้งหมดเกิดการยกกระชับตามไปด้วยครับ

ทำไมแค่โหนกแก้มหดกระชับขึ้นใบหน้าทั้งหมดถึงยกตาม?
ตอนที่ผมให้คำปรึกษาสำหรับโปรแกรม Ulthera
คนไข้ส่วนใหญ่มักจะถามคำถามนี้กันเยอะมากครับ
"ต้องทำทั่วทั้งหน้าเลยไม่ใช่เหรอคะถึงจะเห็นผลชัดเจน?"
พูดกันตามตรงเลยนะครับ
หลายคนคิดว่ายิ่งทำขอบเขตกว้างเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
ซึ่งก็ถือเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นได้ง่ายและดูสมเหตุสมผลครับ
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง
โครงสร้างใบหน้าของเรานั้น
จะมีจุดยึดโครงสร้างหลัก (Anchor Point) ที่คอยพยุงใบหน้าทั้งหมดเอาไว้
อธิบายง่ายๆ ก็คือ จุดที่ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักของบ้านนั่นเองครับ
และจุดนั้นก็คือ โหนกแก้ม และ รอบดวงตา ครับ
เนื้อเยื่อไขมันแก้มจะเกาะอยู่บนกระดูกโหนกแก้ม
และถัดลงมาด้านล่างก็จะเป็นร่องแก้ม แก้มห้อย และกรอบหน้าที่ห้อยย้อยลงมาตามลำดับ
บริเวณใต้ตาก็คล้ายกันครับ
โครงสร้างที่คอยค้ำจุนพยุงใบหน้าส่วนกลางทั้งหมดไว้
จะเชื่อมโยงอยู่กับพังผืดรอบดวงตา
เรื่องนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิดหน่อย
เพราะถ้ามองแค่ภายนอก หลายคนจะคิดว่า "แก้มห้อย ก็ต้องยิงที่แก้มสิ"
แต่ในความเป็นจริง ต้องแก้ปัญหาบริเวณโหนกแก้มที่หย่อนคล้อยก่อน
เนื้อแก้มส่วนล่างถึงจะถูกยกตึงขึ้นตามไปได้ครับ
ตอนแรกผมเองก็ยังแอบลังเลว่าวิธีนี้จะเวิร์กจริงไหม
แต่หลังจากรักษาคนไข้มาเป็นร้อยๆ เคส
ทำให้ตอนนี้ผมมั่นใจเต็มร้อยเลยครับ
เมื่อเราโฟกัสไปที่บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเท่านั้น
ผมพบว่าร่องแก้มดูจางลง กรอบหน้าดูชัดและเข้าที่มากขึ้น
รวมถึงเนื้อแก้มที่ห้อยย้อยก็ถูกดึงยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยที่เราแทบไม่ต้องสัมผัสส่วนอื่นของใบหน้าเลยครับ
เหตุผลก็คือ
ชั้น SMAS หรือถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง
ชั้นนี้จะเชื่อมโยงใบหน้าทั้งหมดไว้เป็นผืนเดียวกันครับ
เมื่อเราทำให้พังผืดบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาหดตัวลง
ก็เหมือนกับการดึงมุมผ้าด้านหนึ่ง
แล้วทำให้ผ้าทั้งผืนตึงกระชับขึ้นมา
ผิวส่วนล่างจึงขยับขึ้นตึงตามกันไปนั่นเองครับ
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความต่างของตัวเครื่องมือแพทย์
แต่เป็น ความต่างของกลยุทธ์ในการเลือกจุดที่มุ่งเน้นพลังงานอย่างแม่นยำ ครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
โหนกแก้มและรอบดวงตาคือ 'จุดเริ่มต้น' ของพังผืดบนใบหน้าครับ
เมื่อทำให้บริเวณนี้หดกระชับขึ้นอย่างตรงจุด
แก้มที่คล้อย ร่องแก้ม และกรอบหน้าที่ห้อยย้อยจะยกตึงตามขึ้นมาเป็นทอดๆ ครับ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดีเยี่ยม
โดยไม่จำเป็นต้องยิงตัวเครื่องครอบคลุมไปทั่วทั้งใบหน้าให้เจ็บตัวฟรีครับ
แล้วใบหน้าของเราจัดอยู่ในประเภทไหน? — เจาะลึกแต่ละสไตล์
พอรู้ว่าวิธีนี้ดีแล้ว
หลายคนคงกังวลว่าวิธีนี้จะเหมาะกับรูปหน้าตัวเองหรือเปล่า
ถึงแต่ละเคสจะมีความต่างกันไป
แต่ปกติแล้วผมจะจำแนกออกเป็นแบบนี้ครับ
① กรณีแก้มหย่อนคล้อยและร่องแก้มลึก
สำหรับกลุ่มนี้ การเน้นทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้มคือหัวใจสำคัญครับ
หากยิงพลังงานไปที่ชั้น SMAS ใต้โหนกแก้มได้อย่างแม่นยำ
ไขมันแก้มจะถูกจัดเรียงตำแหน่งใหม่ขึ้นไปด้านบน
และร่องแก้มจะดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
② กรณีใต้ตาตอบและใบหน้าส่วนกลางหย่อนคล้อยทั้งหมด
ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาจุดรอบดวงตาเป็นอันดับแรกครับ
เมื่อโครงสร้างพยุงใต้ตาที่อ่อนล้าได้รับการฟื้นฟู
จะส่งผลให้ใบหน้าส่วนกลางทั้งหมดดูยกกระชับขึ้นตามมาทันที
③ กรณีที่รู้สึกว่า "หน้าดูคล้อยไปหมดทุกส่วนเลย"
นี่คือส่วนที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยสุดครับ
ถึงแม้จะเป็นกลุ่มนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว
แค่เน้นทำเฉพาะจุดโหนกแก้ม + รอบดวงตา ก็เพียงพอแล้วครับ
ไม่จำเป็นต้องยิงจัดเต็มไปทั่วทั้งหน้าเลยครับ
แต่ทว่าวิธีนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายและราบรื่นไปซะหมดนะครับ
มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องแจ้งให้ทราบไว้ล่วงหน้าเลยก็คือ
บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเป็นส่วนที่ผิวบางและมีเส้นประสาทอ่อนไหวค่อนข้างเยอะ
ดังนั้น การควบคุมระดับความลึกและระดับพลังงานจึงสำคัญมากเป็นพิเศษครับ
หากยิงพลังงานลงไปในระดับความลึกที่ผิดพลาด
อาจทำให้สูญเสียไขมันแก้มจนตอบยุบ
หรือรบกวนเส้นประสาทจนเกิดอาการชาชั่วคราวได้ครับ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นส่วนที่แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
จะจับเครื่องมือยิงด้วยตัวเองและคอยเช็กโครงสร้างกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด
เพื่อระดับการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดอยู่แล้วครับ
ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุหลักที่เราให้ความสำคัญ
กับการมีเครื่องอัลตราซาวด์ความละเอียดสูงในคลินิกของเรานั่นเองครับ
ความต่างที่ว่าเราจะส่งพลังงานไปที่ไหน และลึกในระดับใด
จึงไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแบรนด์อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้ม จะทำให้โหนกแก้มดูเด่นชัดเทอะทะขึ้นไหมคะ?
A. คนไข้กังวลกับคำถามนี้เยอะมากจริงๆ ครับ
เพราะคิดว่าพอไปกระตุ้นแถวโหนกแก้มแล้ว จะยิ่งทำให้โหนกแก้มดูปูนโปนยื่นออกมา
แต่แท้จริงแล้ว พลังงานของ Ulthera ไม่ได้ทำงานกับกระดูกนะครับ
มันทำหน้าที่เฉพาะกับชั้นพังผืดและไขมันใต้ชั้นผิวหนังเท่านั้น
เมื่อผิวบริเวณนี้หดตัว แนวกระชับจะช่วยดึงเนื้อแก้มขึ้นด้านบน
ส่งผลลัพธ์ย้อนกลับให้โหนกแก้มดูเด่นลดลงและใบหน้าสมดุลขึ้นครับ
อย่างไรก็ดี สำหรับท่านที่เดิมทีไม่มีไขมันแก้มอยู่แล้ว
จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบตอนปรึกษาก่อนทำนะครับ
เพราะในเคสลักษณะนั้นเราจะต้องปรับใช้วิธีการดูแลที่แตกต่างออกไปครับ
Q2. ทำ Ulthera แค่ครั้งเดียวพอไหม หรือว่าต้องทำซ้ำเรื่อยๆ ครับ?
A. ทำแค่ครั้งเดียวก็เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ
อย่างไรก็ดี กระบวนการสร้างและสร้างใหม่ของคอลลาเจน (Collagen Regeneration)
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3~6 เดือนขึ้นไปครับ
ด้วยเหตุนี้ คนไข้จึงมักรู้สึกว่าใบหน้าตึงและกระชับขึ้นมากกว่าเดิม
ในช่วงเวลา 2~3 เดือนหลักบริการ แทนที่จะเห็นผลเต็มที่ทันทีหลังทำเสร็จครับ
ส่วนความถี่ในการรับบริการซ้ำ จะแนะนำที่รอบระยะเวลา 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และระดับความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคลครับ
ไม่มีความจำเป็นต้องทำถี่เกินมาตรฐานที่ระบุครับ
สามารถแอดไลน์ KakaoTalk เข้ามาปรึกษาก่อนเดินทางมาคลินิกได้เสมอครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
Ulthera บริเวณโหนกแก้ม จำเป็นต้องทำทั่วทั้งหน้าไหมถึงจะเห็นผล?
โดย หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone Clinic สาขาฮงแด
💡 อ่านตรงนี้ก่อนสักนิด
Q. การยกกระชับด้วย Ulthera ต้องทำทั่วทั้งใบหน้าเลยหรือเปล่าครับถึงจะเห็นผล?
A. แค่เน้นหดกระชับเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตา ก็ช่วยยกกระชับผิวได้ทั่วทั้งใบหน้าแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดเลยครับ
Q. บริเวณโหนกแก้มไปเกี่ยวอะไรกับการยกกระชับใบหน้าครับ?
A. โหนกแก้มเปรียบเสมือน 'เสาโครงสร้างหลัก' ลำดับแรกตรงกึ่งกลางใบหน้าครับ เมื่อบริเวณนี้หดกระชับขึ้น ผิวส่วนที่หย่อนคล้อยด้านล่างก็จะถูกดึงยกขึ้นตามกันเป็นทอดๆ ครับ
📌 สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้
การทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้มนั้น แตกต่างจากการยกกระชับทั่วไป เพราะจะเน้นเฉพาะส่วนโหนกแก้มและรอบดวงตาโดยไม่ต้องทำส่วนอื่นเลย
การหดตัวของผิวบริเวณนี้จะช่วยดึงให้ใบหน้าโดยรวมทั้งหมดเกิดการยกกระชับตามไปด้วยครับ

ทำไมแค่โหนกแก้มหดกระชับขึ้นใบหน้าทั้งหมดถึงยกตาม?
ตอนที่ผมให้คำปรึกษาสำหรับโปรแกรม Ulthera
คนไข้ส่วนใหญ่มักจะถามคำถามนี้กันเยอะมากครับ
"ต้องทำทั่วทั้งหน้าเลยไม่ใช่เหรอคะถึงจะเห็นผลชัดเจน?"
พูดกันตามตรงเลยนะครับ
หลายคนคิดว่ายิ่งทำขอบเขตกว้างเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
ซึ่งก็ถือเป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นได้ง่ายและดูสมเหตุสมผลครับ
แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง
โครงสร้างใบหน้าของเรานั้น
จะมีจุดยึดโครงสร้างหลัก (Anchor Point) ที่คอยพยุงใบหน้าทั้งหมดเอาไว้
อธิบายง่ายๆ ก็คือ จุดที่ทำหน้าที่เหมือนเสาหลักของบ้านนั่นเองครับ
และจุดนั้นก็คือ โหนกแก้ม และ รอบดวงตา ครับ
เนื้อเยื่อไขมันแก้มจะเกาะอยู่บนกระดูกโหนกแก้ม
และถัดลงมาด้านล่างก็จะเป็นร่องแก้ม แก้มห้อย และกรอบหน้าที่ห้อยย้อยลงมาตามลำดับ
บริเวณใต้ตาก็คล้ายกันครับ
โครงสร้างที่คอยค้ำจุนพยุงใบหน้าส่วนกลางทั้งหมดไว้
จะเชื่อมโยงอยู่กับพังผืดรอบดวงตา
เรื่องนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิดหน่อย
เพราะถ้ามองแค่ภายนอก หลายคนจะคิดว่า "แก้มห้อย ก็ต้องยิงที่แก้มสิ"
แต่ในความเป็นจริง ต้องแก้ปัญหาบริเวณโหนกแก้มที่หย่อนคล้อยก่อน
เนื้อแก้มส่วนล่างถึงจะถูกยกตึงขึ้นตามไปได้ครับ
ตอนแรกผมเองก็ยังแอบลังเลว่าวิธีนี้จะเวิร์กจริงไหม
แต่หลังจากรักษาคนไข้มาเป็นร้อยๆ เคส
ทำให้ตอนนี้ผมมั่นใจเต็มร้อยเลยครับ
เมื่อเราโฟกัสไปที่บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเท่านั้น
ผมพบว่าร่องแก้มดูจางลง กรอบหน้าดูชัดและเข้าที่มากขึ้น
รวมถึงเนื้อแก้มที่ห้อยย้อยก็ถูกดึงยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยที่เราแทบไม่ต้องสัมผัสส่วนอื่นของใบหน้าเลยครับ
เหตุผลก็คือ
ชั้น SMAS หรือถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง
ชั้นนี้จะเชื่อมโยงใบหน้าทั้งหมดไว้เป็นผืนเดียวกันครับ
เมื่อเราทำให้พังผืดบริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาหดตัวลง
ก็เหมือนกับการดึงมุมผ้าด้านหนึ่ง
แล้วทำให้ผ้าทั้งผืนตึงกระชับขึ้นมา
ผิวส่วนล่างจึงขยับขึ้นตึงตามกันไปนั่นเองครับ
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความต่างของตัวเครื่องมือแพทย์
แต่เป็น ความต่างของกลยุทธ์ในการเลือกจุดที่มุ่งเน้นพลังงานอย่างแม่นยำ ครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
โหนกแก้มและรอบดวงตาคือ 'จุดเริ่มต้น' ของพังผืดบนใบหน้าครับ
เมื่อทำให้บริเวณนี้หดกระชับขึ้นอย่างตรงจุด
แก้มที่คล้อย ร่องแก้ม และกรอบหน้าที่ห้อยย้อยจะยกตึงตามขึ้นมาเป็นทอดๆ ครับ
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดีเยี่ยม
โดยไม่จำเป็นต้องยิงตัวเครื่องครอบคลุมไปทั่วทั้งใบหน้าให้เจ็บตัวฟรีครับ
แล้วใบหน้าของเราจัดอยู่ในประเภทไหน? — เจาะลึกแต่ละสไตล์
พอรู้ว่าวิธีนี้ดีแล้ว
หลายคนคงกังวลว่าวิธีนี้จะเหมาะกับรูปหน้าตัวเองหรือเปล่า
ถึงแต่ละเคสจะมีความต่างกันไป
แต่ปกติแล้วผมจะจำแนกออกเป็นแบบนี้ครับ
① กรณีแก้มหย่อนคล้อยและร่องแก้มลึก
สำหรับกลุ่มนี้ การเน้นทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้มคือหัวใจสำคัญครับ
หากยิงพลังงานไปที่ชั้น SMAS ใต้โหนกแก้มได้อย่างแม่นยำ
ไขมันแก้มจะถูกจัดเรียงตำแหน่งใหม่ขึ้นไปด้านบน
และร่องแก้มจะดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
② กรณีใต้ตาตอบและใบหน้าส่วนกลางหย่อนคล้อยทั้งหมด
ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาจุดรอบดวงตาเป็นอันดับแรกครับ
เมื่อโครงสร้างพยุงใต้ตาที่อ่อนล้าได้รับการฟื้นฟู
จะส่งผลให้ใบหน้าส่วนกลางทั้งหมดดูยกกระชับขึ้นตามมาทันที
③ กรณีที่รู้สึกว่า "หน้าดูคล้อยไปหมดทุกส่วนเลย"
นี่คือส่วนที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยสุดครับ
ถึงแม้จะเป็นกลุ่มนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว
แค่เน้นทำเฉพาะจุดโหนกแก้ม + รอบดวงตา ก็เพียงพอแล้วครับ
ไม่จำเป็นต้องยิงจัดเต็มไปทั่วทั้งหน้าเลยครับ
แต่ทว่าวิธีนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายและราบรื่นไปซะหมดนะครับ
มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องแจ้งให้ทราบไว้ล่วงหน้าเลยก็คือ
บริเวณโหนกแก้มและรอบดวงตาเป็นส่วนที่ผิวบางและมีเส้นประสาทอ่อนไหวค่อนข้างเยอะ
ดังนั้น การควบคุมระดับความลึกและระดับพลังงานจึงสำคัญมากเป็นพิเศษครับ
หากยิงพลังงานลงไปในระดับความลึกที่ผิดพลาด
อาจทำให้สูญเสียไขมันแก้มจนตอบยุบ
หรือรบกวนเส้นประสาทจนเกิดอาการชาชั่วคราวได้ครับ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นส่วนที่แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
จะจับเครื่องมือยิงด้วยตัวเองและคอยเช็กโครงสร้างกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด
เพื่อระดับการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดอยู่แล้วครับ
ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุหลักที่เราให้ความสำคัญ
กับการมีเครื่องอัลตราซาวด์ความละเอียดสูงในคลินิกของเรานั่นเองครับ
ความต่างที่ว่าเราจะส่งพลังงานไปที่ไหน และลึกในระดับใด
จึงไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแบรนด์อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังทำ Ulthera บริเวณโหนกแก้ม จะทำให้โหนกแก้มดูเด่นชัดเทอะทะขึ้นไหมคะ?
A. คนไข้กังวลกับคำถามนี้เยอะมากจริงๆ ครับ
เพราะคิดว่าพอไปกระตุ้นแถวโหนกแก้มแล้ว จะยิ่งทำให้โหนกแก้มดูปูนโปนยื่นออกมา
แต่แท้จริงแล้ว พลังงานของ Ulthera ไม่ได้ทำงานกับกระดูกนะครับ
มันทำหน้าที่เฉพาะกับชั้นพังผืดและไขมันใต้ชั้นผิวหนังเท่านั้น
เมื่อผิวบริเวณนี้หดตัว แนวกระชับจะช่วยดึงเนื้อแก้มขึ้นด้านบน
ส่งผลลัพธ์ย้อนกลับให้โหนกแก้มดูเด่นลดลงและใบหน้าสมดุลขึ้นครับ
อย่างไรก็ดี สำหรับท่านที่เดิมทีไม่มีไขมันแก้มอยู่แล้ว
จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบตอนปรึกษาก่อนทำนะครับ
เพราะในเคสลักษณะนั้นเราจะต้องปรับใช้วิธีการดูแลที่แตกต่างออกไปครับ
Q2. ทำ Ulthera แค่ครั้งเดียวพอไหม หรือว่าต้องทำซ้ำเรื่อยๆ ครับ?
A. ทำแค่ครั้งเดียวก็เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงแล้วครับ
อย่างไรก็ดี กระบวนการสร้างและสร้างใหม่ของคอลลาเจน (Collagen Regeneration)
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3~6 เดือนขึ้นไปครับ
ด้วยเหตุนี้ คนไข้จึงมักรู้สึกว่าใบหน้าตึงและกระชับขึ้นมากกว่าเดิม
ในช่วงเวลา 2~3 เดือนหลักบริการ แทนที่จะเห็นผลเต็มที่ทันทีหลังทำเสร็จครับ
ส่วนความถี่ในการรับบริการซ้ำ จะแนะนำที่รอบระยะเวลา 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และระดับความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคลครับ
ไม่มีความจำเป็นต้องทำถี่เกินมาตรฐานที่ระบุครับ
สามารถแอดไลน์ KakaoTalk เข้ามาปรึกษาก่อนเดินทางมาคลินิกได้เสมอครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



