ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ

CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ

CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ

CELLREDM ฟื้นฟูผิว เติมวอลุ่ม ผลลัพธ์ต่างกันแต่ละเคส พร้อมข้อควรระวังจากประสบการณ์จริงในคลินิก

ก่อนทำ CelerDerm

5 ข้อที่ต้องรู้

— เงื่อนไขที่แท้จริงของ

ผลลัพธ์งานผิวเด็กและเพิ่มวอลลุ่ม

 

จากรีวิว CelerDerm มากมายบนโลกออนไลน์

บางคนก็บอกว่าเป็น "หัตถการเปลี่ยนชีวิต"

แต่บางคนกลับตั้งคำถามว่า "หรือสูสู Rejuran ไม่ได้?"

 

ทั้งที่ใช้ตัวยาเดียวกัน

ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันสุดขั้วขนาดนี้คะ?

 

ตัวการไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ทำหรอกค่ะ

แต่มันขึ้นอยู่กับ 'สภาพผิว' ของแต่ละคนต่างหาก

 

ก็เหมือนกับทรงผมนี้
ที่ทำแล้วเข้ากับเราคนเดียว

 

คนที่ความจริงแล้วต้องการ CelerDerm มากที่สุด

เขาถูกกำหนดไว้แล้วต่างหากค่ะ

 

วันนี้ หมอจะมาเผยเกณฑ์ที่ชัดเจนนั้น

พร้อมบอกตรงๆ จากมุมมองของหมอว่าผิวแบบไหนที่ฉีดแล้ว

จะคุ้มค่าเงินที่สุด ไม่เสียเงินเปล่าแน่นอนค่ะ

 

💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้

 

Q. ช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวและเพิ่มวอลลุ่ม

ได้จริงไหมคะ?

A. ช่วยได้จริงครับ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันพอสมควร ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้ง

และเทคนิคการลงตัวยาในแต่ละบุคคลครับ

 

Q. แตกต่างจาก Rejuran หรือ Exosome

อย่างไรบ้างคะ?

A. มีส่วนประกอบหลักและกลไกการทำงานที่ต่างกันครับ

บางเคสอาจใช้ควบคู่กันเพื่อเสริมฤทธิ์กัน

หรือบางเคสก็เลือกทำเดี่ยวๆ ครับ

 

Q. CelerDerm มีข้อเสียไหมคะ?

A. มีครับ

เนื่องจากเป็น Acellular Dermal Matrix (ADM) ที่มาจากชั้นผิวหนังแท้ของมนุษย์,

และเรื่องความชุ่มชื้นที่อาจจะยังไม่เต็มที่รึเปล่า?

หมอจะมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมาในบทความนี้ครับ

 

ก่อนจะรู้ว่า CelerDerm คืออะไร

— ส่วนผสมสำคัญกว่า

ชื่อเรียกซะอีกนะ

"성분을 알면 돈을 안 버립니다" PN과 HA가 만난 셀르디엠의 의학적 메커니즘

 

หมอมักจะเน้นย้ำเสมอว่า ให้เริ่มเช็กจาก

"ส่วนผสมข้างในมีอะไรบ้าง" เป็นอันดับแรกครับ

 

CelerDerm นั้น

ทำมาจากเนื้อเยื่อผิวหนังแท้ (Acellular Dermal Matrix - ADM)

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ส่วนผสมที่จำลองโครงสร้างผิวชั้นนอกขึ้นมาใหม่ครับ

ซึ่งประกอบไปด้วย ไฮยาลูรอนิกแอซิด คอลลาเจน และอีลาสตินนั่นเอง

 

มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน PubMed รับรองรองรับว่า

สารตัวนี้ที่เคยใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

 

ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและปรับปรุงความชุ่มชื้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

บวกกับส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกแอซิด

ทำให้โครงสร้างนี้ไม่ใช่แค่การฟื้นฟูผิวธรรมดา

แต่ยังช่วยคาดหวังผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูและกักเก็บความชุ่มชื้นได้พร้อมๆ กันครับ

 

ความต่างของสัดส่วนความเข้มข้น ความเสถียรของสูตรยา

และเทคนิคการฉีด

คือสิ่งที่ทำให้ตัวนี้โดดเด่นและแตกต่างจากผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN ตัวอื่นอย่างชัดเจนครับ

 

👨‍⚕️ บันทึกการรักษาจริง

ของ หมอวี ยองจิน

 

จากประสบการณ์ของหมอ CelerDerm

ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากสำหรับผู้ที่สูญเสียความสามารถในการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ,

รวมถึงผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดวอลลุ่มในชั้นตื้นและความยืดหยุ่นลดลงครับ

 

โดยทั่วไป หมอจะแนะนำคอร์สพื้นฐานคือ

ทำ 1-3 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 4 สัปดาห์

 

และหลังจากนั้น เพื่อคงความกระชับและวอลลุ่มของผิวไว้ยาวนาน

แนะนำให้กลับมาทำซ้ำ

ประมาณไตรมาสละครั้งครับ

 

แต่ในกรณีที่มีสิวอักเสบรุนแรง

ต้องปรับตารางเวลาเลี่ยงช่วงนั้นไปก่อนนะครับ

 

CelerDerm vs Rejuran

— ต่างกันอย่างไร

แบบเจาะลึกตรงๆ

리쥬란과 셀르디엠, 뭐가 더 좋은가요? "결국 결이냐 볼륨이냐의 차이입니다"

 

Rejuran คือ PN

 

CelerDerm คือ ADM

 

ถ้าหาก Rejuran มุ่งเน้นไปที่ 'การฟื้นฟูเซลล์ผิว' เป็นหลัก

CelerDerm จะตอบโจทย์คนที่มองหาการฟื้นฟูผิวควบคู่กับงานเติมเต็มวอลลุ่มทันทีหลังทำมากกว่าครับ

 

ซึ่งเรื่องนี้พูดยากครับ เพราะไม่มีตัวไหนที่

ดีที่สุดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับทุกคน

 

เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันออกไปครับ

 

ดังนั้น บางครั้งหมอจึงใช้เทคนิคผสมผสาน (Combination)

โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานเน้นเรื่องการฟื้นฟูผิวก่อน

แล้วค่อยเสริมงานเติมวอลลุ่มตามเข้าไปภายหลังครับ

 

ผิวแบบไหนที่ทำแล้วปัง

และผิวแบบไหน

ที่ควรเลี่ยง?

[실전 가이드] 재생에 집중할까, 얕은 볼륨까지 채울까? 상황별 시술 선택 공식





เคสที่หมอแนะนำ

  • ผู้ที่มีผิวขาดความยืดหยุ่นและดูหมองคล้ำ

  • ผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตอบ ขาดวอลลุ่มบริเวณแก้มชั้นตื้น

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนหลังจากทำเลเซอร์

 

เคสที่ควรใช้วิธีการรักษาแบบอื่น

  • ผู้สูญเสียเนื้อเยื่อไขมันชั้นลึกทำให้หน้าตอบรุนแรง (หมอแนะนำให้ทำ filler แทน)

  • ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากแรงโน้มถ่วง (หมอแนะนำโปรแกรมยกกระชับ lifting แทน)

  • ช่วงที่มีสิวอักเสบเห่อรุนแรง

 

สรุปใจความสำคัญ

CelerDerm โดดเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และเติมความอิ่มฟูในชั้นตื้น

แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยรุนแรงหรือผิวบุ๋มลึกมากๆ ครับ

 

เจาะลึกข้อเสียกันตรงๆ

— เรื่องนี้ต้อง

รู้ล่วงหน้าก่อนทำด้วยนะ

แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียวนะคะ

 

ข้อแรกคือ ระยะเวลาของผลลัพธ์ค่ะ

 

เนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ถาวร

จากประสบการณ์ของหมอ ผลลัพธ์จะพีคสุดในช่วง

4-8 สัปดาห์แรก และหลังจากนั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติค่ะ

 

ข้อสองคือ เรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ (ขำแห้ง)

 

เพราะคอร์สพื้นฐานต้องทำอย่างน้อย 3-4 ครั้ง

จึงต้องคำนวณงบประมาณโดยรวมไว้ล่วงหน้าก่อนนะคะ

 

ข้อสามคือ อาการหลังทำทันทีค่ะ

 

เนื่องจากเป็นการฉีดเข้าร่างกาย อาจมีอาการบวมแดงหรือรอยเข็มเล็กๆ

นอนพักฟื้นประมาณ 2-3 วันก็จะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนคือ อ่อนโยนระคายเคืองผิวน้อยกว่าเลเซอร์

และสามารถนำมาทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ง่ายมากด้วยค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. สามารถฟื้นฟูผิวและเติมวอลลุ่มไปพร้อมๆ กัน

ได้จริงหรือคะ?

A. ได้จริงครับ โดยคุณจะรู้สึกถึงวอลลุ่มผิวที่อิ่มฟูขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกๆ

ส่วนกระบวนการสร้างผิวใหม่ให้แข็งแรงจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อทำครบรอบโปรแกรมครับ

อยากให้ทำความเข้าใจว่าสองกลไกนี้มี Timeline ที่ต่างกันนะครับ

 

Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลคะ?

A. จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป

ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ

เนื่องจากการตอบสนองของผิวแต่ละคนต่างกัน

การเข้ามาตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q3. สามารถทำร่วมกับ

หัตถการอื่นๆ ได้ไหมคะ?

A. ได้แน่นอนครับ การทำหลังการรักษาด้วยเครื่องพลังงานความร้อนต่างๆ (เช่น เลเซอร์)

เพื่อวัตถุประสงค์ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว

จะช่วยเสริมประสิทธิภาพกันและกันได้ยอดเยี่ยมมากครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม

สามารถสอบถามเข้ามาทาง KakaoTalk ได้เลยนะคะ

ผม หมอวี ยองจิน ขอบคุณครับ

 

บทความน่าอ่านร่วมกัน

เลเซอร์กำจัดหนวดเครา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะหมดไปจริงๆ?

[Beautystone] ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามทุกๆ 3 เดือน ทำไมหมอถึงไม่แนะนำ?

หน้าตอบ ขมับบุ๋ม เติมฟิลเลอร์ขมับดีไหม? เจาะลึกความจริงเรื่องอาการข้างเคียงและระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Radiesse

รวม 10 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Shurink Universe เคลียร์ชัดโดยคุณหมอโดยตรง

[คอลัมน์โดยหมอวี ยองจิน] เจาะลึกความจริงเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ Juvelook แบบไม่อิงโฆษณาชวนเชื่อ

ก่อนทำ CelerDerm

5 ข้อที่ต้องรู้

— เงื่อนไขที่แท้จริงของ

ผลลัพธ์งานผิวเด็กและเพิ่มวอลลุ่ม

 

จากรีวิว CelerDerm มากมายบนโลกออนไลน์

บางคนก็บอกว่าเป็น "หัตถการเปลี่ยนชีวิต"

แต่บางคนกลับตั้งคำถามว่า "หรือสูสู Rejuran ไม่ได้?"

 

ทั้งที่ใช้ตัวยาเดียวกัน

ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันสุดขั้วขนาดนี้คะ?

 

ตัวการไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ทำหรอกค่ะ

แต่มันขึ้นอยู่กับ 'สภาพผิว' ของแต่ละคนต่างหาก

 

ก็เหมือนกับทรงผมนี้
ที่ทำแล้วเข้ากับเราคนเดียว

 

คนที่ความจริงแล้วต้องการ CelerDerm มากที่สุด

เขาถูกกำหนดไว้แล้วต่างหากค่ะ

 

วันนี้ หมอจะมาเผยเกณฑ์ที่ชัดเจนนั้น

พร้อมบอกตรงๆ จากมุมมองของหมอว่าผิวแบบไหนที่ฉีดแล้ว

จะคุ้มค่าเงินที่สุด ไม่เสียเงินเปล่าแน่นอนค่ะ

 

💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้

 

Q. ช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวและเพิ่มวอลลุ่ม

ได้จริงไหมคะ?

A. ช่วยได้จริงครับ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันพอสมควร ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้ง

และเทคนิคการลงตัวยาในแต่ละบุคคลครับ

 

Q. แตกต่างจาก Rejuran หรือ Exosome

อย่างไรบ้างคะ?

A. มีส่วนประกอบหลักและกลไกการทำงานที่ต่างกันครับ

บางเคสอาจใช้ควบคู่กันเพื่อเสริมฤทธิ์กัน

หรือบางเคสก็เลือกทำเดี่ยวๆ ครับ

 

Q. CelerDerm มีข้อเสียไหมคะ?

A. มีครับ

เนื่องจากเป็น Acellular Dermal Matrix (ADM) ที่มาจากชั้นผิวหนังแท้ของมนุษย์,

และเรื่องความชุ่มชื้นที่อาจจะยังไม่เต็มที่รึเปล่า?

หมอจะมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมาในบทความนี้ครับ

 

ก่อนจะรู้ว่า CelerDerm คืออะไร

— ส่วนผสมสำคัญกว่า

ชื่อเรียกซะอีกนะ

"성분을 알면 돈을 안 버립니다" PN과 HA가 만난 셀르디엠의 의학적 메커니즘

 

หมอมักจะเน้นย้ำเสมอว่า ให้เริ่มเช็กจาก

"ส่วนผสมข้างในมีอะไรบ้าง" เป็นอันดับแรกครับ

 

CelerDerm นั้น

ทำมาจากเนื้อเยื่อผิวหนังแท้ (Acellular Dermal Matrix - ADM)

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ส่วนผสมที่จำลองโครงสร้างผิวชั้นนอกขึ้นมาใหม่ครับ

ซึ่งประกอบไปด้วย ไฮยาลูรอนิกแอซิด คอลลาเจน และอีลาสตินนั่นเอง

 

มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน PubMed รับรองรองรับว่า

สารตัวนี้ที่เคยใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

 

ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและปรับปรุงความชุ่มชื้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

บวกกับส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกแอซิด

ทำให้โครงสร้างนี้ไม่ใช่แค่การฟื้นฟูผิวธรรมดา

แต่ยังช่วยคาดหวังผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูและกักเก็บความชุ่มชื้นได้พร้อมๆ กันครับ

 

ความต่างของสัดส่วนความเข้มข้น ความเสถียรของสูตรยา

และเทคนิคการฉีด

คือสิ่งที่ทำให้ตัวนี้โดดเด่นและแตกต่างจากผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN ตัวอื่นอย่างชัดเจนครับ

 

👨‍⚕️ บันทึกการรักษาจริง

ของ หมอวี ยองจิน

 

จากประสบการณ์ของหมอ CelerDerm

ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากสำหรับผู้ที่สูญเสียความสามารถในการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ,

รวมถึงผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดวอลลุ่มในชั้นตื้นและความยืดหยุ่นลดลงครับ

 

โดยทั่วไป หมอจะแนะนำคอร์สพื้นฐานคือ

ทำ 1-3 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 4 สัปดาห์

 

และหลังจากนั้น เพื่อคงความกระชับและวอลลุ่มของผิวไว้ยาวนาน

แนะนำให้กลับมาทำซ้ำ

ประมาณไตรมาสละครั้งครับ

 

แต่ในกรณีที่มีสิวอักเสบรุนแรง

ต้องปรับตารางเวลาเลี่ยงช่วงนั้นไปก่อนนะครับ

 

CelerDerm vs Rejuran

— ต่างกันอย่างไร

แบบเจาะลึกตรงๆ

리쥬란과 셀르디엠, 뭐가 더 좋은가요? "결국 결이냐 볼륨이냐의 차이입니다"

 

Rejuran คือ PN

 

CelerDerm คือ ADM

 

ถ้าหาก Rejuran มุ่งเน้นไปที่ 'การฟื้นฟูเซลล์ผิว' เป็นหลัก

CelerDerm จะตอบโจทย์คนที่มองหาการฟื้นฟูผิวควบคู่กับงานเติมเต็มวอลลุ่มทันทีหลังทำมากกว่าครับ

 

ซึ่งเรื่องนี้พูดยากครับ เพราะไม่มีตัวไหนที่

ดีที่สุดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับทุกคน

 

เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันออกไปครับ

 

ดังนั้น บางครั้งหมอจึงใช้เทคนิคผสมผสาน (Combination)

โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานเน้นเรื่องการฟื้นฟูผิวก่อน

แล้วค่อยเสริมงานเติมวอลลุ่มตามเข้าไปภายหลังครับ

 

ผิวแบบไหนที่ทำแล้วปัง

และผิวแบบไหน

ที่ควรเลี่ยง?

[실전 가이드] 재생에 집중할까, 얕은 볼륨까지 채울까? 상황별 시술 선택 공식





เคสที่หมอแนะนำ

  • ผู้ที่มีผิวขาดความยืดหยุ่นและดูหมองคล้ำ

  • ผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาและรอบริมฝีปาก

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตอบ ขาดวอลลุ่มบริเวณแก้มชั้นตื้น

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนหลังจากทำเลเซอร์

 

เคสที่ควรใช้วิธีการรักษาแบบอื่น

  • ผู้สูญเสียเนื้อเยื่อไขมันชั้นลึกทำให้หน้าตอบรุนแรง (หมอแนะนำให้ทำ filler แทน)

  • ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากแรงโน้มถ่วง (หมอแนะนำโปรแกรมยกกระชับ lifting แทน)

  • ช่วงที่มีสิวอักเสบเห่อรุนแรง

 

สรุปใจความสำคัญ

CelerDerm โดดเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และเติมความอิ่มฟูในชั้นตื้น

แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยรุนแรงหรือผิวบุ๋มลึกมากๆ ครับ

 

เจาะลึกข้อเสียกันตรงๆ

— เรื่องนี้ต้อง

รู้ล่วงหน้าก่อนทำด้วยนะ

แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียวนะคะ

 

ข้อแรกคือ ระยะเวลาของผลลัพธ์ค่ะ

 

เนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ถาวร

จากประสบการณ์ของหมอ ผลลัพธ์จะพีคสุดในช่วง

4-8 สัปดาห์แรก และหลังจากนั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติค่ะ

 

ข้อสองคือ เรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ (ขำแห้ง)

 

เพราะคอร์สพื้นฐานต้องทำอย่างน้อย 3-4 ครั้ง

จึงต้องคำนวณงบประมาณโดยรวมไว้ล่วงหน้าก่อนนะคะ

 

ข้อสามคือ อาการหลังทำทันทีค่ะ

 

เนื่องจากเป็นการฉีดเข้าร่างกาย อาจมีอาการบวมแดงหรือรอยเข็มเล็กๆ

นอนพักฟื้นประมาณ 2-3 วันก็จะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนคือ อ่อนโยนระคายเคืองผิวน้อยกว่าเลเซอร์

และสามารถนำมาทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ง่ายมากด้วยค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. สามารถฟื้นฟูผิวและเติมวอลลุ่มไปพร้อมๆ กัน

ได้จริงหรือคะ?

A. ได้จริงครับ โดยคุณจะรู้สึกถึงวอลลุ่มผิวที่อิ่มฟูขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกๆ

ส่วนกระบวนการสร้างผิวใหม่ให้แข็งแรงจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อทำครบรอบโปรแกรมครับ

อยากให้ทำความเข้าใจว่าสองกลไกนี้มี Timeline ที่ต่างกันนะครับ

 

Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลคะ?

A. จากประสบการณ์ของหมอ แนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป

ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ

เนื่องจากการตอบสนองของผิวแต่ละคนต่างกัน

การเข้ามาตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ

 

Q3. สามารถทำร่วมกับ

หัตถการอื่นๆ ได้ไหมคะ?

A. ได้แน่นอนครับ การทำหลังการรักษาด้วยเครื่องพลังงานความร้อนต่างๆ (เช่น เลเซอร์)

เพื่อวัตถุประสงค์ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว

จะช่วยเสริมประสิทธิภาพกันและกันได้ยอดเยี่ยมมากครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม

สามารถสอบถามเข้ามาทาง KakaoTalk ได้เลยนะคะ

ผม หมอวี ยองจิน ขอบคุณครับ

 

บทความน่าอ่านร่วมกัน

เลเซอร์กำจัดหนวดเครา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะหมดไปจริงๆ?

[Beautystone] ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามทุกๆ 3 เดือน ทำไมหมอถึงไม่แนะนำ?

หน้าตอบ ขมับบุ๋ม เติมฟิลเลอร์ขมับดีไหม? เจาะลึกความจริงเรื่องอาการข้างเคียงและระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Radiesse

รวม 10 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Shurink Universe เคลียร์ชัดโดยคุณหมอโดยตรง

[คอลัมน์โดยหมอวี ยองจิน] เจาะลึกความจริงเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ Juvelook แบบไม่อิงโฆษณาชวนเชื่อ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1