รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนที่กำลังหาข้อมูลเรื่อง Rejuran HB สำหรับริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา มักสับสนว่า "ทำแบบเดี่ยวๆ ก็พอไหม หรือต้องทำหัตถการอื่นเสริมด้วย" ยิ่งข้อมูลเยอะ บางทีก็ยิ่งตัดสินใจยากขึ้นไปอีก
ตอบสั้นๆ ก่อนเลยว่า ถ้าริ้วรอยรอบดวงตาส่วนใหญ่มาจากผิวที่บางลงและแห้งขาดน้ำ การทำ Rejuran HB เดี่ยวๆ ก็สามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีได้เลย แต่ถ้าปัญหาหลักคือริ้วรอยที่ลึกขึ้นตอนยิ้มหรือขมวดคิ้ว การทำโบท็อกซ์ควบคู่ไปด้วยจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่ามาก หลายคนก็มีทั้งสองแบบผสมกัน ซึ่งการเลือกวิธีจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของแต่ละแบบ
Rejuran HB เป็นหัตถการกลุ่มสกินบูสเตอร์ที่มีทั้งสาร PDRN (โพลีนิวคลีโอไทด์) และกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ผสมอยู่ด้วยกัน จุดเด่นคือช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ พร้อมทั้งเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน จึงมักถูกเลือกใช้บ่อยๆ กับบริเวณที่ผิวบางและมีการเคลื่อนไหวบ่อยอย่างรอบดวงตา
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของบิวตี้สโตน ฮับจอง
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะ
รู้ว่า Rejuran HB ออกฤทธิ์กับริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาอย่างไร
แยกแยะได้ว่ากรณีไหนทำเดี่ยวๆ ก็พอ และกรณีไหนต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น
เข้าใจวิธีผสมผสานกับหัตถการอื่นอย่างโบท็อกซ์ และเหตุผลที่ต้องทำควบคู่กัน
รู้จำนวนครั้ง ระยะห่างการทำ และข้อควรระวังเมื่อทำหัตถการบริเวณรอบดวงตา
สิ่งที่ Rejuran HB ทำให้กับรอบดวงตา
สาร PDRN ใน Rejuran HB จะกระตุ้นสัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ ช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้บริเวณรอบดวงตา หลักการที่โพลีนิวคลีโอไทด์กระตุ้นไฟโบรบลาสต์เพื่อช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อและสังเคราะห์คอลลาเจนนี้ ก็มีอธิบายไว้ในงานรีวิวที่รวบรวมผลของโพลีนิวคลีโอไทด์ต่อการฟื้นฟูผิวเช่นกัน ในขณะเดียวกัน กรดไฮยาลูโรนิกจะกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นหนังแท้ ช่วยเพิ่มความหนาและความยืดหยุ่นให้ผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวรอบดวงตาจะดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย และริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากความแห้งกร้านก็จะดูจางลง
ผิวรอบดวงตามีความหนาเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยผิวหน้าทั่วไป อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวจากสีหน้าบ่อยครั้ง เมื่อสะสมแรงเสียดสีจากหมอนตอนนอนและสภาพแวดล้อมในห้องที่แห้ง ทั้งชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ก็จะบางลงจนเกิดริ้วรอยเล็กๆ ริ้วรอยที่เกิดจากผิวบางลงหรือความชุ่มชื้นลดลงแบบนี้เรียกว่า "ริ้วรอยแบบสถิต" ซึ่ง Rejuran HB จะออกฤทธิ์โดยตรงกับริ้วรอยแบบสถิตนี้


กรณีที่ทำเดี่ยวๆ ก็พอ vs กรณีที่ยังไม่เพียงพอ
เราสามารถแบ่งได้ตามสาเหตุของริ้วรอยว่า กรณีไหนทำเดี่ยวๆ ก็เพียงพอ และกรณีไหนควรพิจารณาทำหัตถการอื่นควบคู่ไปด้วยจึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า
ประเภท | ลักษณะสำคัญ | Rejuran HB เดี่ยวๆ | แนะนำให้ทำควบคู่ |
|---|---|---|---|
ริ้วรอยแบบสถิต | มองเห็นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำสีหน้าหรือไม่ สาเหตุหลักคือผิวแห้งและบางลง | คาดหวังผลลัพธ์ที่ดีได้เลย | ไม่จำเป็นต้องทำควบคู่ |
ริ้วรอยจากการแสดงออกทางสีหน้า | ริ้วรอยที่ลึกขึ้นตอนยิ้มหรือขมวดคิ้ว สาเหตุหลักคือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ | ให้ผลเสริมเท่านั้น | แนะนำให้ทำโบท็อกซ์ควบคู่ |
แบบผสม | มีทั้งริ้วรอยแบบสถิตและแบบไดนามิกผสมกัน | ปรับปรุงได้บางส่วน | พิจารณาตามสัดส่วนของแต่ละแบบ |
กรณีที่ Rejuran HB เดี่ยวๆ ก็เพียงพอ ได้แก่ ริ้วรอยที่ยังไม่ลึกมาก ริ้วรอยที่ส่วนใหญ่เริ่มจากผิวแห้งหรือความยืดหยุ่นลดลง และกรณีที่ยังมีประสบการณ์ทำหัตถการน้อยจึงอยากเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป ในทางกลับกัน ถ้ายิ้มแล้วริ้วรอยรอบดวงตาลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีริ้วรอยเล็กๆ หลงเหลืออยู่แม้ตอนหน้านิ่ง Rejuran HB เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้ ทำให้ผลลัพธ์อาจยังไม่เพียงพอ
แต่ละคนมีสภาพผิวและสัดส่วนสาเหตุของริ้วรอยไม่เหมือนกัน บางคนทำเดี่ยวๆ ก็พอใจกับผลลัพธ์แล้ว ในขณะที่บางคนทำไป 1-2 ครั้งแล้วค่อยเพิ่มโบท็อกซ์ทีหลัง ส่วนจะเริ่มทำทั้งสองอย่างพร้อมกันตั้งแต่แรก หรือเริ่มจากแบบเดี่ยวๆ ก่อนดี ก็สามารถเริ่มต้นได้จากการตรวจดูการเคลื่อนไหวของริ้วรอยรอบดวงตาโดยตรง

เมื่อพิจารณาทำควบคู่กัน — การผสมผสานกับโบท็อกซ์และบูสเตอร์อื่นๆ
หากปัญหาหลักคือริ้วรอยจากการแสดงออกทางสีหน้ารอบดวงตา การทำโบท็อกซ์ควบคู่กันเป็นการผสมผสานที่ถูกเลือกบ่อยที่สุด โบท็อกซ์จะช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา* ชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยจากสีหน้าลดลง ในขณะที่ Rejuran HB จะรับหน้าที่ฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน เนื่องจากทั้งสองหัตถการทำงานในชั้นผิวที่ต่างกันและมีบทบาทต่างกัน จึงเกิดผลเสริมฤทธิ์กันได้ดี
กล้ามเนื้อรอบดวงตา*: กล้ามเนื้อรูปวงแหวนที่โอบรอบดวงตา จะหดตัวตอนหลับตา ขยิบตา หรือยิ้ม ทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา
ลำดับทั่วไปเมื่อทำควบคู่กันคือ ทำโบท็อกซ์ก่อน แล้วเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์ค่อยทำ Rejuran HB ตามมา หรือบางกรณีก็ทำในวันเดียวกันโดยเว้นช่วงเวลาห่างกัน อย่างไรก็ตาม สภาพผิวของแต่ละคนและระยะห่างระหว่างสองหัตถการควรให้แพทย์เป็นผู้ตรวจและกำหนดโดยตรงจึงจะปลอดภัยที่สุด
การทำ Rejuran HB ควบคู่กับหัตถการกลุ่มสกินบูสเตอร์อื่นๆ ส่วนใหญ่มักแบ่งทำเป็นหลายครั้ง มากกว่าการฉีดหลายผลิตภัณฑ์รวมกันในวันเดียว การเลือกวิธีจะขึ้นอยู่กับลำดับความสำคัญของผลลัพธ์ที่ต้องการ (เน้นฟื้นฟูผิว หรือเน้นเพิ่มวอลลุ่มทันที)


จำนวนครั้ง ระยะห่าง และข้อควรระวังเมื่อทำหัตถการรอบดวงตา
การทำ Rejuran HB บริเวณรอบดวงตาโดยทั่วไปจะกำหนดคอร์สพื้นฐานไว้ที่ 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นตามจำนวนครั้งที่สะสมมากกว่า โดยความเร็วในการเห็นผลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวแต่ละคน
บริเวณรอบดวงตาอาจแสดงปฏิกิริยาหลังทำหัตถการที่ไวกว่าบริเวณอื่น อาการช้ำเล็กน้อย บวม หรือแสบเบาๆ หลังทำเสร็จใหม่ๆ เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และส่วนใหญ่จะหายไปภายในไม่กี่วัน ในวันที่ทำและวันถัดไป ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือนวดรอบดวงตาแรงๆ
สรุปข้อควรระวังไว้เป็นข้อๆ ดังนี้
การกันแดด — ทาอย่างสม่ำเสมอทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ ทาให้ทั่วถึงรอบดวงตาด้วย
ส่วนผสมเรตินอล·AHA·BHA — ควรงดใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนและหลังทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย
คอนแทคเลนส์ — ในวันที่ทำหัตถการ ใส่แว่นตาแทนจะสะดวกกว่า
การนวดหรือใช้ลูกกลิ้งรอบดวงตา — ควรงดเป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำหัตถการ
ซาวน่า·ห้องอบตัว — ควรหลีกเลี่ยงความร้อนสูงตั้งแต่วันที่ทำจนถึง 2-3 วันหลังจากนั้น

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง
บิวตี้สโตน ฮับจอง เริ่มต้นด้วยการตรวจดูสาเหตุของริ้วรอยก่อนเสมอ เมื่อต้องทำหัตถการในบริเวณที่ละเอียดอ่อนอย่างรอบดวงตา เราจะแยกแยะและให้คำแนะนำอย่างชัดเจนว่ากรณีไหนทำเดี่ยวๆ ก็เพียงพอ และกรณีไหนควรทำควบคู่กันจึงจะคุ้มค่ากว่า โดยไม่แนะนำหัตถการที่เกินความจำเป็นตั้งแต่แรก คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินถึงได้จากสถานีฮับจอง จึงสามารถตรวจดูการเปลี่ยนแปลงรอบดวงตาร่วมกันในแต่ละครั้ง แล้วค่อยกำหนดขั้นตอนถัดไป ไม่ว่าจะเริ่มจาก Rejuran HB เดี่ยวๆ หรือทำควบคู่กับโบท็อกซ์ ก็สามารถพูดคุยกันได้จากการดูสภาพรอบดวงตาโดยตรงในการปรึกษาครั้งแรก

คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำ Rejuran HB บริเวณรอบดวงตา เจ็บมากไหมคะ
A. เนื่องจากผิวรอบดวงตาบาง จึงอาจรู้สึกไวกว่าบริเวณอื่นตอนทำหัตถการ บางคลินิกอาจเลือกใช้ครีมชาเฉพาะที่ก่อน หรือประคบเย็นให้ผิวสงบก่อนเริ่มทำ อาการแสบเบาๆ ระหว่างทำ หรือบวมช้ำเล็กน้อยหลังทำ ถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไปครับ
Q. ทำ Rejuran HB กับโบท็อกซ์วันเดียวกันได้ไหมคะ
A. มีบางกรณีที่ทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันครับ แต่เนื่องจากบริเวณรอบดวงตาซ้อนทับกัน จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ตรวจและกำหนดระยะห่างรวมถึงลำดับการทำทั้งสองหัตถการโดยตรงเพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไปมักทำโบท็อกซ์ก่อน แล้วตามด้วย Rejuran HB ครับ
Q. ทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มรู้สึกถึงผลลัพธ์คะ
A. แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่หลายคนเริ่มรู้สึกถึงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงครั้งที่ 2 ส่วนริ้วรอยที่จางลงอย่างเห็นได้ชัดมักเกิดขึ้นหลังจากทำครั้งที่ 3-4 เป็นต้นไป โดยความเร็วในการเห็นผลจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคนครับ
Q. ผลของ Rejuran HB อยู่ได้นานแค่ไหนคะ
A. หัตถการกลุ่มสกินบูสเตอร์ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรครับ โดยทั่วไปหลังทำครบคอร์สแล้ว หลายคนมักทำหัตถการเพื่อรักษาผลลัพธ์ซ้ำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่จะแตกต่างกันไปตามสภาพการฟื้นฟูของผิวและพฤติกรรมการดูแลตัวเอง เช่น การกันแดดและการดูแลความชุ่มชื้นครับ
อ่านเพิ่มเติม

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



