
CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ
CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ
CELLREDM ฟื้นฟู+เพิ่มวอลุ่ม 5 ข้อต้องเช็กก่อนทำ
CELLREDM ฟื้นฟูผิว เติมวอลุ่ม ผลลัพธ์ต่างกันแต่ละเคส พร้อมข้อควรระวังจากประสบการณ์จริงในคลินิก
5 สิ่งที่ต้องรู้
ก่อนทำหัตถการ CelleDM
— เงื่อนไขที่แท้จริงของ
ผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูและวอลุ่ม
รีวิว CelleDM มากมายที่ลอยอยู่บนโลกออนไลน์
บางคนบอกว่าเป็น "หัตถการเปลี่ยนชีวิต"
บางคนก็บอกว่า "Rejuran ชนะขาด?"
ทั้งที่ใช้ตัวยาเดียวกัน
ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกันสุดขั้วแบบนี้?
ตัวการไม่ใช่อุปกรณ์ทำหัตถการ
แต่คือ 'สภาพผิว' ของคุณเอง
เหมือนทรงผมนี้
ที่เหมาะกับบางคนเท่านั้น
คนที่จำเป็นต้องใช้ CelleDMเป็นพิเศษ
ก็มีเกณฑ์ชัดเจนอยู่ครับ
วันนี้ผมจะบอกเกณฑ์ที่ชัดเจนเหล่านั้น
พร้อมอธิบายว่าควรทำในสภาพผิวแบบไหน
ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเงิน
แบบตรงไปตรงมาจากมุมมองแพทย์
💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้
Q. ช่วยเรื่องการฟื้นฟูและเพิ่มวอลุ่ม
ได้ผลจริงไหม?
A. ได้ผลครับ แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างพอสมควรตามสภาพผิว ช่วงห่างการทำ
และวิธีการฉีดหรือลงตัวยา
Q. ต่างจาก Rejuran หรือ Exosome
อย่างไร?
A. แตกต่างกันทั้งฐานส่วนผสมและกลไกการออกฤทธิ์
บางกรณีใช้แบบผสมร่วมกัน
บางกรณีก็เลือกใช้แบบเดี่ยว
Q. CelleDM มีข้อเสียไหม?
A. มีครับ
ตรงที่เป็นชั้นหนังแท้จากผู้บริจาค (Human Allograft Dermal Matrix)
และความชุ่มชื้นที่อาจยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ
เดี๋ยวผมจะพูดกันแบบตรง ๆ ในเนื้อหาครับ
เริ่มจาก CelleDM คืออะไร
— ส่วนผสมสำคัญกว่าชื่อ

ผมจะบอกเสมอว่าให้เช็กก่อนว่า
"มีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง"
CelleDM คือ
ชั้นหนังแท้จากผู้บริจาค (Human Allograft Dermal Matrix)
ที่ผ่านการสร้างโครงสร้างใหม่
ลองนึกภาพว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวชั้นลึก
ได้แก่ ไฮยาลูรอนิกแอซิด คอลลาเจน และอีลาสติน
แม้แต่ในงานวิจัยที่ขึ้นทะเบียนในPubMed
สารนี้ที่เคยใช้เพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ก็มีข้อมูลสะสมอย่างต่อเนื่องว่า
ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นได้
และเมื่อไฮยาลูรอนิกแอซิดจากองค์ประกอบของ ADM
ถูกรวมอยู่ในสูตรด้วย
จึงเป็นโครงสร้างที่คาดหวังได้ทั้งความอิ่มฟูและการกักเก็บความชุ่มชื้น
นอกเหนือจากแค่การฟื้นฟูเพียงอย่างเดียว
สัดส่วนความเข้มข้นและความเสถียรของสูตร
รวมถึงความต่างของวิธีลงตัวยา
ทำให้แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ PN อื่น ๆ
👨⚕️ บันทึกภาคปฏิบัติจากผอ.วี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของผม CelleDM
ตอบสนองได้ดีในคนที่ความสามารถในการฟื้นฟูลดลงมาก
และผู้ที่เริ่มมีวอลุ่มผิวชั้นตื้นลดลงและความยืดหยุ่นเสื่อมถอย
ครับ
ปกติจะวางแผนห่างกัน 4 สัปดาห์
1–3 ครั้งเป็นพื้นฐาน
หลังจากนั้นเพื่อรักษาความยืดหยุ่นและวอลุ่ม
แนะนำให้มาบำรุงต่อเนื่อง
ประมาณไตรมาสละครั้งครับ
แต่หากอยู่ในช่วงที่มีสิวอักเสบรุนแรง
ต้องปรับเวลาการทำก่อนนะครับ
CelleDM vs Rejuran
— ต่างกันอย่างไร พูดตรง ๆ เลย

Rejuran คือPN
CelleDM คือADM
ถ้า Rejuran มุ่งเน้น 'การฟื้นฟูเซลล์' โดยตรง
CelleDM จะเน้นไปที่การฟื้นฟู + วอลุ่มที่เห็นผลทันที
มากกว่า
จริง ๆ แล้วมันละเอียดอ่อน เพราะยากที่จะบอกว่าอะไร
ดีกว่ากันอย่างเด็ดขาด
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยครับ
ดังนั้นผมจึงเริ่มจากการสร้างรากฐานด้านการฟื้นฟูก่อน
แล้วค่อยเสริมวอลุ่มในภายหลัง
แบบผสมผสานครับ
เหมาะกับใคร
และใครควรหลีกเลี่ยง?
![[실전 가이드] 재생에 집중할까, 얕은 볼륨까지 채울까? 상황별 시술 선택 공식](https://framerusercontent.com/images/CcL2s2kTzuYCaAJjMrxCKoVyVY.jpg)
กรณีที่แนะนำ:
ผิวหย่อนคล้อยและดูหมองคล้ำ
ต้องการดูแลริ้วรอยตื้นรอบดวงตาและริมฝีปาก
เริ่มมีวอลุ่มบริเวณแก้มลดลงเล็กน้อย
ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็วหลังทำเลเซอร์
กรณีที่ต้องใช้วิธีอื่น:
ไขมันชั้นลึกหายไปวอลุ่มลดลงในระดับลึก(แนะนำฟิลเลอร์)
ผิวหย่อนคล้อยจากแรงโน้มถ่วง(แนะนำลิฟติ้ง)
อยู่ในช่วงที่มีสิวอักเสบรุนแรง
สรุปประเด็นสำคัญ
CelleDM มีจุดแข็งด้านการฟื้นฟูและการเพิ่มวอลุ่มชั้นตื้น
แต่ไม่เหมาะกับ
การหย่อนคล้อยหรือร่องลึกในระดับลึก
ข้อเสียพูดตรง ๆ
— สิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อน
แต่ก็ไม่ได้ดีทุกอย่างนะครับ
ข้อแรกคือระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ครับ
เพราะไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วถาวร
จากประสบการณ์ของผม หลังจากช่วงพีคที่
4–8 สัปดาห์ ผลจะค่อย ๆ จางลง
ข้อที่สองคือค่าใช้จ่ายครับ ^^..
เนื่องจากต้องทำพื้นฐาน 3–4 ครั้ง
ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวมไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ
ข้อที่สามคือปฏิกิริยาหลังทำทันทีครับ
เนื่องจากเป็นการฉีด อาจมีรอยเลือดออกเล็กน้อยหรืออาการบวม
ประมาณ 2–3 วัน
อย่างไรก็ตาม ระคายเคืองน้อยกว่าเลเซอร์มาก
และข้อดีที่ชัดเจนคือสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ดี
ครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฟื้นฟูและเพิ่มวอลุ่ม
ทำได้พร้อมกันไหม?
A. ทำได้ครับ วอลุ่มจะรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงแรก
ส่วนการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ตามแต่ละเซสชัน
ต้องเข้าใจว่าระยะเวลาที่เห็นผลต่างกันนะครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้ง?
A. จากประสบการณ์ของผม ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไปถึงจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงครับ
ความเร็วในการตอบสนองต่างกันตามสภาพผิวพื้นฐาน ดังนั้นควรผ่านการวินิจฉัยก่อนครับ
Q3. ทำร่วมกับหัตถการอื่น
ได้ไหม?
A. ได้ครับ หากทำร่วมกันหลังจากหัตถการด้วยเครื่องพลังงาน (เลเซอร์ ฯลฯ)
เพื่อวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟู จะให้ผลเสริมกันได้ดีมากครับ
หากมีข้อสงสัย
ทักมาสอบถามทาง KakaoTalk ได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ นี่คือ ผอ.วี ยองจิน
บทความที่น่าสนใจ
▶เลเซอร์กำจัดขนหนวด ต้องทำกี่ครั้งถึงจะหมด?
▶[Beautystone] โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม ทำไมไม่ควรฉีดทุก 3 เดือน
▶หน้ารูปถั่ว แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ขมับไหม? ข้อเท็จจริงเรื่องความคงอยู่และผลข้างเคียงของ Radiesse
▶10 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Shrink Universe ผอ.ตอบเองทุกข้อ
▶[คอลัมน์ผอ.วี ยองจิน] ระยะเวลาของ Juvelook ความจริงที่ไม่ใช่แค่โฆษณา
5 สิ่งที่ต้องรู้
ก่อนทำหัตถการ CelleDM
— เงื่อนไขที่แท้จริงของ
ผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูและวอลุ่ม
รีวิว CelleDM มากมายที่ลอยอยู่บนโลกออนไลน์
บางคนบอกว่าเป็น "หัตถการเปลี่ยนชีวิต"
บางคนก็บอกว่า "Rejuran ชนะขาด?"
ทั้งที่ใช้ตัวยาเดียวกัน
ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกันสุดขั้วแบบนี้?
ตัวการไม่ใช่อุปกรณ์ทำหัตถการ
แต่คือ 'สภาพผิว' ของคุณเอง
เหมือนทรงผมนี้
ที่เหมาะกับบางคนเท่านั้น
คนที่จำเป็นต้องใช้ CelleDMเป็นพิเศษ
ก็มีเกณฑ์ชัดเจนอยู่ครับ
วันนี้ผมจะบอกเกณฑ์ที่ชัดเจนเหล่านั้น
พร้อมอธิบายว่าควรทำในสภาพผิวแบบไหน
ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเงิน
แบบตรงไปตรงมาจากมุมมองแพทย์
💡 สรุปประเด็นสำคัญของบทความวันนี้
Q. ช่วยเรื่องการฟื้นฟูและเพิ่มวอลุ่ม
ได้ผลจริงไหม?
A. ได้ผลครับ แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างพอสมควรตามสภาพผิว ช่วงห่างการทำ
และวิธีการฉีดหรือลงตัวยา
Q. ต่างจาก Rejuran หรือ Exosome
อย่างไร?
A. แตกต่างกันทั้งฐานส่วนผสมและกลไกการออกฤทธิ์
บางกรณีใช้แบบผสมร่วมกัน
บางกรณีก็เลือกใช้แบบเดี่ยว
Q. CelleDM มีข้อเสียไหม?
A. มีครับ
ตรงที่เป็นชั้นหนังแท้จากผู้บริจาค (Human Allograft Dermal Matrix)
และความชุ่มชื้นที่อาจยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ
เดี๋ยวผมจะพูดกันแบบตรง ๆ ในเนื้อหาครับ
เริ่มจาก CelleDM คืออะไร
— ส่วนผสมสำคัญกว่าชื่อ

ผมจะบอกเสมอว่าให้เช็กก่อนว่า
"มีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง"
CelleDM คือ
ชั้นหนังแท้จากผู้บริจาค (Human Allograft Dermal Matrix)
ที่ผ่านการสร้างโครงสร้างใหม่
ลองนึกภาพว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวชั้นลึก
ได้แก่ ไฮยาลูรอนิกแอซิด คอลลาเจน และอีลาสติน
แม้แต่ในงานวิจัยที่ขึ้นทะเบียนในPubMed
สารนี้ที่เคยใช้เพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ก็มีข้อมูลสะสมอย่างต่อเนื่องว่า
ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นได้
และเมื่อไฮยาลูรอนิกแอซิดจากองค์ประกอบของ ADM
ถูกรวมอยู่ในสูตรด้วย
จึงเป็นโครงสร้างที่คาดหวังได้ทั้งความอิ่มฟูและการกักเก็บความชุ่มชื้น
นอกเหนือจากแค่การฟื้นฟูเพียงอย่างเดียว
สัดส่วนความเข้มข้นและความเสถียรของสูตร
รวมถึงความต่างของวิธีลงตัวยา
ทำให้แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ PN อื่น ๆ
👨⚕️ บันทึกภาคปฏิบัติจากผอ.วี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของผม CelleDM
ตอบสนองได้ดีในคนที่ความสามารถในการฟื้นฟูลดลงมาก
และผู้ที่เริ่มมีวอลุ่มผิวชั้นตื้นลดลงและความยืดหยุ่นเสื่อมถอย
ครับ
ปกติจะวางแผนห่างกัน 4 สัปดาห์
1–3 ครั้งเป็นพื้นฐาน
หลังจากนั้นเพื่อรักษาความยืดหยุ่นและวอลุ่ม
แนะนำให้มาบำรุงต่อเนื่อง
ประมาณไตรมาสละครั้งครับ
แต่หากอยู่ในช่วงที่มีสิวอักเสบรุนแรง
ต้องปรับเวลาการทำก่อนนะครับ
CelleDM vs Rejuran
— ต่างกันอย่างไร พูดตรง ๆ เลย

Rejuran คือPN
CelleDM คือADM
ถ้า Rejuran มุ่งเน้น 'การฟื้นฟูเซลล์' โดยตรง
CelleDM จะเน้นไปที่การฟื้นฟู + วอลุ่มที่เห็นผลทันที
มากกว่า
จริง ๆ แล้วมันละเอียดอ่อน เพราะยากที่จะบอกว่าอะไร
ดีกว่ากันอย่างเด็ดขาด
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยครับ
ดังนั้นผมจึงเริ่มจากการสร้างรากฐานด้านการฟื้นฟูก่อน
แล้วค่อยเสริมวอลุ่มในภายหลัง
แบบผสมผสานครับ
เหมาะกับใคร
และใครควรหลีกเลี่ยง?
![[실전 가이드] 재생에 집중할까, 얕은 볼륨까지 채울까? 상황별 시술 선택 공식](https://framerusercontent.com/images/CcL2s2kTzuYCaAJjMrxCKoVyVY.jpg)
กรณีที่แนะนำ:
ผิวหย่อนคล้อยและดูหมองคล้ำ
ต้องการดูแลริ้วรอยตื้นรอบดวงตาและริมฝีปาก
เริ่มมีวอลุ่มบริเวณแก้มลดลงเล็กน้อย
ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็วหลังทำเลเซอร์
กรณีที่ต้องใช้วิธีอื่น:
ไขมันชั้นลึกหายไปวอลุ่มลดลงในระดับลึก(แนะนำฟิลเลอร์)
ผิวหย่อนคล้อยจากแรงโน้มถ่วง(แนะนำลิฟติ้ง)
อยู่ในช่วงที่มีสิวอักเสบรุนแรง
สรุปประเด็นสำคัญ
CelleDM มีจุดแข็งด้านการฟื้นฟูและการเพิ่มวอลุ่มชั้นตื้น
แต่ไม่เหมาะกับ
การหย่อนคล้อยหรือร่องลึกในระดับลึก
ข้อเสียพูดตรง ๆ
— สิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อน
แต่ก็ไม่ได้ดีทุกอย่างนะครับ
ข้อแรกคือระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ครับ
เพราะไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วถาวร
จากประสบการณ์ของผม หลังจากช่วงพีคที่
4–8 สัปดาห์ ผลจะค่อย ๆ จางลง
ข้อที่สองคือค่าใช้จ่ายครับ ^^..
เนื่องจากต้องทำพื้นฐาน 3–4 ครั้ง
ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวมไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ
ข้อที่สามคือปฏิกิริยาหลังทำทันทีครับ
เนื่องจากเป็นการฉีด อาจมีรอยเลือดออกเล็กน้อยหรืออาการบวม
ประมาณ 2–3 วัน
อย่างไรก็ตาม ระคายเคืองน้อยกว่าเลเซอร์มาก
และข้อดีที่ชัดเจนคือสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ดี
ครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ฟื้นฟูและเพิ่มวอลุ่ม
ทำได้พร้อมกันไหม?
A. ทำได้ครับ วอลุ่มจะรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงแรก
ส่วนการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ตามแต่ละเซสชัน
ต้องเข้าใจว่าระยะเวลาที่เห็นผลต่างกันนะครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้ง?
A. จากประสบการณ์ของผม ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไปถึงจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงครับ
ความเร็วในการตอบสนองต่างกันตามสภาพผิวพื้นฐาน ดังนั้นควรผ่านการวินิจฉัยก่อนครับ
Q3. ทำร่วมกับหัตถการอื่น
ได้ไหม?
A. ได้ครับ หากทำร่วมกันหลังจากหัตถการด้วยเครื่องพลังงาน (เลเซอร์ ฯลฯ)
เพื่อวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟู จะให้ผลเสริมกันได้ดีมากครับ
หากมีข้อสงสัย
ทักมาสอบถามทาง KakaoTalk ได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ นี่คือ ผอ.วี ยองจิน
บทความที่น่าสนใจ
▶เลเซอร์กำจัดขนหนวด ต้องทำกี่ครั้งถึงจะหมด?
▶[Beautystone] โบท็อกซ์กรามเหลี่ยม ทำไมไม่ควรฉีดทุก 3 เดือน
▶หน้ารูปถั่ว แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ขมับไหม? ข้อเท็จจริงเรื่องความคงอยู่และผลข้างเคียงของ Radiesse
▶10 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Shrink Universe ผอ.ตอบเองทุกข้อ
▶[คอลัมน์ผอ.วี ยองจิน] ระยะเวลาของ Juvelook ความจริงที่ไม่ใช่แค่โฆษณา
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนที่ฮงแด ความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'ไพรเวท' คืออะไร?
หากคุณกำลังพิจารณาการกำจัดขนด้วยเลเซอร์แบบส่วนตัวในฮงแด ความแตกต่างของผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือมากกว่า แต่อยู่ที่ว่า 'ใครเป็นผู้ทำ และทำในพื้นที่แบบไหน'

ยกกระชับ
เรเดียส เป็นเพียงฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานเท่านั้นหรือ? "ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ด้วยตัวเอง"
เหตุผลที่เรเดียสแตกต่างจากฟิลเลอร์เพิ่มวอลลุ่มทั่วไป ตั้งแต่หลักการกระตุ้นคอลลาเจนไปจนถึงผู้ที่เหมาะกับการรักษา แพทย์ผู้อำนวยการอธิบายด้วยตัวเอง


กำจัดขน
ผิวสีเข้มก็ทำการกำจัดขนไม่ได้หรือ? นั่นเป็นคำพูดที่ผิดไปครึ่งหนึ่ง
ผู้ที่มีสีผิวเข้มก็สามารถทำเลเซอร์กำจัดขนได้เช่นกัน เราอธิบายเหตุผลที่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดแผลไหม้ ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นและการตั้งค่าของเครื่อง

ยกกระชับ
Oligio X แตกต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?
올리지오X เป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วย RF ที่กระตุ้นผิวได้ลึกและทั่วถึงยิ่งขึ้นด้วยพลังงานแบบดูอัลโหมด เราแนะนำหลักการทำงานจริงและแนวทางการดูแลตามแต่ละเคสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกผิวหนังแนะนำย่านฮงแด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หลังฉีดฟิลเลอร์รอยย่นคอแล้วเป็นก้อน ๆ? "เหตุผลที่ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้"
หากต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่มีการเกิดก้อนหลังการฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยบริเวณลำคอ การเลือกผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอย่าง Belotero Soft คือหัวใจสำคัญ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ร่องน้ำหมากไม่ใช่ปัญหา! เหตุผลที่ต้องลบ "เงา" ด้วยฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างไร? อธิบายให้เข้าใจง่ายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเงาที่เกิดขึ้นในบริเวณที่ยุบลงกับความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์

![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)