• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทาครีมแก้รอยคล้ำใต้ตาไม่หาย—แพทย์แนะวิธีแก้จริง

ทาครีมแก้รอยคล้ำใต้ตาไม่หาย—แพทย์แนะวิธีแก้จริง

ทาครีมแก้รอยคล้ำใต้ตาไม่หาย—แพทย์แนะวิธีแก้จริง

ทาครีมราคาแพงแล้ว เส้นเลือดและเม็ดสีจะหายไปจริงไหม? - 3 สาเหตุที่แท้จริงที่คุณไม่เคยรู้ เพราะการตลาด

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

"ฟิลเลอร์แก้ขอบตาดำ ถูกครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่ง" — สำหรับคนที่ต้องใช้ Restylane Eyelight

1. นอนเกิน 10 ชั่วโมงแล้ว แต่ใต้ตายังดูคล้ำแกมน้ำเงินอยู่เลย

2. ทาอายครีมราคาหลายพันบาทหมดไปเป็นกระปุกแล้ว แต่ก็ยังเหมือนเดิม

3. พอลองดึงผิวใต้ตาลงเบาๆ แล้ว สียิ่งดูเข้มขึ้นไปอีก

 

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งตรงกับคุณล่ะก็

ปัญหาใต้ตาคล้ำของคุณ

อาจเป็นปัญหาจาก 'โครงสร้างผิว' ครับ

 

ซึ่งหมายความว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นผิวที่ลึกเกินกว่า

ที่แผ่นมาสก์หรือสกินแคร์ทั่วไปจะซึมเข้าไปบำรุงถึงได้ครับ

 

โดยเฉพาะรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากผิวบาง

จำเป็นต้องใช้ 'ตัวค้ำยัน' เข้าไปพยุง

ชั้นผิวที่บางลงนั้นไว้ ปัญหาถึงจะคลี่คลายครับ

 

และตัวช่วยที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำยันได้อย่างละเอียดและประณีตที่สุดก็คือ

Restylane Eyelight นั่นเองครับ

วันนี้เราจะมาพูดคุย

แบบเปิดเผยหมดเปลือกจากในห้องตรวจกันเลยครับ

 

💡 สรุปประเด็นสำคัญของวันนี้

 

Q. สาเหตุของรอยคล้ำใต้ตามีแค่แบบเดียวหรือเปล่าคะ?

A. ไม่ใช่ครับ

ปัญหาใต้ตาคล้ำแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ แบบเม็ดสี, แบบเส้นเลือด และแบบโครงสร้าง

ซึ่งวิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุอย่างสิ้นเชิงเลยครับ

 

Q. Restylane Eyelight

ได้ผลดีกับกรณีแบบไหนมากที่สุดครับ?

A. เหมาะสำหรับคนที่มีผิวใต้ตาบางจนมองเห็นเส้นเลือด หรือ

คนที่ใต้ตาดูหมองคล้ำจากการที่ปริมาตรใต้ตาหายไปจนดูยุบตัวลง

ซึ่งก็คือ แบบโครงสร้าง นั่นเองครับ

 

Q. แตกต่างจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ทั่วไป

อย่างไรครับ?

A. ถูกออกแบบมาเพื่อผิวรอบดวงตาที่บอบบางโดยเฉพาะ

ทำให้โอกาสที่จะเกิด Tyndall effect

หรือการที่ฟิลเลอร์สะท้อนแสงจนเห็นผิวเป็นสีฟ้าอมเทานั้นต่ำมากๆ ครับ

 

ทำไมเราถึงต้องแยกแยะ

สาเหตุของรอยคล้ำใต้ตาให้ออก

ลองดึงใต้ตาเบาๆ ดู — เช็กสาเหตุขอบตาดำของตัวเองใน 10 วินาที (วิธีตรวจเองเบื้องต้น)

หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า

รอยคล้ำใต้ตามีสาเหตุมาจากเรื่องเดียว

 

ถึงแม้ผลลัพธ์จะดูคล้ำเหมือนกัน

แต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

  1. แบบเม็ดสี (Pigmentary)

    เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน (มีสีน้ำตาลหรือสีดำ)

     

  2. แบบเส้นเลือด (Vascular)

    เกิดจากผิวใต้ตาที่บางมาก จนมองทะลุเห็นเส้นเลือดข้างใต้ (มีสีปนน้ำเงิน/ม่วง)

     

  3. แบบโครงสร้าง (Structural)

    เกิดจากร่องน้ำตาลึกจนทำให้เกิดเงาตกกระทบใต้ตา

 

ถ้าคุณเป็นคนที่นอนหลับเต็มอิ่ม สุขภาพดี แต่ใต้ตาก็ยังคล้ำอยู่

ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจาก แบบเส้นเลือด หรือ แบบโครงสร้าง ครับ

 

ซึ่งเป็นขอบเขตที่การทาครีมหรือการนอนหลับ

ไม่สามารถช่วยแก้ไขได้เลยครับ

 

แม้แต่สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า

ต้องแยกแยะทั้ง 3 ประเภทนี้ให้ออก

เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดครับ

 

Restylane Eyelight

แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

ผิวใต้ตาเป็นบริเวณที่บางมาก มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

อีกทั้งยังมีเส้นเลือดและระบบไหลเวียนน้ำเหลือง

ที่ซับซ้อนมากเป็นพิเศษครับ

 

หากใช้ฟิลเลอร์ทั่วไปฉีดผิดชั้นผิว

ก็อาจเกิด Tyndall effect ที่ทำให้ผิวใต้ตา

ดูโป่งพองและมีสีฟ้าอมเทาขึ้นมาได้ง่ายมากเลยครับ

 

แต่สำหรับ Restylane Eyelight มีความหนืดต่ำและโมเลกุลขนาดเล็กมาก

จึงกลืนเนื้อไปกับผิวที่บางได้อย่างเป็นธรรมชาติ

และลดโอกาสเกิดฟิลเลอร์สะท้อนแสงใต้ผิวหนังได้ดีเยี่ยมครับ

 

นอกจากนี้ ยังใช้กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง NASHA Technology

ที่ช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้สม่ำเสมอ

และยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปครับ

 

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือเรื่องของราคาครับ

 

เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะทางราคาจึงอาจจะค่อนข้างสูง

แต่สำหรับจุดที่บอบบางและแพ้ง่ายอย่างรอบดวงตาแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับคุณภาพผิวตรงนั้นโดยเฉพาะ ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดในทางแพทย์ครับ

 

👨‍⚕️ บันทึกการรักษาจริงโดย หมอวี ยองจิน:

จากประสบการณ์การรักษาของหมอ หัวใจสำคัญของการทำหัตถการใต้ตาคือ

ระดับความลึกในการฉีด และ การควบคุมปริมาณฟิลเลอร์ ครับ

 

โดยปกติแล้วหมอจะใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย

ประมาณ 0.3 - 0.5 cc ต่อข้าง

ค่อยๆ วางยาลงบนเหนือกระดูกเบ้าตาหรือชั้นใต้กล้ามเนื้ออย่างแม่นยำครับ

 

เคล็ดลับในการป้องกันอาการบวมและผลข้างเคียงคือ

ไม่ใช่การฉีดในปริมาณมากๆ แต่เป็นการฉีดในปริมาณที่น้อยอย่างพอเหมาะ

ลงในตำแหน่งที่ถูกต้องและเป๊ะที่สุดต่างหากครับ

 

แต่สำหรับคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาไขมันปูดโปนออกมามากๆ

การใช้ฟิลเลอร์อาจให้ผลลัพธ์ได้ค่อนข้างจำกัด

ซึ่งหมอจะช่วยประเมินและให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาในตอนที่เข้ามาปรึกษากันก่อนครับ

 

ใครบ้างที่

เหมาะกับ

Restylane Eyelight?

ถ้ากังวลผลข้างเคียงที่ทำให้ใต้ตาเป็นสีฟ้า — เหตุผลที่ควรเลือกฟิลเลอร์ความหนืดต่ำ 'Eyelight' โดยเฉพาะ

เคสที่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง:

  • คนที่มีผิวใต้ตาบางจนดูคล้ำเขียวหรือปนน้ำเงิน

  • คนที่มีร่องน้ำตาลึกจนทำให้เกิดเงามืดใต้ตา

  • คนที่มีปัญหาผิวใต้ตาหย่อนคล้อยและสูญเสียคอลลาเจนตามวัย

  • คนที่ลองทาอายครีมหรือทานอาหารเสริมแล้วไม่เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

 

เคสที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง:

  • เคสที่มีสาเหตุหลักจากเม็ดสีสะสมใต้ผิวหนัง (แนะนำให้เลเซอร์รักษาก่อน)

  • เคสที่มีถุงใต้ตาหย่อนหรือไขมันปูดโปนชัดเจนมาก (อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดร่วมด้วย)

 

แทนที่จะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ทันที

การเข้ามาตรวจเพื่อเช็กสาเหตุที่แท้จริงก่อน

คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการรักษาที่ประสบความสำเร็จและปลอดภัยครับ

 

ขั้นตอนการทำและ

ระยะเวลาพักฟื้นตามจริง

หลังแปะยาชาแล้ว ขั้นตอนการทำจริง

จะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 10 ถึง 20 นาทีเท่านั้นครับ

 

  • วันที่ 1 - 3

    เนื่องจากใต้ตาเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเยอะ อาจมีรอยช้ำและอาการบวมเล็กน้อยเกิดขึ้นได้บ้างครับ

     

  • สัปดาห์ที่ 1 - 2

    อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลง และตัวฟิลเลอร์จะเริ่มผสานเข้ากับเนื้อผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

     

  • ผลลัพธ์สุดท้าย

    การประเมินผลลัพธ์ที่สวยงามและเข้าที่ที่สุด แนะนำให้ดูที่ 2 สัปดาห์หลังทำครับ

 

ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์ของแต่ละท่านอาจแตกต่างกันไป

แต่โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 18 เดือนครับ

 

แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไป

แต่ข้อดีที่ยอดเยี่ยมของฟิลเลอร์แท้คือ หากมีจุดไหนที่ไม่พึงพอใจ

ก็สามารถฉีดสลายออกได้อย่างสะดวกรวดเร็วและทันทีครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q1. มีวิธีเช็กสาเหตุด้วยตัวเองง่ายๆ ไหมคะ?

A. ลองใช้นิ้วดึงผิวใต้ตาลงเบาๆ ครับ

หากรอยคล้ำดูจางลง แสดงว่าเป็นจากโครงสร้างหรือเส้นเลือด

แต่ถ้าสียังคงเข้มเท่าเดิม มีโอกาสสูงที่จะเป็นรอยคล้ำจากเม็ดสีครับ

 

Q2. ตอนฉีดเจ็บมากไหมคะ?

A. เรามีการแปะยาชาเป่าลมเย็นให้ก่อนทำ

ความรู้สึกจะคล้ายมดกัดจี๊ดๆ เท่านั้นครับ

 

แต่เนื่องจากเป็นบริเวณใกล้ดวงตา หากคนไข้รู้สึกเกร็งหรือตื่นเต้น

อาจจะทำให้รู้สึกไวต่อสัมผัสขึ้นได้เล็กน้อยครับ

 

Q3. ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ชนิดอื่นมาก่อน

จะสามารถฉีดเพิ่มเติมได้ไหมคะ?

A. จำเป็นต้องตรวจเช็กชั้นผิวของฟิลเลอร์เดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ก่อนครับ

เพราะหากฉีดซ้อนทับกันผิดตำแหน่งอาจส่งผลให้ใต้ตาดูบวมเกินไปได้

ดังนั้นรบกวนแจ้งให้หมอทราบล่วงหน้าตอนเข้ามาปรึกษาด้วยนะครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสอบถามเพิ่มเติม

แอดไลน์ทัก LINE มาคุยกันได้เลยครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ รักษาดูแลโดย หมอวี ยองจิน ครับ

 

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1