เรสทิเลน อายไลท์ ลดรอยคล้ำใต้ตา เติมวอลลุ่มรอบตา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ต้องรู้ก่อนทำ
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล หลายๆ คนมักจะเจอปัญหาผิวรอบดวงตาดูหมองคล้ำขึ้นเป็นพิเศษ
และใต้ตาดูโหลลึกแบนลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
เพราะอุณหภูมิที่สวิงขึ้นลงทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ปกติ
แถมยังเป็นช่วงที่ผิวแห้งและแพ้งายง่ายขึ้นไปอีก
ก็เลยยิ่งทำให้มองเห็นปัญหาผิวใต้ตาได้ชัดเจนขึ้นนั่นเองครับ
มีคำพูดหนึ่งที่หมอมักจะได้ยินบ่อยมากๆ ในห้องตรวจก็คือ
"คุณหมอคะ หนูอยากเข้าโปรแกรมฉีด Restylane Eyelight
แก้ปัญหาขอบตาดำคล้ำหน่อยค่ะ"
แต่พอคนไข้มานั่งตรวจดูใต้ตากันจริงๆ แล้ว
บางคนอาจจะเหมาะกับการใช้ฟิลเลอร์เป็นอันดับแรก
ในขณะที่บางคน ควรจะรักษาด้วยวิธีอื่น
ก่อนฟิลเลอร์จะตอบโจทย์กว่าครับ
หากคุณคาดหวังผลลัพธ์ทั้งการลดรอยคล้ำใต้ตา
และการเติมเต็มวอลลุ่มรอบดวงตาไปพร้อมๆ กัน
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้างใต้ตา กันก่อนนะครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. Restylane Eyelight
ได้ผลจริงไหมคะ?
A. ได้ผลดีมากๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหา
รอยคล้ำใต้ตาจากเงาดำ ที่เกิดจากใต้ตาโหลลึกครับ
แต่หากเกิดจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด จะต้องใช้วิธีการรักษาอื่นร่วมด้วยครับ
Q. ทำไม Restylane ถึงเป็นที่นิยม
สำหรับฉีดใต้ตาโดยเฉพาะครับ?
A. เพราะขนาดโมเลกุล และ
ความยืดหยุ่นหนืด (viscoelasticity) ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับชั้นผิวที่บอบบาง
ทำให้โอกาสที่จะเกิด การเป็นก้อน หรือปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall effect/ใต้ตาเป็นลำฟ้า)
ค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับตัวอื่นครับ
Q. ฉีดครั้งเดียวจะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. จากประสบการณ์ของหมอ สำหรับบริเวณใต้ตา
ระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน คือช่วงที่เห็นผลจริงครับ
สำหรับคนที่มีปัญหาถุงใต้ตานูนยื่นออกมาค่อนข้างมาก
การรักษาด้วยวิธีอื่นก่อนจะดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์ครับ
รอยดำคล้ำใต้ตา
ต้องแยกแยะที่สาเหตุก่อน
การทำหัตถการถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
ปัญหาใต้ตาคล้ำ
ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวเสมอไปนะครับ
โดยหลักๆ แล้วเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทครับ
ประเภทเงาดำ (สูญเสียปริมาตรชั้นผิว)
เกิดเงาจากการที่ใต้ตาทรุดตัวหรือโหลลึกลงไป
ประเภทเม็ดสี (Pigment)
ผิวใต้ตาเปลี่ยนสีเนื่องจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน
ประเภทเส้นเลือด (Vascular)
ผิวใต้ตาบางมากจนมองเห็นเส้นเลือดสีคล้ำด้านใต้ใสทะลุขึ้นมา
ซึ่งการใช้ฟิลเลอร์ Restylane จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาใน
ประเภทแรก คือประเภทเงาดำ ครับ
หากเป็นประเภทเม็ดสีหรือประเภทเส้นเลือด
ฟิลเลอร์จะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนะครับ
เพราะไม่ได้ช่วยให้พิกเมนต์สีจางลง
หรือช่วยลดการมองเห็นของเส้นเลือดได้โดยตรงครับ
ในความเป็นจริงแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่มักเป็นแบบ
'ผสม (Combined Type)' ค่อนข้างเยอะเลยครับ
ดังนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หมออาจจะแนะนำให้ทำเลเซอร์หรือรักษาร่วมกับหัตถการอื่นๆ ไปด้วยพร้อมกันครับ
ทำไมต้องเป็น Restylane
เมื่อต้องการดูแลผิวบริเวณใต้ตา

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะมีขนาดโมเลกุล,
เทคโนโลยีการเชื่อมไขว้ (cross-linking),
และความหนืดหนึบยืดหยุ่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
ผิวบริเวณใต้ตาถือเป็นจุดที่ผิวบางที่สุดในร่างกาย
ถ้าเราเลือกฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงเกินไปมาดีไซน์ตรงนี้ ก็อาจจะทำให้จับตัวเป็นก้อน
หรือเกิดปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall effect) ใต้ตาดูสะท้อนแสงเป็นสีอมฟ้าได้ง่ายขึ้นครับ
ซึ่งก็คือปรากฏการณ์การกระเจิงของแสงที่ทำให้เกิดลำแสงสีน้ำเงินอมเขียวใต้ผิวหนังตรงจุดที่ฉีดฟิลเลอร์นั่นเองครับ
แต่ Restylane ถูกออกแบบมาให้มีโมเลกุลขนาดเล็กและความหนาแน่นต่ำ
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ
(ข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์: PubMed Hyaluronic Acid Filler Review, 2019)
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาถุงใต้ตานูนปูดออกมาค่อนข้างมาก
หากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเพิ่ม ก็อาจจะยิ่งไปเน้น
รอยนูนเดิมให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นได้ครับ
ในกรณีนี้ หมอแนะนำให้พิจารณาการทำ ศัลยกรรมจัดเรียงไขมันใต้ตา (การจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่)
เป็นทางออกแรกจะเหมาะสมกว่านะครับ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดย หมอวี ยองจิน (ผอ.วี ยองจิน):
จากประสบการณ์ของหมอ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
มักจะใช้ปริมาณเพียงแค่ข้างละ 0.3~0.5cc เท่านั้น
การใช้เพียงปริมาณน้อยนิดก็มักจะให้ผลลัพธ์ที่เพียงพอและสวยงามแล้วครับ
การเติมใต้ตาที่ มากเกินไป (Overcorrection)
มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงและดูไม่เป็นธรรมชาติ
ดังนั้น การค่อยๆ เติมแบบพอดีๆ หรือขาดนิดหน่อย
แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์หลังทำในอีก 2-4 สัปดาห์ จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดครับ
แม้ว่าอาการ Tyndall effect จะสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase)
แต่แน่นอนว่าการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรกย่อมดีที่สุดครับ
ในบางเคสที่ดูเหมือนใต้ตาลึก
แต่จริงๆ แล้วสาเหตุอาจจะมาจากการขาดวอลลุ่มบริเวณแก้มส่วนส้ม (mid-face)
ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์บริเวณข้างแก้มควบคู่ไปด้วย
จะช่วยดึงให้ใบหน้าดูยกกระชับและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
ขั้นตอนการทำหัตถการ
และผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับจริงๆ
![[ความเชื่อของหมอ] ฉีดฟิลเลอร์แก้ขอบตาดำเต็ม 1cc เลยหรือ? "เหตุผลที่ผมยืนยันฉีดทีละน้อยแล้วค่อยรีทัช"](https://framerusercontent.com/images/gNJ9uPzUGb0BIVwpScg5QqD9g.jpg)
หลังจากแปะยาชาประมาณ 30 นาทีแล้ว
ตัวขั้นตอนการฉีดจริงๆ จะใช้เวลาเพียงแค่ 10-15 นาที เท่านั้นครับ
วันแรก ~ วันที่ 3
เนื่องจากผิวใต้ตามีความบอบบางมาก อาจจะมีอาการบวมช้ำขึ้นมาได้เป็นปกติครับ
สัปดาห์ที่ 1 ~ 2
อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลง และเนื้อฟิลเลอร์จะเริ่มผสานเข้ากับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หลังสัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป
ผลลัพธ์สุดท้ายจะเริ่มอยู่ตัวอย่างชัดเจน และสามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินการเติมเพิ่มเติมได้ในจุดนี้ครับ
สำหรับระยะเวลาคงผลลัพธ์จากประสบการณ์ของหมอ
จะอยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน ครับ
เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่เราขยับแสดงอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้เร็วกว่าปกติ
ซึ่งตรงนี้จะแตกต่างกันไปตามอัตราการเผาผลาญและพฤติกรรมการแสดงสีหน้าของแต่ละบุคคลด้วยครับ
ส่วนข้อเสียก็น่าจะเป็นเรื่องของราคาครับ
ถึงแม้ว่าฟิลเลอร์พรีเมียมนำเข้าจะมีราคาจองต่อซีซีที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์เกาหลีทั่วไป
แต่สำหรับจุดบอบบางระดับมิลลิเมตรอย่างใต้ตา หมอมองว่าเราไม่ควรเสี่ยงลดสเปกผลิตภัณฑ์
เพราะถ้าเกิดปัญหาตามหลัง ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและสลายฟิลเลอร์
อาจจะบานปลายยิ่งกว่าเดิมเยอะเลยครับ
สำหรับท่านที่มีปัญหาเหล่านี้
อาจจะต้องพิจารณาการรักษารูปแบบอื่นแทนฟิลเลอร์ครับ
ผู้ที่มีถุงใต้ตานูนยื่นออกมาค่อนข้างมาก
การฉีดฟิลเลอร์อาจจะยิ่งไปเน้นย้ำพื้นที่นูนให้บวมเด่นชัดขึ้น
ผู้ที่มีผิวใต้ตาบางมากๆ จนเห็นเส้นเลือดชัดเจน
ฟิลเลอร์อาจจะทำให้มองเห็นรอยต่อของชั้นผิวหรือเกิดสีสะท้อนแสงเปล่งออกมาได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่มีสาเหตุหลักมาจากเม็ดสีผิวคล้ำเสีย (Pigmentation)
ควรรักษาด้วยเลเซอร์หรือสกินแคร์ไวท์เทนนิ่งเป็นขั้นตอนแรกจะตรงจุดกว่าครับ
ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นค้างอยู่เดิม
จำเป็นต้องตรวจประเมินของเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ก่อน ถึงจะพิจารณาการเติมใหม่ได้อย่างปลอดภัยครับ
สรุปใจความสำคัญ
Restylane มีประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขรอยคล้ำใต้ตาจากเงาลึก
และต้องอาศัยฝีมือการดีไซน์อย่างละเอียดประณีตในปริมาณที่พอเหมาะ
เพื่อหลีกเลี่ยงปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall effect) หรือลำแสงสีน้ำเงินใต้ผิวหนังครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฉีดแล้วใต้ตาจะกระจ่างใสขึ้นชัดเจนเลยไหมคะ?
A. รอยเงาความโหลลึกจะลดลง ทำให้ใต้ตาดูสว่างและสดใสขึ้นทันทีในเชิงมิติแสง
แต่ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเฉดสีผิวของเมลาโนไซต์ของตัวคนไข้เองนะครับ
Q2. จำเป็นต้องเข้ามาฉีดอย่างสม่ำเสมอไหมคะ?
A. เนื่องจากฟิลเลอร์สามารถสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ หากต้องการคงผลลัพธ์ความเป๊ะเอาไว้
โดยทั่วไปแนะนำให้มาฉีดซ้ำทุกๆ 6-12 เดือน ครับผม
Q3. มีฟิลเลอร์เก่าที่เคยฉีดไว้เหลือนิดหน่อย
สามารถฉีดเติมเพิ่มเข้าไปได้เลยไหมคะ?
A. หากเติมฟิลเลอร์ใหม่เข้าไปโดยไม่ประเมินฟิลเลอร์เก่าที่เหลืออยู่ อาจทำให้เกิดพังผืดหรือเป็นก้อนชนกันได้ครับ
ตอนที่เข้ามาปรึกษา รบกวนแจ้งประวัติการฉีดครั้งก่อนให้คุณหมอทราบโดยละเอียดด้วยนะครับ
หากมีข้อสงสัยหรืออยากประเมินรูปหน้าเบื้องต้น
สามารถทักเข้ามาปรึกษาผ่านช่องทาง LINE ส่วนตัวของคลินิกได้ตลอดเลยนะครับ
บทความนี้จัดทำโดย หมอวี ยองจิน ครับ ขอบคุณครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶ไกด์ดูแลผิวเจ้าสาวก่อนแต่งงานแบบแบ่งตามวัน จัดตารางให้โดยแพทย์เฉพาะทางโดยตรง
▶5 เช็กลิสต์ความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุจากการดมยาสลบขณะทำ Ulthera
▶รอยแดงตกค้างจากการลบคิ้วสัก 3 สาเหตุและวิธีแก้ไข
▶สถานที่ตั้ง Beautystone คลินิก สาขาฮับจอง
▶Seoul LDM Hongdae ได้ผลลัพธ์ที่ดีจริงกับ 5 ปัญหาผิวยอดฮิตหรือไม่?

ลบรอยสัก
หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง
หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

ร่างกาย
ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?
ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

กำจัดขน
สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?
สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

ยกกระชับ
ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน
หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

ยกกระชับ
หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม
หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย



