ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน เลือกทำอย่างเดียวยิ่งเห็นต่างชัด ปริมาตรข้าง 3~10 มม. คือหัวใจ
![[คำเตือน] คนที่มีไขมันแก้มข้างหนา หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียว หน้าอาจดูใหญ่ขึ้นได้](https://framerusercontent.com/images/3IJQCE3c6MSvuGX4TEzChqrrxy0.jpg)
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,
ทำไมทำแค่ฝั่งเดียวแล้วร่องแลดูดูลึกขึ้น?
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาววัยทำงานช่วงอายุ 30 ต้นๆ
เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจคนหนึ่งครับ
คนไข้เล่าว่าได้ไปเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มมา 1cc จากคลินิกอื่น
"แต่พอเติมเสร็จแล้ว กลับรู้สึกเหมือนแก้มข้างๆ
มันยิ่งดูบวมขึ้นกว่าเดิม" ครับ
ผมเลยส่งกระจกให้คนไข้ดูไปด้วยกัน แล้วอธิบายว่า
นี่ไม่ใช่เพราะฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดหรอกครับ
แต่เป็นเคสที่จำเป็นต้องประเมินและรักษาไขมันแก้มด้านข้างควบคู่ไปด้วยต่างหาก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,
ดูคล้ายกันใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้ว
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ
การเติมไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
เข้าไปในร่องลึกข้างปีกจมูก (nasolabial fold) เพื่อลดระดับความต่างของผิว
แต่การสลายไขมันนั้นตรงกันข้ามเลยครับ
เป็นการลดไขมันส่วนเกินตรงบริเวณด้านนอกของร่องแก้ม (หรือช่วงแก้มที่หย่อนคล้อยลงมา)
โดยใช้ตัวยาหรือคลื่นวิทยุ (RF)
เพื่อสลายปริมาณไขมันตรงแก้มให้น้อยลง
หัตถการหนึ่งคือการ "เติมเติม" ส่วนอีกหัตถการคือการ "ลดทอน"
เรียกได้ว่ามีแนวทางการรักษาที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงครับ

เพราะปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจากแค่ตัวร่องเอง
แต่เป็นเรื่องของ 'ระดับที่ต่างกันกับผิวข้างๆ' ต่างหากครับ
ข้อมูลเจาะลึกจาก
หมอวี ยองจิน
ปัญหาร่องแก้มเกิดจากไขมันแก้มข้างๆ หนาเกินไปประมาณ 3~10mm
+ ร่วมกับปัญหาร่องข้างปีกจมูกที่ยุบตัวลง —
หากเติมฟิลเลอร์เฉพาะจุดตรงร่องข้างปีกจมูก จะยิ่งทำให้แก้มข้างๆ ดูนูนเด่นขึ้น
แต่ถ้าสลายไขมันอย่างเดียว ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่องแก้มดูเว้าลึกขึ้น
ดังนั้น ต้องทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน รอยต่อถึงจะเรียบเนียนหายไปครับ
ถ้าคุณเสิร์ชคำว่า "ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน"
แล้วคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้
เดาว่าน่าจะกำลังเปรียบเทียบอยู่ใช่ไหมครับ
ว่าวิธีไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
แต่จริงๆ แล้ว การเปรียบเทียบแบบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คลาดเคลื่อนนิดหน่อยครับ
เพราะทั้งสองหัตถการนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน
แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาคนละจุดกันครับ
สาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มดูคล้ำลึก
บ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากร่องแก้มที่ลึกขึ้นจริงๆ
แต่เกิดจากไขมันแก้มด้านข้างที่คล้อยลงมาหรือหนาขึ้น
จนทำให้เกิดรอยต่อระหว่างผิวที่ต่างระดับกัน
เมื่อบริเวณข้างปีกจมูกยุบตัวลง แต่แก้มข้างๆ กลับปูดนูนขึ้น
ความต่างระดับความสูงตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้มองเห็นเป็นเส้นริ้วรอยลึก
ตรงนี้หมอขออธิบายเรื่องประเภทของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ
เพราะฟิลเลอร์ที่ใช้ตรงร่องแก้มก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมดซะทีเดียว
Belotero
มีโมเลกุลละเอียดและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับริ้วรอยตื้นๆ
Juvederm Volift/Voluma
มีแรงยึดเกาะตัวสูง เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก
Neuramis/Restylane
ใช้ปรับแต่งในระดับความลึกปานกลาง
หากดูตามไกด์ไลน์การฉีดฟิลเลอร์อย่าง MD Codes (Maurício de Maio code)
ในการแก้ปัญหาร่องแก้ม แพทย์จะพิจารณาจุด Ck1·Ck2 (โหนกแก้ม-แก้ม)
ควบคู่ไปกับจุด NL1·NL2 (เส้นร่องแก้ม) เสมอครับ
มันคือการยกพยุงจุดที่หย่อนคล้อยขึ้นมาก่อน
แล้วค่อยเก็บรายละเอียดตรงร่องแก้มตามลำดับครับ
ถ้าไม่ประเมินจุดนี้แล้วอัดฟิลเลอร์เข้าไปตรงร่องแก้มอย่างเดียว 1cc
ก็จะทำให้บริเวณใต้จมูกดูอูมแน่นขึ้น
แต่แก้มข้างๆ ยังคงหนาเท่าเดิม ส่งผลให้หน้ายิ่งดูบวมขึ้นได้ครับ
อย่างเคสคนไข้วัย 29 ปีที่มาพบหมอเมื่อเดือนก่อน
ก็มีปัญหาแก้มข้างๆ ค่อนข้างหนาอยู่แล้ว
แต่ได้รับการเติมฟิลเลอร์เฉพาะตรงร่องแก้มมา
ทำให้รอยต่อย้ายตำแหน่งไปอยู่จุดอื่นแทน
หลังจากที่หมอทำการสลายไขมันแก้มข้างๆ ออกไป 2 ครั้ง
ใบหน้าของคนไข้จึงกลับมาดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติขึ้นเฉยเลยครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
บ่อยครั้งที่ปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจาก 'ร่องลึก'
แต่เกิดจาก 'แก้มข้างๆ ที่มันนูนสูงกว่าปกติ' ครับ
ดังนั้นอย่าเปรียบเทียบแค่ว่าจะเลือก ฟิลเลอร์ vs สลายไขมัน อย่างใดอย่างหนึ่งเลยครับ
แต่ให้ลองเช็กก่อนว่าสาเหตุบนใบหน้าเราเกิดจากจุดไหนกันแน่
ซึ่งจริงๆ แล้ว มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างร่วมกัน

กลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
และกลุ่มคนที่เหมาะกับการสลายไขมัน
ประเภท | ฟิลเลอร์ร่องแก้ม | สลายไขมัน |
กลไกการทำงาน | เติมเต็มร่องที่บุ๋มด้วยไฮยาลูโรนิก | ลดไขมันส่วนเกินด้านข้างด้วยตัวยาหรือคลื่นความถี่วิทยุ |
ผู้ที่เหมาะสม | ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มใต้ปีกจมูกยุบตัวลงดูซูบตอบ | ผู้ที่มีไขมันแก้มด้านข้างหนาและหย่อนคล้อยลงมา |
ผลลัพธ์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ | ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์หลังจาก 2~4 สัปดาห์ |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 9~15 เดือน | กึ่งถาวร (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัว) |
ลองใช้นิ้วมือของคุณกดเบาๆ ตรงข้างปีกจมูกดูครับ
ถ้ารู้สึกว่าจุดที่กดลงไปนั้นดูลึกยิ่งกว่าตัวร่องแก้มปกติ
นั่นเป็นสัญญาณว่ามีไขมันตรงแก้มค่อนข้างหนาครับ
แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น และมีเพียงแค่เส้นร่องแก้มที่ชัดเจน
การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ
ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว
คุณอาจจะกำลังสงสัยสิ่งนี้อยู่
Q1. ถ้าอยากทำทั้งสองอย่าง สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหมคะ/ครับ?
A. หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำในวันเดียวกันครับ
ตัวยาสลายไขมันอาจจะทำให้เกิดอาการบวม
ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ
หากเราดีไซน์และฉีดฟิลเลอร์ในขณะที่แก้มยังบวมอยู่ หลังจากรอยบวมยุบลง
ปริมาณฟิลเลอร์หรือตำแหน่งที่ฉีดไปอาจจะไม่พอดีหรือคลาดเคลื่อนได้ครับ
ตามหลักมาตรฐานทั่วไป หมอแนะนำให้สลายไขมันให้เรียบร้อยก่อน
แล้วค่อยมาเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หลังจากนั้นประมาณ 4~6 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ
Q2. ถ้าเลือกทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
พอจะมีวิธีอื่นที่เห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งเดียวไหมคะ/ครับ?
A. สำหรับท่านที่มีไขมันแก้มข้างๆ หนาเพียงเล็กน้อย
ก็อาจจะใช้วิธีเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม
เพื่อดึงและยกกระชับรอยต่อของผิวขึ้นไปด้านบนได้ครับ
อย่างไรก็ตาม หากท่านที่มีชั้นไขมันแก้ม
หนาอย่างเห็นได้ชัด แล้วฝืนใช้วิธีนี้
อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้นได้
ดังนั้นหมอจึงไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ
Q3. ได้ยินมาว่าถ้าไขมันสลายตัวมากเกินไป
หน้าจะดูตอบเว้าเข้าไปเลยจริงไหมคะ/ครับ?
A. บอกตามตรงว่าเป็นไปได้ครับ
เพราะแบบนี้ หมอจึงนิยมแบ่งการรักษาออกเป็น 2~3 ครั้ง
มากกว่าที่จะสลายไขมันให้หมดในครั้งเดียวครับ
อาการเขียวช้ำหรือบวมจะคงอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์
และหลังจากทำหัตถการไป 1 สัปดาห์
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าร้อนๆ ก่อนนะครับ
หากวันนี้หมออยากให้คุณจดจำสิ่งสำคัญกลับไปสักเรื่องหนึ่ง
— ปัญหาร่องแก้มไม่ใช่คำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
แต่เป็นเรื่องของวิธีปรับ 'รอยต่อ' ระหว่างข้างปีกจมูกกับพวงแก้ม
ให้เรียบเนียนเสมอกันต่างหากครับ
ในบทความถัดไป
หมอจะมาเจาะลึกเรื่อง 'ความต่างของผลลัพธ์เมื่อเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์
ในกรณีที่ทำฟิลเลอร์ร่วมกับการสลายไขมันแก้ม' กันนะครับ
ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
![[คำเตือน] คนที่มีไขมันแก้มข้างหนา หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียว หน้าอาจดูใหญ่ขึ้นได้](https://framerusercontent.com/images/3IJQCE3c6MSvuGX4TEzChqrrxy0.jpg)
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,
ทำไมทำแค่ฝั่งเดียวแล้วร่องแลดูดูลึกขึ้น?
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาววัยทำงานช่วงอายุ 30 ต้นๆ
เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจคนหนึ่งครับ
คนไข้เล่าว่าได้ไปเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มมา 1cc จากคลินิกอื่น
"แต่พอเติมเสร็จแล้ว กลับรู้สึกเหมือนแก้มข้างๆ
มันยิ่งดูบวมขึ้นกว่าเดิม" ครับ
ผมเลยส่งกระจกให้คนไข้ดูไปด้วยกัน แล้วอธิบายว่า
นี่ไม่ใช่เพราะฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดหรอกครับ
แต่เป็นเคสที่จำเป็นต้องประเมินและรักษาไขมันแก้มด้านข้างควบคู่ไปด้วยต่างหาก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,
ดูคล้ายกันใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้ว
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ
การเติมไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
เข้าไปในร่องลึกข้างปีกจมูก (nasolabial fold) เพื่อลดระดับความต่างของผิว
แต่การสลายไขมันนั้นตรงกันข้ามเลยครับ
เป็นการลดไขมันส่วนเกินตรงบริเวณด้านนอกของร่องแก้ม (หรือช่วงแก้มที่หย่อนคล้อยลงมา)
โดยใช้ตัวยาหรือคลื่นวิทยุ (RF)
เพื่อสลายปริมาณไขมันตรงแก้มให้น้อยลง
หัตถการหนึ่งคือการ "เติมเติม" ส่วนอีกหัตถการคือการ "ลดทอน"
เรียกได้ว่ามีแนวทางการรักษาที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงครับ

เพราะปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจากแค่ตัวร่องเอง
แต่เป็นเรื่องของ 'ระดับที่ต่างกันกับผิวข้างๆ' ต่างหากครับ
ข้อมูลเจาะลึกจาก
หมอวี ยองจิน
ปัญหาร่องแก้มเกิดจากไขมันแก้มข้างๆ หนาเกินไปประมาณ 3~10mm
+ ร่วมกับปัญหาร่องข้างปีกจมูกที่ยุบตัวลง —
หากเติมฟิลเลอร์เฉพาะจุดตรงร่องข้างปีกจมูก จะยิ่งทำให้แก้มข้างๆ ดูนูนเด่นขึ้น
แต่ถ้าสลายไขมันอย่างเดียว ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่องแก้มดูเว้าลึกขึ้น
ดังนั้น ต้องทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน รอยต่อถึงจะเรียบเนียนหายไปครับ
ถ้าคุณเสิร์ชคำว่า "ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน"
แล้วคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้
เดาว่าน่าจะกำลังเปรียบเทียบอยู่ใช่ไหมครับ
ว่าวิธีไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
แต่จริงๆ แล้ว การเปรียบเทียบแบบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คลาดเคลื่อนนิดหน่อยครับ
เพราะทั้งสองหัตถการนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน
แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาคนละจุดกันครับ
สาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มดูคล้ำลึก
บ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากร่องแก้มที่ลึกขึ้นจริงๆ
แต่เกิดจากไขมันแก้มด้านข้างที่คล้อยลงมาหรือหนาขึ้น
จนทำให้เกิดรอยต่อระหว่างผิวที่ต่างระดับกัน
เมื่อบริเวณข้างปีกจมูกยุบตัวลง แต่แก้มข้างๆ กลับปูดนูนขึ้น
ความต่างระดับความสูงตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้มองเห็นเป็นเส้นริ้วรอยลึก
ตรงนี้หมอขออธิบายเรื่องประเภทของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ
เพราะฟิลเลอร์ที่ใช้ตรงร่องแก้มก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมดซะทีเดียว
Belotero
มีโมเลกุลละเอียดและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับริ้วรอยตื้นๆ
Juvederm Volift/Voluma
มีแรงยึดเกาะตัวสูง เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก
Neuramis/Restylane
ใช้ปรับแต่งในระดับความลึกปานกลาง
หากดูตามไกด์ไลน์การฉีดฟิลเลอร์อย่าง MD Codes (Maurício de Maio code)
ในการแก้ปัญหาร่องแก้ม แพทย์จะพิจารณาจุด Ck1·Ck2 (โหนกแก้ม-แก้ม)
ควบคู่ไปกับจุด NL1·NL2 (เส้นร่องแก้ม) เสมอครับ
มันคือการยกพยุงจุดที่หย่อนคล้อยขึ้นมาก่อน
แล้วค่อยเก็บรายละเอียดตรงร่องแก้มตามลำดับครับ
ถ้าไม่ประเมินจุดนี้แล้วอัดฟิลเลอร์เข้าไปตรงร่องแก้มอย่างเดียว 1cc
ก็จะทำให้บริเวณใต้จมูกดูอูมแน่นขึ้น
แต่แก้มข้างๆ ยังคงหนาเท่าเดิม ส่งผลให้หน้ายิ่งดูบวมขึ้นได้ครับ
อย่างเคสคนไข้วัย 29 ปีที่มาพบหมอเมื่อเดือนก่อน
ก็มีปัญหาแก้มข้างๆ ค่อนข้างหนาอยู่แล้ว
แต่ได้รับการเติมฟิลเลอร์เฉพาะตรงร่องแก้มมา
ทำให้รอยต่อย้ายตำแหน่งไปอยู่จุดอื่นแทน
หลังจากที่หมอทำการสลายไขมันแก้มข้างๆ ออกไป 2 ครั้ง
ใบหน้าของคนไข้จึงกลับมาดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติขึ้นเฉยเลยครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
บ่อยครั้งที่ปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจาก 'ร่องลึก'
แต่เกิดจาก 'แก้มข้างๆ ที่มันนูนสูงกว่าปกติ' ครับ
ดังนั้นอย่าเปรียบเทียบแค่ว่าจะเลือก ฟิลเลอร์ vs สลายไขมัน อย่างใดอย่างหนึ่งเลยครับ
แต่ให้ลองเช็กก่อนว่าสาเหตุบนใบหน้าเราเกิดจากจุดไหนกันแน่
ซึ่งจริงๆ แล้ว มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างร่วมกัน

กลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
และกลุ่มคนที่เหมาะกับการสลายไขมัน
ประเภท | ฟิลเลอร์ร่องแก้ม | สลายไขมัน |
กลไกการทำงาน | เติมเต็มร่องที่บุ๋มด้วยไฮยาลูโรนิก | ลดไขมันส่วนเกินด้านข้างด้วยตัวยาหรือคลื่นความถี่วิทยุ |
ผู้ที่เหมาะสม | ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มใต้ปีกจมูกยุบตัวลงดูซูบตอบ | ผู้ที่มีไขมันแก้มด้านข้างหนาและหย่อนคล้อยลงมา |
ผลลัพธ์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ | ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์หลังจาก 2~4 สัปดาห์ |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 9~15 เดือน | กึ่งถาวร (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัว) |
ลองใช้นิ้วมือของคุณกดเบาๆ ตรงข้างปีกจมูกดูครับ
ถ้ารู้สึกว่าจุดที่กดลงไปนั้นดูลึกยิ่งกว่าตัวร่องแก้มปกติ
นั่นเป็นสัญญาณว่ามีไขมันตรงแก้มค่อนข้างหนาครับ
แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น และมีเพียงแค่เส้นร่องแก้มที่ชัดเจน
การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ
ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว
คุณอาจจะกำลังสงสัยสิ่งนี้อยู่
Q1. ถ้าอยากทำทั้งสองอย่าง สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหมคะ/ครับ?
A. หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำในวันเดียวกันครับ
ตัวยาสลายไขมันอาจจะทำให้เกิดอาการบวม
ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ
หากเราดีไซน์และฉีดฟิลเลอร์ในขณะที่แก้มยังบวมอยู่ หลังจากรอยบวมยุบลง
ปริมาณฟิลเลอร์หรือตำแหน่งที่ฉีดไปอาจจะไม่พอดีหรือคลาดเคลื่อนได้ครับ
ตามหลักมาตรฐานทั่วไป หมอแนะนำให้สลายไขมันให้เรียบร้อยก่อน
แล้วค่อยมาเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หลังจากนั้นประมาณ 4~6 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ
Q2. ถ้าเลือกทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
พอจะมีวิธีอื่นที่เห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งเดียวไหมคะ/ครับ?
A. สำหรับท่านที่มีไขมันแก้มข้างๆ หนาเพียงเล็กน้อย
ก็อาจจะใช้วิธีเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม
เพื่อดึงและยกกระชับรอยต่อของผิวขึ้นไปด้านบนได้ครับ
อย่างไรก็ตาม หากท่านที่มีชั้นไขมันแก้ม
หนาอย่างเห็นได้ชัด แล้วฝืนใช้วิธีนี้
อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้นได้
ดังนั้นหมอจึงไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ
Q3. ได้ยินมาว่าถ้าไขมันสลายตัวมากเกินไป
หน้าจะดูตอบเว้าเข้าไปเลยจริงไหมคะ/ครับ?
A. บอกตามตรงว่าเป็นไปได้ครับ
เพราะแบบนี้ หมอจึงนิยมแบ่งการรักษาออกเป็น 2~3 ครั้ง
มากกว่าที่จะสลายไขมันให้หมดในครั้งเดียวครับ
อาการเขียวช้ำหรือบวมจะคงอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์
และหลังจากทำหัตถการไป 1 สัปดาห์
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าร้อนๆ ก่อนนะครับ
หากวันนี้หมออยากให้คุณจดจำสิ่งสำคัญกลับไปสักเรื่องหนึ่ง
— ปัญหาร่องแก้มไม่ใช่คำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
แต่เป็นเรื่องของวิธีปรับ 'รอยต่อ' ระหว่างข้างปีกจมูกกับพวงแก้ม
ให้เรียบเนียนเสมอกันต่างหากครับ
ในบทความถัดไป
หมอจะมาเจาะลึกเรื่อง 'ความต่างของผลลัพธ์เมื่อเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์
ในกรณีที่ทำฟิลเลอร์ร่วมกับการสลายไขมันแก้ม' กันนะครับ
ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?
เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ผิว
Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?
รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?
กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิว
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



