
[บทความ] สาเหตุของก้อนนูนจาก Juvelook? วิธีรักษา
[บทความ] สาเหตุของก้อนนูนจาก Juvelook? วิธีรักษา
[บทความ] สาเหตุของก้อนนูนจาก Juvelook? วิธีรักษา
นพ.วีย็องจินจาก Beautystone Clinic ฮงแด จะอธิบายสาเหตุและวิธีดูแลก้อนนูนหลังทำ Juvelook
ก้อนนูนจาก Juvelook
สิ่งที่ได้รู้หลังจากได้เจอเมื่อ 3 ปีก่อน

สวัสดีครับ
ผม นพ.วีย็องจิน จาก Beautystone Clinic ครับ
เพราะได้รับคำถามนี้ผ่านทาง DM บ่อยมาก
วันนี้เลยอยากรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนสักที
"ฉีด Juvelook แล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ใต้ผิว"
คือสิ่งที่หลายคนบอกผมมา
จริงๆ แล้วมีคนส่งข้อความแบบนี้มาให้ผมเยอะมากกว่าที่คิด
บางคนบอกว่าผ่านไปหลายวันแล้ว ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ใต้ผิวหนัง
หรือบางคนก็บอกว่ารู้สึกขรุขระ ไม่เรียบเนียน
และก็ไม่แน่ใจว่านี่คือก้อนนูนจริงๆ หรือแค่อาการบวมชั่วคราว
ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องก้อนนูนจาก Juvelook ให้ครบทุกแง่มุมกันเลย
ตั้งแต่สาเหตุที่เกิดขึ้น ไปจนถึงวิธีจัดการ
จะสรุปให้ฟังในที่เดียวครับ
ก้อนนูนจาก Juvelook คืออะไรกันแน่?

Juvelook คือผลิตภัณฑ์ฉีดที่ประกอบด้วย PDRN และ HA (กรดไฮยาลูโรนิก) รวมกัน
เป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูผิว โดยสิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ มี HA ผสมอยู่ด้วย
กรดไฮยาลูโรนิกมีคุณสมบัติดึงดูดความชื้นจากรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
เมื่อสะสมอยู่ใต้ผิวแล้วดูดซับน้ำ อาจเกิดการจับตัวกันเฉพาะจุด จนนูนขึ้นมาได้
นี่แหละคือสิ่งที่เราสัมผัสได้ว่าเหมือนมีก้อนนูนอยู่ใต้ผิว
หากจะแบ่งให้ชัดเจน สามารถแยกออกเป็นสองกรณีหลักๆ ได้ครับ
1. ก้อนนูนระยะต้น
เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันหลังทำ
ส่วนใหญ่มาจากความลึกหรือปริมาณการฉีดที่ไม่เหมาะสม
2. ก้อนนูนระยะหลัง
เกิดขึ้นหลังจากทำไปแล้วหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
มักมาพร้อมกับการอักเสบ หรือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
ทั้งสองแบบนี้ต่างกันทั้งสาเหตุและวิธีจัดการ
จึงต้องแยกแนวทางการดูแลออกจากกันโดยสิ้นเชิง
ก้อนนูนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

พูดตรงๆ เลยนะครับ
สาเหตุของตุ่มนูนไม่ได้มีแค่อย่างเดียว
ผมจะสรุปจากเคสที่พบในห้องตรวจจริงๆ ให้ฟังครับ
1. ความลึกในการฉีดไม่เหมาะสม
ต้องฉีดให้ตรงชั้นผิวหนังแท้
หากฉีดตื้นเกินไป สารจะจับตัวเป็นก้อน
2. ฉีดปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว
หากใส่สารในปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว
บริเวณนั้นจะเกิดการจับตัวเป็นก้อนเฉพาะจุด
3. ความแตกต่างของสภาพผิวแต่ละคน
ผิวบางประเภทไวต่อกรดไฮยาลูโรนิกเป็นพิเศษ
4. การกดทับหรือเสียดสีหลังทำ
หากกดแรงหรือนวดมากเกินไปทันทีหลังทำ
สารอาจเคลื่อนไปกองรวมกันในจุดใดจุดหนึ่งได้
สังเกตอย่างไรว่าใช่ก้อนนูนหรือเปล่า?
อาการบวมหรือจับตัวที่เกิดขึ้นภายใน 1–3 วันแรกหลังทำ
ส่วนใหญ่ยังไม่ใช่ก้อนนูน
มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่ HA ดึงน้ำเข้ามาจนดูนูนชั่วคราว
ผมจึงแนะนำให้คนไข้ใช้เกณฑ์สังเกตดังนี้ครับ
1. หลังจาก 2 สัปดาห์แล้ว
ยังคลำแล้วเป็นก้อน
2. กดแล้วเจ็บ
หรือมีอาการผิวแดงร่วมด้วย
3. ผิวขรุขระไม่เรียบ
หรือมองเห็นได้ชัดเจน
ด้วยตาเปล่าเมื่อส่องกระจก
หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้
ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจนครับ
วิธีรับมือเมื่อเกิดก้อนนูน
การเกิดก้อนนูน
ไม่ได้หมายความว่าจะมีปัญหาใหญ่เสมอไป
ในกรณีของก้อนนูนที่ไม่เกิดการอักเสบ
สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
โดยการฉีดเอนไซม์สลายก้อนเนื้อ
ในกรณีของก้อนเนื้อที่เกิดการอักเสบ
จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือ
การฉีดสเตียรอยด์
ห้ามบีบหรือนวดด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด
เพราะจะทำให้ยิ่งลุกลามมากขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
เอนไซม์สลายก้อนเนื้อ
ไม่มีผลต่อส่วนประกอบของ PDRN
ผู้ที่กังวลเกี่ยวกับผลของการฟื้นฟู
สามารถวางใจได้ในเรื่องนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดไป 3 วันแล้วเป็นก้อน
ในระยะเริ่มต้น
มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นการบวม
โปรดสังเกตอาการประมาณ 2 สัปดาห์
Q. หากก้อนเนื้อสลายไปแล้ว ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?
ปริมาณ HA อาจลดลง
แต่ส่วนประกอบ PDRN ยังคงอยู่
และยังคงรักษาผลลัพธ์ไว้
Q. มีวิธีป้องกันหรือไม่?
ระดับความชำนาญของผู้ให้รักษามีความสำคัญมาก
และควรหลีกเลี่ยงการซาวน่า
หรือออกกำลังกายอย่างในวันเดียวกันหลังทำหัตถการ
วิธีที่ถูกต้องคือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำหัตถการ
และกำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับคุณ
นพ.วียองจิน
✦ อ่านเพิ่มเติม
▶ คู่มือการดูแลผิวประจำวันสำหรับว่าที่เจ้าสาว
▶ โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผาก: ผลลัพธ์และระยะเวลาผล
▶ ฟิลเลอร์จมูก: ผลข้างเคียง ประโยชน์ และระยะเวลาผล
▶ การใช้น้ำยาบ้วนปากทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นหรือไม่?
▶ อาการบวมจากการทำ Ulthermage จะลดลงเมื่อใด?
ก้อนนูนจาก Juvelook
สิ่งที่ได้รู้หลังจากได้เจอเมื่อ 3 ปีก่อน

สวัสดีครับ
ผม นพ.วีย็องจิน จาก Beautystone Clinic ครับ
เพราะได้รับคำถามนี้ผ่านทาง DM บ่อยมาก
วันนี้เลยอยากรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนสักที
"ฉีด Juvelook แล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ใต้ผิว"
คือสิ่งที่หลายคนบอกผมมา
จริงๆ แล้วมีคนส่งข้อความแบบนี้มาให้ผมเยอะมากกว่าที่คิด
บางคนบอกว่าผ่านไปหลายวันแล้ว ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ใต้ผิวหนัง
หรือบางคนก็บอกว่ารู้สึกขรุขระ ไม่เรียบเนียน
และก็ไม่แน่ใจว่านี่คือก้อนนูนจริงๆ หรือแค่อาการบวมชั่วคราว
ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องก้อนนูนจาก Juvelook ให้ครบทุกแง่มุมกันเลย
ตั้งแต่สาเหตุที่เกิดขึ้น ไปจนถึงวิธีจัดการ
จะสรุปให้ฟังในที่เดียวครับ
ก้อนนูนจาก Juvelook คืออะไรกันแน่?

Juvelook คือผลิตภัณฑ์ฉีดที่ประกอบด้วย PDRN และ HA (กรดไฮยาลูโรนิก) รวมกัน
เป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูผิว โดยสิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ มี HA ผสมอยู่ด้วย
กรดไฮยาลูโรนิกมีคุณสมบัติดึงดูดความชื้นจากรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
เมื่อสะสมอยู่ใต้ผิวแล้วดูดซับน้ำ อาจเกิดการจับตัวกันเฉพาะจุด จนนูนขึ้นมาได้
นี่แหละคือสิ่งที่เราสัมผัสได้ว่าเหมือนมีก้อนนูนอยู่ใต้ผิว
หากจะแบ่งให้ชัดเจน สามารถแยกออกเป็นสองกรณีหลักๆ ได้ครับ
1. ก้อนนูนระยะต้น
เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันหลังทำ
ส่วนใหญ่มาจากความลึกหรือปริมาณการฉีดที่ไม่เหมาะสม
2. ก้อนนูนระยะหลัง
เกิดขึ้นหลังจากทำไปแล้วหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
มักมาพร้อมกับการอักเสบ หรือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
ทั้งสองแบบนี้ต่างกันทั้งสาเหตุและวิธีจัดการ
จึงต้องแยกแนวทางการดูแลออกจากกันโดยสิ้นเชิง
ก้อนนูนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

พูดตรงๆ เลยนะครับ
สาเหตุของตุ่มนูนไม่ได้มีแค่อย่างเดียว
ผมจะสรุปจากเคสที่พบในห้องตรวจจริงๆ ให้ฟังครับ
1. ความลึกในการฉีดไม่เหมาะสม
ต้องฉีดให้ตรงชั้นผิวหนังแท้
หากฉีดตื้นเกินไป สารจะจับตัวเป็นก้อน
2. ฉีดปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว
หากใส่สารในปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว
บริเวณนั้นจะเกิดการจับตัวเป็นก้อนเฉพาะจุด
3. ความแตกต่างของสภาพผิวแต่ละคน
ผิวบางประเภทไวต่อกรดไฮยาลูโรนิกเป็นพิเศษ
4. การกดทับหรือเสียดสีหลังทำ
หากกดแรงหรือนวดมากเกินไปทันทีหลังทำ
สารอาจเคลื่อนไปกองรวมกันในจุดใดจุดหนึ่งได้
สังเกตอย่างไรว่าใช่ก้อนนูนหรือเปล่า?
อาการบวมหรือจับตัวที่เกิดขึ้นภายใน 1–3 วันแรกหลังทำ
ส่วนใหญ่ยังไม่ใช่ก้อนนูน
มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่ HA ดึงน้ำเข้ามาจนดูนูนชั่วคราว
ผมจึงแนะนำให้คนไข้ใช้เกณฑ์สังเกตดังนี้ครับ
1. หลังจาก 2 สัปดาห์แล้ว
ยังคลำแล้วเป็นก้อน
2. กดแล้วเจ็บ
หรือมีอาการผิวแดงร่วมด้วย
3. ผิวขรุขระไม่เรียบ
หรือมองเห็นได้ชัดเจน
ด้วยตาเปล่าเมื่อส่องกระจก
หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้
ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจนครับ
วิธีรับมือเมื่อเกิดก้อนนูน
การเกิดก้อนนูน
ไม่ได้หมายความว่าจะมีปัญหาใหญ่เสมอไป
ในกรณีของก้อนนูนที่ไม่เกิดการอักเสบ
สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
โดยการฉีดเอนไซม์สลายก้อนเนื้อ
ในกรณีของก้อนเนื้อที่เกิดการอักเสบ
จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือ
การฉีดสเตียรอยด์
ห้ามบีบหรือนวดด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด
เพราะจะทำให้ยิ่งลุกลามมากขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
เอนไซม์สลายก้อนเนื้อ
ไม่มีผลต่อส่วนประกอบของ PDRN
ผู้ที่กังวลเกี่ยวกับผลของการฟื้นฟู
สามารถวางใจได้ในเรื่องนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดไป 3 วันแล้วเป็นก้อน
ในระยะเริ่มต้น
มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นการบวม
โปรดสังเกตอาการประมาณ 2 สัปดาห์
Q. หากก้อนเนื้อสลายไปแล้ว ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?
ปริมาณ HA อาจลดลง
แต่ส่วนประกอบ PDRN ยังคงอยู่
และยังคงรักษาผลลัพธ์ไว้
Q. มีวิธีป้องกันหรือไม่?
ระดับความชำนาญของผู้ให้รักษามีความสำคัญมาก
และควรหลีกเลี่ยงการซาวน่า
หรือออกกำลังกายอย่างในวันเดียวกันหลังทำหัตถการ
วิธีที่ถูกต้องคือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำหัตถการ
และกำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับคุณ
นพ.วียองจิน
✦ อ่านเพิ่มเติม
▶ คู่มือการดูแลผิวประจำวันสำหรับว่าที่เจ้าสาว
▶ โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผาก: ผลลัพธ์และระยะเวลาผล
▶ ฟิลเลอร์จมูก: ผลข้างเคียง ประโยชน์ และระยะเวลาผล
▶ การใช้น้ำยาบ้วนปากทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นหรือไม่?
▶ อาการบวมจากการทำ Ulthermage จะลดลงเมื่อใด?
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
บทความล่าสุด
บทความล่าสุด

ยกกระชับ
턱보톡스 10번 맞고도 효과 없었는데, 귀밑샘 보톡스 맞고 달라진 얘기
턱보톡스만하면, 얼굴이 작아지지 않아요, 귀밑샘이 필요합니다.

ยกกระชับ
턱밑샘보톡스, 이중턱에 효과 있다는 말 그냥 믿지 마세요
턱밑샘보톡스, 이중턱이 아니라, 목젖 옆부분입니다.

ยกกระชับ
여름 오프숄더 입기 전 필독: 승모근 보톡스, 주입위치 정하기
제가 주입위치를 정하긴 하지만,, 그래도 어떻게 봐야하는지 알려드릴게요 !

โครงหน้า&วอลลุ่ม
[결정적 차이] 즉각적인 레디어스 vs 점진적인 스컬트라, 나에게 맞는 선택은?
녹일 수 없는 콜라겐 필러, 레디어스·스컬트라 시술 전 '이것' 모르면 하지 마세요

ลบรอยสัก
"남들은 5번 만에 지워졌다는데?" 내 타투 제거 비용이 비싼 진짜 이유
타투 제거, '제일 싼 곳' 찾아다니다가 피부만 상하고 돈 버리는 이유

โครงหน้า&วอลลุ่ม
보톡스 부작용, '정상 반응'과 '병원 가야 할 상황' 딱 정해드립니다
보톡스 맞고 눈꺼풀 처짐? "평생 안 돌아오면 어쩌죠?" (현직 의사의 답변)




