• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน: ข้างเดียวยิ่งลึก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน เลือกทำอย่างเดียวยิ่งเห็นต่างชัด ปริมาตรข้าง 3~10 มม. คือหัวใจ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

[คำเตือน] คนที่มีไขมันแก้มข้างหนา หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียว หน้าอาจดูใหญ่ขึ้นได้










ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,

ทำไมทำแค่ฝั่งเดียวแล้วร่องแลดูดูลึกขึ้น?

 

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาววัยทำงานช่วงอายุ 30 ต้นๆ

เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจคนหนึ่งครับ

 

คนไข้เล่าว่าได้ไปเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มมา 1cc จากคลินิกอื่น

"แต่พอเติมเสร็จแล้ว กลับรู้สึกเหมือนแก้มข้างๆ

มันยิ่งดูบวมขึ้นกว่าเดิม" ครับ

 

ผมเลยส่งกระจกให้คนไข้ดูไปด้วยกัน แล้วอธิบายว่า

 

นี่ไม่ใช่เพราะฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดหรอกครับ

แต่เป็นเคสที่จำเป็นต้องประเมินและรักษาไขมันแก้มด้านข้างควบคู่ไปด้วยต่างหาก

"ไม่ใช่ความผิดของฟิลเลอร์" ตัวการของร่องแก้มส่วนใหญ่คือ 'แก้มข้างที่หย่อนคล้อย' ไม่ใช่ร่องลึก

 

 










ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,

ดูคล้ายกันใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้ว

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ

การเติมไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)

เข้าไปในร่องลึกข้างปีกจมูก (nasolabial fold) เพื่อลดระดับความต่างของผิว

 

แต่การสลายไขมันนั้นตรงกันข้ามเลยครับ

 

เป็นการลดไขมันส่วนเกินตรงบริเวณด้านนอกของร่องแก้ม (หรือช่วงแก้มที่หย่อนคล้อยลงมา)

โดยใช้ตัวยาหรือคลื่นวิทยุ (RF)

เพื่อสลายปริมาณไขมันตรงแก้มให้น้อยลง

 

หัตถการหนึ่งคือการ "เติมเติม" ส่วนอีกหัตถการคือการ "ลดทอน"

เรียกได้ว่ามีแนวทางการรักษาที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงครับ

ส่องกระจกแค่ 10 วินาที! วิธีเช็กว่าร่องแก้มของเราต้อง 'สลายไขมัน' ก่อนหรือไม่

 

 










เพราะปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจากแค่ตัวร่องเอง

แต่เป็นเรื่องของ 'ระดับที่ต่างกันกับผิวข้างๆ' ต่างหากครับ

 

ข้อมูลเจาะลึกจาก

หมอวี ยองจิน

 

ปัญหาร่องแก้มเกิดจากไขมันแก้มข้างๆ หนาเกินไปประมาณ 3~10mm

+ ร่วมกับปัญหาร่องข้างปีกจมูกที่ยุบตัวลง —

หากเติมฟิลเลอร์เฉพาะจุดตรงร่องข้างปีกจมูก จะยิ่งทำให้แก้มข้างๆ ดูนูนเด่นขึ้น

แต่ถ้าสลายไขมันอย่างเดียว ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่องแก้มดูเว้าลึกขึ้น

ดังนั้น ต้องทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน รอยต่อถึงจะเรียบเนียนหายไปครับ

 

ถ้าคุณเสิร์ชคำว่า "ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน"

แล้วคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้

เดาว่าน่าจะกำลังเปรียบเทียบอยู่ใช่ไหมครับ

ว่าวิธีไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน

 

แต่จริงๆ แล้ว การเปรียบเทียบแบบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คลาดเคลื่อนนิดหน่อยครับ

 

เพราะทั้งสองหัตถการนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน

แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาคนละจุดกันครับ

 

สาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มดูคล้ำลึก

บ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากร่องแก้มที่ลึกขึ้นจริงๆ

แต่เกิดจากไขมันแก้มด้านข้างที่คล้อยลงมาหรือหนาขึ้น

จนทำให้เกิดรอยต่อระหว่างผิวที่ต่างระดับกัน

 

เมื่อบริเวณข้างปีกจมูกยุบตัวลง แต่แก้มข้างๆ กลับปูดนูนขึ้น

ความต่างระดับความสูงตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้มองเห็นเป็นเส้นริ้วรอยลึก

 

ตรงนี้หมอขออธิบายเรื่องประเภทของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ

เพราะฟิลเลอร์ที่ใช้ตรงร่องแก้มก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมดซะทีเดียว

 

  • Belotero

     

    มีโมเลกุลละเอียดและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับริ้วรอยตื้นๆ

 

  • Juvederm Volift/Voluma

     

    มีแรงยึดเกาะตัวสูง เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก

 

  • Neuramis/Restylane

     

    ใช้ปรับแต่งในระดับความลึกปานกลาง

 

หากดูตามไกด์ไลน์การฉีดฟิลเลอร์อย่าง MD Codes (Maurício de Maio code)

ในการแก้ปัญหาร่องแก้ม แพทย์จะพิจารณาจุด Ck1·Ck2 (โหนกแก้ม-แก้ม)

ควบคู่ไปกับจุด NL1·NL2 (เส้นร่องแก้ม) เสมอครับ

 

มันคือการยกพยุงจุดที่หย่อนคล้อยขึ้นมาก่อน

แล้วค่อยเก็บรายละเอียดตรงร่องแก้มตามลำดับครับ

 

ถ้าไม่ประเมินจุดนี้แล้วอัดฟิลเลอร์เข้าไปตรงร่องแก้มอย่างเดียว 1cc

ก็จะทำให้บริเวณใต้จมูกดูอูมแน่นขึ้น

แต่แก้มข้างๆ ยังคงหนาเท่าเดิม ส่งผลให้หน้ายิ่งดูบวมขึ้นได้ครับ

 

อย่างเคสคนไข้วัย 29 ปีที่มาพบหมอเมื่อเดือนก่อน

ก็มีปัญหาแก้มข้างๆ ค่อนข้างหนาอยู่แล้ว

แต่ได้รับการเติมฟิลเลอร์เฉพาะตรงร่องแก้มมา

ทำให้รอยต่อย้ายตำแหน่งไปอยู่จุดอื่นแทน

 

หลังจากที่หมอทำการสลายไขมันแก้มข้างๆ ออกไป 2 ครั้ง

ใบหน้าของคนไข้จึงกลับมาดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติขึ้นเฉยเลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

 

บ่อยครั้งที่ปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจาก 'ร่องลึก'

แต่เกิดจาก 'แก้มข้างๆ ที่มันนูนสูงกว่าปกติ' ครับ

 

ดังนั้นอย่าเปรียบเทียบแค่ว่าจะเลือก ฟิลเลอร์ vs สลายไขมัน อย่างใดอย่างหนึ่งเลยครับ

แต่ให้ลองเช็กก่อนว่าสาเหตุบนใบหน้าเราเกิดจากจุดไหนกันแน่

ซึ่งจริงๆ แล้ว มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างร่วมกัน

ลองกดข้างร่องริมฝีปากดู — ใครที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียวก็ได้ผล vs ใครที่ต้องทำแบบผสมผสาน

 

 










กลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

และกลุ่มคนที่เหมาะกับการสลายไขมัน

ประเภท

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

สลายไขมัน

กลไกการทำงาน

เติมเต็มร่องที่บุ๋มด้วยไฮยาลูโรนิก

ลดไขมันส่วนเกินด้านข้างด้วยตัวยาหรือคลื่นความถี่วิทยุ

ผู้ที่เหมาะสม

ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มใต้ปีกจมูกยุบตัวลงดูซูบตอบ

ผู้ที่มีไขมันแก้มด้านข้างหนาและหย่อนคล้อยลงมา

ผลลัพธ์

เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ

ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์หลังจาก 2~4 สัปดาห์

ระยะเวลาผลลัพธ์

ประมาณ 9~15 เดือน

กึ่งถาวร (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัว)

ลองใช้นิ้วมือของคุณกดเบาๆ ตรงข้างปีกจมูกดูครับ

ถ้ารู้สึกว่าจุดที่กดลงไปนั้นดูลึกยิ่งกว่าตัวร่องแก้มปกติ

นั่นเป็นสัญญาณว่ามีไขมันตรงแก้มค่อนข้างหนาครับ

แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น และมีเพียงแค่เส้นร่องแก้มที่ชัดเจน

การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ

 

ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว

คุณอาจจะกำลังสงสัยสิ่งนี้อยู่

 

Q1. ถ้าอยากทำทั้งสองอย่าง สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหมคะ/ครับ?

A. หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำในวันเดียวกันครับ

ตัวยาสลายไขมันอาจจะทำให้เกิดอาการบวม

ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

หากเราดีไซน์และฉีดฟิลเลอร์ในขณะที่แก้มยังบวมอยู่ หลังจากรอยบวมยุบลง

ปริมาณฟิลเลอร์หรือตำแหน่งที่ฉีดไปอาจจะไม่พอดีหรือคลาดเคลื่อนได้ครับ

 

ตามหลักมาตรฐานทั่วไป หมอแนะนำให้สลายไขมันให้เรียบร้อยก่อน

แล้วค่อยมาเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หลังจากนั้นประมาณ 4~6 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ

 

Q2. ถ้าเลือกทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

พอจะมีวิธีอื่นที่เห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งเดียวไหมคะ/ครับ?

A. สำหรับท่านที่มีไขมันแก้มข้างๆ หนาเพียงเล็กน้อย

ก็อาจจะใช้วิธีเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม

เพื่อดึงและยกกระชับรอยต่อของผิวขึ้นไปด้านบนได้ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากท่านที่มีชั้นไขมันแก้ม

หนาอย่างเห็นได้ชัด แล้วฝืนใช้วิธีนี้

อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้นได้

ดังนั้นหมอจึงไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ

 

Q3. ได้ยินมาว่าถ้าไขมันสลายตัวมากเกินไป

หน้าจะดูตอบเว้าเข้าไปเลยจริงไหมคะ/ครับ?

A. บอกตามตรงว่าเป็นไปได้ครับ

 

เพราะแบบนี้ หมอจึงนิยมแบ่งการรักษาออกเป็น 2~3 ครั้ง

มากกว่าที่จะสลายไขมันให้หมดในครั้งเดียวครับ

 

อาการเขียวช้ำหรือบวมจะคงอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์

และหลังจากทำหัตถการไป 1 สัปดาห์

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าร้อนๆ ก่อนนะครับ

 

หากวันนี้หมออยากให้คุณจดจำสิ่งสำคัญกลับไปสักเรื่องหนึ่ง

— ปัญหาร่องแก้มไม่ใช่คำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

แต่เป็นเรื่องของวิธีปรับ 'รอยต่อ' ระหว่างข้างปีกจมูกกับพวงแก้ม

ให้เรียบเนียนเสมอกันต่างหากครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะมาเจาะลึกเรื่อง 'ความต่างของผลลัพธ์เมื่อเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์

ในกรณีที่ทำฟิลเลอร์ร่วมกับการสลายไขมันแก้ม' กันนะครับ

 

ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าทำหัตถการทั้งสองอย่างพร้อมกัน สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหม?

 

A. ไม่แนะนำให้ทำในวันเดียวกัน

 

Q. ถ้าทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเป็นสองเท่า มีวิธีที่เห็นผลได้ในครั้งเดียวไหม?

 

A. หากเป็นคนที่มีชั้นเนื้อบริเวณข้างเคียงหนาเพียงเล็กน้อย เราก็อาจเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม เพื่อยกส่วนที่เป็นขั้นให้สูงขึ้นได้

 

Q. ได้ยินมาว่ายาละลายไขมันถ้าละลายมากเกินไปจะดับไปเลยเหรอ?

 

A. พูดตรงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ดังนั้นผมจึงไม่ทำให้เสร็จในครั้งเดียว แต่จะแบ่งทำเป็น 2-3 ครั้ง

 

Q. เราจะพอประเมินเองที่บ้านได้ไหมคะว่าปัญหาของเราเหมาะกับการทำ filler หรือการสลายไขมันมากกว่ากัน?

 

A. ลองใช้นิ้วกดตรงข้างร่องระหว่างจมูกกับริมฝีปากบนดูครับ ถ้ากดแล้วรู้สึกว่ายุบลงไปลึกกว่าร่องปกติ แสดงว่าไขมันด้านข้างค่อนข้างหนา แนะนำเป็นโปรแกรมสลายไขมันนะครับ แต่ถ้าเป็นแค่ร่องลึกชัดเจนเฉยๆ การฉีด filler อย่างเดียวก็เอาอยู่ครับ ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่คลินิกเพื่อประเมินอย่างละเอียดและแม่นยำที่สุดนะครับ

[คำเตือน] คนที่มีไขมันแก้มข้างหนา หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียว หน้าอาจดูใหญ่ขึ้นได้










ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,

ทำไมทำแค่ฝั่งเดียวแล้วร่องแลดูดูลึกขึ้น?

 

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาววัยทำงานช่วงอายุ 30 ต้นๆ

เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจคนหนึ่งครับ

 

คนไข้เล่าว่าได้ไปเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มมา 1cc จากคลินิกอื่น

"แต่พอเติมเสร็จแล้ว กลับรู้สึกเหมือนแก้มข้างๆ

มันยิ่งดูบวมขึ้นกว่าเดิม" ครับ

 

ผมเลยส่งกระจกให้คนไข้ดูไปด้วยกัน แล้วอธิบายว่า

 

นี่ไม่ใช่เพราะฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดหรอกครับ

แต่เป็นเคสที่จำเป็นต้องประเมินและรักษาไขมันแก้มด้านข้างควบคู่ไปด้วยต่างหาก

"ไม่ใช่ความผิดของฟิลเลอร์" ตัวการของร่องแก้มส่วนใหญ่คือ 'แก้มข้างที่หย่อนคล้อย' ไม่ใช่ร่องลึก

 

 










ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน,

ดูคล้ายกันใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้ว

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ

การเติมไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)

เข้าไปในร่องลึกข้างปีกจมูก (nasolabial fold) เพื่อลดระดับความต่างของผิว

 

แต่การสลายไขมันนั้นตรงกันข้ามเลยครับ

 

เป็นการลดไขมันส่วนเกินตรงบริเวณด้านนอกของร่องแก้ม (หรือช่วงแก้มที่หย่อนคล้อยลงมา)

โดยใช้ตัวยาหรือคลื่นวิทยุ (RF)

เพื่อสลายปริมาณไขมันตรงแก้มให้น้อยลง

 

หัตถการหนึ่งคือการ "เติมเติม" ส่วนอีกหัตถการคือการ "ลดทอน"

เรียกได้ว่ามีแนวทางการรักษาที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงครับ

ส่องกระจกแค่ 10 วินาที! วิธีเช็กว่าร่องแก้มของเราต้อง 'สลายไขมัน' ก่อนหรือไม่

 

 










เพราะปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจากแค่ตัวร่องเอง

แต่เป็นเรื่องของ 'ระดับที่ต่างกันกับผิวข้างๆ' ต่างหากครับ

 

ข้อมูลเจาะลึกจาก

หมอวี ยองจิน

 

ปัญหาร่องแก้มเกิดจากไขมันแก้มข้างๆ หนาเกินไปประมาณ 3~10mm

+ ร่วมกับปัญหาร่องข้างปีกจมูกที่ยุบตัวลง —

หากเติมฟิลเลอร์เฉพาะจุดตรงร่องข้างปีกจมูก จะยิ่งทำให้แก้มข้างๆ ดูนูนเด่นขึ้น

แต่ถ้าสลายไขมันอย่างเดียว ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่องแก้มดูเว้าลึกขึ้น

ดังนั้น ต้องทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน รอยต่อถึงจะเรียบเนียนหายไปครับ

 

ถ้าคุณเสิร์ชคำว่า "ฟิลเลอร์ร่องแก้ม vs สลายไขมัน"

แล้วคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้

เดาว่าน่าจะกำลังเปรียบเทียบอยู่ใช่ไหมครับ

ว่าวิธีไหนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน

 

แต่จริงๆ แล้ว การเปรียบเทียบแบบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คลาดเคลื่อนนิดหน่อยครับ

 

เพราะทั้งสองหัตถการนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน

แต่เป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหาคนละจุดกันครับ

 

สาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มดูคล้ำลึก

บ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากร่องแก้มที่ลึกขึ้นจริงๆ

แต่เกิดจากไขมันแก้มด้านข้างที่คล้อยลงมาหรือหนาขึ้น

จนทำให้เกิดรอยต่อระหว่างผิวที่ต่างระดับกัน

 

เมื่อบริเวณข้างปีกจมูกยุบตัวลง แต่แก้มข้างๆ กลับปูดนูนขึ้น

ความต่างระดับความสูงตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้มองเห็นเป็นเส้นริ้วรอยลึก

 

ตรงนี้หมอขออธิบายเรื่องประเภทของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ

เพราะฟิลเลอร์ที่ใช้ตรงร่องแก้มก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมดซะทีเดียว

 

  • Belotero

     

    มีโมเลกุลละเอียดและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับริ้วรอยตื้นๆ

 

  • Juvederm Volift/Voluma

     

    มีแรงยึดเกาะตัวสูง เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก

 

  • Neuramis/Restylane

     

    ใช้ปรับแต่งในระดับความลึกปานกลาง

 

หากดูตามไกด์ไลน์การฉีดฟิลเลอร์อย่าง MD Codes (Maurício de Maio code)

ในการแก้ปัญหาร่องแก้ม แพทย์จะพิจารณาจุด Ck1·Ck2 (โหนกแก้ม-แก้ม)

ควบคู่ไปกับจุด NL1·NL2 (เส้นร่องแก้ม) เสมอครับ

 

มันคือการยกพยุงจุดที่หย่อนคล้อยขึ้นมาก่อน

แล้วค่อยเก็บรายละเอียดตรงร่องแก้มตามลำดับครับ

 

ถ้าไม่ประเมินจุดนี้แล้วอัดฟิลเลอร์เข้าไปตรงร่องแก้มอย่างเดียว 1cc

ก็จะทำให้บริเวณใต้จมูกดูอูมแน่นขึ้น

แต่แก้มข้างๆ ยังคงหนาเท่าเดิม ส่งผลให้หน้ายิ่งดูบวมขึ้นได้ครับ

 

อย่างเคสคนไข้วัย 29 ปีที่มาพบหมอเมื่อเดือนก่อน

ก็มีปัญหาแก้มข้างๆ ค่อนข้างหนาอยู่แล้ว

แต่ได้รับการเติมฟิลเลอร์เฉพาะตรงร่องแก้มมา

ทำให้รอยต่อย้ายตำแหน่งไปอยู่จุดอื่นแทน

 

หลังจากที่หมอทำการสลายไขมันแก้มข้างๆ ออกไป 2 ครั้ง

ใบหน้าของคนไข้จึงกลับมาดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติขึ้นเฉยเลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

 

บ่อยครั้งที่ปัญหาร่องแก้มไม่ได้เกิดจาก 'ร่องลึก'

แต่เกิดจาก 'แก้มข้างๆ ที่มันนูนสูงกว่าปกติ' ครับ

 

ดังนั้นอย่าเปรียบเทียบแค่ว่าจะเลือก ฟิลเลอร์ vs สลายไขมัน อย่างใดอย่างหนึ่งเลยครับ

แต่ให้ลองเช็กก่อนว่าสาเหตุบนใบหน้าเราเกิดจากจุดไหนกันแน่

ซึ่งจริงๆ แล้ว มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างร่วมกัน

ลองกดข้างร่องริมฝีปากดู — ใครที่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเดียวก็ได้ผล vs ใครที่ต้องทำแบบผสมผสาน

 

 










กลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

และกลุ่มคนที่เหมาะกับการสลายไขมัน

ประเภท

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

สลายไขมัน

กลไกการทำงาน

เติมเต็มร่องที่บุ๋มด้วยไฮยาลูโรนิก

ลดไขมันส่วนเกินด้านข้างด้วยตัวยาหรือคลื่นความถี่วิทยุ

ผู้ที่เหมาะสม

ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มใต้ปีกจมูกยุบตัวลงดูซูบตอบ

ผู้ที่มีไขมันแก้มด้านข้างหนาและหย่อนคล้อยลงมา

ผลลัพธ์

เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ

ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์หลังจาก 2~4 สัปดาห์

ระยะเวลาผลลัพธ์

ประมาณ 9~15 เดือน

กึ่งถาวร (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัว)

ลองใช้นิ้วมือของคุณกดเบาๆ ตรงข้างปีกจมูกดูครับ

ถ้ารู้สึกว่าจุดที่กดลงไปนั้นดูลึกยิ่งกว่าตัวร่องแก้มปกติ

นั่นเป็นสัญญาณว่ามีไขมันตรงแก้มค่อนข้างหนาครับ

แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น และมีเพียงแค่เส้นร่องแก้มที่ชัดเจน

การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ

 

ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว

คุณอาจจะกำลังสงสัยสิ่งนี้อยู่

 

Q1. ถ้าอยากทำทั้งสองอย่าง สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหมคะ/ครับ?

A. หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำในวันเดียวกันครับ

ตัวยาสลายไขมันอาจจะทำให้เกิดอาการบวม

ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

หากเราดีไซน์และฉีดฟิลเลอร์ในขณะที่แก้มยังบวมอยู่ หลังจากรอยบวมยุบลง

ปริมาณฟิลเลอร์หรือตำแหน่งที่ฉีดไปอาจจะไม่พอดีหรือคลาดเคลื่อนได้ครับ

 

ตามหลักมาตรฐานทั่วไป หมอแนะนำให้สลายไขมันให้เรียบร้อยก่อน

แล้วค่อยมาเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์หลังจากนั้นประมาณ 4~6 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ

 

Q2. ถ้าเลือกทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

พอจะมีวิธีอื่นที่เห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งเดียวไหมคะ/ครับ?

A. สำหรับท่านที่มีไขมันแก้มข้างๆ หนาเพียงเล็กน้อย

ก็อาจจะใช้วิธีเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม

เพื่อดึงและยกกระชับรอยต่อของผิวขึ้นไปด้านบนได้ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากท่านที่มีชั้นไขมันแก้ม

หนาอย่างเห็นได้ชัด แล้วฝืนใช้วิธีนี้

อาจทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้นได้

ดังนั้นหมอจึงไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ครับ

 

Q3. ได้ยินมาว่าถ้าไขมันสลายตัวมากเกินไป

หน้าจะดูตอบเว้าเข้าไปเลยจริงไหมคะ/ครับ?

A. บอกตามตรงว่าเป็นไปได้ครับ

 

เพราะแบบนี้ หมอจึงนิยมแบ่งการรักษาออกเป็น 2~3 ครั้ง

มากกว่าที่จะสลายไขมันให้หมดในครั้งเดียวครับ

 

อาการเขียวช้ำหรือบวมจะคงอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์

และหลังจากทำหัตถการไป 1 สัปดาห์

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าร้อนๆ ก่อนนะครับ

 

หากวันนี้หมออยากให้คุณจดจำสิ่งสำคัญกลับไปสักเรื่องหนึ่ง

— ปัญหาร่องแก้มไม่ใช่คำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

แต่เป็นเรื่องของวิธีปรับ 'รอยต่อ' ระหว่างข้างปีกจมูกกับพวงแก้ม

ให้เรียบเนียนเสมอกันต่างหากครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะมาเจาะลึกเรื่อง 'ความต่างของผลลัพธ์เมื่อเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ vs 6 สัปดาห์

ในกรณีที่ทำฟิลเลอร์ร่วมกับการสลายไขมันแก้ม' กันนะครับ

 

ขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ถ้าทำหัตถการทั้งสองอย่างพร้อมกัน สามารถทำในวันเดียวกันได้ไหม?

 

A. ไม่แนะนำให้ทำในวันเดียวกัน

 

Q. ถ้าทำทั้งสองอย่าง ค่าใช้จ่ายจะเป็นสองเท่า มีวิธีที่เห็นผลได้ในครั้งเดียวไหม?

 

A. หากเป็นคนที่มีชั้นเนื้อบริเวณข้างเคียงหนาเพียงเล็กน้อย เราก็อาจเติมฟิลเลอร์บริเวณโหนกแก้ม-แก้ม เพื่อยกส่วนที่เป็นขั้นให้สูงขึ้นได้

 

Q. ได้ยินมาว่ายาละลายไขมันถ้าละลายมากเกินไปจะดับไปเลยเหรอ?

 

A. พูดตรงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ดังนั้นผมจึงไม่ทำให้เสร็จในครั้งเดียว แต่จะแบ่งทำเป็น 2-3 ครั้ง

 

Q. เราจะพอประเมินเองที่บ้านได้ไหมคะว่าปัญหาของเราเหมาะกับการทำ filler หรือการสลายไขมันมากกว่ากัน?

 

A. ลองใช้นิ้วกดตรงข้างร่องระหว่างจมูกกับริมฝีปากบนดูครับ ถ้ากดแล้วรู้สึกว่ายุบลงไปลึกกว่าร่องปกติ แสดงว่าไขมันด้านข้างค่อนข้างหนา แนะนำเป็นโปรแกรมสลายไขมันนะครับ แต่ถ้าเป็นแค่ร่องลึกชัดเจนเฉยๆ การฉีด filler อย่างเดียวก็เอาอยู่ครับ ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่คลินิกเพื่อประเมินอย่างละเอียดและแม่นยำที่สุดนะครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1