ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม

ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม

ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม

ผลลัพธ์ของจูวีลุก (Juvelook) หลังทำทันที ปริมาตรที่เห็นทั้งหมดเป็นคอลลาเจนจริงไหม? จริงแค่ 1/4 เท่านั้น ส่วนที่เหลือคืออาการบวม สรุปไทม์ไลน์ตามแต่ละรอบและเหตุผลที่ความรู้สึกเห็นผลต่างกัน

"다 빠진 것 같아 우울해요" 쥬베룩 2주차 고객분이 3개월 뒤 웃으며 돌아간 사연


ผลลัพธ์ของจูเวลลุค,

วอลลุ่ม 3/4 หลังทำทันทีคือ

จริงๆ คืออาการบวม



กรุณาตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. หลังฉีดจูเวลลุคแล้วมองกระจกเห็นวอลลุ่ม,

นั่นคือผลลัพธ์จริงใช่ไหม?

A. ไม่ใช่.

มีเพียงประมาณ 1/4 ของวอลลุ่มนั้นที่คงเหลือเป็นคอลลาเจน

ส่วนที่เหลือคืออาการบวม·น้ำ


ก็เหมือนดินที่พองนูนขึ้นทันทีหลังหว่านเมล็ดนั่นแหละ


Q. แล้วผลลัพธ์จริงจะออกเมื่อไร?

A. โดยปกติเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8

คอลลาเจนจะเริ่มเพิ่มขึ้น

และที่ 3 เดือนคือผลลัพธ์จริง



쥬베룩 거울 보고 실망하셨나요? 진짜 볼륨의 '4분의 1 법칙'과 3개월의 비밀


จูเวลลุคดูเหมือนฟิลเลอร์ แต่

จริงๆ แล้วไปคนละทาง

จูเวลลุคคือ

คอลลาเจนบูสเตอร์ที่ใส่อนุภาคย่อยสลายได้ที่เรียกว่า PDLLA ลงไปในผิว,

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน


ต่างจากฟิลเลอร์ จูเวลลุคคือ

'สารที่ฉีดเข้าไป' ไม่ได้เป็นวอลลุ่ม,

แต่ 'คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้น' ต่างหากที่เป็นวอลลุ่ม


เพราะฉะนั้นลุคหลังทำทันที

กับลุคหลังผ่านไป 3 เดือนจึงต่างกันลิบลับ




เหตุผลที่ผลของจูเวลลุคหลังทำทันที

แทบไม่เห็นแม้แต่ครึ่ง


ประเด็นสำคัญของบทความนี้


วอลลุ่มที่เห็นทันทีหลังฉีดจูเวลลุค

คือผลลัพธ์จริงหรือ?


ไม่ใช่,

มีเพียง 1/4 ของวอลลุ่มนั้นที่คงอยู่เป็นคอลลาเจนจริง

ส่วนที่เหลือคืออาการบวม.


เหมือนดินพองนูนขึ้นทันทีหลังหว่านเมล็ดนั่นแหละ.



เคยได้ยินไหมว่าฉีดจูเวลลุคบ่อยๆ แล้วจะเห็นผลเร็ว

ความจริงตรงกันข้ามเลย


ยิ่งเว้นระยะสั้น ความเสี่ยงเกิดก้อนยิ่งเพิ่ม

และเพราะไม่ได้ให้เวลาคอลลาเจนค่อยๆ เพิ่มขึ้น

ผลสะสมจึงยิ่งลดลง


จุดนี้เป็นเรื่องที่

อธิบายในห้องตรวจบ่อยที่สุด


ขออธิบายใหม่ด้วยอุปมาเรื่องเมล็ดนะ

อนุภาคจูเวลลุคก็เหมือน 'เมล็ด' ชนิดหนึ่ง


หลังฉีดทันที อนุภาค PDLLA

+ ตัวทำละลาย(น้ำ) + อาการบวมของเนื้อเยื่อจากการฉีด,

สามอย่างนี้รวมกันทำให้ใบหน้าดูอิ่มนูน


แต่พอผ่านไป 1~2 สัปดาห์ ตัวทำละลายและอาการบวมจะยุบลง

จนมาถึงช่วงที่รู้สึกว่า 'เอ๊ะ หายไปหมดแล้วเหรอ?'




จริงๆ แล้วในสัปดาห์ที่ 2 หลังทำ

มีหลายคนติดต่อมาบอกว่า

'รู้สึกเหมือนผลหายไปหมดแล้ว'



ถ้าอ่านแค่ตัวหนังสืออาจไม่ค่อยเห็นภาพ,

แต่พอดูเคสจริงจะชัดเจนมาก



เดือนก่อน ลูกค้าอายุ 29 ปี

กลับมาหลังฉีดครั้งแรก 2 สัปดาห์,

โดยพูดว่า 'คุณหมอคะ/ครับ ฉันรู้สึกว่ามันยุบหายไปหมดแล้ว'

ดูท่าจะร้องไห้อยู่แล้ว



แต่พอเจออีกครั้งตอนสัปดาห์ที่ 8 เจ้าตัวเป็นฝ่ายพูดก่อน

'เอ๊ะ ตอนนี้เริ่มเห็นว่ามันค่อยๆ เติมขึ้นแล้ว'




พอถึงจุด 3 เดือน เทียบกับรูปก่อนทำแล้ว

ก็พึงพอใจมาก



ในแพทเทิร์นคล้ายกัน มีอีกท่านอายุ 42 ปี

หลังครั้งแรกก็ดูเฉยๆ อยู่ 1 เดือน,



ก่อนทำครั้งที่ 2 ในวันคอนซัลต์

ท่านพูดว่า 'จริงๆ เดือนแรกฉันเคยเสียดายแล้วนะ

แต่ตอนนี้รู้สึกว่าผิวมีเท็กซ์เจอร์เปลี่ยนไป'



คำที่บอกว่าเวลาเป็นยา,

ใช้ได้จริงกับจูเวลลุคแบบตรงตัว



ถ้าสรุปไทม์ไลน์ผลลัพธ์ตามแต่ละครั้ง

หลังครั้งแรกคือวอลลุ่มจากอาการบวม,

สัปดาห์ที่ 2 ยุบไปประมาณ 70%,

เริ่มรู้สึกว่าคอลลาเจนเพิ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8,

และที่ 3 เดือนคือผลจริงของครั้งแรก




และปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์มี

หลักๆ 3 อย่าง



อย่างแรกคือความลึกของการฉีด(ชั้นใต้ผิวหรือเหนือ SMAS),

อย่างที่สองคือความสม่ำเสมอของการกระจาย,

อย่างที่สามคือความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง



เพราะปัจจัยข้อที่ 3 นี้ แม้จะทำหัตถการเดียวกัน

ความรู้สึกที่ได้ก็ต่างกันสุดๆ



ถ้าอายุ 20 กับ 50 ฉีดในปริมาณเท่ากัน

ผลย่อมต่างกันอยู่แล้ว





สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน



จูเวลลุคไม่ใช่หัตถการแบบ 'ฉีดเข้าไปเท่าไรแล้วเห็นเท่านั้น'

แต่เป็นหัตถการแบบ 'เห็นตามที่ร่างกายสร้างได้'



วอลลุ่มหลังทำทันทีมีเพียง 1/4 ที่เป็นของจริง,

ผลลัพธ์จริงควรประเมินที่จุด 3 เดือน



ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลเพียงเพราะยุบลงในสัปดาห์ที่ 2



[팩트체크] 쥬베룩 vs 스컬트라 효과 비교: 내 얼굴엔 '결 개선'일까 '볼륨'일까?


ระยะห่างการทำจูเวลลุคซ้ำ และ

ความแตกต่างสำคัญที่แยกจากสคัลป์ทรา

ทำเป็นตารางให้อ่านง่ายไว้แล้ว


ระยะห่างในการทำจูเวลลุคซ้ำ

โดยทั่วไปแนะนำที่ 4~6 สัปดาห์


แต่ไม่ได้ดีเสมอไป


ถ้าทำถี่เกินไป อนุภาค PDLLA ยังไม่ทันสลายก็ฉีดซ้ำเข้าไปอีก

ความเสี่ยงเกิดก้อนจึงสูงขึ้น


โดยทั่วไปหลังทำเป็นคอร์ส 3~4 ครั้งแล้ว

ควรเว้นอย่างน้อย 6 เดือนจะปลอดภัยกว่า


และสิ่งที่คนกำลังศึกษาจูเวลลุคสับสนที่สุด

คือการเทียบกับสคัลป์ทรา


ชื่อดูเหมือนทั้งคู่เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์

แต่ส่วนประกอบและเส้นกราฟผลลัพธ์ต่างกันพอสมควร

หัวข้อ

จูเวลลุค

สคัลป์ทรา

ส่วนประกอบหลัก

PDLLA

PLLA

การสลายของอนุภาค

ค่อนข้างเร็ว

ช้า (คงอยู่ได้นาน)

ช่วงเวลาที่เริ่มรู้สึกผล

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8

หลัง 2~3 เดือน

ระยะเวลาคงอยู่

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 24 เดือน

เหมาะกับ

เน้นผิวเนียนละเอียด·ริ้วรอยเล็กๆ

การสูญเสียวอลลุ่มโดยรวม

ที่ PDLLA สลายเร็วกว่า PLLA หมายความว่า

จะเริ่มรู้สึกผลได้เร็วกว่า แต่

ระยะเวลาคงอยู่จะสั้นกว่า


ดังนั้นคนที่กำลังลองคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก,

หรือคนที่อยากเน้นปรับผิวเนียนละเอียด จะเหมาะกับจูเวลลุค

ส่วนคนที่สูญเสียวอลลุ่มมาก

จะเหมาะกับสคัลป์ทรา


ขอพูดถึงข้อจำกัดของผลสะสมด้วย


ถ้าทำจูเวลลุค 4 ครั้ง

ตั้งแต่ครั้งที่ 5 เป็นต้นไป การเพิ่มแบบรู้สึกได้จะลดลงฮวบ


เพราะการสร้างคอลลาเจนก็มีเพดานตามศักยภาพของตัวเอง

มันไม่ได้สะสมได้ไม่สิ้นสุด



3 เรื่องที่ลูกค้าถามกันบ่อยมาก

ขอตอบตรงๆ ให้เลย


Q1. ฉีดจูเวลลุคแค่ 1 ครั้งก็เห็นผลไหม?

A. คนที่ฉีดครั้งเดียวแล้วพอใจ

มีไม่ถึงครึ่ง


ถ้าเป็นช่วงอายุปลาย 20 ถึงต้น 30 ที่ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดี,

และต้องการแค่ปรับผิวเนียนละเอียด

ก็อาจรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้แม้ทำแค่ 1 ครั้ง



แต่ถ้าอายุเลย 40 ขึ้นไป, แค่ 1 ครั้งมักจะมีคนพูดว่า

'เอ๊ะ เหมือนไม่ได้เปลี่ยนมากเท่าไร'

กันเยอะกว่า



โดยทั่วไปแนะนำ 2~3 ครั้ง



Q2. ถ้าอยากคงผล ต้องฉีดทุกปีไหม?

A. ไม่จำเป็นต้องทำแบบครบเซ็ตทุกปี



ถ้าช่วงแรกทำเป็นคอร์ส 3~4 ครั้ง

เพื่อสร้างฐานคอลลาเจนไว้แล้ว,

หลังจากนั้นหลายคนแค่ทำปีละ 1 ครั้ง

ก็เพียงพอเป็นการดูแลคงผล



อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคนที่มีแนวโน้มแก่เร็ว,

หรือคนที่ผลจากคอร์สแรกค่อนข้างอ่อน

ก็อาจแนะนำให้เว้น 8~10 เดือน



Q3. ก้อนแข็งหรือผลข้างเคียงเกิดบ่อยแค่ไหน?

A. ก้อนแข็งมักเกิดเมื่อฉีดตื้นเกินไป

หรือเมื่อกระจุกตัวอยู่จุดเดียว



ถ้าวัดตามความถี่

การฉีดให้สม่ำเสมอในระดับความลึกที่เหมาะสม

จะต่ำกว่า 1%

แต่ความแตกต่างขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำหัตถการมาก



และการนวด 5-5-5 หลังทำ

ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

รวมถึงการฉีดถี่เกินไปก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน



อาการบวม·ช้ำแทบทุกคนจะเป็น

ปฏิกิริยาปกติที่กินเวลาประมาณ 1~2 สัปดาห์



ถ้าคลำเจอก้อน อย่ากดนวดเอง

ให้มาพบแพทย์ทันที





ถ้าวันนี้จะจำไปแค่อย่างเดียว

— ผลลัพธ์ของจูเวลลุค

ควรประเมินที่ 3 เดือน ไม่ใช่หลังทำทันที





ในบทความถัดไป

'จูเวลลุคหลังทำ 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์,

จะมาดูกันว่าควรวางจังหวะการทำซ้ำอย่างไร'



จะยกเคสให้ดูว่าแม้เป็นลูกค้าคนเดียวกัน แต่ต่างกันแค่ 2 สัปดาห์

ความเสี่ยงเกิดก้อนและ

ระดับผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ต่างกันอย่างไร

แล้วเจอกันในเคสตัวอย่าง


สวัสดีครับ ผมวี ยองจิน



อ่านเพิ่มเติม

"다 빠진 것 같아 우울해요" 쥬베룩 2주차 고객분이 3개월 뒤 웃으며 돌아간 사연


ผลลัพธ์ของจูเวลลุค,

วอลลุ่ม 3/4 หลังทำทันทีคือ

จริงๆ คืออาการบวม



กรุณาตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. หลังฉีดจูเวลลุคแล้วมองกระจกเห็นวอลลุ่ม,

นั่นคือผลลัพธ์จริงใช่ไหม?

A. ไม่ใช่.

มีเพียงประมาณ 1/4 ของวอลลุ่มนั้นที่คงเหลือเป็นคอลลาเจน

ส่วนที่เหลือคืออาการบวม·น้ำ


ก็เหมือนดินที่พองนูนขึ้นทันทีหลังหว่านเมล็ดนั่นแหละ


Q. แล้วผลลัพธ์จริงจะออกเมื่อไร?

A. โดยปกติเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8

คอลลาเจนจะเริ่มเพิ่มขึ้น

และที่ 3 เดือนคือผลลัพธ์จริง



쥬베룩 거울 보고 실망하셨나요? 진짜 볼륨의 '4분의 1 법칙'과 3개월의 비밀


จูเวลลุคดูเหมือนฟิลเลอร์ แต่

จริงๆ แล้วไปคนละทาง

จูเวลลุคคือ

คอลลาเจนบูสเตอร์ที่ใส่อนุภาคย่อยสลายได้ที่เรียกว่า PDLLA ลงไปในผิว,

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน


ต่างจากฟิลเลอร์ จูเวลลุคคือ

'สารที่ฉีดเข้าไป' ไม่ได้เป็นวอลลุ่ม,

แต่ 'คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้น' ต่างหากที่เป็นวอลลุ่ม


เพราะฉะนั้นลุคหลังทำทันที

กับลุคหลังผ่านไป 3 เดือนจึงต่างกันลิบลับ




เหตุผลที่ผลของจูเวลลุคหลังทำทันที

แทบไม่เห็นแม้แต่ครึ่ง


ประเด็นสำคัญของบทความนี้


วอลลุ่มที่เห็นทันทีหลังฉีดจูเวลลุค

คือผลลัพธ์จริงหรือ?


ไม่ใช่,

มีเพียง 1/4 ของวอลลุ่มนั้นที่คงอยู่เป็นคอลลาเจนจริง

ส่วนที่เหลือคืออาการบวม.


เหมือนดินพองนูนขึ้นทันทีหลังหว่านเมล็ดนั่นแหละ.



เคยได้ยินไหมว่าฉีดจูเวลลุคบ่อยๆ แล้วจะเห็นผลเร็ว

ความจริงตรงกันข้ามเลย


ยิ่งเว้นระยะสั้น ความเสี่ยงเกิดก้อนยิ่งเพิ่ม

และเพราะไม่ได้ให้เวลาคอลลาเจนค่อยๆ เพิ่มขึ้น

ผลสะสมจึงยิ่งลดลง


จุดนี้เป็นเรื่องที่

อธิบายในห้องตรวจบ่อยที่สุด


ขออธิบายใหม่ด้วยอุปมาเรื่องเมล็ดนะ

อนุภาคจูเวลลุคก็เหมือน 'เมล็ด' ชนิดหนึ่ง


หลังฉีดทันที อนุภาค PDLLA

+ ตัวทำละลาย(น้ำ) + อาการบวมของเนื้อเยื่อจากการฉีด,

สามอย่างนี้รวมกันทำให้ใบหน้าดูอิ่มนูน


แต่พอผ่านไป 1~2 สัปดาห์ ตัวทำละลายและอาการบวมจะยุบลง

จนมาถึงช่วงที่รู้สึกว่า 'เอ๊ะ หายไปหมดแล้วเหรอ?'




จริงๆ แล้วในสัปดาห์ที่ 2 หลังทำ

มีหลายคนติดต่อมาบอกว่า

'รู้สึกเหมือนผลหายไปหมดแล้ว'



ถ้าอ่านแค่ตัวหนังสืออาจไม่ค่อยเห็นภาพ,

แต่พอดูเคสจริงจะชัดเจนมาก



เดือนก่อน ลูกค้าอายุ 29 ปี

กลับมาหลังฉีดครั้งแรก 2 สัปดาห์,

โดยพูดว่า 'คุณหมอคะ/ครับ ฉันรู้สึกว่ามันยุบหายไปหมดแล้ว'

ดูท่าจะร้องไห้อยู่แล้ว



แต่พอเจออีกครั้งตอนสัปดาห์ที่ 8 เจ้าตัวเป็นฝ่ายพูดก่อน

'เอ๊ะ ตอนนี้เริ่มเห็นว่ามันค่อยๆ เติมขึ้นแล้ว'




พอถึงจุด 3 เดือน เทียบกับรูปก่อนทำแล้ว

ก็พึงพอใจมาก



ในแพทเทิร์นคล้ายกัน มีอีกท่านอายุ 42 ปี

หลังครั้งแรกก็ดูเฉยๆ อยู่ 1 เดือน,



ก่อนทำครั้งที่ 2 ในวันคอนซัลต์

ท่านพูดว่า 'จริงๆ เดือนแรกฉันเคยเสียดายแล้วนะ

แต่ตอนนี้รู้สึกว่าผิวมีเท็กซ์เจอร์เปลี่ยนไป'



คำที่บอกว่าเวลาเป็นยา,

ใช้ได้จริงกับจูเวลลุคแบบตรงตัว



ถ้าสรุปไทม์ไลน์ผลลัพธ์ตามแต่ละครั้ง

หลังครั้งแรกคือวอลลุ่มจากอาการบวม,

สัปดาห์ที่ 2 ยุบไปประมาณ 70%,

เริ่มรู้สึกว่าคอลลาเจนเพิ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8,

และที่ 3 เดือนคือผลจริงของครั้งแรก




และปัจจัยที่กำหนดผลลัพธ์มี

หลักๆ 3 อย่าง



อย่างแรกคือความลึกของการฉีด(ชั้นใต้ผิวหรือเหนือ SMAS),

อย่างที่สองคือความสม่ำเสมอของการกระจาย,

อย่างที่สามคือความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง



เพราะปัจจัยข้อที่ 3 นี้ แม้จะทำหัตถการเดียวกัน

ความรู้สึกที่ได้ก็ต่างกันสุดๆ



ถ้าอายุ 20 กับ 50 ฉีดในปริมาณเท่ากัน

ผลย่อมต่างกันอยู่แล้ว





สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน



จูเวลลุคไม่ใช่หัตถการแบบ 'ฉีดเข้าไปเท่าไรแล้วเห็นเท่านั้น'

แต่เป็นหัตถการแบบ 'เห็นตามที่ร่างกายสร้างได้'



วอลลุ่มหลังทำทันทีมีเพียง 1/4 ที่เป็นของจริง,

ผลลัพธ์จริงควรประเมินที่จุด 3 เดือน



ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลเพียงเพราะยุบลงในสัปดาห์ที่ 2



[팩트체크] 쥬베룩 vs 스컬트라 효과 비교: 내 얼굴엔 '결 개선'일까 '볼륨'일까?


ระยะห่างการทำจูเวลลุคซ้ำ และ

ความแตกต่างสำคัญที่แยกจากสคัลป์ทรา

ทำเป็นตารางให้อ่านง่ายไว้แล้ว


ระยะห่างในการทำจูเวลลุคซ้ำ

โดยทั่วไปแนะนำที่ 4~6 สัปดาห์


แต่ไม่ได้ดีเสมอไป


ถ้าทำถี่เกินไป อนุภาค PDLLA ยังไม่ทันสลายก็ฉีดซ้ำเข้าไปอีก

ความเสี่ยงเกิดก้อนจึงสูงขึ้น


โดยทั่วไปหลังทำเป็นคอร์ส 3~4 ครั้งแล้ว

ควรเว้นอย่างน้อย 6 เดือนจะปลอดภัยกว่า


และสิ่งที่คนกำลังศึกษาจูเวลลุคสับสนที่สุด

คือการเทียบกับสคัลป์ทรา


ชื่อดูเหมือนทั้งคู่เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์

แต่ส่วนประกอบและเส้นกราฟผลลัพธ์ต่างกันพอสมควร

หัวข้อ

จูเวลลุค

สคัลป์ทรา

ส่วนประกอบหลัก

PDLLA

PLLA

การสลายของอนุภาค

ค่อนข้างเร็ว

ช้า (คงอยู่ได้นาน)

ช่วงเวลาที่เริ่มรู้สึกผล

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6~8

หลัง 2~3 เดือน

ระยะเวลาคงอยู่

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 24 เดือน

เหมาะกับ

เน้นผิวเนียนละเอียด·ริ้วรอยเล็กๆ

การสูญเสียวอลลุ่มโดยรวม

ที่ PDLLA สลายเร็วกว่า PLLA หมายความว่า

จะเริ่มรู้สึกผลได้เร็วกว่า แต่

ระยะเวลาคงอยู่จะสั้นกว่า


ดังนั้นคนที่กำลังลองคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก,

หรือคนที่อยากเน้นปรับผิวเนียนละเอียด จะเหมาะกับจูเวลลุค

ส่วนคนที่สูญเสียวอลลุ่มมาก

จะเหมาะกับสคัลป์ทรา


ขอพูดถึงข้อจำกัดของผลสะสมด้วย


ถ้าทำจูเวลลุค 4 ครั้ง

ตั้งแต่ครั้งที่ 5 เป็นต้นไป การเพิ่มแบบรู้สึกได้จะลดลงฮวบ


เพราะการสร้างคอลลาเจนก็มีเพดานตามศักยภาพของตัวเอง

มันไม่ได้สะสมได้ไม่สิ้นสุด



3 เรื่องที่ลูกค้าถามกันบ่อยมาก

ขอตอบตรงๆ ให้เลย


Q1. ฉีดจูเวลลุคแค่ 1 ครั้งก็เห็นผลไหม?

A. คนที่ฉีดครั้งเดียวแล้วพอใจ

มีไม่ถึงครึ่ง


ถ้าเป็นช่วงอายุปลาย 20 ถึงต้น 30 ที่ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดี,

และต้องการแค่ปรับผิวเนียนละเอียด

ก็อาจรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้แม้ทำแค่ 1 ครั้ง



แต่ถ้าอายุเลย 40 ขึ้นไป, แค่ 1 ครั้งมักจะมีคนพูดว่า

'เอ๊ะ เหมือนไม่ได้เปลี่ยนมากเท่าไร'

กันเยอะกว่า



โดยทั่วไปแนะนำ 2~3 ครั้ง



Q2. ถ้าอยากคงผล ต้องฉีดทุกปีไหม?

A. ไม่จำเป็นต้องทำแบบครบเซ็ตทุกปี



ถ้าช่วงแรกทำเป็นคอร์ส 3~4 ครั้ง

เพื่อสร้างฐานคอลลาเจนไว้แล้ว,

หลังจากนั้นหลายคนแค่ทำปีละ 1 ครั้ง

ก็เพียงพอเป็นการดูแลคงผล



อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคนที่มีแนวโน้มแก่เร็ว,

หรือคนที่ผลจากคอร์สแรกค่อนข้างอ่อน

ก็อาจแนะนำให้เว้น 8~10 เดือน



Q3. ก้อนแข็งหรือผลข้างเคียงเกิดบ่อยแค่ไหน?

A. ก้อนแข็งมักเกิดเมื่อฉีดตื้นเกินไป

หรือเมื่อกระจุกตัวอยู่จุดเดียว



ถ้าวัดตามความถี่

การฉีดให้สม่ำเสมอในระดับความลึกที่เหมาะสม

จะต่ำกว่า 1%

แต่ความแตกต่างขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำหัตถการมาก



และการนวด 5-5-5 หลังทำ

ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

รวมถึงการฉีดถี่เกินไปก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน



อาการบวม·ช้ำแทบทุกคนจะเป็น

ปฏิกิริยาปกติที่กินเวลาประมาณ 1~2 สัปดาห์



ถ้าคลำเจอก้อน อย่ากดนวดเอง

ให้มาพบแพทย์ทันที





ถ้าวันนี้จะจำไปแค่อย่างเดียว

— ผลลัพธ์ของจูเวลลุค

ควรประเมินที่ 3 เดือน ไม่ใช่หลังทำทันที





ในบทความถัดไป

'จูเวลลุคหลังทำ 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์,

จะมาดูกันว่าควรวางจังหวะการทำซ้ำอย่างไร'



จะยกเคสให้ดูว่าแม้เป็นลูกค้าคนเดียวกัน แต่ต่างกันแค่ 2 สัปดาห์

ความเสี่ยงเกิดก้อนและ

ระดับผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ต่างกันอย่างไร

แล้วเจอกันในเคสตัวอย่าง


สวัสดีครับ ผมวี ยองจิน



อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หมึกสีดำหมดไปแล้ว แต่เหลือแค่สีแดงเหรอ? มีเหตุผลอยู่นะ

ลบรอยสัก

หมึกสีดำหมดไปแล้ว แต่เหลือเพียงสีแดงใช่ไหม? มีเหตุผลอยู่

90% ของคนที่ลบรอยสักสีแดงไม่ออกนั้นเกิดจากความยาวคลื่นไม่ตรงกัน โดยทั่วไปเลเซอร์ 1064nm ไม่สามารถลบสีแดงได้

รอบการทำ Rejuran HB: เหตุผลที่ผู้อำนวยการวี ยองจินยืนกรานให้เว้น '2 สัปดาห์' แทน '1 เดือน'รอบการทำ Rejuran HB: เหตุผลที่ผู้อำนวยการวี ยองจินยืนกรานให้เว้น '2 สัปดาห์' แทน '1 เดือน'

ผิว

รอบการฉีดรีจูรัน HB ทำไมต้องห่าง 2 สัปดาห์ อธิบายให้เข้าใจผ่านไซเคิล PN

รีจูรัน HB เดือนละครั้งไม่พอเหรอ? เพราะรอบการดูดซึมของ PN สั้นมาก ถ้าเว้นเกิน 2 สัปดาห์ก็เท่ากับว่าเริ่มต้นใหม่ในช่วงที่ประสิทธิภาพเริ่มลดลงแล้ว

วิธีกำจัดไขมันใต้คาง, ความลับของ '1 มม. ที่ไม่หายไปด้วยการออกกำลังกาย' ที่ผู้อำนวยการวี ยองจินวิเคราะห์

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ลักษณะร่วมของคนที่ไขมันใต้คางไม่ลด แม้ออกกำลังกายมา 6 เดือน

ถ้าค้นหาวิธีกำจัดไขมันใต้คาง มักจะเจอทั้งการออกกำลังกายและการนวดก่อน แต่ก็มีโครงสร้างกระดูกบางแบบที่แค่สะสมเพิ่มขึ้น 1 มม. ก็ทำให้เห็นคางสองชั้นได้อยู่แล้ว กลไกที่ทำให้ตามทันการออกกำลังกาย 6 เดือนภายใน 2 สัปดาห์

PicoWay vs PicoSure: ความแตกต่างสำคัญ “ตามความยาวคลื่น” ที่ผู้อำนวยการวี ยองจินอธิบาย

ลบรอยสัก

PicoWay vs PicoSure: เกณฑ์การเลือกตามชนิดเม็ดสีที่แตกต่างกันด้วยความยาวคลื่น

หากคุณค้นหาว่า “PicoWay vs PicoSure แบบไหนดีกว่ากัน” คำตอบขึ้นอยู่กับชนิดของเม็ดสีค่ะ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้เข้าใจว่าเหตุใดความต่างเพียงเล็กน้อยระหว่าง 755nm และ 1064nm จึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

ถ้าทำเทอร์มาจแล้วไม่เห็นผล? ผู้อำนวยการวี ยองจิน ชี้ให้เห็นกับดัก ‘น้อยกว่า 600 ช็อต’

ยกกระชับ

เหตุผลที่ Thermage ไม่เห็นผล — หลักการจริงที่ถ้าจำนวนช็อตน้อยกว่า 600 ก็ได้แค่ผิวเงาแล้วจบ

70% ของคนที่รู้สึกว่าเทอร์มาจไม่ได้ผล จริง ๆ แล้วเป็นเพราะจำนวนช็อตค่ะ/ครับ ถ้าน้อยกว่า 600 ช็อต จะยังไม่ถึงจุดที่ทำให้คอลลาเจนหดตัวได้ จึงเห็นแค่ความเงาได้เพียงชั่วครู่แล้วก็จบ

Thermage กับ RF ผลิตในประเทศ ทำไมถึงให้ความสำคัญกับความต่างของความลึก 1.3 มม. ถึงขนาดนั้น?

ยกกระชับ

ความแตกต่างระหว่าง Thermage กับเครื่องผลิตในประเทศ: ผลลัพธ์ที่ชี้ขาดกันที่ความลึก 1.3 มม.

ความแตกต่างระหว่าง Thermage กับของเกาหลี สรุปแล้วอยู่ที่ความลึก 1.3 มม. นี่แหละ เพราะจะไปถึงชั้น SMAS ได้หรือไม่ คือจุดชี้ขาดที่แยกระหว่างการยกกระชับกับแค่ความกระชับธรรมดา