• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โบท็อกซ์กราม เหลี่ยมกลับมาอีก ทำซ้ำเมื่อไหร่ดี?

โบท็อกซ์กราม เหลี่ยมกลับมาอีก ทำซ้ำเมื่อไหร่ดี?

โบท็อกซ์กราม เหลี่ยมกลับมาอีก ทำซ้ำเมื่อไหร่ดี?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

หลังฉีดโบท็อกซ์กราม คนไข้มักถามว่า "จะเริ่มกลับมาเป็นกรามเหลี่ยมอีกเมื่อไหร่คะ" หรือ "ต้องฉีดซ้ำอีกกี่เดือนคะ" หลังทำหัตถการเสร็จใหม่ๆ จะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อกรามคลายตัวลงทำให้เส้นกรามดูนุ่มนวลขึ้น แต่พอผ่านไประยะหนึ่งก็จะเริ่มรู้สึกว่าโครงหน้าเดิมค่อยๆ กลับมา

 

ตอบสั้นๆ คือช่วงเวลาที่ฤทธิ์ยาจะเริ่มจางลงนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่อนข้างมาก แต่โดยเฉลี่ยแล้วมักอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน เมื่อกล้ามเนื้อกรามค่อยๆ ฟื้นตัว จะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นกราม และถ้าจับจังหวะนี้ให้ดีแล้วฉีดซ้ำ ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ต่อเนื่องได้อย่างมั่นคงมากขึ้น หากฉีดเร็วเกินไปก็อาจเป็นภาระโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าฉีดช้าเกินไป กล้ามเนื้อก็จะฟื้นตัวไปมากแล้ว เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ดังนั้นการเข้าใจอัตราการฟื้นตัวของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของบิวตี้สโตน ฮับจอง

 

อ่านบทความนี้แล้วจะรู้

  • จะรู้ว่าตอนที่ฤทธิ์โบท็อกซ์กรามเริ่มจางลง จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแบบไหนบ้าง

  • จะรู้ช่วงเวลาเฉลี่ยที่กรามเริ่มเหลี่ยมขึ้นอีกครั้ง และความแตกต่างในแต่ละบุคคล

  • จะรู้เกณฑ์ในการกำหนดจังหวะฉีดซ้ำให้ไม่เร็วหรือช้าเกินไป

  • จะรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการทำหัตถการซ้ำหลายครั้ง และข้อควรระวัง

 

ฤทธิ์โบท็อกซ์กรามที่เริ่มจางลงเป็นความรู้สึกแบบไหน

โบท็อกซ์ทำงานโดยที่โบทูลินั่มท็อกซิน* ออกฤทธิ์ที่ปลายประสาทของกล้ามเนื้อกราม (กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยว) เพื่อลดสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อลงชั่วคราว หลักการที่โบทูลินั่มท็อกซินออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อกรามเพื่อลดปริมาตรกล้ามเนื้อ และฤทธิ์ยาจะค่อยๆ ฟื้นกลับมาตามเวลานี้ ก็ถูกกล่าวถึงในงานวิจัยที่ใช้โบทูลินั่มท็อกซินรักษาภาวะกล้ามเนื้อกรามโตเช่นกัน เนื่องจากไม่ได้เป็นการกำจัดกล้ามเนื้อออกไป แต่เป็นการลดความแรงของการเคลื่อนไหว ฤทธิ์ยาจึงค่อยๆ จางลงเมื่อการเชื่อมต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อกลับมาทำงานอีกครั้ง

โบทูลินั่มท็อกซิน*: คือโปรตีนที่ช่วยยับยั้งสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ปลายประสาทเป็นการชั่วคราว ในหัตถการเสริมความงามจะฉีดในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปยังกล้ามเนื้อที่พัฒนามากเกินไป เช่น กล้ามเนื้อกราม เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อชั่วคราว

 

ความรู้สึกตอนที่ฤทธิ์ยาเริ่มจางลงนั้นแต่ละคนอธิบายแตกต่างกันเล็กน้อย

  • รู้สึกว่าเส้นกรามหนาขึ้นอีกครั้ง — หลังฉีดโบท็อกซ์ใหม่ๆ เส้นกรามจะรู้สึกเบาและนุ่มนวล แต่พอฤทธิ์ยาเริ่มจางลง หลายคนจะสังเกตได้ก่อนเลยว่าความหนักกลับมาอีกครั้ง

  • รู้สึกว่ากล้ามเนื้อกรามนูนขึ้นตอนเคี้ยวอาหาร — เวลากินอาหารแข็งๆ กล้ามเนื้อกรามบริเวณแก้มจะนูนขึ้นมากกว่าเดิม

  • มุมกรามในกระจกดูเปลี่ยนไป — ส่วนใหญ่มักสังเกตเห็นความแตกต่างจากมุมด้านข้างหรือมุมเฉียงก่อนมุมตรง

  • รู้สึกว่าใบหน้ากลับมาดูใหญ่ขึ้น — แต่ละคนแตกต่างกัน แต่บางคนก็บอกว่ารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นแบบก่อนทำหัตถการ

แม้จะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าฤทธิ์ยาหมดไปทันที เพราะเป็นกระบวนการที่กล้ามเนื้อค่อยๆ ฟื้นตัว จึงยังมีเวลาเหลืออยู่พอสมควรกว่าฤทธิ์ยาจะหมดไปโดยสมบูรณ์ แม้จะเริ่มรู้สึกได้แล้วก็ตาม

โครงสร้างทางกายวิภาคของกล้ามเนื้อกราม (กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยว) กระดูกขากรรไกรล่าง และชั้นผิวหนัง


ฤทธิ์โบท็อกซ์กรามที่เริ่มจางลงเป็นความรู้สึกแบบไหน

 

 

ช่วงเวลาเฉลี่ยที่กรามเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอีกครั้ง

ระยะเวลาที่ฤทธิ์โบท็อกซ์ในกล้ามเนื้อกรามคงอยู่เต็มที่นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ในทางคลินิกมักพูดถึงช่วงประมาณ 3-4 เดือนเป็นเกณฑ์ หลายคนเริ่มรู้สึกว่ากรามกลับมาเหลี่ยมขึ้นในช่วงเวลานี้

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฤทธิ์ยาไม่ได้จางลงด้วยอัตราคงที่ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนใหญ่มักคงอยู่ค่อนข้างเต็มที่ในช่วงแรก แล้วจึงฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อกรามเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวัน ทั้งการเคี้ยวและการพูด เมื่อการเชื่อมต่อของเส้นประสาทเริ่มกลับมา กล้ามเนื้อก็มักฟื้นฟูการทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลา

ความรู้สึกถึงฤทธิ์ยาโดยทั่วไป

หลังทำหัตถการ ~ 1 เดือน

ช่วงที่ฤทธิ์ยาคงอยู่อย่างมั่นคง กล้ามเนื้อกรามอยู่ในภาวะคลายตัว

1-2 เดือน

ช่วงที่ส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกถึงฤทธิ์ยาอยู่

2-3 เดือน

เริ่มจางลงทีละน้อย โดยเฉพาะตอนเคี้ยวอาหารแข็งๆ อาจรู้สึกถึงความแตกต่างได้

3-4 เดือน

ช่วงที่กล้ามเนื้อกรามฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และเป็นช่วงที่ความแตกต่างระหว่างบุคคลชัดเจนที่สุด

หลัง 4 เดือน

บางคนฤทธิ์ยาหมดไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่บางคนก็ยังคงเหลืออยู่บ้าง

ลักษณะของคนที่ฤทธิ์ยามักจางลงเร็ว ได้แก่ คนที่กล้ามเนื้อกรามหนา คนที่มีนิสัยกัดฟันบ่อยๆ หรือคนที่กินอาหารแข็งๆ เป็นประจำ ในทางกลับกัน คนที่กล้ามเนื้อกรามค่อนข้างบาง หรือเคยทำหัตถการนี้ซ้ำมาก่อน มักมีแนวโน้มที่ฤทธิ์ยาจะอยู่ได้นานกว่า ทั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้น แม้เงื่อนไขจะเหมือนกัน แต่การตอบสนองของแต่ละคนก็ต่างกันไป

การเปลี่ยนแปลงของฤทธิ์โบท็อกซ์กราม (ระดับการคลายตัวของกล้ามเนื้อกราม) ตามระยะเวลาที่ผ่านไป


ช่วงเวลาเฉลี่ยที่กรามเริ่มดูเหลี่ยมขึ้นอีกครั้ง

 

 

ฉีดซ้ำเมื่อไหร่ดี — ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป

การกำหนดจังหวะฉีดซ้ำนั้นสำคัญกว่าที่คิด หากฉีดเร็วเกินไปในขณะที่ฤทธิ์โบท็อกซ์เดิมยังเหลืออยู่ ก็เท่ากับฉีดซ้ำเข้าไปอีกซึ่งอาจเป็นภาระโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าฉีดช้าเกินไป กล้ามเนื้อกรามก็จะฟื้นตัวไปมากแล้ว ทำให้ต้องเริ่มต้นจากจุดเดิมเหมือนตอนทำหัตถการครั้งแรกอีกครั้ง

 

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดซ้ำในช่วงที่เริ่มรู้สึกว่าฤทธิ์ยาเริ่มจางลง คือช่วงก่อนที่ฤทธิ์ยาจะหมดไปโดยสมบูรณ์ จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อกรามยังคงอยู่ในภาวะคลายตัวต่อเนื่อง ก่อนที่จะฟื้นตัวมากเกินไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมปริมาตรกล้ามเนื้อกรามในระยะยาวมากกว่า

เกณฑ์การพิจารณาฉีดซ้ำ

คำอธิบาย

ฉีดเร็วเกินไป (ภายใน 2 เดือน)

มีความเป็นไปได้ที่ฤทธิ์ยาจากครั้งก่อนยังเหลืออยู่มากพอ โดยทั่วไปไม่แนะนำ

ฉีดในช่วงที่เหมาะสม (ประมาณ 3-4 เดือน)

ช่วงที่ฤทธิ์ยาเริ่มจางลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดจังหวะโดยพิจารณาความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ฉีดช้าเกินไป (หลัง 5 เดือน)

กล้ามเนื้อกรามฟื้นตัวไปมากแล้ว จึงเหมือนเริ่มต้นใหม่คล้ายครั้งแรก แม้จะยังเห็นผลแต่จังหวะการต่อเนื่องจะขาดตอน

การตัดสินจังหวะฉีดซ้ำจากความรู้สึกของตัวเองเพียงอย่างเดียวอาจเป็นเรื่องยาก เพราะการเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้กับสภาพการฟื้นตัวจริงของกล้ามเนื้อกรามอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นในช่วงสองสามครั้งแรก การปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดจังหวะร่วมกันและทำความเข้าใจอัตราการฟื้นตัวของตัวเองจะช่วยได้มาก หลังจากนั้นหลายคนมักจะจับจังหวะได้เองว่าควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่


ฉีดซ้ำเมื่อไหร่ดี — ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป

 

 

การเปลี่ยนแปลงที่ได้จากการทำหัตถการซ้ำและข้อควรระวัง

การฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมซ้ำหลายครั้งมีแนวโน้มที่จะทำให้ปริมาตรกล้ามเนื้อกรามค่อยๆ ลดลง เนื่องจากกล้ามเนื้อกรามเป็นกล้ามเนื้อที่ยิ่งใช้งานยิ่งคงสภาพอยู่ได้ เมื่อสร้างช่วงเวลาคลายตัวซ้ำๆ ด้วยโบท็อกซ์ ปริมาตรของกล้ามเนื้อเองก็อาจค่อยๆ ลดลงได้ ด้วยเหตุนี้บางคนจึงรู้สึกว่าหลังทำหัตถการซ้ำไปสักพัก ฤทธิ์ยาจะคงอยู่ได้นานขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน และไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในทุกคน ผู้ที่กล้ามเนื้อกรามหนามากอาจพบว่าในช่วงไม่กี่ครั้งแรก ระยะเวลาที่ฤทธิ์ยาคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกันนั้นค่อนข้างสั้น และบางคนก็จะพบว่าระยะห่างระหว่างการฉีดค่อยๆ ยาวขึ้นเมื่อทำซ้ำไปเรื่อยๆ

 

มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน

  • การเปลี่ยนแปลงของการเคี้ยว — หากกล้ามเนื้อกรามอ่อนแรงมากเกินไป อาจมีบางกรณีที่พบได้น้อยที่รู้สึกไม่สะดวกเวลาเคี้ยวอาหารแข็งๆ การปรับปริมาณยาให้เหมาะสมจึงสำคัญ

  • ความไม่สมมาตร — ความหนาและระดับการพัฒนาของกล้ามเนื้อกรามซ้ายขวาอาจแตกต่างกัน หากฉีดปริมาณเท่ากันซ้ำๆ โดยไม่ปรับ อาจทำให้ความไม่สมมาตรเด่นชัดขึ้น

  • การตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล — แม้จะฉีดจำนวนครั้งเท่ากัน แต่ระดับการลดลงของปริมาตรกล้ามเนื้อกรามก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน คำพูดที่ว่า "ฉีดกี่ครั้งแล้วจะกลายเป็นถาวร" นั้นไม่ถูกต้องนัก

  • ความเกี่ยวข้องกับข้อต่อขากรรไกร — ผู้ที่มีนิสัยกัดฟันแน่น (เช่น นอนกัดฟัน) โบท็อกซ์อาจช่วยลดภาระที่ข้อต่อขากรรไกรได้ชั่วคราว แต่ควรดูแลสาเหตุที่แท้จริงแยกต่างหากด้วย


การเปลี่ยนแปลงที่ได้จากการทำหัตถการซ้ำและข้อควรระวัง

 

 

ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง

บิวตี้สโตน ฮับจอง จะตรวจดูความหนาและระดับการพัฒนาของกล้ามเนื้อกรามก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อฉีดโบท็อกซ์กราม แล้วช่วยกำหนดรอบการฉีดซ้ำให้เหมาะกับอัตราการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อกรามของคนไข้แต่ละคน โบท็อกซ์กรามเหลี่ยมไม่ใช่หัตถการที่ฉีดครั้งเดียวจบ แต่เป็นกระบวนการที่ค่อยๆ ทำความเข้าใจรูปแบบของตัวเองผ่านหลายรอบการฉีด ดังนั้นการวางแผนสองสามครั้งแรกอย่างไรจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษาผลลัพธ์ในระยะต่อไป เนื่องจากเป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินทางสะดวกจากสถานีฮับจอง จึงสามารถดูแลอัตราการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละคนอย่างใกล้ชิด และกำหนดจังหวะครั้งต่อไปร่วมกันได้


ทำไมต้องบิวตี้สโตน ฮับจอง

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. สามารถชะลอความเร็วที่ฤทธิ์โบท็อกซ์กรามจางลงได้ไหมคะ

 

A. แม้จะไม่มีวิธีชะลอได้อย่างสมบูรณ์ แต่การลดนิสัยใช้กล้ามเนื้อกรามอย่างหนักบ่อยๆ จะช่วยได้ครับ ผู้ที่กินอาหารแข็งๆ บ่อย (เช่น ถั่ว ปลาหมึกแห้ง) หรือมีนิสัยกัดฟันแน่น มักมีแนวโน้มที่ฤทธิ์ยาจะจางลงเร็วกว่า หากเป็นนิสัยที่ปรับปรุงได้ ควรดูแลควบคู่กันไปด้วยครับ

 

Q. ฉีดโบท็อกซ์กล้ามเนื้อกรามแล้วจะเคี้ยวลำบากไหมคะ

 

A. หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสม แทบไม่ค่อยรู้สึกไม่สะดวกในการรับประทานอาหารปกติครับ แต่สำหรับอาหารแข็งๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อกรามมาก อาจรู้สึกไม่สะดวกเล็กน้อยในช่วงแรกหลังทำหัตถการ เนื่องจากมีความแตกต่างในแต่ละคน จึงควรสังเกตอาการของตัวเองในช่วงสองสามสัปดาห์แรกหลังทำครับ

 

Q. ถ้าฉีดสองครั้งแล้ว ครั้งที่สามจะอยู่ได้นานขึ้นไหมคะ

 

A. การทำหัตถการซ้ำมีแนวโน้มที่จะทำให้ปริมาตรกล้ามเนื้อกรามค่อยๆ ลดลง บางคนจึงรู้สึกว่าหลังทำซ้ำไปสักพัก ฤทธิ์ยาจะอยู่ได้นานขึ้นครับ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงยากที่จะยืนยันได้แน่ชัด โดยทั่วไปมักพบว่าหลังจากฉีดประมาณ 3-5 ครั้ง ระยะห่างระหว่างการฉีดจะเริ่มยาวขึ้นครับ

 

Q. ถ้าปล่อยให้ฤทธิ์ยาหมดไปโดยสมบูรณ์แล้วค่อยฉีดจะได้ไหมคะ

 

A. สามารถฉีดได้แม้ฤทธิ์ยาจะหมดไปแล้วโดยสมบูรณ์ครับ แต่เนื่องจากกล้ามเนื้อกรามฟื้นตัวเต็มที่แล้ว อาจรู้สึกเหมือนต้องเริ่มต้นจากจุดเดิมคล้ายกับตอนทำหัตถการครั้งแรก การฉีดซ้ำก่อนที่ฤทธิ์ยาจะหมดไปโดยสมบูรณ์จะมีประสิทธิภาพมากกว่าในแง่ของความต่อเนื่องของผลลัพธ์ครับ

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1