
ฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำ ถูกแค่ครึ่ง อาจเป็นเส้นเลือด?
ฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำ ถูกแค่ครึ่ง อาจเป็นเส้นเลือด?
ฟิลเลอร์แก้ใต้ตาคล้ำ ถูกแค่ครึ่ง อาจเป็นเส้นเลือด?
เรสทิเลน อายไลท์ ลดรอยคล้ำใต้ตา เติมวอลลุ่มรอบตา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ต้องรู้ก่อนทำ
ใต้ตาคล้ำ
แค่ฉีดฟิลเลอร์ก็พอ จริงหรือเปล่า
ถูกแค่ครึ่งเดียว

พอเปลี่ยนฤดูทีไร บริเวณรอบดวงตามักดูหมองเป็นพิเศษ
และคนที่บอกว่าใต้ตาดูลึกโหลก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ
เมื่ออุณหภูมิขึ้นๆ ลงๆ การไหลเวียนเลือดจะไม่สม่ำเสมอ
ผิวก็แห้งและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้นตามฤดูกาล
ทำให้สภาพผิวใต้ตาดูเด่นชัดกว่าเดิม
มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจค่ะ
"คุณหมอคะ หนูมีปัญหาใต้ตาคล้ำ
เลยมาฉีด EyeLight Restylane ค่ะ"
แต่พอนั่งตรวจใต้ตาจริงๆ แล้ว
บางคนเหมาะเริ่มจากฟิลเลอร์ก่อน
ขณะที่บางคนควรได้รับหัตถการอื่น
ก่อนฟิลเลอร์ค่ะ
ถ้าคุณอยากได้ทั้งการลดใต้ตาคล้ำ
และฟื้นฟูวอลุ่มรอบดวงตาไปพร้อมกัน
โครงสร้างใต้ตาต้องเข้าใจก่อนค่ะ
💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้
Q. EyeLight Restylane
ได้ผลจริงไหม?
A. หากใต้ตาคล้ำเกิดจากร่องใต้ตายุบลึก
(เงาใต้ตา) จะได้ผลดีค่ะ
แต่หากเกิดจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด ต้องรักษาแยกต่างหาก
Q. ทำไม Restylane ถึง
นิยมใช้เฉพาะใต้ตา?
A. เพราะขนาดอนุภาคและ
คุณสมบัติความหนืด-ยืดหยุ่น ถูกออกแบบให้เหมาะกับชั้นผิวบาง
ความเสี่ยงเป็นก้อนหรือเกิด Tyndall effect จึง
ต่ำกว่าเมื่อเทียบกันค่ะ
Q. ฉีดครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. จากประสบการณ์ของผม ใต้ตา
อยู่ได้ราว 6~12 เดือน ถือว่าเป็นจริงได้มากที่สุด
ในคนที่มีไขมันใต้ตายื่นมาก
วิธีอื่นมักควรมาก่อนฟิลเลอร์ค่ะ
ใต้ตาคล้ำ
ต้องแยกสาเหตุก่อน
จึงจะรักษาได้อย่างมีความหมาย
ใต้ตาคล้ำนั้น
ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ
โดยหลักๆ แบ่งได้ 3 ประเภท
แบบเงา (สูญเสียวอลุ่ม)
เกิดเงาจากใต้ตายุบลึก
แบบเม็ดสี
ผิวคล้ำจากการสะสมเมลานิน
แบบเส้นเลือด
ผิวบางจนเห็นเส้นเลือดด้านล่างโปร่งขึ้นมา
สิ่งที่ฟิลเลอร์ Restylane ช่วยได้คือ
ประเภทแรก คือแบบเงาค่ะ
ส่วนแบบเม็ดสีหรือแบบเส้นเลือด
ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบที่ต้นเหตุ
เพราะไม่ทำให้เม็ดสีหายไป
หรือทำให้เส้นเลือดที่เห็นชัดลดลง
ในความเป็นจริง มักมีหลายสาเหตุร่วมกัน
'แบบผสม' มีลูกค้ากลุ่มนี้มากกว่ามาก
จึงอาจต้อง
รักษาเม็ดสีหรือเส้นเลือดร่วมด้วยตามสภาพค่ะ
ทำไม Restylane
จึงนิยมใช้บริเวณใต้ตา

แต่ละผลิตภัณฑ์มีขนาดอนุภาค
การเชื่อมโยงโมเลกุล (cross-linking)
และความหนืด-ยืดหยุ่นที่ต่างกันทั้งหมด
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางที่สุด
หากฉีดฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงเกินไปอาจเป็นก้อน
หรือเกิด Tyndall effect ได้
คือปรากฏการณ์ที่ฟิลเลอร์ใต้ผิวหนัง
ถูกมองเห็นเป็นสีน้ำเงินจากการกระเจิงของแสงค่ะ
Restylane ถูกออกแบบด้วยอนุภาคขนาดเล็กและแรงยึดเกาะต่ำ
เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงเหล่านี้
(อ้างอิง: PubMed Hyaluronic Acid Filler Review, 2019)
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีไขมันใต้ตายื่นนูนออกมามาก
การฉีดฟิลเลอร์อาจทำให้
ความนูนยิ่งเด่นชัดขึ้นได้
คนกลุ่มนี้ควรพิจารณา การจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่
ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ
👨⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ.วียองจิน:
จากประสบการณ์ของผม ฟิลเลอร์ใต้ตา
ข้างละ ประมาณ 0.3~0.5cc
ในหลายรายแค่ปริมาณน้อยนิดก็เพียงพอแล้ว
ใต้ตานั้น การแก้ไขมากเกินไป (overcorrection)
คือสาเหตุหลักของผลข้างเคียงค่ะ
ฉีดให้น้อยกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย
แล้วดูผลหลัง 2~4 สัปดาห์ถือว่าปลอดภัยที่สุด
Tyndall effect สามารถละลายออกด้วย hyaluronidase ได้
แต่ไม่ให้เกิดตั้งแต่แรกย่อมดีกว่าอยู่แล้วค่ะ
แม้ใต้ตาจะดูยุบลึก
แต่ในหลายกรณีที่แท้จริงคือวอลุ่มบริเวณแก้ม (mid-face) ลดลง
จึงเป็นเหตุผลที่การรักษาร่วมกับบริเวณแก้มมักให้ผลเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ
ขั้นตอนการรักษา
และผลที่คาดหวังได้จริง
![[의사 소신] 다크서클 필러 1cc 다 넣으시나요?](https://framerusercontent.com/images/gNJ9uPzUGb0BIVwpScg5QqD9g.jpg)
ทาครีมชาทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้น
ตัวหัตถการใช้เวลา ประมาณ 10~15 นาที
วันแรก~3 วัน
เนื่องจากลักษณะเฉพาะของบริเวณใต้ตา อาจมีอาการบวมและช้ำได้ชัดเจน
1~2 สัปดาห์
อาการบวมลดลงและเซตตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
หลัง 4 สัปดาห์
เป็นช่วงเวลาตรวจผลลัพธ์สุดท้ายและพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาคงอยู่จากประสบการณ์ของผม
ประมาณ 6~12 เดือนถือว่าสมจริงที่สุด
บริเวณรอบดวงตามีการเคลื่อนไหวของสีหน้ามาก ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว
และมีความแตกต่างมากขึ้นอยู่กับความเร็วในการเผาผลาญและนิสัยการแสดงสีหน้าของแต่ละคน
ข้อเสียคือเรื่องราคา
ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศ
แต่สำหรับบริเวณที่บอบบางอย่างใต้ตา หากประหยัดในการเลือกผลิตภัณฑ์
อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขผลข้างเคียง
มากกว่าในภายหลัง ผมจึงไม่ยอมประนีประนอมในจุดนี้
กรณีเหล่านี้ต้องการแนวทาง
อื่นมากกว่าฟิลเลอร์
ผู้ที่มีไขมันใต้ตายื่นนูนมาก
ฟิลเลอร์อาจทำให้ความนูนยิ่งเด่นชัดขึ้น
ผู้ที่มีผิวบางมากและเห็นเส้นเลือดชัดเจน
ฟิลเลอร์อาจเห็นได้ชัดเจน
ผู้ที่มีการสะสมเม็ดสีเป็นสาเหตุหลัก
ควรรักษาด้วยเลเซอร์หรือการฟอกขาวก่อน
ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นมาก่อน
ต้องดูสภาพฟิลเลอร์ที่เหลืออยู่ก่อนตัดสินใจเพิ่มเติม
สรุปสาระสำคัญ
Restylane ได้ผลดีกับใต้ตาคล้ำแบบเงา
และต้องใช้ปริมาณน้อยอย่างละเอียดประณีต
จึงจะหลีกเลี่ยง Tyndall effect ได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฉีดแล้วใต้ตาจะสว่างขึ้นชัดเจนไหม?
A. เงาที่ลดลงจะเห็นผลชัดเจน
แต่สีผิวตัวเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงค่ะ
Q2. ต้องฉีดเป็นประจำไหม?
A. เนื่องจากสลายตัวในร่างกาย หากต้องการรักษาผลลัพธ์
โดยทั่วไปควรพิจารณาทำซ้ำทุก 6~12 เดือน
Q3. ฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้ก่อนหน้ายังเหลืออยู่
สามารถฉีดเพิ่มได้ไหม?
A. หากเพิ่มโดยไม่ตรวจดูสภาพฟิลเลอร์ที่เหลือก่อน อาจเป็นก้อนได้
กรุณาแจ้งประวัติการฉีดเดิมทุกครั้งที่มารับบริการค่ะ
หากมีข้อสงสัย
สามารถสอบถามทาง KakaoTalk ได้สบายๆ ก่อนเลยนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามครับ นี่คือ นพ.วีย็องจิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶คู่มือดูแลผิวก่อนแต่งงานแบบแบ่งตามวัน จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
▶เช็กลิสต์ความปลอดภัย 5 ข้อ ป้องกันอุบัติเหตุจากการวางยา Ultherapy
▶รอยแดงหลังลบสักคิ้ว 3 สาเหตุและวิธีแก้ไข
ใต้ตาคล้ำ
แค่ฉีดฟิลเลอร์ก็พอ จริงหรือเปล่า
ถูกแค่ครึ่งเดียว

พอเปลี่ยนฤดูทีไร บริเวณรอบดวงตามักดูหมองเป็นพิเศษ
และคนที่บอกว่าใต้ตาดูลึกโหลก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ
เมื่ออุณหภูมิขึ้นๆ ลงๆ การไหลเวียนเลือดจะไม่สม่ำเสมอ
ผิวก็แห้งและไวต่อการระคายเคืองมากขึ้นตามฤดูกาล
ทำให้สภาพผิวใต้ตาดูเด่นชัดกว่าเดิม
มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจค่ะ
"คุณหมอคะ หนูมีปัญหาใต้ตาคล้ำ
เลยมาฉีด EyeLight Restylane ค่ะ"
แต่พอนั่งตรวจใต้ตาจริงๆ แล้ว
บางคนเหมาะเริ่มจากฟิลเลอร์ก่อน
ขณะที่บางคนควรได้รับหัตถการอื่น
ก่อนฟิลเลอร์ค่ะ
ถ้าคุณอยากได้ทั้งการลดใต้ตาคล้ำ
และฟื้นฟูวอลุ่มรอบดวงตาไปพร้อมกัน
โครงสร้างใต้ตาต้องเข้าใจก่อนค่ะ
💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้
Q. EyeLight Restylane
ได้ผลจริงไหม?
A. หากใต้ตาคล้ำเกิดจากร่องใต้ตายุบลึก
(เงาใต้ตา) จะได้ผลดีค่ะ
แต่หากเกิดจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด ต้องรักษาแยกต่างหาก
Q. ทำไม Restylane ถึง
นิยมใช้เฉพาะใต้ตา?
A. เพราะขนาดอนุภาคและ
คุณสมบัติความหนืด-ยืดหยุ่น ถูกออกแบบให้เหมาะกับชั้นผิวบาง
ความเสี่ยงเป็นก้อนหรือเกิด Tyndall effect จึง
ต่ำกว่าเมื่อเทียบกันค่ะ
Q. ฉีดครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. จากประสบการณ์ของผม ใต้ตา
อยู่ได้ราว 6~12 เดือน ถือว่าเป็นจริงได้มากที่สุด
ในคนที่มีไขมันใต้ตายื่นมาก
วิธีอื่นมักควรมาก่อนฟิลเลอร์ค่ะ
ใต้ตาคล้ำ
ต้องแยกสาเหตุก่อน
จึงจะรักษาได้อย่างมีความหมาย
ใต้ตาคล้ำนั้น
ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ
โดยหลักๆ แบ่งได้ 3 ประเภท
แบบเงา (สูญเสียวอลุ่ม)
เกิดเงาจากใต้ตายุบลึก
แบบเม็ดสี
ผิวคล้ำจากการสะสมเมลานิน
แบบเส้นเลือด
ผิวบางจนเห็นเส้นเลือดด้านล่างโปร่งขึ้นมา
สิ่งที่ฟิลเลอร์ Restylane ช่วยได้คือ
ประเภทแรก คือแบบเงาค่ะ
ส่วนแบบเม็ดสีหรือแบบเส้นเลือด
ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบที่ต้นเหตุ
เพราะไม่ทำให้เม็ดสีหายไป
หรือทำให้เส้นเลือดที่เห็นชัดลดลง
ในความเป็นจริง มักมีหลายสาเหตุร่วมกัน
'แบบผสม' มีลูกค้ากลุ่มนี้มากกว่ามาก
จึงอาจต้อง
รักษาเม็ดสีหรือเส้นเลือดร่วมด้วยตามสภาพค่ะ
ทำไม Restylane
จึงนิยมใช้บริเวณใต้ตา

แต่ละผลิตภัณฑ์มีขนาดอนุภาค
การเชื่อมโยงโมเลกุล (cross-linking)
และความหนืด-ยืดหยุ่นที่ต่างกันทั้งหมด
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางที่สุด
หากฉีดฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงเกินไปอาจเป็นก้อน
หรือเกิด Tyndall effect ได้
คือปรากฏการณ์ที่ฟิลเลอร์ใต้ผิวหนัง
ถูกมองเห็นเป็นสีน้ำเงินจากการกระเจิงของแสงค่ะ
Restylane ถูกออกแบบด้วยอนุภาคขนาดเล็กและแรงยึดเกาะต่ำ
เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงเหล่านี้
(อ้างอิง: PubMed Hyaluronic Acid Filler Review, 2019)
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีไขมันใต้ตายื่นนูนออกมามาก
การฉีดฟิลเลอร์อาจทำให้
ความนูนยิ่งเด่นชัดขึ้นได้
คนกลุ่มนี้ควรพิจารณา การจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่
ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ
👨⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ.วียองจิน:
จากประสบการณ์ของผม ฟิลเลอร์ใต้ตา
ข้างละ ประมาณ 0.3~0.5cc
ในหลายรายแค่ปริมาณน้อยนิดก็เพียงพอแล้ว
ใต้ตานั้น การแก้ไขมากเกินไป (overcorrection)
คือสาเหตุหลักของผลข้างเคียงค่ะ
ฉีดให้น้อยกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย
แล้วดูผลหลัง 2~4 สัปดาห์ถือว่าปลอดภัยที่สุด
Tyndall effect สามารถละลายออกด้วย hyaluronidase ได้
แต่ไม่ให้เกิดตั้งแต่แรกย่อมดีกว่าอยู่แล้วค่ะ
แม้ใต้ตาจะดูยุบลึก
แต่ในหลายกรณีที่แท้จริงคือวอลุ่มบริเวณแก้ม (mid-face) ลดลง
จึงเป็นเหตุผลที่การรักษาร่วมกับบริเวณแก้มมักให้ผลเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ
ขั้นตอนการรักษา
และผลที่คาดหวังได้จริง
![[의사 소신] 다크서클 필러 1cc 다 넣으시나요?](https://framerusercontent.com/images/gNJ9uPzUGb0BIVwpScg5QqD9g.jpg)
ทาครีมชาทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้น
ตัวหัตถการใช้เวลา ประมาณ 10~15 นาที
วันแรก~3 วัน
เนื่องจากลักษณะเฉพาะของบริเวณใต้ตา อาจมีอาการบวมและช้ำได้ชัดเจน
1~2 สัปดาห์
อาการบวมลดลงและเซตตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
หลัง 4 สัปดาห์
เป็นช่วงเวลาตรวจผลลัพธ์สุดท้ายและพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติม
ระยะเวลาคงอยู่จากประสบการณ์ของผม
ประมาณ 6~12 เดือนถือว่าสมจริงที่สุด
บริเวณรอบดวงตามีการเคลื่อนไหวของสีหน้ามาก ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว
และมีความแตกต่างมากขึ้นอยู่กับความเร็วในการเผาผลาญและนิสัยการแสดงสีหน้าของแต่ละคน
ข้อเสียคือเรื่องราคา
ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ในประเทศ
แต่สำหรับบริเวณที่บอบบางอย่างใต้ตา หากประหยัดในการเลือกผลิตภัณฑ์
อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขผลข้างเคียง
มากกว่าในภายหลัง ผมจึงไม่ยอมประนีประนอมในจุดนี้
กรณีเหล่านี้ต้องการแนวทาง
อื่นมากกว่าฟิลเลอร์
ผู้ที่มีไขมันใต้ตายื่นนูนมาก
ฟิลเลอร์อาจทำให้ความนูนยิ่งเด่นชัดขึ้น
ผู้ที่มีผิวบางมากและเห็นเส้นเลือดชัดเจน
ฟิลเลอร์อาจเห็นได้ชัดเจน
ผู้ที่มีการสะสมเม็ดสีเป็นสาเหตุหลัก
ควรรักษาด้วยเลเซอร์หรือการฟอกขาวก่อน
ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นมาก่อน
ต้องดูสภาพฟิลเลอร์ที่เหลืออยู่ก่อนตัดสินใจเพิ่มเติม
สรุปสาระสำคัญ
Restylane ได้ผลดีกับใต้ตาคล้ำแบบเงา
และต้องใช้ปริมาณน้อยอย่างละเอียดประณีต
จึงจะหลีกเลี่ยง Tyndall effect ได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฉีดแล้วใต้ตาจะสว่างขึ้นชัดเจนไหม?
A. เงาที่ลดลงจะเห็นผลชัดเจน
แต่สีผิวตัวเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงค่ะ
Q2. ต้องฉีดเป็นประจำไหม?
A. เนื่องจากสลายตัวในร่างกาย หากต้องการรักษาผลลัพธ์
โดยทั่วไปควรพิจารณาทำซ้ำทุก 6~12 เดือน
Q3. ฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้ก่อนหน้ายังเหลืออยู่
สามารถฉีดเพิ่มได้ไหม?
A. หากเพิ่มโดยไม่ตรวจดูสภาพฟิลเลอร์ที่เหลือก่อน อาจเป็นก้อนได้
กรุณาแจ้งประวัติการฉีดเดิมทุกครั้งที่มารับบริการค่ะ
หากมีข้อสงสัย
สามารถสอบถามทาง KakaoTalk ได้สบายๆ ก่อนเลยนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามครับ นี่คือ นพ.วีย็องจิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶คู่มือดูแลผิวก่อนแต่งงานแบบแบ่งตามวัน จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
▶เช็กลิสต์ความปลอดภัย 5 ข้อ ป้องกันอุบัติเหตุจากการวางยา Ultherapy
▶รอยแดงหลังลบสักคิ้ว 3 สาเหตุและวิธีแก้ไข
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร
รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ
ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ
โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน
ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร
การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน
ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
