• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

เคยไหมคะ ที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าแก้มดูบางลงหรือตอบมากกว่าเมื่อก่อน? ปัญหานี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและคอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวไม่ฟูเหมือนวัยเด็ก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแก้มตอบ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแล ไปดูกันเลยค่ะ

Juvelook Volume และ Ellanse คืออะไร?

Juvelook Volume เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) ที่มีส่วนผสมหลักคือ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับ Hyaluronic Acid (HA) ที่ไม่มีการเชื่อมขวาง ทำให้มีคุณสมบัติสองอย่างในตัวเดียว คือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ทันทีจาก HA และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวจาก PDLLA

ส่วน Ellanse มีส่วนผสมหลักคือ PCL (Polycaprolactone) ที่ฝังอยู่ใน CMC gel ร่างกายจะค่อย ๆ สลาย PCL ได้เองตามธรรมชาติ แต่ช้ากว่า PLLA ทำให้ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ยาวนานขึ้น ระหว่างที่ร่างกายสลาย PCL ก็กระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาด้วย

พูดง่าย ๆ คือทั้งสองตัวนี้ไม่ได้แค่เติมวอลลุ่มจากภายนอก แต่กระตุ้นให้ผิวสร้างโครงสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ค่ะ

กลไกการทำงานของ PDLLA และ PCL ในชั้นผิวหนัง

กลไกการออกฤทธิ์ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญของทั้งสองตัวอยู่ที่ส่วนผสมและความเร็วในการออกฤทธิ์

Juvelook Volume มี HA อยู่ด้วย ทำให้หลังฉีดรู้สึกได้ว่าผิวฟูขึ้นทันที จากนั้น PDLLA ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนในช่วง 1-3 เดือนถัดมา ผลลัพธ์จึงมีทั้งระยะสั้นและระยะยาวในเวลาเดียวกัน

Ellanse ผลจะค่อยเป็นค่อยไปกว่า เนื่องจากไม่มี HA มาช่วยในช่วงแรก แต่ PCL สลายตัวช้า ทำให้ผลมักอยู่ได้นานกว่า โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล

มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า biostimulator ประเภทนี้สามารถเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ (งานวิจัย PMC9233565) อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?

การเลือกระหว่าง Juvelook Volume และ Ellanse ขึ้นอยู่กับสภาพแก้มและสิ่งที่คุณต้องการค่ะ

Juvelook Volume อาจเหมาะกับ:

  • ต้องการเห็นผลได้เร็วในช่วงแรก

  • แก้มตอบในระดับน้อยถึงปานกลาง

  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่งทีหลัง เนื่องจาก HA สามารถละลายได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส

  • กำลังเริ่มต้นทำคอลลาเจนบูสเตอร์ครั้งแรก

Ellanse อาจเหมาะกับ:

  • ต้องการผลที่ยาวนานและไม่อยากนัดซ้ำบ่อย

  • แก้มตอบในระดับปานกลางถึงมาก

  • พร้อมรับความเสี่ยงที่การแก้ไขทำได้ยากกว่า เนื่องจาก PCL ไม่สามารถละลายด้วยยาได้

ไม่เหมาะกับทั้งสองตัว หาก:

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

  • มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคออโตอิมมูน

  • มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด

  • มีประวัติแพ้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์

ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย Juvelook Volume กับ Ellanse

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

เช่นเดียวกับการฉีดประเภทอื่น ทั้ง Juvelook Volume และ Ellanse อาจมีผลข้างเคียงได้ค่ะ ที่พบบ่อยคืออาการบวมแดงหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-7 วัน

ในบางกรณีอาจพบก้อนแข็งเล็ก ๆ (Granuloma) ใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะหากฉีดในระดับความลึกที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เพิ่มเติม หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

สำหรับ Ellanse ควรระวังเป็นพิเศษเรื่องการแก้ไข เนื่องจาก PCL ไม่มียาที่ละลายได้ ต่างจาก HA filler ที่ใช้ไฮยาลูโรนิเดสแก้ไขได้

หลังฉีดทั้งสองชนิด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือออกกำลังกายหนักในวันแรก และทาครีมกันแดดทุกวันเพื่อดูแลผิวค่ะ

เปรียบเทียบแบบรวดเดียว

ด้าน

Juvelook Volume

Ellanse

ส่วนผสมหลัก

PDLLA + HA (ไม่เชื่อมขวาง)

PCL ใน CMC gel

ผลทันที

มี (จาก HA)

ค่อยเป็นค่อยไป

ระยะเวลาผล

1-2 ปี (โดยประมาณ)

2-4 ปี (โดยประมาณ)

แก้ไขได้ไหม

ส่วน HA ละลายได้ด้วยยา

แก้ไขได้ยาก

เหมาะกับ

ต้องการเห็นผลเร็ว / มือใหม่

ต้องการผลยาวนาน / ไม่อยากซ้ำบ่อย

สรุป

ทั้ง Juvelook Volume และ Ellanse เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับปัญหาแก้มตอบ แต่กลไกและระยะเวลาออกฤทธิ์ต่างกันอยู่ที่ส่วนผสม PDLLA+HA ของ Juvelook Volume ให้ผลได้เร็วกว่าและปรับแต่งได้ง่ายกว่า ขณะที่ PCL ใน Ellanse ให้ผลที่ยาวนานกว่าแต่แก้ไขได้ยากกว่าค่ะ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ สำหรับราคาและโปรโมชันปัจจุบัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ /th/price และ /th/promotion

หากคุณกำลังกังวลเรื่องแก้มตอบและอยากรู้ว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ทักมาได้เลยนะคะ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1