ลบรอยสักด้วยพิโคเวย์ ได้ผลจริง! แพทย์วี ยองจิน คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด อธิบายจากประสบการณ์จริง

สวัสดีค่ะทุกคน
หมอวี ยองจิน จาก Beautystone Clinic ครับ
รอยสักเก่าที่เคยสักไว้ตั้งนานแล้ว..
ต้องรีบลบออกก่อนวันนัดพบผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย
แต่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเยอะแยะไปหมดจนปวดหัวเลยใช่ไหมครับ ฮ่าๆ
แถมหาข้อมูลไปเรื่อยๆ
ก็เจอแต่คนบอกว่า Picoway ได้ผลดีที่สุด
แต่ในใจก็แอบคิดว่าเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อหรือเปล่านะ? ใช่ไหมครับ ฮ่าๆ
ยิ่งช่วงนี้งานยุ่งๆ เวลาจะค้นหาข้อมูลก็น้อย
แถมยังไม่แน่ใจอีกว่าคุณหมอที่จะไปทำด้วยน่าเชื่อถือแค่ไหน ฮ่าๆ
วันนี้ผมเลยตั้งใจจะมาสรุปข้อมูล
จากประสบการณ์จริงที่ผมได้รักษาคนไข้มา
ว่าการลบรอยสักด้วย Picoway นั้น
มีกระบวนการอย่างไร และได้ผลดีขนาดไหน
มาอธิบายให้ฟังกันแบบตรงไปตรงมาครับ
ทำไม Picoway ถึง
มีประสิทธิภาพในการลบรอยสัก

Picoway คือเครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงาน
ในระดับความเร็วพิกโควินาที (1 ในล้านล้านวินาที)
เมื่อเทียบกับเลเซอร์ระบบนาโนวินาทีแบบเดิมแล้ว
ระยะเวลาการปล่อยลำแสงจะสั้นกว่าถึง 1,000 เท่าเลยทีเดียวครับ
ถามว่าทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ?
นั่นเป็นเพราะว่าการโฟกัสพลังงานที่รุนแรงในระยะเวลาที่สั้นมากๆ
จะช่วยเจาะจงทำลายอณูเม็ดสีของรอยสัก
ให้แตกตัวเป็นอนุภาคที่ละเอียดขึ้นได้ดีกว่าเดิมครับ
เม็ดสีที่ถูกซอยจนละเอียดมากๆ นี้
จะทำให้ระบบเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา
ดูดซึมและขับออกไปได้ง่ายขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังระบุว่า
เลเซอร์กลุ่ม Picosecond laser มีประสิทธิภาพในการทำลายเม็ดสี
ได้สูงกว่าเลเซอร์ระบบเดิม (Nanosecond)
และเกิดการทำลายเนื้อเยื่อผิวรอบข้างน้อยกว่าด้วยครับ
ดังนั้น อัตราการเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH)
จึงค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกัน
ยิ่งสำหรับผิวที่มีเม็ดสีเมลานินหนาแน่น
อย่างผิวคนเอเชียแล้ว
ความแตกต่างจุดนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เลยครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Picoway ช่วยลบรอยสักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยการบดเม็ดสีให้แตกละเอียดที่สุด
ในขณะที่ทำลายผิวรอบข้างน้อยลงครับ
ผลลัพธ์ที่ได้
ขึ้นอยู่กับสีของรอยสักด้วยครับ

ไม่ใช่ว่าทุกเฉดสี
จะลบออกได้ง่ายเท่ากันหมดนะครับ
หมอคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่
ควรจะชี้แจงกับทุกคนอย่างตรงไปตรงมาครับ
โทนสีดำและสีน้ำเงินเข้ม
จะตอบสนองต่อเครื่อง Picoway ได้ดีมาก
ส่วนใหญ่แล้วทำเฉลี่ยประมาณ 5-8 ครั้ง
รอยสักก็จะจางลงไปได้เยอะมากๆ ครับ
ในทางกลับกัน โทนสีแดง สีเหลือง และสีสะท้อนแสง
จะมีอัตราการดูดซับความดันคลื่นเลเซอร์ค่อนข้างต่ำ
ทำให้แม้จะทำในจำนวนครั้งที่เท่ากัน
ก็อาจจะยังมีรอยจางๆ หลงเหลืออยู่ได้ครับ
ถึงแม้ว่า Picoway จะเป็นเครื่องเลเซอร์แบบหลายความยาวคลื่น
ที่ผลิตมาเพื่อครอบคลุมหลากหลายสีก็ตาม
แต่สีพิเศษอย่างกลุ่มสีสะท้อนแสง
ก็จำเป็นต้องอาศัยการรักษาจำนวนครั้งที่มากขึ้น
หรือใช้วิธีอื่นๆ ร่วมด้วยครับ
สีรอยสัก | ระดับการตอบสนอง | จำนวนครั้งที่คาดว่าจะต้องทำ |
สีดำ • สีน้ำเงินเข้ม | ดีมาก | 5 ~ 8 ครั้ง |
สีแดง • สีน้ำตาล | ปานกลาง | 7 ~ 12 ครั้ง |
สีเหลือง • สีสะท้อนแสง • สีขาว | ต่ำ | 10 ครั้งขึ้นไป หรือรักษาร่วมกับวิธีอื่น |
สีเขียว • สีม่วง | ปานกลาง ~ ต่ำ | 8 ~ 14 ครั้ง |
ในความเป็นจริงแล้ว
ต้องลบกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

เคสที่หมอเจอบ่อยๆ ในห้องตรวจ
คือคนไข้ที่เข้ามาถามพร้อมความหวังว่า
"ทำสัก 3 ครั้งก็น่าจะหายหมดแล้วใช่ไหมคะ?"
หมอขอตอบตรงๆ เลยนะครับว่า
การลบรอยสักส่วนใหญ่นั้น ต้องเตรียมใจไว้เลยว่า
อย่างน้อยที่สุดคือ 5 ถึง 10 ครั้งขึ้นไปครับ
ระยะห่างในการทำแต่ละรอบก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
หลังจากที่ยิงเลเซอร์ไป 1 ครั้ง
การขับเอาเม็ดสีที่แตกละเอียดออกผ่านทางระบบน้ำเหลือง
จะใช้เวลา
อย่างต่ำประมาณ 6-8 สัปดาห์ครับ
หากเราไปซ้ำเลเซอร์ก่อนหน้านั้น
อาจจะทำให้ผิวที่กำลังบอบบางอยู่
ได้รับความเสียหายโดยไม่จำเป็นครับ
จากที่หมอรักษาคนไข้มาด้วยตัวเอง
คนไข้ที่มาทำตามระยะทำนัดอย่างสม่ำเสมอและเว้นระยะอย่างเหมาะสม
จะสลายสีได้ดีและผิวเรียบเนียนกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเทียบกับคนที่รีบร้อนยิงถี่เกินไปครับ
บันทึกจากประสบการณ์ของ หมอวี ยองจิน
รอยสักฝีมือสมัครเล่น (Amateur Tattoo) กับรอยสักจากช่างมืออาชีพ (Professional Tattoo)
มีความลึกและความหนาแน่นของเม็ดสีต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
ยิ่งเป็นรอยสักที่ทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ตัวเม็ดสีจะถูกฝังลึกถึงชั้นหนังแท้อย่างสม่ำเสมอ
ทำให้
ต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าครับ
ในทางกลับกัน รอยสักที่สักเล่นเองที่บ้าน
หรือสักมานานหลายสิบปีจนจางไปบ้างแล้ว
มักจะได้ผลลัพธ์ที่เร็วเกินคาดครับ
นอกจากนี้ บริเวณนิ้วมือ หรือข้อเท้า
ซึ่งเป็นจุดที่มีการไหลเวียนเลือดค่อนข้างน้อย
ก็จะทำให้ขับเม็ดสีออกได้ช้ากว่าจุดอื่น
จึงส่งผลให้จำนวนครั้งในการรักษาเพิ่มขึ้นได้เช่นกันครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
การลบรอยสักต้องทำอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป
และควรเว้นระยะห่างรอบละ 6-8 สัปดาห์
เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
การดูแลหลังทำ
คือจุดชี้วัดผลลัพธ์ที่แท้จริงครับ

หลังจากลบรอยสักด้วย Picoway
กระบวนการขับเม็ดสีออกจากร่างกาย
จะค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเวลาหลายสัปดาห์หลังทำครับ
หากผิวไปสัมผัสกับรังสี UV ในช่วงนี้
จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH)
และอาจทำให้สีผิวหลังทำสม่ำเสมอไม่เท่ากันได้
ดังนั้น การหลีกเลี่ยงแดดและทาครีมกันแดดจึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยครับ
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการรักษา
อาจมีสะเก็ดแผลเกิดขึ้น
ในบริเวณที่ทำเลเซอร์
ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาดนะครับ เพราะจะยิ่งเสี่ยงทำให้
เม็ดสีลบออกไม่หมด หรือเกิดแผลเป็นได้ง่ายขึ้น
ควรปล่อยให้สะเก็ดแผลแห้ง
และหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติจะดีที่สุดครับ
กลุ่มคนไข้ที่ดูแลผิวหลังทำอย่างเคร่งครัด
ได้ผลลัพธ์ที่ผิวเรียบเนียนสวยงามกว่า
กลุ่มที่ละเลยการดูแลอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ลบรอยสักด้วย Picoway
เจ็บมากไหมคะ?
เรื่องความเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ แต่เนื่องจาก Picoway
ปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงมาก
จึงช่วยลดการสะสมความร้อนและการระคายเคืองผิวลงได้มากเมื่อเทียบกับเลเซอร์รุ่นเก่าๆ
แต่แน่นอนว่าก็ยังคงมีความรู้สึกดีดๆ
และรับรู้ถึงความร้อนในขณะที่ทำอยู่บ้างครับ
ก่อนเริ่มขั้นตอน เราจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-40 นาที
ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกเจ็บ
ให้อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายๆ แน่นอนครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้ง
รอยสักถึงจะหายไปแบบ 100%?
เป็นการยากที่จะระบุจำนวนครั้งที่แน่นอนได้ครับ เพราะขึ้นอยู่กับสี ความเข้ม ความลึก ตำแหน่งรอยสัก รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนด้วย
หากเป็นรอยสักสีดำล้วน ทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-8 ครั้ง
แต่ถ้าเป็นรอยสักแบบหลากสีสัน (Multi-colored)
ก็อาจจำเป็นต้องทำต่อเนื่องตั้งแต่ 10 ครั้งขึ้นไปครับ
Q3. หลังลบรอยสักมาแล้ว
สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำเลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ผิวบริเวณที่ทำอาจจะมีรอยแดงหรือบวมเป่งได้ชั่วคราว
ดังนั้นในวันที่มีกิจกรรมข้างนอกเยอะๆ
หมอแนะนำให้เลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนตารางงานล่วงก่อนจะดีที่สุดครับ
หากต้องการสอบถามข้อมูล หรือประเมินสภาพของรอยสัก
ก่อนลบด้วยเครื่อง Picoway เพิ่มเติมอย่างละเอียด
สามารถเข้ามาติดต่อนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาจากคุณหมอโยงจินโดยตรงได้ที่ Beautystone Clinic ย่านฮงแด ฮัปจอง มาโพ ได้เลยนะครับ
ทางคลินิกมีเปิดให้บริการตรวจในวันอาทิตย์ด้วยครับ
✦ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
รอยแดงค้างหลังลบสักคิ้ว: สาเหตุ 3 ประการและแนวทางการรักษา
เจาะลึก PN สารสำคัญใน Rejuran Healer มันคืออะไรกันแน่?
วิธีป้องกันผลข้างเคียงยอดฮิตอย่าง 'ตุ่มนูน (Nodule)' จากการทำ Sculptra
หลังทำ Ulthera x Thermage (Ulthermage) อาการบวมจะลดลงเมื่อไหร่?
เปรียบเทียบชัดๆ Rejuran Healer vs Rejuran HB วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแบบหมดเปลือก

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



